[๗๕๐] ภิกษุณีผู้อันภิกษุณีกล่าวอยู่ว่า อย่าเพ่อก่อน แม่คุณ ท่านอย่ายังสิกขมานา
ให้อุปสมบท รับคำว่า ดีละ แล้วถึงธรรมคือความบ่นว่าในภายหลังต้องอาบัติ ๒ คือ กำลังบ่น
ว่า เป็นทุกกฏในประโยค ๑ เมื่อบ่นว่าแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
[๗๕๐] ภิกษุณีผู้อันภิกษุณีกล่าวอยู่ว่า อย่าเพ่อก่อน แม่คุณ ท่านอย่ายังสิกขมานา
ให้อุปสมบท รับคำว่า ดีละ แล้วถึงธรรมคือความบ่นว่าในภายหลังต้องอาบัติ ๒ คือ กำลังบ่น
ว่า เป็นทุกกฏในประโยค ๑ เมื่อบ่นว่าแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
[๗๕๑] ภิกษุณีกล่าวกะสิกขมานาว่า แม่เจ้า ถ้าท่านจักให้จีวรแก่เราๆ จะให้ท่าน
อุปสมบทตามปรารถนา แล้วไม่ให้อุปสมบท ไม่ทำการขวนขวายเพื่อให้อุปสมบท ต้องอาบัติ
ตัวหนึ่ง คือ ปาจิตตีย์.
[๗๕๒] ภิกษุณีกล่าวกะสิกขมานาว่า แม่เจ้า ถ้าท่านจักติดตามเราตลอด ๒ ปี เรา
จักให้ท่านอุปสมบทตามปรารถนา แล้วไม่ให้อุปสมบท ไม่ทำการขวนขวายเพื่อให้อุปสมบท ต้อง
อาบัติตัวหนึ่ง คือ ปาจิตตีย์.
[๗๕๓] ภิกษุณียังสิกขมานาผู้เกี่ยวข้องด้วยบุรุษ ผู้คลุกคลีกับเด็กหนุ่ม ผู้ดุร้าย ยัง
ชายให้ระทมโศก ให้อุปสมบท ต้องอาบัติ ๒ คือ ให้อุปสมบท เป็นทุกกฏในประโยค ๑ เมื่อ
ให้อุปสมบทแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
[๗๕๔] ภิกษุณียังสิกขมานาผู้อันมารดาบิดา หรือสามียังไม่อนุญาต ให้อุปสมบท
ต้องอาบัติ ๒ คือ ให้อุปสมบท เป็นทุกกฏในประโยค ๑ เมื่อให้อุปสมบทแล้ว ต้องอาบัติ
ปาจิตตีย์ ๑.
[๗๕๕] ภิกษุณียังสิกขมานาให้บวช ด้วยการให้ฉันทะค้างคราว ต้องอาบัติ ๒ คือ
ให้บวช เป็นทุกกฏในประโยค ๑ เมื่อให้บวชแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
[๗๕๖] ภิกษุณียังสิกขมานาให้บวชทุกปี ต้องอาบัติ ๒ คือ ให้บวชเป็นทุกกฏใน
ประโยค ๑ เมื่อให้บวชแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
[๗๕๗] ภิกษุณียังสิกขมานาให้บวชปีละ ๒ รูป ต้องอาบัติ ๒ คือ ให้บวช เป็น
ทุกกฏในประโยค ๑ ให้บวชแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
กุมารีภูตวรรคที่ ๘ จบ.
----------------
คำถามและคำตอบในฉัตตุปาหนวรรคที่ ๙
[๗๕๘] ภิกษุณีใช้ร่มและรองเท้า ต้องอาบัติ ๒ คือ ใช้ เป็นทุกกฏในประโยค ๑
เมื่อใช้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
[๗๕๙] ภิกษุณีไปด้วยยาน ต้องอาบัติ ๒ คือ ไป เป็นทุกกฏในประโยค ๑ เมื่อ
ไปแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.