[๑๙๐๗] นิทัสสนอัปปฏิฆธรรมที่เป็นสรณธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม
ที่เป็นสรณธรรม โดยเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรมที่เป็นอรณธรรม ที่เป็นปัจจัยแก่อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรมที่เป็น
อรณธรรม โดยเหตุปัจจัย
[๑๙๐๗] นิทัสสนอัปปฏิฆธรรมที่เป็นสรณธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม
ที่เป็นสรณธรรม โดยเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรมที่เป็นอรณธรรม ที่เป็นปัจจัยแก่อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรมที่เป็น
อรณธรรม โดยเหตุปัจจัย
[๑๙๐๘] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๔
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๔
ในอวิคตปัจจัย มี " ๗
[๑๙๐๙] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๗
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๗
[๑๙๑๐] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๔
[๑๙๑๑] ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๔
อนุโลมก็ดี ปัจจนียะก็ดี อนุโลมปัจจนียะก็ดี ปัจจนียานุโลมก็ดี แห่งปัญหาวารใน
กุสลัตติกะ ท่านนับไว้อย่างไร พึงนับอย่างนั้น
สรณทุกสนิทัสสนัตติกะ จบ
ปิฏฐิทุกติกะ จบ
อนุโลมทุกัตติกปัฏฐาน จบ
กุสลัตติกเหตุทุกะ
[๑] เหตุธรรมที่เป็นกุศล อาศัยเหตุธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยเหตุธรรมที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยเหตุธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๒] เหตุธรรมที่เป็นกุศล อาศัยเหตุธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยเหตุธรรมที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยเหตุธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะอารัมมณ-
ปัจจัย
[๓] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๓
ในอธิปติปัจจัย มี " ๓
ในอนันตรปัจจัย มี " ๓
ในสมนันตรปัจจัย มี " ๓
ในสหชาตปัจจัย มี " ๓
ในอัญญมัญญปัจจัย มีวาระ ๓
ในนิสสยปัจจัย มี " ๓
ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๓
ในปุเรชาตปัจจัย มี " ๓
ในอาเสวนปัจจัย มี " ๓
ในกัมมปัจจัย มี " ๓
ในวิปากปัจจัย มี " ๑
ในอาหารปัจจัย มี " ๓
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓
[๔] เหตุธรรมที่เป็นกุศล อาศัยเหตุธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอธิปติ-
ปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยเหตุธรรมที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอธิปติปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยเหตุธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะ
อธิปติปัจจัย
[๕] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มีวาระ ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มี " ๓
[๖] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
[๗] ในเหตุปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มีวาระ ๓
ในสหชาตวารก็ดี ปัจจยวารก็ดี นิสสยวารก็ดี สังสัฏฐวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี
มีวาระ ๓ ทุกปัจจัย
[๘] เหตุธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นกุศล โดยเหตุปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอกุศล โดยเหตุปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดยเหตุปัจจัย
[๙] เหตุธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นกุศล โดยอารัมมณปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอกุศล โดยอารัมมณปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดยอารัมมณปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอกุศล โดยอารัมมณปัจจัย
มี ๓ นัย
เหตุธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดยอารัมมณปัจจัย
มี ๓ นัย
[๑๐] เหตุธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นกุศล โดยอธิปติปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอกุศล โดยอธิปติปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดยอธิปติปัจจัย
มี ๓ นัย
เหตุธรรมที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอกุศล โดยอธิปติปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดยอธิปติปัจจัย ฯลฯ
เหตุธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอกุศล โดยอธิปติปัจจัย
มี ๓ นัย
[๑๑] เหตุธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นกุศล โดยอนันตรปัจจัย
มี ๒ นัย
เหตุธรรมที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอกุศล โดยอนันตรปัจจัย
มี ๒ นัย
เหตุธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดยอนันตรปัจจัย
[๑๒] เหตุธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นกุศล โดยสหชาตปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอกุศล โดยสหชาตปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม ที่เป็นอัพยากฤต โดยสหชาตปัจจัย
อัญญมัญญนิสสยปัจจัย เหมือนกับสหชาตปัจจัย
[๑๓] เหตุธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นกุศล โดยอุปนิสสยปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอกุศล โดยอุปนิสสยปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดยอุปนิสสยปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอกุศล โดยอุปนิสสยปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นกุศล โดยอุปนิสสยปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม ที่เป็นอัพยากฤต โดยอุปนิสสย-
ปัจจัย มี ๓ นัย
เหตุธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม ที่เป็นอัพยากฤต โดยอุปนิสสย-
ปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม ที่เป็นกุศล โดยอุปนิสสยปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม ที่เป็นอกุศล โดยอุปนิสสยปัจจัย
[๑๔] เหตุธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดยวิปาก-
ปัจจัย
[๑๕] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๙
ในอธิปติปัจจัย มี " ๗
ในอนันตรปัจจัย มี " ๕
ในสมนันตรปัจจัย มี " ๕
ในสหชาตปัจจัย มี " ๓
ในอัญญมัญญปัจจัย มี " ๓
ในนิสสยปัจจัย มี " ๓
ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๙
ในอาเสวนปัจจัย มี " ๓
ในวิปากปัจจัย มี " ๑
ในอินทริยปัจจัย มี " ๒
ในมัคคปัจจัย มี " ๒
ในสัมปยุตตปัจจัย มี " ๓
ในอัตถิปัจจัย มี " ๓
ในนัตถิปัจจัย มีวาระ ๕
ในวิคตปัจจัย มี " ๕
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓
[๑๖] เหตุธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นกุศล โดยอารัมมณปัจจัย
เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอกุศล โดยอารัมมณปัจจัย เป็น
ปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดยอารัมมณปัจจัย
เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอกุศล โดยอารัมมณปัจจัย เป็น
ปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นกุศล โดยอารัมมณปัจจัย เป็น
ปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดยอารัมมณปัจจัย
เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดยอารัมมณปัจจัย
เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ นัย
[๑๗] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๙
[๑๘] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
[๑๙] ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๙
อนุโลมก็ดี ปัจจนียะก็ดี อนุโลมปัจจนียะก็ดี ปัจจนียานุโลมก็ดี แห่งปัญหาวาร
ในกุสลัตติกะ ท่านนับไว้อย่างไร พึงนับอย่างนั้น
[๒๐] นเหตุธรรมที่เป็นกุศล อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นกุศล และนเหตุธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยเหตุธรรมที่เป็นกุศล
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอกุศล และนเหตุธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นอกุศล
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะเหตุ-
ปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นกุศล และนเหตุธรรมที่เป็น
อัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นอกุศลและ นเหตุธรรมที่เป็น
อัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๒๑] นเหตุธรรมที่เป็นกุศล อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น เพราะอารัมมณ-
ปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะ
อารัมมณปัจจัย
[๒๒] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอารัมมณปัจจัย มีวาระ ๓
ในอธิปติปัจจัย มี " ๙
ในอนันตรปัจจัย มี " ๓
ในสมนันตรปัจจัย มี " ๓
ในสหชาตปัจจัย มี " ๙
ในอัญญมัญญปัจจัย มี " ๓
ในนิสสยปัจจัย มี " ๙
ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๓
ในปุเรชาตปัจจัย มี " ๓
ในปัจฉาชาตปัจจัย มี " ๓
ในอาเสวนปัจจัย มี " ๓
ในกัมมปัจจัย มี " ๙
ในวิปากปัจจัย มี " ๑
ในอาหารปัจจัย มี " ๙
ในอินทริยปัจจัย มี " ๙
ในฌานปัจจัย มี " ๙
ในมัคคปัจจัย มี " ๙
ในสัมปยุตตปัจจัย มี " ๓
ในวิปปยุตตปัจจัย มี " ๙
ในอัตถิปัจจัย มี " ๙
ในนัตถิปัจจัย มี " ๓
ในวิคตปัจจัย มี " ๓
ในอวิคตปัจจัย มี " ๙
[๒๓] นเหตุธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น
ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย
[๒๔] นเหตุธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะ
อารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะ
อารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะ
อารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นกุศล และนเหตุธรรมที่เป็น
อัพยากฤต เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นอกุศล และนเหตุธรรมที่เป็น
อัพยากฤต เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอารัมมณปัจจัย
[๒๕] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มี " ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย มี " ๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย มี " ๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย มี " ๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย มี " ๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มี " ๗
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย มี " ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย มี " ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย มี " ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาหารปัจจัย มี " ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อินทริยปัจจัย มี " ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ฌานปัจจัย มี " ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย มีวาระ ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย มี " ๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย มี " ๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย มี " ๕
[๒๖] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๕
[๒๗] ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๑
สหชาตวารก็ดี ปัจจยวารก็ดี นิสสยวารก็ดี สังสัฏฐวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี
พึงให้พิสดารเหมือนปฏิจจวาร
[๒๘] นเหตุธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นกุศล โดยอารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นอกุศล โดยอารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดยอารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นอกุศล โดยอารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นกุศล โดยอารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดยอารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดยอารัมมณ-
ปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นกุศล โดยอารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นอกุศล โดยอารัมมณปัจจัย
[๒๙] นเหตุธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นกุศล โดยอธิปติปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นอกุศล โดยอธิปติปัจจัย
มี ๔ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นอกุศล โดยอธิปติปัจจัย
มี ๓ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดยอธิปติปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นกุศล โดยอธิปติปัจจัย
มี ๓ นัย
[๓๐] นเหตุธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นกุศล โดยอนันตรปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดยอนันตรปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นอกุศล โดยอนันตรปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดยอนันตรปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดยอนันตร-
ปัจจัย มี ๓ นัย
[๓๑] นเหตุธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นกุศล โดยอุปนิสสย-
ปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นอกุศล โดยอุปนิสสยปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดยอุปนิสสยปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นอกุศล โดยอุปนิสสยปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นอกุศล โดยอุปนิสสยปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดยอุปนิสสยปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดยอุปนิสสย-
ปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นกุศล โดยอุปนิสสยปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นอกุศล โดยอุปนิสสยปัจจัย
[๓๒] ในอารัมมณปัจจัย มีวาระ ๙
ในอธิปติปัจจัย มี " ๑๐
ในอนันตรปัจจัย มี " ๗
ในสมนันตรปัจจัย มี " ๗
ในสหชาตปัจจัย มี " ๙
ในอัญญมัญญปัจจัย มี " ๓
ในนิสสยปัจจัย มี " ๑๓
ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๙
ในปุเรชาตปัจจัย มี " ๓
ในปัจฉาชาตปัจจัย มีวาระ ๓
ในอาเสวนปัจจัย มี " ๓
ในกัมมปัจจัย มี " ๗
ในวิปากปัจจัย มี " ๑
ในอาหารปัจจัย มี " ๗
ในอินทริยปัจจัย มี " ๗
ในฌานปัจจัย มี " ๗
ในมัคคปัจจัย มี " ๗
ในสัมปยุตตปัจจัย มี " ๓
ในวิปปยุตตปัจจัย มี " ๕
ในอัตถิปัจจัย มี " ๑๓
ในนัตถิปัจจัย มี " ๗
ในวิคตปัจจัย มี " ๗
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑๓
[๓๓] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๑๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๑๕
[๓๔] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย กับอารัมมณปัจจัย มีวาระ ๙
[๓๕] ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
กุสลัตติกเหตุทุกะ จบ
เวทนาตติกเหตุทุกะ
[๓๖] เหตุธรรมที่เป็นสุขายเวทนายสัมปยุตตธรรม อาศัยเหตุธรรมที่เป็นสุขาย-
เวทนายสัมปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นทุกขายเวทนายสัมปยุตตธรรม อาศัยเหตุธรรมที่เป็นทุกขายเวทนาย-
สัมปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอทุกขมสุขายเวทนายสัมปยุตตธรรม อาศัยเหตุธรรมที่เป็นอทุกขม-
สุขายเวทนายสัมปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๓๗] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๓
ในอธิปติปัจจัย มี " ๓
ในวิปากปัจจัย มี " ๒
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓
[๓๘] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มีวาระ ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มี " ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มี " ๒
[๓๙] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
[๔๐] ในเหตุปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มีวาระ ๓
สหชาตวารก็ดี ฯลฯ สัมปยุตตวารก็ดี พึงให้พิสดาร
[๔๑] เหตุธรรมที่เป็นสุขายเวทนายสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็น
สุขายเวทนายสัมปยุตตธรรม โดยเหตุปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นทุกขายเวทนายสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นทุกขาย-
เวทนายสัมปยุตตธรรม โดยเหตุปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอทุกขมสุขายเวทนายสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็น
อทุกขมสุขายเวทนายสัมปยุตตธรรม โดยเหตุปัจจัย
[๔๒] เหตุธรรมที่เป็นสุขายเวทนายสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็น
สุขายเวทนายสัมปยุตตธรรม โดยอารัมมณปัจจัย มี ๓ นัย
เหตุธรรมที่เป็นทุกขายเวทนายสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นทุกขาย-
เวทนายสัมปยุตตธรรม โดยอารัมมณปัจจัย มี ๓ นัย
เหตุธรรมที่เป็นอทุกขมสุขายเวทนายสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็น
อทุกขมสุขายเวทนายสัมปยุตตธรรม โดยอารัมมณปัจจัย มี ๓ นัย
[๔๓] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๙
ในอธิปติปัจจัย มี " ๔
ในอนันตรปัจจัย มี " ๖
ในสมนันตรปัจจัย มี " ๖
ในสหชาตปัจจัย มี " ๓
ในอัญญมัญญปัจจัย มี " ๓
ในนิสสยปัจจัย มี " ๓
ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๙
ในเสวนปัจจัย มี " ๓
ในวิปากปัจจัย มี " ๒
ในอินทริยปัจจัย มี " ๒
ในมัคคปัจจัย มี " ๒
ในสัมปยุตตปัจจัย มี " ๓
ในอัตถิปัจจัย มี " ๓
ในนัตถิปัจจัย มี " ๖
ในวิคตปัจจัย มี " ๖
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓
[๔๔] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๙
[๔๕] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
[๔๖] ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
[๔๗] นเหตุธรรมที่เป็นสุขายเวทนายสัมปยุตตธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็น
สุขายเวทนายสัมปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นทุกขายเวทนายสัมปยุตตธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นทุกขายเวทนาย-
สัมปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอทุกขมสุขายเวทนายสัมปยุตตธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นอทุกขม-
สุขายเวทนายสัมปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๔๘] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๓
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓
[๔๙] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มี " ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มี " ๒
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี พึงให้พิสดาร
[๕๐] นเหตุธรรมที่เป็นสุขายเวทนายสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็น
สุขายเวทนายสัมปยุตตธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นสุขายเวทนายสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นทุกขาย-
เวทนายสัมปยุตตธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นสุขายเวทนายสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นอทุกขม-
สุขายเวทนายสัมปยุตตธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นทุกขายเวทนายสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นทุกขาย-
เวทนายสัมปยุตตธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นทุกขายเวทนายสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นสุขาย-
เวทนายสัมปยุตตธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นทุกขายเวทนายสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็น
อทุกขมสุขายเวทนายสัมปยุตตธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอทุกขมสุขายเวทนายสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็น
อทุกขมสุขายเวทนายสัมปยุตตธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอทุกขมสุขายเวทนายสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็น
สุขายเวทนายสัมปยุตตธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอทุกขมสุขายเวทนายสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็น
ทุกขายเวทนายสัมปยุตตธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
[๕๑] นเหตุธรรมที่เป็นสุขายเวทนายสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็น
สุขายเวทนายสัมปยุตตธรรม โดยอธิปติปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นสุขายเวทนายสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นอทุกขม-
สุขายเวทนายสัมปยุตตธรรม โดยอธิปติปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นทุกขายเวทนายสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นทุกขาย-
เวทนายสัมปยุตตธรรม โดยอธิปติปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอทุกขมสุขายเวทนายสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็น
อทุกขมสุขายเวทนายสัมปยุตตธรรม โดยอธิปติปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอทุกขมสุขายเวทนายสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็น
สุขายเวทนายสัมปยุตตธรรม โดยอธิปติปัจจัย
[๕๒] นเหตุธรรมที่เป็นสุขายเวทนายสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็น
สุขายเวทนายสัมปยุตตธรรม โดยอนันตรปัจจัย มี ๒ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นทุกขายเวทนายสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นทุกขาย-
เวทนายสัมปยุตตธรรม โดยอนันตรปัจจัย มี ๒ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นอทุกขมสุขายเวทนายสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็น
อทุกขมสุขายเวทนายสัมปยุตตธรรม โดยอนันตรปัจจัย มี ๓ นัย
[๕๓] นเหตุธรรมที่เป็นสุขายเวทนายสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็น
สุขายเวทนายสัมปยุตตธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นทุกขายเวทนายสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นทุกขาย-
เวทนายสัมปยุตตธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นอทุกขมสุขายเวทนายสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็น
อทุกขมสุขายเวทนายสัมปยุตตธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ นัย
[๕๔] ในอารัมมณปัจจัย มีวาระ ๙
ในอธิปติปัจจัย มี " ๕
ในอนันตรปัจจัย มี " ๗
ในสมนันตรปัจจัย มี " ๗
ในสหชาตปัจจัย มี " ๓
ในอัญญมัญญปัจจัย มี " ๓
ในนิสสยปัจจัย มี " ๓
ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๙
ในอาเสวนปัจจัย มี " ๓
ในกัมมปัจจัย มี " ๘
ในวิปากปัจจัย มี " ๓
ในอาหารปัจจัย มี " ๓
ในอินทริยปัจจัย มีวาระ ๓
ในฌานปัจจัย มี " ๓
ในมัคคปัจจัย มี " ๓
ในสัมปยุตตปัจจัย มี " ๓
ในอัตถิปัจจัย มี " ๓
ในนัตถิปัจจัย มี " ๗
ในวิคตปัจจัย มี " ๗
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓
[๕๕] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๙
[๕๖] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัยกับอารัมมณปัจจัย มีวาระ ๙
[๕๗] ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
เวทนาตติกเหตุทุกะ จบ
วิปากัตติกเหตุทุกะ
[๕๘] เหตุธรรมที่เป็นวิปากธรรม อาศัยเหตุธรรมที่เป็นวิปากธรรม เกิดขึ้น เพราะ-
เหตุปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นวิปากธัมมธรรม อาศัยเหตุธรรมที่เป็นวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น เพราะ-
เหตุปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นเนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยเหตุธรรมที่เป็นเนววิปาก-
นวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๕๙] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๓
ในอาเสวนปัจจัย มี " ๒
ในกัมมปัจจัย มีวาระ ๓
ในวิปากปัจจัย มี " ๑
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓
[๖๐] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มีวาระ ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย มี " ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มี " ๓
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี พึงให้พิสดารเหมือนปฏิจจวาร
[๖๑] เหตุธรรมที่เป็นวิปากธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นวิปากธรรม โดย-
เหตุปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นวิปากธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นวิปากธัมมธรรม โดย-
เหตุปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นเนววิปาก-
นวิปากธัมมธรรม โดยเหตุปัจจัย
[๖๒] เหตุธรรมที่เป็นวิปากธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นวิปากธรรม โดย-
อารัมมณปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นวิปากธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นวิปากธัมมธรรม โดยอารัมมณ-
ปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นวิปากธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นเนววิปากนวิปากธัมมธรรม
โดยอารัมมณปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นวิปากธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นวิปากธัมมธรรม โดย-
อารัมมณปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นวิปากธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นวิปากธรรม โดยอารัมมณ-
ปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นวิปากธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นเนววิปากนวิปากธัมมธรรม
โดยอารัมมณปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นเนววิปาก-
นวิปากธัมมธรรม โดยอารัมมณปัจจัย มี ๓ นัย
[๖๓] เหตุธรรมที่เป็นวิปากธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นวิปากธรรม โดย
อธิปติปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นวิปากธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นวิปากธัมมธรรม โดยอธิปติ-
ปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นวิปากธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นเนววิปากนวิปากธัมมธรรม
โดยอธิปติปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นวิปากธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นวิปากธัมมธรรม โดย-
อธิปติปัจจัย มี ๒ นัย
เหตุธรรมที่เป็นเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นเนววิปาก-
นวิปากธัมมธรรม โดยอธิปติปัจจัย
[๖๔] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๙
ในอธิปติปัจจัย มี " ๖
ในอนันตรปัจจัย มี " ๕
ในสมนันตรปัจจัย มี " ๕
ในสหชาตปัจจัย มี " ๓
ในอัญญมัญญปัจจัย มี " ๓
ในนิสสยปัจจัย มี " ๓
ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๙
ในอาเสวนปัจจัย มี " ๒
ในวิปากปัจจัย มีวาระ ๑
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓
[๖๕] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๙
[๖๖] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
[๖๗] ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
[๖๘] นเหตุธรรม ที่เป็นวิปากธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นวิปากธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นเนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นวิปากธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นวิปากธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นเนววิปากนวิปากธรรม อาศัยนเหตุ-
ธรรม ที่เป็นวิปากธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นวิปากธัมมธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นเนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นวิปากธัมมธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นวิปากธัมมธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นเนววิปากนวิปากธัมมธรรม-
อาศัยเหตุธรรมที่เป็นวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นเนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นเนววิปากนวิปาก-
ธัมมธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นเนววิปากวิปากธัมมธรรม อาศัยเหตุธรรมที่เป็นวิปากธรรม และ
นเหตุธรรมที่เป็นเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นเนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นวิปากธัมมธรรม
และนเหตุธรรมที่เป็นเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๖๙] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑๓
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๕
ในอธิปติปัจจัย มี " ๙
ในอนันตรปัจจัย มี " ๕
ในสมนันตรปัจจัย มี " ๕
ในสหชาตปัจจัย มี " ๑๓
ในอัญญมัญญปัจจัย มี " ๗
ในนิสสยปัจจัย มี " ๑๓
ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๕
ในปุเรชาตปัจจัย มี " ๓
ในอาเสวนปัจจัย มี " ๒
ในกัมมปัจจัย มี " ๑๓
ในวิปากปัจจัย มี " ๙
ในอาหารปัจจัย มี " ๑๓ ฯลฯ
ในสัมปยุตตปัจจัย มี " ๕
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑๓
[๗๐] นเหตุธรรมที่เป็นวิปากธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นวิปากธรรม เกิดขึ้น
ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย มี ๙ นัย
[๗๑] นเหตุธรรมที่เป็นเนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นวิปาก-
ธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอารัมมณปัจจัย
[๗๒] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มี " ๑๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย มีวาระ ๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย มี " ๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย มี " ๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย มี " ๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มี " ๑๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย มี " ๑๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย มี " ๑๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย มี " ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย มี " ๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มี " ๓
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี พึงให้พิสดารเหมือนปฏิจจวาร
[๗๓] นเหตุธรรมที่เป็นวิปากธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรม ที่เป็นวิปากธรรม
โดยอารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นวิปากธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นวิปากธัมมธรรม โดย-
อารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นวิปากธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นเนววิปากนวิปากธัมมธรรม
โดยอารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นวิปากธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นวิปากธัมมธรรม โดย
อารัมมณปัจจัย มี ๓ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นเนววิปาก-
นวิปากธัมมธรรม โดยอารัมมณปัจจัย มี ๓ นัย
[๗๔] นเหตุธรรมที่เป็นวิปากธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นวิปากธรรม
โดยอธิปติปัจจัย มี ๔ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นวิปากธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นวิปากธัมมธรรม
โดยอธิปติปัจจัย มี ๓ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นเนว-
วิปากนวิปากธัมมธรรม โดยอธิปติปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นวิปากธรรม
โดยอธิปติปัจจัย มี ๓ นัย
[๗๕] นเหตุธรรมที่เป็นวิปากธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นวิปากธรรม โดย
อนันตรปัจจัย มี ๒ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นวิปากธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นวิปากธัมมธรรม โดย
อนันตรปัจจัย มี ๒ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นเนว-
วิปากนวิปากธัมมธรรม โดยอนันตรปัจจัย มี ๓ นัย
[๗๖] ในอารัมมณปัจจัย มีวาระ ๙
ในอธิปติปัจจัย มี " ๑๐
ในอนันตรปัจจัย มี " ๗
ในสมนันตรปัจจัย มี " ๗
ในสหชาตปัจจัย มี " ๑๑
ในอัญญมัญญปัจจัย มี " ๗
ในนิสสยปัจจัย มี " ๑๓
ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๙
ในอาเสวนปัจจัย มี " ๒
ในกัมมปัจจัย มี " ๙
ในวิปากปัจจัย มี " ๓
ในอาหารปัจจัย มี " ๗
ในอินทริยปัจจัย มี " ๙
ในฌานปัจจัย มี " ๗
ในมัคคปัจจัย มี " ๗
ในสัมปยุตตปัจจัย มีวาระ ๓
ในวิปปยุตตปัจจัย มี " ๕
ในอัตถิปัจจัย มี " ๑๓
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑๓
[๗๗] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๑๖
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๑๖
[๗๘] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
[๗๙] ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
วิปากัตติกเหตุทุกะ จบ
อุปาทินนัตติกเหตุทุกะ
[๘๐] เหตุธรรมที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยเหตุธรรมที่เป็นอุปาทินนุปาทา-
นิยธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยเหตุธรรมที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม อาศัยเหตุธรรมที่เป็นอนุปาทินนอนุปาทา-
นิยธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๘๑] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๓
ในอธิปติปัจจัย มี " ๒
ในวิปากปัจจัย มี " ๒
[๘๒] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มีวาระ ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย มีวาระ ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มี " ๓
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี พึงให้พิสดาร
[๘๓] เหตุธรรมที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอุปาทิน-
นุปาทานิยธรรม โดยเหตุปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอนุปาทินนุปาทา-
นิยธรรม โดยเหตุปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอนุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม ที่เป็นอนุปาทินนอนุปา-
ทานิยธรรม โดยเหตุปัจจัย
[๘๔] เหตุธรรมที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอุปาทิน-
นุปาทานิยธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอนุปาทินนุปาทา-
นิยธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอนุปาทินนุปาทา-
นิยธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอุปาทินนุปาทา-
นิยธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอนุปาทิน-
นุปาทานิยธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
[๘๕] เหตุธรรมที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอนุปาทิน-
นุปาทานิยธรรม โดยอธิปติปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอนุปาทินนุปาทา-
นิยธรรม โดยอธิปติปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอนุปาทินน-
อนุปาทานิยธรรม โดยอธิปติปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอนุปาทินนุ-
ปาทานิยธรรม โดยอธิปติปัจจัย
[๘๖] เหตุธรรมที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอุปาทินนุ-
ปาทานิยธรรม โดยอนันตรปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอนุปาทินนุปาทา-
นิยธรรม โดยอนันตรปัจจัย มี ๓ นัย
เหตุธรรมที่เป็นอนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอนุปาทินน-
อนุปาทานิยธรรม โดยอนันตรปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอนุปาทินนุ-
ปาทานิยธรรม โดยอนันตรปัจจัย
[๘๗] เหตุธรรมที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอุปาทินนุ-
ปาทานิยธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอนุปาทินนุปาทา
นิยธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอนุปาทินนอนุ-
ปาทานิยธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอนุปาทินนุ-
ปาทานิยธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ นัย
เหตุธรรมที่เป็นอนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอนุปาทินน-
อนุปาทานิยธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ นัย ฯลฯ
[๘๘] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๕
ในอธิปติปัจจัย มี " ๔
ในอนันตรปัจจัย มี " ๖
ในสมนันตรปัจจัย มี " ๖
ในสหชาตปัจจัย มีวาระ ๓
ในอัญญมัญญปัจจัย มี " ๓
ในนิสสยปัจจัย มี " ๓
ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๙
ในอาเสวนปัจจัย มี " ๒
ในวิปากปัจจัย มี " ๒
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓
[๘๙] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๙
[๙๐] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
[๙๑] ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๕
แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
[๙๒] นเหตุธรรมที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นอุปาทินนุปาทา-
นิยธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นอุปาทินนุปาทานิย-
ธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิย-
ธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นอุปาทินนุปาทานิย-
ธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นอนุปาทินนอนุ-
ปาทานิยธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นอนุปาทินนอนุปาทา-
นิยธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นอนุปาทินนอนุปาทา-
นิยธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นอนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิย-
ธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิย-
ธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นอนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๙๓] นเหตุธรรมที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นอุปาทินนุปาทา
นิยธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิย-
ธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นอนุปาทินนอนุ-
ปาทานิยธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย
[๙๔] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๓
ในอธิปติปัจจัย มี " ๕
ในอนันตรปัจจัย มี " ๓
ในสมนันตรปัจจัย มี " ๓
ในสหชาตปัจจัย มี " ๙
ในอัญญมัญญปัจจัย มี " ๓
ในนิสสยปัจจัย มี " ๙
ในอุปนิสสยปัจจัย มีวาระ ๓
ในปุเรชาตปัจจัย มี " ๓
ในอาเสวนปัจจัย มี " ๒
ในกัมมปัจจัย มี " ๙
ในวิปากปัจจัย มี " ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๙
[๙๕] นเหตุธรรมที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นอุปาทินนุ-
ปาทานิยธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย
[๙๖] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๖
[๙๗] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๖
[๙๘] ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๒
แม้ในปัญหาวาร ในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
อุปาทินนัตติกเหตุทุกะ จบ
สังกิลิฏฐัตติกเหตุทุกะ
[๙๙] เหตุธรรมที่เป็นสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม อาศัยเหตุธรรมที่เป็นสังกิลิฏฐ-
สังกิเลสิกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม อาศัยเหตุธรรมที่เป็นอสังกิลิฏฐสังกิเลสิก-
ธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอสังกิลิฏฐอสังกิเลสิกธรรม อาศัยเหตุธรรมที่เป็นอสังกิลิฏฐ-
อสังกิเลสิกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๑๐๐] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๓
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓
[๑๐๑] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มีวาระ ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มี " ๓
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี พึงให้พิสดาร
[๑๐๒] เหตุธรรมที่เป็นสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็น
สังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม โดยเหตุปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอสังกิลิฏฐ-
สังกิเลสิกธรรม โดยเหตุปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอสังกิลิฏฐอสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอสังกิลิฏฐ-
อสังกิเลสิกธรรม โดยเหตุปัจจัย
[๑๐๓] เหตุธรรมที่เป็นสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็น
สังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย มี ๒ นัย
เหตุธรรมที่เป็นอสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอสังกิลิฏฐ-
สังกิเลสิกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย มี ๒ นัย
เหตุธรรมที่เป็นอสังกิลิฏฐอสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอสังกิลิฏฐ-
สังกิเลสิกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
[๑๐๔] เหตุธรรมที่เป็นสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็น
สังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม โดยอธิปติปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอสังกิลิฏฐ-
สังกิเลสิกธรรม โดยอธิปติปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นสังกิลิฏฐ-
สังกิเลสิกธรรม โดยอธิปติปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอสังกิลิฏฐอสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอสังกิลิฏฐ-
สังกิเลสิกธรรม โดยอธิปติปัจจัย มี ๒ นัย
[๑๐๕] เหตุธรรมที่เป็นสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็น
สังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม โดยอนันตรปัจจัย มี ๒ นัย
[๑๐๖] เหตุธรรมที่เป็นสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม ที่เป็น
สังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม ที่เป็นอสังกิลิฏฐ-
สังกิเลสิกธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม ที่เป็นอสังกิลิฏฐ-
อสังกิเลสิกธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม ที่เป็นอสังกิลิฏฐ-
อสังกิเลสิกธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ นัย
เหตุธรรมที่เป็นอสังกิลิฏฐอสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม ที่เป็นอสังกิลิฏฐ-
อสังกิเลสิกธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๒ นัย
[๑๐๗] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๕
ในอธิปติปัจจัย มี " ๕
ในอนันตรปัจจัย มี " ๖
ในสมนันตรปัจจัย มี " ๖
ในสหชาตปัจจัย มี " ๓
ในอัญญมัญญปัจจัย มี " ๓
ในนิสสยปัจจัย มี " ๓
ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๘
ในอาเสวนปัจจัย มี " ๓
ในวิปากปัจจัย มีวาระ ๒
ในอินทริยปัจจัย มี " ๒
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓
[๑๐๘] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๘
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๘
[๑๐๙] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
[๑๑๐] ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๕
แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
[๑๑๑] นเหตุธรรมที่เป็นสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นสังกิลิฏฐ-
สังกิเลสิกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นสังกิลิฏฐ-
สังกิเลสิกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นอสังกิลิฏฐ-
สังกิเลสิกธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นอสังกิลิฏฐ-
สังกิเลสิกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นอสังกิลิฏฐ-
สังกิเลสิกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นอสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นสังกิลิฏฐ-
สังกิเลสิกธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นอสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นอสังกิลิฏฐ-
สังกิเลสิกธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นอสังกิลิฏฐอสังกิเลสิกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๑๑๒] นเหตุธรรมที่เป็นสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นสังกิลิฏฐ-
สังกิเลสิกธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นอสังกิลิฏฐ-
สังกิเลสิกธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอสังกิลิฏฐอสังกิเลสิกธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นอสังกิลิฏฐ
อสังกิเลสิกธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย
[๑๑๓] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๓
ในอธิปติปัจจัย มี " ๙
ในอนันตรปัจจัย มี " ๓
ในสมนันตรปัจจัย มี " ๓
ในสหชาตปัจจัย มี " ๙
ในอัญญมัญญปัจจัย มี " ๓
ในนิสสยปัจจัย มี " ๙
ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๓
ในปุเรชาตปัจจัย มี " ๓
ในอาเสวนปัจจัย มี " ๓
ในกัมมปัจจัย มี " ๙
ในวิปากปัจจัย มี " ๕
ในอาหารปัจจัย มี " ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๙
[๑๑๔] นเหตุธรรมที่เป็นอสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็น-
อสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย
[๑๑๕] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มีวาระ ๖
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย มี " ๕
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี พึงให้พิสดาร
[๑๑๖] นเหตุธรรมที่เป็นสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็น
สังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย มี ๒ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นอสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นอสังกิลิฏฐ-
สังกิเลสิกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย มี ๒ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นอสังกิลิฏฐอสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็น
อสังกิลิฏฐอสังกิเลสิกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย มี ๒ นัย
[๑๑๗] นเหตุธรรมที่เป็นสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรม ที่เป็น
สังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม โดยอธิปติปัจจัย มี ๓ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นอสังกิลิฏฐอสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นอสังกิลิฏฐ-
สังกิเลสิกธรรม โดยอธิปติปัจจัย มี ๒ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นอสังกิลิฏฐอสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็น
อสังกิลิฏฐอสังกิเลสิกธรรม โดยอธิปติปัจจัย มี ๓ นัย
[๑๑๘] ในอารัมมณปัจจัย มีวาระ ๖
ในอธิปติปัจจัย มี " ๘
ในอนันตรปัจจัย มี " ๗
ในสมนันตรปัจจัย มี " ๗
ในสหชาตปัจจัย มี " ๙
ในอัญญมัญญปัจจัย มี " ๓
ในนิสสยปัจจัย มี " ๑๓
ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๘
ในอาเสวนปัจจัย มี " ๓
ในกัมมปัจจัย มี " ๗
ในวิปากปัจจัย มีวาระ ๔
ในอาหารปัจจัย มี " ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑๓
[๑๑๙] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๑๔
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๑๔
[๑๒๐] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย กับอารัมมณปัจจัย มีวาระ ๖
[๑๒๑] ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๖
แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
สังกิลิฏฐัตติกเหตุทุกะ จบ
วิตักกัตติกเหตุทุกะ
[๑๒๒] เหตุธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม อาศัยเหตุธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม อาศัยเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม อาศัยเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
[๑๒๓] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๓
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓
[๑๒๔] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มีวาระ ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย มีวาระ ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มี " ๓
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี พึงให้พิสดารอย่างนี้
[๑๒๕] เหตุธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นสวิตักก-
สวิจารธรรม โดยเหตุปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอวิตักกวิจารมัตต-
ธรรม โดยเหตุปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม
โดยเหตุปัจจัย
[๑๒๖] เหตุธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นสวิตักก-
สวิจารธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม
โดยอารัมมณปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอวิตักกอวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจาร-
ธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอวิตักกอวิจาร-
ธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม
โดยอารัมมณปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม
โดยอารัมมณปัจจัย
[๑๒๗] เหตุธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นสวิตักก-
สวิจารธรรม โดยอธิปติปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอวิตักกวิจารมัตต-
ธรรม โดยอธิปติปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจาร-
ธรรม โดยอธิปติปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม
โดยอธิปติปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม
โดยอธิปติปัจจัย
[๑๒๘] เหตุธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นสวิตักก-
สวิจารธรรม โดยอนันตรปัจจัย มี ๓ นัย
เหตุธรรมที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอวิตักกวิจารมัตต-
ธรรม โดยอนันตรปัจจัย มี ๓ นัย
เหตุธรรมที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม
โดยอนันตรปัจจัย มี ๓ นัย
[๑๒๙] เหตุธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นสวิตักก-
สวิจารธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๙ นัย
