พุทธธรรมสงฆ์


พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร (เล่ม 8)

[๒๖๐] ภิกษุผู้ประทุษร้ายสกุล ถูกสวดสมนุภาสกว่าจะครบ ๓ จบ ไม่สละอยู่
ต้องอาบัติ ๓ คือ จบญัตติ ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ จบกรรมวาจาสองครั้ง ต้องอาบัติถุลลัจจัย ๑
จบกรรมวาจาครั้งสุด ต้องอาบัติสังฆาทิเสส.
สังฆาทิเสส ๑๓ สิกขาบท จบ.
---------------
อาบัติในนิสสัคคิยกัณฑ์
กฐินวรรคที่ ๑

พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร (เล่ม 8)

[๒๖๑] ภิกษุยังอติเรกจีวรให้ล่วง ๑๐ วัน ต้องอาบัติ ๑ คือ นิสสัคคิยปาจิตตีย์.

พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร (เล่ม 8)

[๒๖๒] ภิกษุอยู่ปราศจากไตรจีวรสิ้นราตรีหนึ่ง ต้องอาบัติ ๑ คือ นิสสัคคิยปาจิตตีย์.

พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร (เล่ม 8)

[๒๖๓] ภิกษุรับอกาลจีวรแล้ว ให้ล่วงเดือนหนึ่งต้องอาบัติ ๑ คือ นิสสัคคิยปาจิตตีย์.

พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร (เล่ม 8)

[๒๖๔] ภิกษุใช้ภิกษุณีผู้มิใช่ญาติ ให้ซักจีวรเก่า ต้องอาบัติ ๒ คือ ให้ซัก เป็น
ทุกกฏในประโยค ๑ ให้ซักเสร็จแล้ว เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๑.

พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร (เล่ม 8)

[๒๖๕] ภิกษุรับจีวรจากมือภิกษุณีผู้มิใช่ญาติ ต้องอาบัติ ๒ คือ รับเป็นทุกกฏใน
ประโยค ๑ รับจีวรแล้ว เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๑.

พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร (เล่ม 8)

[๒๖๖] ภิกษุขอจีวรต่อพ่อเจ้าเรือนก็ดี ต่อแม่เจ้าเรือนก็ดี ผู้มิใช่ญาติ ต้องอาบัติ ๒
คือ ขอเป็นทุกกฏในประโยค ๑ ขอได้แล้ว เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๑.

พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร (เล่ม 8)

[๒๖๗] ภิกษุของจีวรต่อพ่อเจ้าเรือนก็ดี ต่อแม่เจ้าเรือนก็ดี ผู้มิใช่ญาติ ยิ่งกว่ากำหนด
นั้น ต้องอาบัติ ๒ คือ ขอ เป็นทุกกฏในประโยค ๑ ขอได้แล้ว เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๑.

พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร (เล่ม 8)

[๒๖๘] ภิกษุอันเขาไม่ได้ปวารณาไว้ก่อน เข้าไปหาพ่อเจ้าเรือนผู้มิใช่ญาติแล้ว ถึงการ
กำหนดในจีวร ต้องอาบัติ ๒ คือ ถึงการกำหนด เป็นทุกกฏในประโยค ๑ ถึงการกำหนดแล้ว
เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๑.

พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร (เล่ม 8)

[๒๖๙] ภิกษุอันเขาไม่ได้ปวารณาไว้ก่อน เข้าไปหาพ่อเจ้าเรือนหลายคน ผู้มิใช่ญาติ
แล้วถึงการกำหนดในจีวร ต้องอาบัติ ๒ คือ ถึงการกำหนด เป็นทุกกฏในประโยค ๑ ถึงการ
กำหนดแล้ว เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๑.