[๑๓๐] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๖
ในอธิปติปัจจัย มี " ๕
ในอนันตรปัจจัย มี " ๙
ในสมนันตรปัจจัย มี " ๙
ในสหชาตปัจจัย มี " ๓
ในอัญญมัญญปัจจัย มี " ๓
ในนิสสยปัจจัย มี " ๓
ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๙
ในอาเสวนปัจจัย มี " ๕
ในวิปากปัจจัย มี " ๓
ในอวิคตปัจจัย มีวาระ ๓
[๑๓๑] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๙
[๑๓๒] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
[๑๓๓] ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๖
แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
[๑๓๔] นเหตุธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจาร-
ธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๑ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๒ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม
อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๔ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม
อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๕ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม
อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๖ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม อาศัย
นเหตุธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๗ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๑ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๒ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม
อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๔ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม
อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๕ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๑ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๒ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม อาศัย
นเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๔ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม
อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๕ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม
อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๖ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม
อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๗ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม
และนเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๑ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม
และนเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๒ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม
และนเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม
อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย มี ๔ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม
อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย มี ๕ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม
อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย มี ๖ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม
อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย มี ๗ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม
และนเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๑ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม
และนเหตุธรรม ที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๒ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม
และนเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัยมี ๓ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม
อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย มี ๔ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม
อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย มี ๕ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม
และนเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๑ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม
และนเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม เกิดขึ้น เพราะ เหตุปัจจัย มี ๒ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม อาศัย
นเหตุธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม
และนเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย มี ๑ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม
และนเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย มี ๒ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม อาศัย
นเหตุธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และ
นเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
[๑๓๕] นเหตุธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจาร-
ธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม
เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย มี ๓ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม
เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย มี ๔ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกอวิจารมัตตธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกอวิจารมัตตธรรม
เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย มี ๕ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และ
นเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย มี ๓ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม
และนเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย มี ๔ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม
และนเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย มี ๑ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม
และนเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม เกิดขึ้น
เพราะอารัมมณปัจจัย มี ๑ นัย
[๑๓๖] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓๗
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๒๑
ในอธิปติปัจจัย มี " ๒๓
ในอนันตรปัจจัย มี " ๑๒
ในสหชาตปัจจัย มี " ๓๗
ในอัญญมัญญปัจจัย มี " ๒๘
ในนิสสยปัจจัย มี " ๓๗
ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๒๑
ในปุเรชาตปัจจัย มี " ๑๑
ในอาเสวนปัจจัย มี " ๑๑
ในกัมมปัจจัย มี " ๓๗
ในวิปากปัจจัย มี " ๓๗
ในอาหารปัจจัย มี " ๓๗
ในอินทริยปัจจัย มี " ๓๗
ในฌานปัจจัย มี " ๓๗
ในมัคคปัจจัย มี " ๓๗
ในสัมปยุตตปัจจัย มี " ๒๑
ในวิปปยุตตปัจจัย มี " ๒๗
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓๗
[๑๓๗] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๓๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๗
[๑๓๘] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๗
[๑๓๙] ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๑๔
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี พึงให้พิสดาร
[๑๔๐] นเหตุธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นสวิตักก-
สวิจารธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกวิจารมัตต-
ธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม
โดยอารัมมณปัจจัย มี ๔ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกวิจาร-
มัตตธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจาร-
ธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกอวิจาร-
ธรรม โดยอารัมมณปัจจัย มี ๔ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม
โดยอารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม
โดยอารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกวิจารมัตต-
ธรรม โดยอารัมมณปัจจัย มี ๕ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม
เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม
เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม
เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม โดยอารัมมณปัจจัย มี ๔ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม
เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม
เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม
เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม โดยอารัมมณปัจจัย มี ๔ นัย
[๑๔๑] นเหตุธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นสวิตักก-
สวิจารธรรม โดยอธิปติปัจจัย มี ๗ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกวิจาร-
มัตตธรรม โดยอธิปติปัจจัย มี ๕ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม
โดยอธิปติปัจจัย มี ๕ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม
โดยอธิปติปัจจัย มี ๕ นัย
[๑๔๒] นเหตุธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นสวิตักก-
สวิจารธรรม โดยอนันตรปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสมนันตรปัจจัย
[๑๔๓] นเหตุธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นสวิตักก-
สวิจารธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย
[๑๔๔] ในอารัมมณปัจจัย มีวาระ ๒๑
ในอธิปติปัจจัย มี " ๒๓
ในอนันตรปัจจัย มี " ๒๕
ในสมนันตรปัจจัย มี " ๒๕
ในสหชาตปัจจัย มี " ๓๐
ในอัญญมัญญปัจจัย มี " ๒๘
ในนิสสยปัจจัย มี " ๓๐
ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๒๕
ในปุเรชาตปัจจัย มี " ๕
ในปัจฉาชาตปัจจัย มี " ๕
ในอาเสวนปัจจัย มี " ๒๑
ในกัมมปัจจัย มี " ๑๑
ในวิปากปัจจัย มี " ๒๑
ในอาหารปัจจัย มี " ๑๑
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓๐
[๑๔๕] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๓๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๓๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มี " ๓๕
[๑๔๖] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย กับอารัมมณปัจจัย มีวาระ ๒๑
[๑๔๗] ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๒๑
แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
วิตักกัตติกเหตุทุกะ จบ
ปีติตติกเหตุทุกะ
[๑๔๘] เหตุธรรมที่เป็นปีติสหคตธรรม อาศัยเหตุธรรมที่เป็นปีติสหคตธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
เหตุธรรมที่เป็นสุขสหคตธรรม อาศัยเหตุธรรมที่เป็นสุขสหคตธรรม เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย มี ๓ นัย
เหตุธรรมที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม อาศัยเหตุธรรมที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย มี ๑ นัย
เหตุธรรมที่เป็นปีติสหคตธรรม อาศัยเหตุธรรมที่เป็นปีติสหคตธรรมและเหตุธรรม
ที่เป็นสุขสหคตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
[๑๔๙] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๑๐
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑๐
[๑๕๐] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มีวาระ ๑๐
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มี " ๑๐
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย มี " ๑๐
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย มี " ๑๐
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย มี " ๑๐
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มี " ๑๐
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี พึงให้พิสดาร
[๑๕๑] เหตุธรรมที่เป็นปีติสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นปีติสหคตธรรม
โดยเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
เหตุธรรมที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม โดย
เหตุปัจจัย มี ๓ นัย
เหตุธรรมที่เป็นปีติสหคตธรรม และเหตุธรรมที่เป็นสุขสหคตธรรม
เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นปีติสหคตธรรม โดยเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
[๑๕๒] เหตุธรรมที่เป็นปีติสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นปีติสหคตธรรม
โดยอารัมมณปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นปีติสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นสุขสหคตธรรม โดย
อารัมมณปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นปีติสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม
โดยอารัมมณปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นปีติสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นปีติสหคตธรรม และ
เหตุธรรมที่เป็นสุขสหคตธรรม โดยอารัมมณปัจจัย มี ๔ นัย
เหตุธรรมที่เป็นสุขสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นสุขสหคตธรรม โดย
อารัมมณปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นสุขสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นปีติสหคตธรรม โดย
อารัมมณปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นสุขสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม
โดยอารัมมณปัจจัย มี ๔ นัย
เหตุธรรมที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม
โดยอารัมมณปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นปีติสหคตธรรม
โดยอารัมมณปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นสุขสหคตธรรม
โดยอารัมมณปัจจัย มี ๔ นัย
เหตุธรรมที่เป็นปีติสหคตธรรม และเหตุธรรมที่เป็นสุขสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่
เหตุธรรมที่เป็นปีติสหคตธรรม โดยอารัมมณปัจจัย มี ๔ นัย
[๑๕๓] เหตุธรรมที่เป็นปีติสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นปีติสหคตธรรม
โดยอธิปติปัจจัย
[๑๕๔] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑๐
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๑๖
ในอธิปติปัจจัย มี " ๑๖
ในอนันตรปัจจัย มี " ๑๖
ในสมนันตรปัจจัย มี " ๑๖
ในสหชาตปัจจัย มี " ๑๐
ในอัญญมัญญปัจจัย มี " ๑๐
ในนิสสยปัจจัย มี " ๑๐
ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๑๖
ในวิปากปัจจัย มี " ๑๐
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑๐
[๑๕๕] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๑๖
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๑๖
[๑๕๖] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๑๐
[๑๕๗] ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๑๖
แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
[๑๕๘] นเหตุธรรมที่เป็นปีติสหคตธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นปีติสหคตธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นสุขสหคตธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นปีติสหคตธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นปีติสหคตธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นสุขสหคตธรรม อาศัย
นเหตุธรรมที่เป็นปีติสหคตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นสุขสหคตธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นสุขสหคตธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นปีติสหคตธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นสุขสหคตธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นปีติสหคตธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นสุขสหคตธรรม อาศัย
นเหตุธรรมที่เป็นสุขสหคตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นปีติสหคตธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นปีติสหคตธรรม และ
นเหตุธรรมที่เป็นสุขสหคตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นสุขสหคตธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นปีติสหคตธรรม และ
นเหตุธรรมที่เป็นสุขสหคตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นปีติสหคตธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นสุขสหคตธรรม อาศัย
นเหตุธรรมที่เป็นปีติสหคตธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นสุขสหคตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๑๕๙] นเหตุธรรมที่เป็นปีติสหคตธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นปีติสหคตธรรม
เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย มี ๓ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นสุขสหคตธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นสุขสหคตธรรม เกิดขึ้น
เพราะอารัมมณปัจจัย มี ๓ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม
เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นปีติสหคตธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นปีติสหคตธรรม และ
นเหตุธรรมที่เป็นสุขสหคตธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย มี ๓ นัย
[๑๖๐] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑๐
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๑๐
ในอธิปติปัจจัย มี " ๑๐
ในอนันตรปัจจัย มี " ๑๐
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑๐
[๑๖๑] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๑๐
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มี " ๑๐
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี พึงให้พิสดาร
[๑๖๒] นเหตุธรรมที่เป็นปีติสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นปีติสหคต-
ธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นปีติสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นสุขสหคตธรรม
โดยอารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นปีติสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม
โดยอารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นปีติสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นปีติสหคตธรรม และ
นเหตุธรรมที่เป็นสุขสหคตธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นสุขสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นสุขสหคตธรรม
โดยอารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นสุขสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นปีติสหคตธรรม
โดยอารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นสุขสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นอุเบกขาสหคต-
ธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นสุขสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นปีติสหคตธรรม
และนเหตุธรรมที่เป็นสุขสหคตธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นอุเบกขาสหคต-
ธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นปีติสหคตธรรม
โดยอารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นสุขสหคตธรรม
โดยอารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นปีติสหคตธรรม
และนเหตุธรรมที่เป็นสุขสหคตธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นปีติสหคตธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นสุขสหคตธรรมเป็นปัจจัยแก่
นเหตุธรรมที่เป็นปีติสหคตธรรม โดยอารัมมณปัจจัย มี ๔ นัย
[๑๖๓] นเหตุธรรมที่เป็นปีติสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นปีติสหคต-
ธรรม โดยอธิปติปัจจัย มี ๔ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นสุขสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นสุขสหคตธรรม โดย
อธิปติปัจจัย มี ๔ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นอุเบกขาสหคต-
ธรรม โดยอธิปติปัจจัย มี ๔ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นปีติสหคตธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นสุขสหคตธรรมเป็นปัจจัยแก่-
นเหตุธรรมที่เป็นปีติสหคตธรรม โดยอธิปติปัจจัย มี ๔ นัย
[๑๖๔] นเหตุธรรมที่เป็นปีติสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นปีติสหคต-
ธรรม โดยอนันตรปัจจัย ฯลฯ
[๑๖๕] ... เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๔ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นสุขสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นสุขสหคตธรรม โดย
อุปนิสสยปัจจัย มี ๔ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นอุเบกขาสหคต-
ธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๔ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นปีติสหคตธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นสุขสหคตธรรมเป็นปัจจัยแก่-
นเหตุธรรมที่เป็นปีติสหคตธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๔ นัย
[๑๖๖] ในอารัมมณปัจจัย มีวาระ ๑๖
ในอธิปติปัจจัย มี " ๑๖
ในอนันตรปัจจัย มี " ๑๖
ในสมนันตรปัจจัย มี " ๑๖
ในสหชาตปัจจัย มี " ๑๐
ในอัญญมัญญปัจจัย มี " ๑๐
ในนิสสยปัจจัย มี " ๑๐
ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๑๖
ในอาเสวนปัจจัย มี " ๑๐
ในอาหารปัจจัย มี " ๑๐
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑๐
[๑๖๗] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๑๖
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๑๖
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มี " ๑๖
[๑๖๘] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัยกับอารัมมณปัจจัย มีวาระ ๑๖
[๑๖๙] ในอารัมมณปัจจัยกับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๑๖
แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
ปีติตติกเหตุทุกะ จบ
ทัสสนัตติกเหตุทุกะ
[๑๗๐] เหตุธรรมที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพธรรม อาศัยเหตุธรรมที่เป็นทัสสเนนปหา-
ตัพพธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นภาวนายปหาตัพพธรรม อาศัยเหตุธรรมที่เป็นภาวนายปหาตัพพธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม อาศัยเหตุธรรมที่เป็นเนวทัสส-
เนนนภาวนายปหาตัพพธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๑๗๑] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในปัจจัยทั้งปวง มี " ๓
ในวิปากปัจจัย มี " ๑
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓
[๑๗๒] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มีวาระ ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มี " ๓
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี พึงให้พิสดาร
[๑๗๓] เหตุธรรมที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็น
ทัสสเนนปหาตัพพธรรม โดยเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
[๑๗๔] เหตุธรรมที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็น
ทัสสเนนปหาตัพพธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
[๑๗๕] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๘
ในอธิปติปัจจัย มี " ๖
ในอนันตรปัจจัย มี " ๕
ในสมนันตรปัจจัย มี " ๕
ในสหชาตปัจจัย มี " ๓
ในอัญญมัญญปัจจัย มี " ๓
ในนิสสยปัจจัย มี " ๓
ในอุปนิสสยปัจจัย มีวาระ ๘
ในอาเสวนปัจจัย มี " ๓
ในวิปากปัจจัย มี " ๑
ในอินทริยปัจจัย มี " ๑
ในมัคคปัจจัย มี " ๑
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓
[๑๗๖] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๘
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๘
[๑๗๗] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
[๑๗๘] ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๘
แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
[๑๗๙] นเหตุธรรมที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็น
ทัสสเนนปหาตัพพธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็น
ทัสสเนนปหาตัพพธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นเนวทัสสเนนน-
ภาวนายปหาตัพพธรรม อาศัยนเหตุธรรมทัสสเนนปหาตัพพธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นภาวนายปหาตัพพธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นภาวนายปหาตัพพธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็น
ภาวนายปหาตัพพธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นภาวนายปหาตัพพธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นเนวทัสสเนนภาวนาย-
ปหาตัพพธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นภาวนายปหาตัพพธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็น
เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็น
ทัสสเนนปหาตัพพธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็น
ภาวนายปหาตัพพธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
[๑๘๐] นเหตุธรรมที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นทัสสเนน-
ปหาตัพพธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นภาวนายปหาตัพพธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นภาวนายปหาตัพพธรรม
เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็น
เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย
[๑๘๑] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๓
ในอธิปติปัจจัย มี " ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๙
[๑๘๒] นเหตุธรรม ที่เป็นเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม อาศัยนเหตุธรรม
ที่เป็นเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย
[๑๘๓] นเหตุธรรมที่เป็นเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม อาศัยนเหตุธรรม
ที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็น
ภาวนายปหาตัพพธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็น
เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นทัสส-
เนนปหาตัพพธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่
เพราะอารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็น
ภาวนายปหาตัพพธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม เกิดขึ้น
ไม่ใช่เพราะอารัมมณปัจจัย
[๑๘๔] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มี " ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย มี " ๕
[๑๘๕] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๕
[๑๘๖] ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๑
สหชาตวารก็ดี ปัจจยวารก็ดี นิสสยวารก็ดี สังสัฏฐวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี พึง-
ให้พิสดารเหมือนปฏิจจวาร
[๑๘๗] นเหตุธรรมที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็น
ทัสสเนนปหาตัพพธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นเนวทัสส-
เนนนภาวนายปหาตัพพธรรม โดยอารัมมณปัจจัย มี ๒ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นภาวนายปหาตัพพธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นภาวนายปหา-
ตัพพธรรม โดยอารัมมณปัจจัย มี ๓ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็น
เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม โดยอารัมมณปัจจัย มี ๓ นัย
[๑๘๘] ในอารัมมณปัจจัย มีวาระ ๘
ในอธิปติปัจจัย มีวาระ ๑๐
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑๓
[๑๘๙] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๑๔
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๑๔
[๑๙๐] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย กับอารัมมณปัจจัย มีวาระ ๘
[๑๙๑] ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๘
แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
ทัสสนัตติกเหตุทุกะ จบ
ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกัตติกเหตุทุกะ
[๑๙๒] เหตุธรรมที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยเหตุธรรมที่เป็น
ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยเหตุธรรมที่เป็นภาวนายปหาตัพพ-
เหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยเหตุธรรมที่เป็น
เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๑๙๓] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๓
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓
[๑๙๔] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มีวาระ ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มี " ๓
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี พึงให้พิสดารเหมือนปฏิจจวาร
[๑๙๕] เหตุธรรมที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็น
ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม โดยเหตุปัจจัย
[๑๙๖] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๘
ในอธิปติปัจจัย มี " ๖
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓
[๑๙๗] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๘
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๘
[๑๙๘] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
[๑๙๙] ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๘
แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
[๒๐๐] นเหตุธรรมที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็น
ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นภาวนายปหา-
ตัพพเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็น
เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
[๒๐๑] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๓
ในอวิคตปัจจัย มี " ๙
[๒๐๒] นเหตุธรรมที่เป็นเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัย
นเหตุธรรมที่เป็นเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย
[๒๐๓] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย มี " ๕
[๒๐๔] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๕
[๒๐๕] ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๑
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๒๐๖] นเหตุธรรมที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรม
ที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย มี ๒ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นภาวนาย-
ปหาตัพพเหตุกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย มี ๓ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรม
ที่เป็นเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย มี ๓ นัย
[๒๐๗] ในอารัมมณปัจจัย มีวาระ ๘
ในอธิปติปัจจัย มี " ๑๐
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑๓
[๒๐๘] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๑๔
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๑๔
[๒๐๙] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย กับอารัมมณปัจจัย มีวาระ ๘
[๒๑๐] ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๘
แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกัตติกเหตุทุกะ จบ
อาจยคามิตติกเหตุทุกะ
[๒๑๑] เหตุธรรมที่เป็นอาจยคามิธรรม อาศัยเหตุธรรมที่เป็นอปจยคามิธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอปจยคามิธรรม อาศัยเหตุธรรมที่เป็นอปจยคามิธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม อาศัยเหตุธรรมที่เป็นเนวาจยคามินา-
ปจยคามิธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๒๑๒] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๓
ในอธิปติปัจจัย มี " ๓
ในปัจจัยทั้งปวง มี " ๓
[๒๑๓] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มีวาระ ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย มี " ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มี " ๓
[๒๑๔] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
[๒๑๕] ในเหตุปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มีวาระ ๓
สหชาตวารก็ดี ฯลฯ สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
ฯลฯ
[๒๑๖] เหตุธรรมที่เป็นอาจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอาจยคามิธรรม
โดยเหตุปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอปจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอปจยคามิธรรม โดย
เหตุปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นเนวาจยคามิ-
นาปจยคามิธรรม โดยเหตุปัจจัย
[๒๑๗] เหตุธรรมที่เป็นอาจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอาจยคามิธรรม
โดยอารัมมณปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอาจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นเนวาจยคามิ-
นาปจยคามิธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอปจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอาจยคามิธรรม โดย
อารัมมณปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอปจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นเนวาจยคามินาปจยคามิ-
ธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นเนวาจยคามิ-
นาปจยคามิธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอาจยคามิ-
ธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
[๒๑๘] เหตุธรรมที่เป็นอาจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอาจยคามิธรรม
โดยอธิปติปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ
เหตุธรรมที่เป็นอปจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอปจยคามิธรรม โดย
อธิปติปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติ
เหตุธรรมที่เป็นอปจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอาจยคามิธรรม โดย
อธิปติปัจจัย มี ๓ นัย
เหตุธรรมที่เป็นเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นเนวาจยคามิ-
นาปจยคามิธรรม โดยอธิปติปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอาจยคามิ-
ธรรม โดยอธิปติปัจจัย
[๒๑๙] เหตุธรรมที่เป็นอาจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอาจยคามิธรรม
โดยอนันตรปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอาจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอาจยคามิธรรม โดย
อนันตรปัจจัย (?)
เหตุธรรมที่เป็นอาจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นเนวาจยคามินาปจยคามิ-
ธรรม โดยอนันตรปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอปจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นเนวาจยคามินาปจยคามิ-
ธรรม โดยอนันตรปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นเนวาจยคามิ-
นาปจยคามิธรรม โดยอนันตรปัจจัย
[๒๒๐] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๖
ในอธิปติปัจจัย มี " ๖
ในอนันตรปัจจัย มี " ๕
ในสมนันตรปัจจัย มี " ๕
ในสหชาตปัจจัย มี " ๓
ในอัญญมัญญปัจจัย มี " ๓
ในนิสสยปัจจัย มี " ๓
ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๘
ในอาเสวนปัจจัย มี " ๓
ในวิปากปัจจัย มี " ๑
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓
[๒๒๑] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๘
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๘
[๒๒๒] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
[๒๒๓] ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๖
แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
[๒๒๔] นเหตุธรรมที่เป็นอาจยคามิธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นอาจยคามิธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นอาจยคามิธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอาจยคามิธรรม และนเหตุธรรม ที่เป็นเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม
อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นอาจยคามิธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอปจยคามิธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นอปจยคามิธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม อาศัยนเหตุธรรม ที่เป็นอปจยคามิธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอปจยคามิธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม
อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นอปจยคามิธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นเนวาจยคามินา-
ปจยคามิธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นอาจยคามิธรรม
และนเหตุธรรมที่เป็นเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นอปจยคามิธรรม
และนเหตุธรรมที่เป็นเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๒๒๕] นเหตุธรรมที่เป็นอาจยคามิธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นอาจยคามิธรรม เกิดขึ้น
เพราะอารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอปจยคามิธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นอปจยคามิธรรม เกิดขึ้น
เพราะอารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นเนวาจยคามินา-
ปจยคามิธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย
[๒๒๖] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๓
ในอธิปติปัจจัย มี " ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๙
[๒๒๗] นเหตุธรรมที่เป็นเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็น
เนวาจยคามินาปจยคามิธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย
[๒๒๘] นเหตุธรรมที่เป็นเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็น
อาจยคามิธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอารัมมณปัจจัย
[๒๒๙] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มี " ๖
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย มี " ๕
[๒๓๐] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๕
[๒๓๑] ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๑
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๒๓๒] นเหตุธรรมที่เป็นอาจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นอาจยคามิธรรม
โดยอารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอาจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นเนวาจยคามินาปจย-
คามิธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอปจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นอาจยคามิธรรม โดย
อารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอปจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นเนวาจยคามินาปจย-
คามิธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นเนวาจย-
คามินาปจยคามิธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นอาจยคา-
มิธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นอปจยคา-
มิธรรม โดยอารัมมณปัจจัย มี ๓ นัย
[๒๓๓] นเหตุธรรมที่เป็นอาจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นอาจยคามิธรรม
โดยอธิปติปัจจัย มี ๓ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นอาจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นอปจยคามิธรรม โดย
อธิปติปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอปจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นเนวาจยคามินาปจย-
คามิธรรม โดยอธิปติปัจจัย มี ๔ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็น
เนวาจยคามินาปจยคามิธรรม โดยอธิปติปัจจัย มี ๓ นัย
[๒๓๔] นเหตุธรรมที่เป็นอาจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นอาจยคามิธรรม
โดยอนันตรปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอาจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นอปจยคามิธรรม โดย
อนันตรปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอาจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นเนวาจยคามินาปจยคามิ-
ธรรม โดยอนันตรปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอปจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นเนวาจยคามินาปจย-
คามิธรรม โดยอนันตรปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นเนวาจย-
คามินาปจยคามิธรรม โดยอนันตรปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นอาจยคาม-
ินาปจยคามิธรรม โดยอนันตรปัจจัย
[๒๓๕] นเหตุธรรมที่เป็นอาจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นอาจยคามิธรรม
โดยอุปนิสสยปัจจัย
[๒๓๖] ในอารัมมณปัจจัย มีวาระ ๗
ในอธิปติปัจจัย มี " ๑๐
ในอนันตรปัจจัย มี " ๖
ในสมนันตรปัจจัย มี " ๖
ในสหชาตปัจจัย มี " ๙
ในอัญญมัญญปัจจัย มี " ๓
ในนิสสยปัจจัย มี " ๑๓
ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑๓
[๒๓๗] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๑๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๑๕
[๒๓๘] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย กับอารัมมณปัจจัย มีหัวข้อ ปัจจัย ๗
[๒๓๙] ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๗
แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
อาจยคามิตติกเหตุทุกะ จบ
เสกขัตติกเหตุทุกะ
[๒๔๐] เหตุธรรมที่เป็นเสกขธรรม อาศัยเหตุธรรมที่เป็นเสกขธรรม เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นเสกขธรรม อาศัยเหตุธรรมที่เป็นอเสกขธรรม เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นเนวเสกขานาเสกขธรรม อาศัยเหตุธรรมที่เป็นเนวเสกขานาเสกขธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๒๔๑] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๓
ในอธิปติปัจจัย มี " ๓
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓
[๒๔๒] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มีวาระ ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย มี " ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มี " ๓
[๒๔๓] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
[๒๔๔] ในเหตุปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มีวาระ ๓
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี พึงให้พิสดาร
[๒๔๕] เหตุธรรมที่เป็นเสกขธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นเสกขธรรม โดย
เหตุปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอเสกขธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอเสกขธรรม โดยเหตุปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นเนวเสกขานาเสกขธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นเนวเสกขานา-
เสกขธรรม โดยเหตุปัจจัย
[๒๔๖] เหตุธรรมที่เป็นเสกขธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นเนวเสกขานาเสกข-
ธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอเสกขธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นเนวเสกขานาเสกขธรรม
โดยอารัมมณปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นเนวเสกขานาเสกขธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นเนวเสกขานา-
เสกขธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
[๒๔๗] เหตุธรรมที่เป็นเสกขธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นเสกขธรรม โดย
อธิปติปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นเสกขธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นเนวเสกขานาเสกขธรรม โดย
อธิปติปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอเสกขธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอเสกขธรรม โดยอธิปติ-
ปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอเสกขธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นเนวเสกขานาเสกขธรรม
โดยอธิปติปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นเนวเสกขานาเสกขธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นเนวเสกขานา-
เสกขธรรม โดยอธิปติปัจจัย
[๒๔๘] เหตุธรรมที่เป็นเสกขธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นเสกขธรรม โดย
อนันตรปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นเสกขธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอเสกขธรรม โดยอนันตร-
ปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นเสกขธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นเนวเสกขานาเสกขธรรม โดย
อนันตรปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอเสกขธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอเสกขธรรม โดยอนันตร-
ปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอเสกขธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นเนวเสกขานาเสกขธรรม
โดยอนันตรปัจจัย มี ๒ นัย
เหตุธรรมที่เป็นเนวเสกขานาเสกขธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นเนวเสกขานา-
เสกขธรรม โดยอนันตรปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นเนวเสกขานาเสกขธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นเสกขธรรม โดย
อนันตรปัจจัย มี ๓ นัย
[๒๔๙] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๓
ในอธิปติปัจจัย มี " ๕
ในอนันตรปัจจัย มี " ๘
ในสมนันตรปัจจัย มี " ๘
ในสหชาตปัจจัย มี " ๓
ในอัญญมัญญปัจจัย มี " ๓
ในนิสสยปัจจัย มี " ๓
ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๘
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓
[๒๕๐] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๘
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๘
[๒๕๑] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
[๒๕๒] ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๓
แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
[๒๕๓] นเหตุธรรมที่เป็นเสกขธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นเสกขธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นเนวเสกขานาเสกขธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นเสกขธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นเสกขธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นเนวเสกขานาเสกขธรรม อาศัย
นเหตุธรรมที่เป็นเสกขธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอเสกขธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นอเสกขธรรม เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย มี ๓ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นเนวเสกขานาเสกขธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นเนวเสกขานาเสกข-
ธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นเนวเสกขานาเสกขธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นเสกขธรรม และ
นเหตุธรรมที่เป็นเนวเสกขานาเสกขธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นเนวเสกขานาเสกขธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นอเสกขธรรม และ
นเหตุธรรมที่เป็นเนวเสกขานาเสกขธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๒๕๔] นเหตุธรรมที่เป็นเสกขธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นเสกขธรรม เกิดขึ้น
เพราะอารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอเสกขธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นอเสกขธรรม เกิดขึ้น เพราะ
อารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นเนวเสกขานาเสกขธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นเนวเสกขานาเสกข-
ธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย
[๒๕๕] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๓
ในอธิปติปัจจัย มี " ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๙
[๒๕๖] นเหตุธรรมที่เป็นเนวเสกขานาเสกขธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นเนวเสก-
ขานาเสกขธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย
[๒๕๗] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มี " ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อวิคตปัจจัย มี " ๓
[๒๕๘] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๕
[๒๕๙] ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัยมีวาระ ๑
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี พึงให้พิสดารเหมือนกับปฏิจจวาร
[๒๖๐] นเหตุธรรมที่เป็นเสกขธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นเนวเสกขานา-
เสกขธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอเสกขธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นเนวเสกขานาเสกขธรรม
โดยอารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นเนวเสกขานาเสกขธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นเนวเสก-
ขานาเสกขธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นเนวเสกขานาเสกขธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นเสกขธรรม
โดยอารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นเนวเสกขานาเสกขธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นอเสกขธรรม
โดยอารัมมณปัจจัย
[๒๖๑] นเหตุธรรมที่เป็นเสกขธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นเสกขธรรม
โดยอธิปติปัจจัย มี ๓ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นอเสกขธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นอเสกขธรรม โดย
อธิปติปัจจัย มี ๓ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นเนวเสกขานาเสกขธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นเนวเสก-
ขานาเสกขธรรม โดยอธิปติปัจจัย มี ๓ นัย
[๒๖๒] ในอารัมมณปัจจัย มีวาระ ๕
ในอธิปติปัจจัย มี " ๙
ในอนันตรปัจจัย มี " ๘
ในสมนันตรปัจจัย มี " ๘
ในสหชาตปัจจัย มี " ๙
ในอัญญมัญญปัจจัย มี " ๓
ในนิสสยปัจจัย มี " ๑๓
ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๘
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑๓
[๒๖๓] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๑๔
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๑๔
[๒๖๔] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย กับอารัมมณปัจจัย มีวาระ ๕
[๒๖๕] ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๕
แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
เสกขัตติกเหตุทุกะ จบ
ปริตตัตติกเหตุทุกะ
[๒๖๖] เหตุธรรมที่เป็นปริตตธรรม อาศัยเหตุธรรมที่เป็นปริตตธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นมหัคคตธรรม อาศัยเหตุธรรมที่เป็นมหัคคตธรรม เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอัปปมาณธรรม อาศัยเหตุธรรมที่เป็นอัปปมาณธรรมเกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย มี ๓ นัย
[๒๖๗] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๓
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓
[๒๖๘] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มีวาระ ๓
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๒๖๙] เหตุธรรมที่เป็นปริตตธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นปริตตธรรม โดย
เหตุปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นมหัคคตธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นมหัคคตธรรม โดย
เหตุปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอัปปมาณธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอัปปมาณธรรม โดย
เหตุปัจจัย
[๒๗๐] เหตุธรรมที่เป็นปริตตธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นปริตตธรรม โดย
อารัมมณปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นปริตตธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นมหัคคตธรรม โดยอารัมมณ-
ปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นมหัคคตธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นมหัคคตธรรม โดยอารัมมณ-
ปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นมหัคคตธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นปริตตธรรม โดยอารัมมณ-
ปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอัปปมาณธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นปริตตธรรม โดยอารัมมณ-
ปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอัปปมาณธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นมหัคคตธรรม โดย
อารัมมณปัจจัย
[๒๗๑] เหตุธรรมที่เป็นปริตตธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นปริตตธรรม โดย
อธิปติปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นมหัคคตธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นมหัคคตธรรม โดยอธิปติ-
ปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นมหัคคตธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นปริตตธรรม โดยอธิปติปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอัปปมาณธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอัปปมาณธรรม โดย
อธิปติปัจจัย มี ๒ นัย
[๒๗๒] เหตุธรรมที่เป็นปริตตธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นปริตตธรรม โดย
อนันตรปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นปริตตธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นมหัคคตธรรม โดยอนันตร-
ปัจจัย มี ๓ นัย
เหตุธรรมที่เป็นมหัคคตธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นมหัคคตธรรม โดยอนันตร-
ปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นมหัคคตธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นปริตตธรรม โดยอนันตร-
ปัจจัย มี ๓ นัย
เหตุธรรมที่เป็นอัปปมาณธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอัปปมาณธรรม โดย
อนันตรปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอัปปมาณธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นปริตตธรรม โดยอนันตร-
ปัจจัย มี ๓ นัย
[๒๗๓] เหตุธรรมที่เป็นปริตตธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นปริตตธรรม โดย
อุปนิสสยปัจจัย
[๒๗๔] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๖
ในอธิปติปัจจัย มี " ๕
ในอนันตรปัจจัย มี " ๙
ในสมนันตรปัจจัย มี " ๙
ในสหชาตปัจจัย มี " ๓
ในอัญญมัญญปัจจัย มี " ๓
ในนิสสยปัจจัย มี " ๓
ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓
[๒๗๕] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๙
[๒๗๖] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
[๒๗๗] ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๖
แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
[๒๗๘] นเหตุธรรมที่เป็นปริตตธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นปริตตธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นมหัคคตธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นมหัคคตธรรม เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นปริตตธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นมหัคคตธรรม เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นปริตตธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นมหัคคตธรรม อาศัยนเหตุธรรม
ที่เป็นมหัคคตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นอัปปมาณธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นอัปปมาณธรรม เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นปริตตธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นอัปปมาณธรรม เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นปริตตธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นอัปปมาณธรรม อาศัยนเหตุธรรม
ที่เป็นอัปปมาณธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นปริตตธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นปริตตธรรม และนเหตุธรรม
ที่เป็นมหัคคตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นปริตตธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นปริตตธรรม และนเหตุธรรม
ที่เป็นอัปปมาณธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๒๗๙] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑๓
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๕
ในอธิปติปัจจัย มี " ๙
ในวิคตปัจจัย มี " ๕
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑๓
[๒๘๐] นเหตุธรรมที่เป็นปริตตธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นปริตตธรรม เกิดขึ้น
ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย
[๒๘๑] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มี " ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย มี " ๕
[๒๘๒] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๕
[๒๘๓] ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๑
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๒๘๔] นเหตุธรรมที่เป็นปริตตธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นปริตตธรรม โดย
อารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นปริตตธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นมหัคคตธรรม โดย
อารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นมหัคคตธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นมหัคคตธรรม โดย
อารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นมหัคคตธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นปริตตธรรม โดย
อารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอัปปมาณธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นอัปปมาณธรรม โดย
อารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอัปปมาณธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นปริตตธรรม โดย
อารัมมณปัจจัย มี ๓ นัย
[๒๘๕] นเหตุธรรมที่เป็นปริตตธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรม ที่เป็นปริตตธรรม โดย
อธิปติปัจจัย
[๒๘๖] ในอารัมมณปัจจัย มีวาระ ๗
ในอธิปติปัจจัย มี " ๗
ในอนันตรปัจจัย มี " ๙
ในสมนันตรปัจจัย มี " ๙
ในสหชาตปัจจัย มี " ๑๑
ในอัญญมัญญปัจจัย มี " ๗
ในนิสสยปัจจัย มี " ๑๓
ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑๓
[๒๘๗] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๑๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๑๕
[๒๘๘] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย กับอารัมมณปัจจัย มีวาระ ๗
[๒๘๙] ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๗
แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
ปริตตัตติกเหตุทุกะ จบ
ปริตตารัมมณัตติกเหตุทุกะ
[๒๙๐] เหตุธรรมที่เป็นปริตตารัมมณธรรม อาศัยเหตุธรรมที่เป็นปริตตารัมมณธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม อาศัยเหตุธรรม ที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอัปปมาณารัมมณธรรม อาศัยเหตุธรรมที่เป็นอัปปมาณารัมมณธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย ฯลฯ
[๒๙๑] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๓
ในวิคตปัจจัย มี " ๓
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓
[๒๙๒] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มีวาระ ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มี " ๓
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๒๙๓] เหตุธรรมที่เป็นปริตตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นปริตตารัมมณ-
ธรรม โดยเหตุปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม
โดยเหตุปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอัปปมาณารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอัปปมาณารัมมณ-
ธรรม โดยเหตุปัจจัย
[๒๙๔] เหตุธรรมที่เป็นปริตตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นปริตตารัมมณ-
ธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นปริตตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม
โดยอารัมมณปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม
โดยอารัมมณปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นปริตตารัมณธรรม
โดยอารัมมณปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอัปปมาณารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอัปปมาณารัมมณ-
ธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอัปปมาณารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นปริตตารัมมณธรรม
โดยอารัมมณปัจจัย มี ๓ นัย
[๒๙๕] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๗
ในอธิปติปัจจัย มี " ๗
ในอนันตรปัจจัย มี " ๙
ในสมนันตรปัจจัย มี " ๙
ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓
[๒๙๖] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๙
[๒๙๗] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
[๒๙๘] ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๗
แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
[๒๙๙] นเหตุธรรมที่เป็นปริตตารัมมณธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นปริตตารัมมณธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๓๐๐] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๓
ในอธิปติปัจจัย มี " ๓
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓
[๓๐๑] นเหตุธรรมที่เป็นปริตตารัมมณธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นปริตตารัมมณ-
ธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย
[๓๐๒] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มี " ๓
[๓๐๓] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
[๓๐๔] ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๓
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๓๐๕] นเหตุธรรมที่เป็นปริตตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นปริตตา-
รัมมณธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นปริตตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นมหัคคตารัมมณ-
ธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นมหัคคตารัมมณ-
ธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นปริตตารัมมณ-
ธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอัปปมาณารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นอัปปมาณา-
รัมมณธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอัปปมาณารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นปริตตารัมมณ-
ธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
[๓๐๖] นเหตุธรรมที่เป็นปริตตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นปริตตา-
รัมมณธรรม โดยอธิปติปัจจัย
[๓๐๗] ในอารัมมณปัจจัย มีวาระ ๗
ในอธิปติปัจจัย มี " ๗
ในอนันตรปัจจัย มี " ๙
ในสมนันตรปัจจัย มี " ๙
ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓
[๓๐๘] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๙
[๓๐๙] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย กับอารัมมณปัจจัย มีวาระ ๗
[๓๑๐] ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๗
แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
ปริตตารัมมณัตติกเหตุทุกะ จบ
หีนัตติกเหตุทุกะ
[๓๑๑] เหตุธรรมที่เป็นหีนธรรม อาศัยเหตุธรรมที่เป็นหีนธรรม เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นมัชฌิมธรรม อาศัยเหตุธรรมที่เป็นมัชฌิมธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุ-
ปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นปณีตธรรม อาศัยเหตุธรรมที่เป็นปณีตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๓๑๒] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๓
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓
[๓๑๓] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มีวาระ ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มี " ๓
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๓๑๔] เหตุธรรมที่เป็นหีนธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นหีนธรรม โดยเหตุปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นมัชฌิมธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นมัชฌิมธรรม โดยเหตุปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นปณีตธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นปณีตธรรม โดยเหตุปัจจัย
[๓๑๕] เหตุธรรมที่เป็นหีนธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นหีนธรรม โดยอารัมมณ-
ปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นหีนธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นมัชฌิมธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นมัชฌิมธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นมัชฌิมธรรม โดยอารัมมณ-
ปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นมัชฌิมธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นหีนธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นปณีตธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นมัชฌิมธรรม โดยอารัมมณ-
ปัจจัย
[๓๑๖] เหตุธรรมที่เป็นหีนธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นหีนธรรม โดยอธิปติ-
ปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นมัชฌิมธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นมัชฌิมธรรม โดยอธิปติปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นมัชฌิมธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นหีนธรรม โดยอธิปติปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นปณีตธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นปณีตธรรม โดยอธิปติปัจจัย
มี ๒ นัย
[๓๑๗] เหตุธรรมที่เป็นหีนธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นหีนธรรม โดยอนันตร-
ปัจจัย มี ๒ นัย
เหตุธรรมที่เป็นมัชฌิมธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นมัชฌิมธรรม โดยอนันตร-
ปัจจัย มี ๒ นัย
เหตุธรรมที่เป็นปณีตธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นปณีตธรรม โดยอนันตรปัจจัย
มี ๒ นัย
[๓๑๘] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๕
ในอธิปติปัจจัย มี " ๕
ในอนันตรปัจจัย มี " ๖
ในสมนันตรปัจจัย มี " ๖
ในสหชาตปัจจัย มีวาระ ๓
ในอัญญมัญญปัจจัย มี " ๓
ในนิสสยปัจจัย มี " ๓
ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๘
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓
[๓๑๙] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๙
[๓๒๐] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
[๓๒๑] ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย ที่มีวาระ ๕
แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
[๓๒๒] นเหตุธรรมที่เป็นหีนธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นหีนธรรม เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
สังกิลิฏฐัตติกเหตุทุกฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
หีนัตติกเหตุทุกะ จบ
มิจฉัตตัตติกเหตุทุกะ
[๓๒๓] เหตุธรรมที่เป็นมิจฉัตตนิยตธรรม อาศัยเหตุธรรมที่เป็นมิจฉัตตนิยตธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นสัมมัตตนิยตธรรม อาศัยเหตุธรรมที่เป็นสัมมัตตนิยตธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอนิยตธรรม อาศัยเหตุธรรมที่เป็นอนิยตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุ-
ปัจจัย
[๓๒๔] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอารัมมณปัจจัย มีวาระ ๓
ในอธิปติปัจจัย มี " ๓
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓
[๓๒๕] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มีวาระ ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย มี " ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มี " ๒
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๓๒๖] เหตุธรรมที่เป็นมิจฉัตตนิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นมิจฉัตต-
นิยตธรรม โดยเหตุปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นสัมมัตตนิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นสัมมัตตนิยตธรรม
โดยเหตุปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอนิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอนิยตธรรม โดยเหตุปัจจัย
[๓๒๗] เหตุธรรมที่เป็นมิจฉัตตนิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอนิยตธรรม
โดยอารัมมณปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นสัมมัตตนิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอนิยตธรรม โดย
อารัมมณปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอนิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอนิยตธรรม โดยอารัมมณ-
ปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอนิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นมิจฉัตตนิยตธรรม โดย
อารัมมณปัจจัย
[๓๒๘] เหตุธรรมที่เป็นสัมมัตตนิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นสัมมัตต-
นิยตธรรม โดยอธิปติปัจจัย มี ๒ นัย
เหตุธรรมที่เป็นอนิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอนิยตธรรม โดยอธิปติปัจจัย
[๓๒๙] เหตุธรรมที่เป็นมิจฉัตตนิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอนิยตธรรม
โดยอนันตรปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นสัมมัตตนิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอนิยตธรรม โดย
อนันตรปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอนิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอนิยตธรรม โดยอนันตร-
ปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอนิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นมิจฉัตตนิยตธรรม โดย
อนันตรปัจจัย มี ๓ นัย
[๓๓๐] เหตุธรรมที่เป็นมิจฉัตตนิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นมิจฉัตนิยต-
ธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นมิจฉัตตนิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอนิยตธรรม โดย
อุปนิสสยปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นสัมมัตตนิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นสัมมัตตนิยตธรรม
โดยอุปนิสสยปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นสัมมัตตนิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอนิยตธรรม โดย
อุปนิสสยปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอนิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอนิยตธรรม โดยอุปนิสสย-
ปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอนิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นมิจฉัตตนิยตธรรม โดย
อุปนิสสยปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอนิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นสัมมัตตนิยตธรรม โดย
อุปนิสสยปัจจัย
[๓๓๑] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๔
ในอธิปติปัจจัย มี " ๓
ในอนันตรปัจจัย มี " ๕
ในสมนันตรปัจจัย มี " ๕
ในสหชาตปัจจัย มี " ๓
ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๗
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓
[๓๓๒] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๗
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๗
[๓๓๓] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
[๓๓๔] ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๔
แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
[๓๓๕] นเหตุธรรมที่เป็นมิจฉัตตนิยตธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นมิจฉัตตนิยตธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอนิยตธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นมิจฉัตตนิยตธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นสัมมัตตนิยตธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นสัมมัตตนิยตธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอนิยตธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นสัมมัตตนิยตธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นสัมมัตตนิยตธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นอนิยตธรรม อาศัยนเหตุ-
ธรรมที่เป็นสัมมัตตนิยตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอนิยตธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นอนิยตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุ-
ปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอนิยตธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นมิจฉัตตนิยตธรรม และนเหตุ-
ธรรมที่เป็นอนิยตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอนิยตธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นสัมมัตตนิยตธรรม และนเหตุ-
ธรรมที่เป็นอนิยตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๓๓๖] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๓
ในอธิปติปัจจัย มี " ๙
ในวิปากปัจจัย มี " ๑
ในอวิคตปัจจัย มี " ๙
[๓๓๗] นเหตุธรรมที่เป็นอนิยตธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นอนิยตธรรม เกิดขึ้น
ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย
[๓๓๘] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย มี " ๕
[๓๓๙] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๕
[๓๔๐] ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๑
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๓๔๑] นเหตุธรรมที่เป็นมิจฉัตตนิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นอนิยตธรรม
โดยอารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นสัมมัตตนิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นอนิยตธรรม โดย
อารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอนิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นอนิยตธรรม โดยอารัมมณ-
ปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอนิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นมิจฉัตตนิยตธรรม โดย
อารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอนิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นสัมมัตตนิยตธรรม โดย
อารัมมณปัจจัย
[๓๔๒] นเหตุธรรมที่เป็นมิจฉัตตนิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นมิจฉัตต-
นิยตธรรม โดยอธิปติปัจจัย มี ๓ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นสัมมัตตนิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นสัมมัตตนิยตธรรม
โดยอธิปติปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นสัมมัตตนิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นอนิยตธรรม โดย
อธิปติปัจจัย มี ๓ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นอนิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นอนิยตธรรม โดยอธิปติ-
ปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอนิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นสัมมัตตนิยตธรรม โดย
อธิปติปัจจัย
[๓๔๓] นเหตุธรรมที่เป็นมิจฉัตตนิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นมิจฉัตต-
นิยตธรรม โดยอนันตรปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นสัมมัตตนิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นอนิยตธรรม โดย
อนันตรปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอนิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นอนิยตธรรม โดยอนันตร-
ปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอนิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นมิจฉัตตนิยตธรรม โดย
อนันตรปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอนิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นสัมมัตตนิยตธรรม โดย
อนันตรปัจจัย
[๓๔๔] ในอารัมมณปัจจัย มีวาระ ๕
ในอธิปติปัจจัย มี " ๘
ในอนันตรปัจจัย มี " ๕
ในสมนันตรปัจจัย มี " ๕
ในสหชาตปัจจัย มี " ๙
ในอัญญมัญญปัจจัย มี " ๓
ในนิสสยปัจจัย มี " ๑๓
ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๗
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑๓
[๓๔๕] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๑๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๑๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มี " ๑๓
[๓๔๖] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย กับอารัมมณปัจจัย มีวาระ ๕
[๓๔๗] ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๕
แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
มิจฉัตตัตติกเหตุทุกะ จบ
มัคคารัมมณัตติกเหตุทุกะ
[๓๔๘] เหตุธรรมที่เป็นมัคคารัมมณธรรม อาศัยเหตุธรรมที่เป็นมัคคารัมมณธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
เหตุธรรมที่เป็นมัคคเหตุกธรรม อาศัยเหตุธรรมที่เป็นมัคคเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย มี ๓ นัย
เหตุธรรมที่เป็นมัคคาธิปติธรรม อาศัยเหตุธรรมที่เป็นมัคคาธิปติธรรม เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย มี ๕ นัย
เหตุธรรมที่เป็นมัคคารัมมณธรรม อาศัยเหตุธรรมที่เป็นมัคคารัมมณธรรม และเหตุธรรม
ที่เป็นมัคคาธิปติธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
เหตุธรรมที่เป็นมัคคเหตุกธรรม อาศัยเหตุธรรมที่เป็นมัคคเหตุกธรรม และเหตุธรรม
ที่เป็นมัคคาธิปติธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
[๓๔๙] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑๗
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑๗
[๓๕๐] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มีวาระ ๑๗
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มี " ๑๗
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย มี " ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย มี " ๑๗
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มี " ๑๗
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๓๕๑] เหตุธรรมที่เป็นมัคคารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นมัคคารัมมณ-
ธรรม โดยเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
เหตุธรรมที่เป็นมัคคเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นมัคคเหตุกธรรม โดย
เหตุปัจจัย มี ๓ นัย
เหตุธรรมที่เป็นมัคคาธิปติธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นมัคคาธิปติธรรม โดย
เหตุปัจจัย มี ๕ นัย
เหตุธรรมที่เป็นมัคคารัมมณธรรม และเหตุธรรมที่เป็นมัคคาธิปติธรรม เป็นปัจจัยแก่
เหตุธรรมที่เป็นมัคคารัมมณธรรม โดยเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
เหตุธรรมที่เป็นมัคคเหตุกธรรม และเหตุธรรมที่เป็นมัคคาธิปติธรรม เป็นปัจจัยแก่
เหตุธรรมที่เป็นมัคคเหตุกธรรม โดยเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
[๓๕๒] เหตุธรรมที่เป็นมัคคเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นมัคคารัมมณ-
ธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นมัคคเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นมัคคาธิปติธรรม โดย
อารัมมณปัจจัย มี ๓ นัย
เหตุธรรมที่เป็นมัคคาธิปติธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นมัคคาธิปติธรรม โดย
อารัมมณปัจจัย มี ๓ นัย
เหตุธรรมที่เป็นมัคคเหตุกธรรม และเหตุธรรมที่เป็นมัคคาธิปติธรรม เป็นปัจจัยแก่
เหตุธรรมที่เป็นมัคคารัมมณธรรม โดยอารัมมณปัจจัย มี ๓ นัย
[๓๕๓] เหตุธรรมที่เป็นมัคคารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นมัคคารัมมณ-
ธรรม โดยอธิปติปัจจัย มี ๓ นัย
เหตุธรรมที่เป็นมัคคเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นมัคคเหตุกธรรม โดย
อธิปติปัจจัย มี ๕ นัย
เหตุธรรมที่เป็นมัคคาธิปติธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นมัคคาธิปติธรรม โดย
อธิปติปัจจัย มี ๕ นัย
เหตุธรรมที่เป็นมัคคารัมมณธรรม และเหตุธรรมที่เป็นมัคคาธิปติธรรม เป็นปัจจัยแก่
เหตุธรรมที่เป็นมัคคารัมมณธรรม โดยอธิปติปัจจัย มี ๓ นัย
เหตุธรรมที่เป็นมัคคเหตุกธรรม และเหตุธรรมที่เป็นมัคคาธิปติธรรม เป็นปัจจัยแก่
เหตุธรรมที่เป็นมัคคารัมมณธรรม โดยอธิปติปัจจัย มี ๕ นัย
[๓๕๔] เหตุธรรมที่เป็นมัคคารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นมัคคารัมมณ-
ธรรม โดยอนันตรปัจจัย มี ๓ นัย
เหตุธรรมที่เป็นมัคคาธิปติธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นมัคคาธิปติธรรม โดย
อนันตรปัจจัย มี ๓ นัย
เหตุธรรมที่เป็นมัคคารัมมณธรรม และเหตุธรรมที่เป็นมัคคาธิปติธรรม เป็นปัจจัยแก่
เหตุธรรมที่เป็นมัคคารัมมณธรรม โดยอนันตรปัจจัย มี ๓ นัย
[๓๕๕] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑๗
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๙
ในอธิปติปัจจัย มีวาระ ๒๑
ในอนันตรปัจจัย มี " ๙
ในสมนันตรปัจจัย มี " ๙
ในสหชาตปัจจัย มี " ๑๗
ในอัญญมัญญปัจจัย มี " ๑๗
ในนิสสยปัจจัย มี " ๑๗
ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๒๑
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑๗
[๓๕๖] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๒๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๑๗
[๓๕๗] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๑๗
[๓๕๘] ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๙
แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
[๓๕๙] นเหตุธรรมที่เป็นมัคคารัมมณธรรม อาศัยเหตุธรรมที่เป็นมัคคารัมมณธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นมัคคาธิปติธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นมัคคารัมมณธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นมัคคารัมมณธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นมัคคาธิปติธรรม อาศัย
นเหตุธรรมที่เป็นมัคคารัมมณธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นมัคคเหตุกธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นมัคคเหตุกธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นมัคคาธิปติธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นมัคคเหตุกธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นมัคคเหตุกธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นมัคคาธิปติธรรม อาศัยนเหตุ-
ธรรมที่เป็นมัคคเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นมัคคาธิปติธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นมัคคาธิปติธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นมัคคารัมมณธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นมัคคาธิปติธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นมัคคเหตุกธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นมัคคาธิปติธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นมัคคารัมมณธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นมัคคาธิปติธรรม อาศัยนเหตุ-
ธรรมที่เป็นมัคคาธิปติธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นมัคคเหตุกธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นมัคคาธิปติธรรม อาศัยนเหตุ-
ธรรมที่เป็นมัคคาธิปติธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นมัคคารัมมณธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นมัคคารัมมณธรรม และ
นเหตุธรรมที่เป็นมัคคาธิปติธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นมัคคาธิปติธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นมัคคารัมมณธรรม และนเหตุ-
ธรรมที่เป็นมัคคาธิปติธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นมัคคารัมมณธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นมัคคาธิปติธรรม อาศัยนเหตุ-
ธรรมที่เป็นมัคคารัมมณธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นมัคคาธิปติธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
มี ๓ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นมัคคเหตุกธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นมัคคเหตุกธรรม และนเหตุ-
ธรรมที่เป็นมัคคาธิปติธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นมัคคาธิปติธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นมัคคเหตุกธรรม และนเหตุ-
ธรรมที่เป็นมัคคาธิปติธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นมัคคเหตุกธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นมัคคาธิปติธรรม อาศัยนเหตุ-
ธรรมที่เป็นมัคคเหตุกธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นมัคคาธิปติธรรมเกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
มี ๓ นัย
[๓๖๐] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑๗
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๑๗
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑๗
[๓๖๑] นเหตุธรรมที่เป็นมัคคารัมมณธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นมัคคารัมมณธรรม
เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย
[๓๖๒] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มี " ๑๗
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มี " ๑๗
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย มี " ๑๗
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย มี " ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย มี " ๑๗
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มี " ๑๗
[๓๖๓] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๑๗
[๓๖๔] ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๑
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๓๖๕] นเหตุธรรมที่เป็นมัคคเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นมัคคารัมมณ-
ธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นมัคคเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นมัคคาธิปติธรรม
โดยอารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นมัคคเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นมัคคารัมมณธรรม
และนเหตุธรรมที่เป็นมัคคาธิปติธรรม โดยอารัมมณปัจจัย มี ๓ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นมัคคาธิปติธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นมัคคาธิปติธรรม
โดยอารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นมัคคาธิปติธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นมัคคารัมมณธรรม
โดยอารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นมัคคาธิปติธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นมัคคารัมมณธรรม
และนเหตุธรรมที่เป็นมัคคาธิปติธรรม โดยอารัมมณปัจจัย มี ๓ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นมัคคเหตุกธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นมัคคาธิปติธรรม เป็นปัจจัย
แก่นเหตุธรรมที่เป็นมัคคารัมมณธรรม โดยอารัมมณธรรม มี ๓ นัย
[๓๖๖] นเหตุธรรมที่เป็นมัคคารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นมัคคา-
รัมมณธรรม โดยอธิปติปัจจัย มี ๓ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นมัคคเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นมัคคเหตุกธรรม
โดยอธิปติปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นมัคคเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุกธรรมที่เป็นมัคคารัมมณธรรม
โดยอธิปติปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นมัคคเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นมัคคาธิปติธรรม
โดยอธิปติปัจจัย มี ๕ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นมัคคาธิปติธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นมัคคาธิปติธรรม
โดยอธิปติปัจจัย มี ๕ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นมัคคารัมมณธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นมัคคาธิปติธรรม เป็นปัจจัย
แก่นเหตุธรรมที่เป็นมัคคารัมมณธรรม โดยอธิปติปัจจัย มี ๓ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นมัคคเหตุกธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นมัคคาธิปติธรรม เป็นปัจจัย
แก่นเหตุธรรมที่เป็นมัคคเหตุกธรรม โดยอธิปติปัจจัย มี ๕ นัย
[๓๖๗] นเหตุธรรมที่เป็นมัคคารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นมัคคา-
รัมมณธรรม โดยอนันตรปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นมัคคารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นมัคคาธิปติธรรม
โดยอนันตรปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นมัคคารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรม ที่เป็นมัคคารัมมณธรรม
และนเหตุธรรมที่เป็นมัคคาธิปติธรรม โดยอนันตรปัจจัย มี ๓ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นมัคคาธิปติธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นมัคคาธิปติธรรม โดย
อนันตรปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นมัคคาธิปติธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นมัคคารัมมณธรรม
โดยอนันตรปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นมัคคาธิปติธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นมัคคารัมมณธรรม
และนเหตุธรรมที่เป็นมัคคาธิปติธรรม โดยอนันตรปัจจัย มี ๓ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นมัคคารัมมณธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นมัคคาธิปติธรรม เป็นปัจจัย
แก่นเหตุธรรมที่เป็นมัคคารัมมณธรรม โดยอนันตรปัจจัย มี ๓ นัย
[๓๖๘] นเหตุธรรมที่เป็นมัคคารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นมัคคา-
รัมมณธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นมัคคเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นมัคคเหตุกธรรม
โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๕ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นมัคคาธิปติธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นมัคคาธิปติธรรม
โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๕ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นมัคคารัมมณธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นมัคคาธิปติธรรม เป็นปัจจัย
แก่นเหตุธรรมที่เป็นมัคคารัมมณธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นมัคคเหตุกธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นมัคคาธิปติธรรม เป็นปัจจัย
แก่นเหตุธรรมที่เป็นมัคคเหตุกธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๕ นัย
[๓๖๙] ในอารัมมณปัจจัย มีวาระ ๙
ในอธิปติปัจจัย มี " ๒๑
ในอนันตรปัจจัย มี " ๙
ในสมนันตรปัจจัย มี " ๙
ในสหชาตปัจจัย มี " ๑๗
ในอัญญมัญญปัจจัย มี " ๑๗
ในนิสสยปัจจัย มีวาระ ๑๗
ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๒๑
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑๗
[๓๗๐] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๒๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๒๑
[๓๗๑] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย กับอารัมมณปัจจัย มีวาระ ๙
[๓๗๒] ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๙
แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
มัคคารัมมณัตติกเหตุทุกะ จบ
อุปปันนัตติกเหตุทุกะ
[๓๗๓] เหตุธรรมที่เป็นอุปปันนธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม ที่เป็นอุปปันนธรรม
โดยเหตุปัจจัย
คือ เหตุธรรมที่เป็นอุปปันนธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม ที่เป็นสัมปยุตตธรรม ใน
ปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
[๓๗๔] เหตุธรรมที่เป็นอุปปันนธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอุปปันนธรรม
โดยอารัมมณปัจจัย
คือ เหตุธรรมที่เป็นอุปปันนธรรม เป็นปัจจัยแก่เจโตปริยญาณ โดยอารัมมณปัจจัย
มี ๒ นัย
[๓๗๕] เหตุธรรมที่เป็นอุปปันนธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอุปปันนธรรม
โดยอธิปติปัจจัย มี ๓ นัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอัญญมัญญปัจจัย เป็น
ปัจจัยโดยนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยวิปากปัจจัย เป็นปัจจัยโดย
อินทริยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยมัคคปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสัมปยุตตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอัตถิปัจจัย ฯลฯ
เป็นปัจจัยโดยอวิคตปัจจัย
[๓๗๖] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๒
ในอธิปติปัจจัย มี " ๓
ในสหชาตปัจจัย มี " ๑
ในอัญญมัญญปัจจัย มี " ๑
ในนิสสยปัจจัย มี " ๑
ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๒
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑
[๓๗๗] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๒
[๓๗๘] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๑
[๓๗๙] ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๒
แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
[๓๘๐] นเหตุธรรมที่เป็นอุปปันนธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรม ที่เป็นอุปปันนธรรม
โดยอารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอนุปปันนธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรม ที่เป็นอนุปปันนธรรม โดย
อารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอุปปาทิธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรม ที่เป็นอุปปันนธรรม โดยอารัมมณ-
ปัจจัย
[๓๘๑] นเหตุธรรมที่เป็นอุปปันนธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นอุปปันนธรรม
โดยอธิปติปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอนุปปันนธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรม ที่เป็นอุปปันนธรรม โดย
อธิปติปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอุปปาทิธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรม ที่เป็นอุปปันนธรรม โดย
อธิปติปัจจัย
[๓๘๒] นเหตุธรรมที่เป็นอุปปันนธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นอุปปันนธรรม
โดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอัญญมัญญปัจจัย เป็นปัจจัย โดยนิสสยปัจจัย
[๓๘๓] นเหตุธรรมที่เป็นอุปปันนธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นอุปปันนธรรม
โดยอุปนิสสยปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอนุปปันนธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรม ที่เป็นอุปปันนธรรม โดย
อุปนิสสยปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอุปปาทิธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรม ที่เป็นอุปปันนธรรม โดย
อุปนิสสยปัจจัย
[๓๘๔] ในอารัมมณปัจจัย มีวาระ ๓
ในอธิปติปัจจัย มี " ๓
ในสหชาตปัจจัย มี " ๑
ในอัญญมัญญปัจจัย มี " ๑
ในนิสสยปัจจัย มี " ๑
ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๓
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑
[๓๘๕] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๓
[๓๘๖] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย กับอารัมมณปัจจัย มีวาระ ๓
[๓๘๗] ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๓
อุปปันนัตติกเหตุทุกะ จบ
อตีตัตติกเหตุทุกะ
[๓๘๘] เหตุธรรมที่เป็นปัจจุปปันนธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม ที่เป็นปัจจุปปันนธรรม
โดยเหตุปัจจัย
[๓๘๙] เหตุธรรมที่เป็นอตีตธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม ที่เป็นปัจจุปปันนธรรม โดย
อารัมมณปัจจัย มี ๒ นัย
[๓๙๐] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๒
ในอธิปติปัจจัย มี " ๓
ในสหชาตปัจจัย มี " ๑
ในอัญญมัญญปัจจัย มี " ๑
ในนิสสยปัจจัย มี " ๑
ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๒
ในวิปากปัจจัย มี " ๑
ในอินทริยปัจจัย มี " ๑
ในมัคคปัจจัย มี " ๑
ในสัมปยุตตปัจจัย มี " ๑
ในอัตถิปัจจัย มี " ๑
ในวิคตปัจจัย มี " ๑
[๓๙๑] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๒
[๓๙๒] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๑
[๓๙๓] ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๒
[๓๙๔] นเหตุธรรมที่เป็นอตีตธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรม ที่เป็นปัจจุปปันนธรรม
โดยอารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอนาคตธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรม ที่เป็นปัจจุปปันนธรรม โดย
อารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นปัจจุปปันนธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรม ที่เป็นปัจจุปปันนธรรม โดย
อารัมมณปัจจัย
[๓๙๕] ในอารัมมณปัจจัย มีวาระ ๓
ในอธิปติปัจจัย มี " ๓
ในสหชาตปัจจัย มี " ๑
ในอัญญมัญญปัจจัย มี " ๑
ในนิสสยปัจจัย มี " ๑
ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๓
ในอาเสวนปัจจัย มี " ๑
ในกัมมปัจจัย มี " ๒
ในวิปากปัจจัย มี " ๑
ในอินทริยปัจจัย มี " ๑
ในมัคคปัจจัย มี " ๑
ในสัมปยุตตปัจจัย มี " ๑
ในอัตถิปัจจัย มี " ๑
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑
[๓๙๖] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๓
[๓๙๗] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย กับอารัมมณปัจจัย มีวาระ ๓
[๓๙๘] ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๓
อตีตัตติกเหตุทุกะ จบ
อตีตารัมมณัตติกเหตุทุกะ
[๓๙๙] เหตุธรรมที่เป็นอตีตารัมมณธรรม อาศัยเหตุธรรมที่เป็นอตีตารัมมณธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอนาคตารัมมณธรรม อาศัยเหตุธรรมที่เป็นอนาคตารัมมณธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นปัจจุปปันนารัมมณธรรม อาศัยเหตุธรรมที่เป็นปัจจุปปันนารัมมณธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๔๐๐] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๓
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓
[๔๐๑] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มีวาระ ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มี " ๒
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๔๐๒] นเหตุธรรมที่เป็นอตีตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอตีตารัมมณ-
ธรรม โดยเหตุปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอนาคตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอนาคตารัมมณธรรม
โดยเหตุปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นปัจจุปปันนารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นปัจจุปปันนา-
รัมมณธรรม โดยเหตุปัจจัย
[๔๐๓] เหตุธรรมที่เป็นอตีตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอตีตารัมมณ-
ธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอตีตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม ที่เป็นอนาคตารัมมณธรรม
โดยอารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอตีตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม ที่เป็นปัจจุปปันนารัมมณธรรม
โดยอารัมมณปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอนาคตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม ที่เป็นอนาคตารัมมณธรรม
โดยอารัมมณปัจจัย มี ๓ นัย
เหตุธรรมที่เป็นปัจจุปปันนารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นปัจจุปปันนา-
รัมมณธรรม โดยอารัมมณปัจจัย มี ๓ นัย
[๔๐๔] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๙
ในอธิปติปัจจัย มี " ๗
ในอนันตรปัจจัย มี " ๖
ในสมนันตรปัจจัย มี " ๖
ในสหชาตปัจจัย มี " ๓
ในอัญญมัญญปัจจัย มี " ๓
ในนิสสยปัจจัย มี " ๓
ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓
[๔๐๕] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๙
[๔๐๖] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
[๔๐๗] ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๙
แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
[๔๐๘] นเหตุธรรมที่เป็นอตีตารัมมณธรรม อาศัยนเหตุธรรม ที่เป็นอตีตารัมมณธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอนาคตารัมมณธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นอนาคตารัมมณธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นปัจจุปปันนารัมมณธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นปัจจุปปันนารัมมณ-
ธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๔๐๙] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๓
ในอธิปติปัจจัย มี " ๓
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓
[๔๑๐] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มี " ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ฌานปัจจัย มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มี " ๓
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๔๑๑] นเหตุธรรมที่เป็นอตีตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็น
อตีตารัมมณธรรม โดยอารัมมณปัจจัย มี ๓ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นอนาคตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นอนาคตารัมมณ-
ธรรม โดยอารัมมณปัจจัย มี ๓ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นปัจจุปปันนารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นปัจจุปปันนา-
รัมมณธรรม โดยอารัมมณปัจจัย มี ๓ นัย
[๔๑๒] ในอารัมมณปัจจัย มีวาระ ๙
ในอธิปติปัจจัย มี " ๗
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓
[๔๑๓] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๙
[๔๑๔] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย กับอารัมมณปัจจัย มีวาระ ๙
[๔๑๕] ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๙
แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
อตีตารัมมณัตติกเหตุทุกะ จบ
อัชฌัตตัตติกเหตุทุกะ
[๔๑๖] เหตุธรรมที่เป็นอัชฌัตตธรรม อาศัยเหตุธรรมที่เป็นอัชฌัตตธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นพหิทธาธรรม อาศัยเหตุธรรมที่เป็นพหิทธาธรรม เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
[๔๑๗] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๒
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๒
ในอวิคตปัจจัย มี " ๒
[๔๑๘] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มี " ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย มี " ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย มี " ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย มี " ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย มี " ๒
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนปฏิจจวาร
[๔๑๙] เหตุธรรมที่เป็นอัชฌัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอัชฌัตตธรรม
โดยเหตุปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นพหิทธาธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นพหิทธาธรรม โดย
เหตุปัจจัย
[๔๒๐] เหตุธรรมที่เป็นอัชฌัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอัชฌัตตธรรม
โดยอารัมมณปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอัชฌัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นพหิทธาธรรม โดยอารัมมณ-
ปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นพหิทธาธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นพหิทธาธรรม โดยอารัมมณ-
ปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นพหิทธาธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอัชฌัตตธรรม โดยอารัมมณ-
ปัจจัย
[๔๒๑] เหตุธรรมที่เป็นอัชฌัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอัชฌัตตธรรม
โดยอธิปติปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นพหิทธาธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นพหิทธาธรรม โดยอธิปติ-
ปัจจัย
[๔๒๒] เหตุธรรมที่เป็นอัชฌัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอัชฌัตตธรรม
โดยอนันตรปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นพหิทธาธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นพหิทธาธรรม โดยอนันตร-
ปัจจัย
[๔๒๓] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๒
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๔
ในอธิปติปัจจัย มี " ๒
ในอนันตรปัจจัย มี " ๓
ในสมนันตรปัจจัย มี " ๒
ในสหชาตปัจจัย มี " ๒
ในอัญญมัญญปัจจัย มี " ๒
ในนิสสยปัจจัย มี " ๒
ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๔
ในอวิคตปัจจัย มี " ๒
[๔๒๔] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๔
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๔
[๔๒๕] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๒
[๔๒๖] ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๔
แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
[๔๒๗] นเหตุธรรมที่เป็นอัชฌัตตธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นอัชฌัตตธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นพหิทธาธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นพหิทธาธรรม เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
[๔๒๘] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๒
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๒
ในอวิคตปัจจัย มี " ๒
[๔๒๙] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มี " ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มี " ๒
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๔๓๐] นเหตุธรรมที่เป็นอัชฌัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นอัชฌัตตธรรม
โดยอารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอัชฌัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นพหิทธาธรรม โดย
อารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นพหิทธาธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นพหิทธาธรรม โดย
อารัมมณปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นพหิทธาธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็นอัชฌัตตธรรม โดย
อารัมมณปัจจัย
[๔๓๑] ในอารัมมณปัจจัย มีวาระ ๔
ในอธิปติปัจจัย มี " ๔
ในอนันตรปัจจัย มี " ๒
ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๔
ในอวิคตปัจจัย มี " ๒
[๔๓๒] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๔
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๔
[๔๓๓] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย กับอารัมมณปัจจัย มีวาระ ๔
[๔๓๔] ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๔
แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
อัชฌัตตัตติกเหตุทุกะ จบ
อัชฌัตตารัมมณัตติกเหตุทุกะ
[๔๓๕] เหตุธรรมที่เป็นอัชฌัตตารัมมณธรรม อาศัยเหตุธรรมที่เป็นอัชฌัตตารัมมณธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นพหิทธารัมมณธรรม อาศัยเหตุธรรมที่เป็นพหิทธารัมมณธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
[๔๓๖] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๒
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๒
ในอวิคตปัจจัย มี " ๒
[๔๓๗] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มีวาระ ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มี " ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย มี " ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย มี " ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย มี " ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มี " ๒
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๔๓๘] เหตุธรรมที่เป็นอัชฌัตตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอัชฌัตตา-
รัมมณธรรม โดยเหตุปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นพหิทธารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นพหิทธารัมมณธรรม
โดยเหตุปัจจัย
[๔๓๙] เหตุธรรมที่เป็นอัชฌัตตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอัชฌัตตา-
รัมมณธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นอัชฌัตตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นพหิทธารัมมณธรรม
โดยอารัมมณปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นพหิทธารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นพหิทธารัมมณธรรม
โดยอารัมมณปัจจัย
เหตุธรรมที่เป็นพหิทธารัมมณธรรมเป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็นอัชฌัตตารัมมณธรรม
โดยอารัมมณปัจจัย
[๔๔๐] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๒
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๔
ในอธิปติปัจจัย มี " ๓
ในอนันตรปัจจัย มี " ๔
ในสมนันตรปัจจัย มี " ๔
ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๔
ในอวิคตปัจจัย มี " ๒
[๔๔๑] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๔
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๔
[๔๔๒] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๒
[๔๔๓] ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๔
แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
[๔๔๔] นเหตุธรรมที่เป็นอัชฌัตตารัมมณธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นอัชฌัตตา-
รัมมณธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นพหิทธารัมมณธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นพหิทธารัมมณธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๔๔๕] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๒
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๒
ในอวิคตปัจจัย มี " ๒
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๔๔๖] นเหตุธรรมที่เป็นอัชฌัตตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรมที่เป็น
อัชฌัตตารัมมณธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
[๔๔๗] ในอารัมมณปัจจัย มีวาระ ๔
ในอธิปติปัจจัย มี " ๓
ในอนันตรปัจจัย มี " ๔
ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๔
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓
[๔๔๘] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๔
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๔
[๔๔๙] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย กับอารัมมณปัจจัย มีวาระ ๔
[๔๕๐] ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๔
แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
อัชฌัตตารัมมณัตติกเหตุทุกะ จบ
สนิทัสสนัตติกเหตุทุกะ
[๔๕๑] เหตุธรรมที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม อาศัยเหตุธรรมที่เป็นอนิทัสสน-
อัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๔๕๒] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๑
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๔๕๓] เหตุธรรมที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็น
อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม โดยเหตุปัจจัย
[๔๕๔] เหตุธรรมที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมที่เป็น
อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
[๔๕๕] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๑
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑
ในปัจจัยทั้งปวง มี " ๑
แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
[๔๕๖] นเหตุธรรมที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นอนิทัสสน-
อัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นนิทัสสนสัปปฏิฆ-
ธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆ-
ธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นสนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆ-
ธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆ-
ธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นสนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆ-
ธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นสนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม
และนเหตุธรรมที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๗ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆ-
ธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นสนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆ-
ธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆ-
ธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นสนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆ-
ธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม
อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นสนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆ-
ธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นสนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆ-
ธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆ-
ธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๗ นัย
นเหตุธรรมที่เป็นสนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆ-
ธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆ-
ธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆ-
ธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นสนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆ-
ธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆ-
ธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆ-
ธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆ-
ธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นสนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆ-
ธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆ-
ธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุธรรมที่เป็นสนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และนเหตุธรรมที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม
และนเหตุธรรมที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม
และนเหตุธรรมที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๗ นัย
[๔๕๗] นเหตุธรรมที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นอนิทัสสน-
อัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย
[๔๕๘] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๒๑
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๑
ในอธิปติปัจจัย มี " ๒๑
ในอวิคตปัจจัย มี " ๒๑
[๔๕๙] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๒๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๒๑
[๔๖๐] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๒๑
[๔๖๑] ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๑
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๔๖๒] นเหตุธรรมที่เป็นสนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม ที่เป็น
อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
[๔๖๓] ในอารัมมณปัจจัย มีวาระ ๓
ในอธิปติปัจจัย มี " ๙
ในอนันตรปัจจัย มี " ๑
ในสมนันตรปัจจัย มี " ๓
ในสหชาตปัจจัย มี " ๒๑
ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๓
ในอวิคตปัจจัย มี " ๒๕
[๔๖๔] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๒๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๒๑
[๔๖๕] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย กับอธิปติปัจจัย มีวาระ ๙
[๔๖๖] ในอธิปติปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๙
แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
สนิทัสสนัตติกเหตุทุกะ จบ
กุสลัตติกสเหตุทุกะ
[๔๖๗] สเหตุกธรรมที่เป็นกุศล อาศัยสเหตุกธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
สเหตุกธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยสเหตุกธรรมที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
สเหตุกธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยสเหตุกธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
[๔๖๘] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓
[๔๖๙] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มีวาระ ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มี " ๓
[๔๗๐] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
[๔๗๑] ในเหตุปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มีวาระ ๓
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๔๗๒] สเหตุกธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรมที่เป็นกุศล โดยเหตุปัจจัย
สเหตุกธรรมที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรมที่เป็นอกุศล โดยเหตุปัจจัย
สเหตุกธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดย
เหตุปัจจัย
[๔๗๓] สเหตุกธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรมที่เป็นกุศล โดยอารัมมณ-
ปัจจัย
สเหตุกธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรมที่เป็นอกุศล โดยอารัมมณปัจจัย
สเหตุกธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดยอารัมมณ-
ปัจจัย
สเหตุกธรรมที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรมที่เป็นอกุศล โดยอารัมมณปัจจัย
มี ๓ นัย
สเหตุกธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดยอารัมมณ-
ปัจจัย มี ๓ นัย
[๔๗๔] สเหตุกธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรมที่เป็นกุศล โดยอธิปติ-
ปัจจัย
[๔๗๕] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๙
ในอธิปติปัจจัย มี " ๗
ในอนันตรปัจจัย มี " ๕
ในสมนันตรปัจจัย มี " ๕
ในสหชาตปัจจัย มี " ๓
ในอัญญมัญญปัจจัย มี " ๓
ในนิสสยปัจจัย มี " ๓
ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓
[๔๗๖] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๙
[๔๗๗] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
[๔๗๘] ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๙
แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
[๔๗๙] อเหตุกธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยอเหตุกธรรมที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
อเหตุกธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยอเหตุกธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
อเหตุกธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยอเหตุกธรรมที่เป็นอกุศล และอเหตุกธรรมที่เป็น
อัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๔๘๐] อเหตุกธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยอเหตุกธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น
เพราะอารัมมณปัจจัย
[๔๘๑] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๑
ในอธิปติปัจจัย มี " ๑
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓
[๔๘๒] อเหตุกธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยอเหตุกธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น
ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย
[๔๘๓] อเหตุกธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยอเหตุกธรรมที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น ไม่ใช่
เพราะอารัมมณปัจจัย
อเหตุกธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยอเหตุกธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น ไม่ใช่
เพราะอารัมมณปัจจัย
อเหตุกธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยอเหตุกธรรมที่เป็นอกุศล และอเหตุกธรรมที่เป็น
อัพยากฤต เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอารัมมณปัจจัย
[๔๘๔] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มีวาระ ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย มี " ๓
[๔๘๕] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
[๔๘๖] ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๑
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๔๘๗] อเหตุกธรรมที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่อเหตุกธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดย
เหตุปัจจัย
[๔๘๘] อเหตุกธรรมที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่อเหตุกธรรมที่เป็นอกุศล โดย
อารัมมณปัจจัย
อเหตุกธรรมที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่อเหตุกธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดยอารัมมณ-
ปัจจัย
อเหตุกธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่อเหตุกธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดยอารัมมณ-
ปัจจัย
อเหตุกธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่อเหตุกธรรมที่เป็นอกุศล โดยอารัมมณ-
ปัจจัย
[๔๘๙] อเหตุกธรรมที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่อเหตุกธรรมที่เป็นอกุศล โดยอนันตร-
ปัจจัย
อเหตุกธรรมที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่อเหตุกธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดยอนันตร-
ปัจจัย
อเหตุกธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่อเหตุกธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดยอนันตร-
ปัจจัย
อเหตุกธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่อเหตุกธรรมที่เป็นอกุศล โดยอนันตร-
ปัจจัย
[๔๙๐] อเหตุกธรรมที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่อเหตุกธรรมที่เป็นอกุศล โดย
อุปนิสสยปัจจัย
[๔๙๑] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๔
ในอนันตรปัจจัย มี " ๔
ในสมนันตรปัจจัย มี " ๔
ในสหชาตปัจจัย มี " ๓
ในอัญญมัญญปัจจัย มี " ๑
ในนิสสยปัจจัย มี " ๔
ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๔
[๔๙๒] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มี " ๕
[๔๙๓] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๑
[๔๙๔] ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๔
แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
กุสลัตติกสเหตุกทุกะ จบ
กุสลัตติกเหตุสัมปยุตตทุกะ
[๔๙๕] เหตุสัมปยุตตธรรมที่เป็นกุศล อาศัยเหตุสัมปยุตตธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
เหตุสัมปยุตตธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยเหตุสัมปยุตตธรรมที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
เหตุสัมปยุตตธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยเหตุสัมปยุตตธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
[๔๙๖] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๓
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓
[๔๙๗] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มีวาระ ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มี " ๓
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๔๙๘] เหตุสัมปยุตตธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่เหตุสัมปยุตตธรรมที่เป็นกุศล
โดยเหตุปัจจัย
เหตุสัมปยุตตธรรมที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่เหตุสัมปยุตตธรรมที่เป็นอกุศล โดย
เหตุปัจจัย
เหตุสัมปยุตตธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่เหตุสัมปยุตตธรรมที่เป็นอัพยากฤต
โดยเหตุปัจจัย
[๔๙๙] เหตุสัมปยุตตธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่เหตุสัมปยุตตธรรมที่เป็นกุศล
โดยอารัมมณปัจจัย มี ๓ นัย
เหตุสัมปยุตตธรรมที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่เหตุสัมปยุตตธรรมที่เป็นอกุศล โดย
อารัมมณปัจจัย มี ๓ นัย
เหตุสัมปยุตตธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่เหตุสัมปยุตตธรรมที่เป็นอัพยากฤต
โดยอารัมมณปัจจัย มี ๓ นัย
[๕๐๐] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๙
ในอธิปติปัจจัย มี " ๗
ในอนันตรปัจจัย มี " ๕
ในสมนันตรปัจจัย มี " ๕
ในสหชาตปัจจัย มี " ๓
ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓
[๕๐๑] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๙
[๕๐๒] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
[๕๐๓] ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๙
แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
[๕๐๔] เหตุวิปปยุตตธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยเหตุวิปปยุตตธรรมที่เป็นอกุศล
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
เหตุวิปปยุตตธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยเหตุวิปปยุตตธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
เหตุวิปปยุตตธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยเหตุวิปปยุตตธรรมที่เป็นอกุศล และเหตุ-
วิปปยุตตธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๕๐๕] เหตุวิปปยุตตธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยเหตุวิปปยุตตธรรมที่เป็นอัพยากฤต
เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย
[๕๐๖] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๑
ในอธิปติปัจจัย มี " ๑
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓
[๕๐๗] เหตุวิปปยุตตธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยเหตุวิปปยุตตธรรมที่เป็นอัพยากฤต
เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย
[๕๐๘] เหตุวิปปยุตตธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยเหตุวิปปยุตตธรรมที่เป็นอกุศล
เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอารัมมณปัจจัย
เหตุวิปปยุตตธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยเหตุวิปปยุตตธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น
ไม่ใช่เพราะอารัมมณปัจจัย
เหตุวิปปยุตตธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยเหตุวิปปยุตตธรรมที่เป็นอกุศล และเหตุ-
วิปปยุตตธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอารัมมณปัจจัย
[๕๐๙] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย มี " ๓
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๕๑๐] เหตุวิปปยุตตธรรมที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่เหตุวิปปยุตตธรรมที่เป็น
อัพยากฤต โดยเหตุปัจจัย
[๕๑๑] เหตุวิปปยุตตธรรมที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่เหตุวิปปยุตตธรรมที่เป็นอกุศล
โดยอารัมมณปัจจัย
เหตุวิปปยุตตธรรมที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่เหตุวิปปยุตตธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดย
อารัมมณปัจจัย
เหตุวิปปยุตตธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่เหตุวิปปยุตตธรรมที่เป็นอัพยากฤต
โดยอารัมมณปัจจัย
เหตุวิปปยุตตธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่เหตุวิปปยุตตธรรมที่เป็นอกุศล โดย
อารัมมณปัจจัย
[๕๑๒] เหตุวิปปยุตตธรรมที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่เหตุวิปปยุตตธรรมที่เป็นอกุศล
โดยอนันตรปัจจัย
เหตุวิปปยุตตธรรมที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่เหตุวิปปยุตตธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดย
อนันตรปัจจัย
เหตุวิปปยุตตธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่เหตุวิปปยุตตธรรมที่เป็นอัพยากฤต
โดยอนันตรปัจจัย
เหตุวิปปยุตตธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่เหตุวิปปยุตตธรรมที่เป็นอกุศล โดย
อนันตรปัจจัย
[๕๑๓] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๔
ในอนันตรปัจจัย มีวาระ ๔
ในสมนันตรปัจจัย มี " ๔
ในสหชาตปัจจัย มี " ๓
ในอัญญมัญญปัจจัย มี " ๑
ในนิสสยปัจจัย มี " ๔
ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๔
ในวิคตปัจจัย มี " ๔
[๕๑๔] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๕
[๕๑๕] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๑
[๕๑๖] ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๔
แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
กุสลัตติกเหตุสัมปยุตตทุกะ จบ
กุสลัตติกเหตุสเหตุกทุกะ
[๕๑๗] ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรม และสเหตุกธรรม ที่เป็นกุศล อาศัยธรรมที่เป็นทั้ง
เหตุธรรมและสเหตุกธรรม ที่เป็นกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรมและสเหตุกธรรม ที่เป็นอกุศล อาศัยธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรม
และสเหตุกธรรม ที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรมและสเหตุกธรรม ที่เป็นอัพยากฤต อาศัยธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรม
และสเหตุกธรรม ที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๕๑๘] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๓
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓
[๕๑๙] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มีวาระ ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มี " ๓
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๕๒๐] ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรมและสเหตุกธรรม ที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่ธรรม
ที่เป็นทั้งเหตุธรรมและสเหตุกธรรม ที่เป็นกุศล โดยเหตุปัจจัย
ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรมและสเหตุกธรรม ที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้ง
เหตุธรรมและสเหตุกธรรม ที่เป็นอกุศล โดยเหตุปัจจัย
ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรมและสเหตุกธรรม ที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็น
ทั้งเหตุธรรมและสเหตุกธรรม ที่เป็นอัพยากฤต โดยเหตุปัจจัย
[๕๒๑] ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรมและสเหตุกธรรม ที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่ธรรม
ที่เป็นทั้งเหตุธรรมและสเหตุกธรรม ที่เป็นกุศล โดยอารัมมณปัจจัย
ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรมและสเหตุกธรรม ที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้ง
เหตุธรรมและสเหตุกธรรม ที่เป็นอกุศล โดยอารัมมณปัจจัย
ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรมและสเหตุกธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้ง
เหตุธรรมและสเหตุกธรรม ที่เป็นอัพยากฤต โดยอารัมมณปัจจัย
ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรมและสเหตุกธรรม ที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้ง
เหตุธรรมและสเหตุกธรรม ที่เป็นอกุศล โดยอารัมมณปัจจัย มี ๓ นัย
ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรมและสเหตุกธรรม ที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้ง
เหตุธรรมและสเหตุกธรรม ที่เป็นอัพยากฤต โดยอารัมมณปัจจัย มี ๓ นัย
[๕๒๒] ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรมและสเหตุกธรรม ที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่
เป็นทั้งเหตุธรรมและสเหตุกธรรม ที่เป็นกุศล โดยอธิปติปัจจัย มี ๓ นัย
[๕๒๓] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๙
ในอธิปติปัจจัย มี " ๗
ในอนันตรปัจจัย มี " ๕
ในสมนันตรปัจจัย มี " ๕
ในสหชาตปัจจัย มี " ๓
ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓
[๕๒๔] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๙
[๕๒๕] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
[๕๒๖] ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๙
แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
[๕๒๗] ธรรมที่เป็นสเหตุกธรรม แต่ไม่ใช่เหตุธรรม ที่เป็นกุศล อาศัยธรรมที่เป็น
สเหตุกธรรม แต่ไม่ใช่เหตุธรรม ที่เป็นกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
ธรรมที่เป็นสเหตุกธรรม แต่ไม่ใช่เหตุธรรม ที่เป็นอกุศล อาศัยธรรมที่เป็นสเหตุกธรรม
แต่ไม่ใช่เหตุธรรม ที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
ธรรมที่เป็นสเหตุกธรรม แต่ไม่ใช่เหตุธรรม ที่เป็นอัพยากฤต อาศัยธรรมที่เป็น
สเหตุกธรรม แต่ไม่ใช่เหตุธรรม ที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๕๒๘] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๓
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓
[๕๒๙] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มีวาระ ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มี " ๓
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๕๓๐] ธรรมที่เป็นสเหตุกธรรม แต่ไม่ใช่เหตุธรรม ที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่
ธรรมที่เป็นสเหตุกธรรม แต่ไม่ใช่เหตุธรรม ที่เป็นกุศล โดยอารัมมณปัจจัย มี ๓ นัย
ธรรมที่เป็นสเหตุกธรรม แต่ไม่ใช่เหตุธรรมที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็น
สเหตุกธรรม แต่ไม่ใช่เหตุธรรมที่เป็นอกุศล โดยอารัมมณปัจจัยมี ๓ นัย
ธรรมที่เป็นสเหตุกธรรม แต่ไม่ใช่เหตุธรรม ที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่
เป็นสเหตุกธรรม แต่ไม่ใช่เหตุธรรม ที่เป็นอัพยากฤต โดยอารัมมณปัจจัย มี ๓ นัย
[๕๓๑] ในอารัมมณปัจจัย มีวาระ ๙
ในอธิปติปัจจัย มี " ๗
ในอนันตรปัจจัย มี " ๕
ในสหชาตปัจจัย มี " ๓
ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓
[๕๓๒] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๙
[๕๓๓] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย กับอารัมมณปัจจัย มีวาระ ๙
[๕๓๔] ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๙
แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
กุสลัตติกเหตุสเหตุทุกะ จบ
กุสลัตติกเหตุเหตุสัมปยุตตทุกะ
[๕๓๕] ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรม และเหตุสัมปยุตตธรรมที่เป็นกุศล อาศัยธรรม
ที่เป็นทั้งเหตุธรรม และเหตุสัมปยุตตธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรม และเหตุสัมปยุตตธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยธรรมที่เป็นทั้ง
เหตุธรรม และเหตุสัมปยุตตธรรมที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรม และเหตุสัมปยุตตธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยธรรมที่เป็น
ทั้งเหตุธรรม และเหตุสัมปยุตตธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๕๓๖] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓
[๕๓๗] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มีวาระ ๓
[๕๓๘] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
[๕๓๙] ในเหตุปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มีวาระ ๓
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๕๔๐] ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรม และเหตุสัมปยุตตธรรมที่เป็นกุศลเป็นปัจจัยแก่
ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรม และเหตุสัมปยุตตธรรม ที่เป็นกุศล โดยเหตุปัจจัย
ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรม และเหตุสัมปยุตตธรรมที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่ธรรม
ที่เป็นทั้งเหตุธรรม และเหตุสัมปยุตตธรรม ที่เป็นอกุศล โดยเหตุปัจจัย
ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรม และเหตุสัมปยุตตธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่ธรรม
ที่เป็นทั้งเหตุธรรม และเหตุสัมปยุตตธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดยเหตุปัจจัย
[๕๔๑] ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรม และเหตุสัมปยุตตธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่
ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรม และเหตุสัมปยุตตธรรมที่เป็นกุศล โดยอารัมมณปัจจัย
[๕๔๒] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๙
ในอธิปติปัจจัย มี " ๗
ในอนันตรปัจจัย มี " ๕
ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓
[๕๔๓] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๙
[๕๔๔] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
[๕๔๕] ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๙
แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
[๕๔๖] ธรรมที่เป็นเหตุสัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่เหตุธรรมที่เป็นกุศลอาศัยธรรม
ที่เป็นเหตุสัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่เหตุธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
ธรรมที่เป็นเหตุสัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่เหตุธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยธรรมที่เป็น
เหตุสัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่เหตุธรรมที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
ธรรมที่เป็นเหตุสัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่เหตุธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยธรรมที่เป็น
เหตุสัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่เหตุธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๕๔๗] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอารัมมณปัจจัย มีวาระ ๓
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓
[๕๔๘] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มีวาระ ๓
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๕๔๙] ธรรมที่เป็นเหตุสัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่เหตุธรรมที่เป็นกุศลเป็นปัจจัยแก่
ธรรมที่เป็นเหตุสัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่เหตุธรรมที่เป็นกุศล โดยอารัมมณปัจจัย มี ๓ นัย
ธรรมที่เป็นเหตุสัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่เหตุธรรมที่เป็นกุศลเป็นปัจจัยแก่ธรรม
ที่เป็นเหตุสัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่เหตุธรรมที่เป็นกุศล โดยอารัมมณปัจจัย มี ๓ นัย
ธรรมที่เป็นเหตุสัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่เหตุธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่
ธรรมที่เป็นเหตุสัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่เหตุธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดยอารัมมณปัจจัย มี ๓ นัย
[๕๕๐] ในอารัมมณปัจจัย มีวาระ ๙
ในอธิปติปัจจัย มี " ๗
ในอนันตรปัจจัย มี " ๕
ในสหชาตปัจจัย มี " ๓
ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓
[๕๕๑] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๙
[๕๕๒] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย กับอารัมมณปัจจัย มีวาระ ๙
[๕๕๓] ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๙
แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
กุสลัตติกเหตุเหตุสัมปยุตตทุกะ จบ
กุสลัตติกนเหตุสเหตุกทุกะ
[๕๕๔] ธรรมที่ไม่ใช่เหตุธรรม แต่เป็นสเหตุกธรรมที่เป็นกุศล อาศัยธรรมที่ไม่ใช่
เหตุธรรม แต่เป็นสเหตุกธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
ธรรมที่ไม่ใช่เหตุธรรม แต่เป็นสเหตุกธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยธรรมที่ไม่ใช่เหตุธรรม
แต่เป็นสเหตุกธรรมที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
ธรรมที่ไม่ใช่เหตุธรรม แต่เป็นสเหตุกธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยธรรมที่ไม่ใช่
เหตุธรรม แต่เป็นสเหตุกธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๕๕๕] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๓
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓
[๕๕๖] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มีวาระ ๓
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๕๕๗] ธรรมที่ไม่ใช่เหตุธรรม แต่เป็นสเหตุกธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่ธรรม
ที่ไม่ใช่เหตุธรรม แต่เป็นสเหตุกธรรมที่เป็นกุศล โดยอารัมมณปัจจัย มี ๓ นัย
ธรรมที่ไม่ใช่เหตุธรรม แต่เป็นสเหตุกธรรมที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่
เหตุธรรม แต่เป็นสเหตุกธรรมที่เป็นอกุศล โดยอารัมมณปัจจัยมี ๓ นัย
ธรรมที่ไม่ใช่เหตุธรรม แต่เป็นสเหตุกธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่
เหตุธรรม แต่เป็นสเหตุกธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดยอารัมมณปัจจัย มี ๓ นัย
[๕๕๘] ในอารัมมณปัจจัย มีวาระ ๙
ในอธิปติปัจจัย มี " ๗
ในอนันตรปัจจัย มี " ๗
ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓
[๕๕๙] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๙
[๕๖๐] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย กับอารัมมณปัจจัย มีวาระ ๙
[๕๖๑] ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๙
แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
[๕๖๒] ธรรมที่ไม่ใช่เหตุธรรม แต่เป็นสเหตุกธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยธรรมที่
ไม่ใช่เหตุธรรม แต่เป็นสเหตุกธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๕๖๓] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๑
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑
[๕๖๔] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย มี " ๑
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๕๖๕] ธรรมที่ไม่ใช่เหตุธรรม แต่เป็นอเหตุกธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่
ธรรมที่ไม่ใช่เหตุธรรม แต่เป็นอเหตุกธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดยอารัมมณปัจจัย
[๕๖๖] ในอารัมมณปัจจัย มีวาระ ๑
ในอธิปติปัจจัย มี " ๑
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑
แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
กุสลัตติกนเหตุสเหตุกทุกะ จบ
กุสลัตติกสัปปัจจยทุกะ
[๕๖๗] สัปปัจจยธรรมที่เป็นกุศล อาศัยสัปปัจจยธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
สัปปัจจยธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยสัปปัจจยธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
สัปปัจจยธรรมที่เป็นกุศล และสัปปัจจยธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยสัปปัจจยธรรมที่
เป็นกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
สัปปัจจยธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยสัปปัจจยธรรมที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย มี ๓ นัย
สัปปัจจยธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยสัปปัจจยธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
สัปปัจจยธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยสัปปัจจยธรรมที่เป็นกุศล และสัปปัจจยธรรม
ที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
สัปปัจจยธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยสัปปัจจยธรรมที่เป็นอกุศล และสัปปัจจัยธรรม
ที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๕๖๘] สัปปัจจยธรรมที่เป็นกุศล อาศัยสัปปัจจยธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น เพราะ
อารัมมณปัจจัย
สัปปัจจยธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยสัปปัจจยธรรมที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น เพราะอารัมมณ-
ปัจจัย
สัปปัจจยธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยสัปปัจจยธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น
เพราะอารัมมณปัจจัย
[๕๖๙] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๓
ในอธิปติปัจจัย มี " ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๙
[๕๗๐] สัปปัจจยธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยสัปปัจจยธรรมที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น ไม่ใช่
เพราะเหตุปัจจัย
สัปปัจจยธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยสัปปัจจยธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น ไม่ใช่
เพราะเหตุปัจจัย
[๕๗๑] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มี " ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย มี " ๕
[๕๗๒] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๕
[๕๗๓] ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๒
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๕๗๔] สัปปัจจยธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่สัปปัจจยธรรมที่เป็นกุศล โดย
เหตุปัจจัย มี ๓ นัย
สัปปัจจยธรรมที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่สัปปัจจยธรรมที่เป็นอกุศล โดยเหตุปัจจัย
มี ๓ นัย
สัปปัจจยธรรม ที่เป็นอัพยากฤตเป็นปัจจัยแก่สัปปัจจยธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดย
เหตุปัจจัย
[๕๗๕] สัปปัจจยธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่สัปปัจจยธรรมที่เป็นกุศล โดย
อารัมมณปัจจัย มี ๓ นัย
สัปปัจจยธรรมที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่สัปปัจจยธรรมที่เป็นอกุศล โดยอารัมมณปัจจัย
มี ๓ นัย
สัปปัจจยธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่สัปปัจจยธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดย
อารัมมณปัจจัย มี ๓ นัย
[๕๗๖] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๗
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๙
ในอธิปติปัจจัย มีวาระ ๑๐
ในอนันตรปัจจัย มี " ๗
ในสมนันตรปัจจัย มี " ๗
ในสหชาตปัจจัย มี " ๙
ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑๓
[๕๗๗] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๑๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๑๕
[๕๗๘] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๗
[๕๗๙] ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๒
แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
กุสลัตติกสัปปัจจยทุกะ จบ
กุสลัตติกสังขตทุกะ
[๕๘๐] สังขตธรรมที่เป็นกุศล อาศัยสังขตธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้นเหตุปัจจัย
เหมือนสัปปัจจยทุกะ
กุสลัตติกสังขตทุกะ จบ
กุสลัตติกสนิทัสสนทุกะ
[๕๘๑] อนิทัสสนธรรมที่เป็นกุศล อาศัยอนิทัสสนธรรมที่เป็นกุศล เพราะ
เหตุปัจจัย มี ๓ นัย
อนิทัสสนธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยอนิทัสสนธรรมที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
มี ๓ นัย
อนิทัสสนธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยอนิทัสสนธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
อนิทัสสนธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยอนิทัสสนธรรมที่เป็นกุศล และอนิทัสสนธรรม
ที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
อนิทัสสนธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยอนิทัสสนธรรมที่เป็นอกุศล และอนิทัสสนธรรม
ที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๕๘๒] อนิทัสสนธรรมที่เป็นกุศล อาศัยอนิทัสสนธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น เพราะ
อารัมมณปัจจัย
อนิทัสสนธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยอนิทัสสนธรรมที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น เพราะ
อารัมมณปัจจัย
อนิทัสสนธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยอนิทัสสนธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะ
อารัมมณปัจจัย
[๕๘๓] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๓
ในอวิคตปัจจัย มี " ๙
[๕๘๔] อนิทัสสนธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยอนิทัสสนธรรมที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น
ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย
อนิทัสสนธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยอนิทัสสนธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น ไม่ใช่
เพราะเหตุปัจจัย
[๕๘๕] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มี " ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย มี " ๕
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๕๘๖] อนิทัสสนธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่อนิทัสสนธรรมที่เป็นกุศล โดย
เหตุปัจจัย มี ๓ นัย
อนิทัสสนธรรมที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่อนิทัสสนธรรมที่เป็นอกุศล โดยเหตุปัจจัย
มี ๓ นัย
อนิทัสสนธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่อนิทัสสนธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดย
เหตุปัจจัย
[๕๘๗] อนิทัสสนธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่อนิทัสสนธรรมที่เป็นกุศล โดย
อารัมมณปัจจัย มี ๓ นัย
อนิทัสสนธรรมที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่อนิทัสสนธรรมที่เป็นอกุศล โดยอารัมมณ-
ปัจจัย มี ๓ นัย
อนิทัสสนธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่อนิทัสสนธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดย
อารัมมณปัจจัย มี ๓ นัย
[๕๘๘] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๗
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๙
ในอธิปติปัจจัย มี " ๑๐
ในอนันตรปัจจัย มี " ๗
ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑๗
แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
กุสลัตติกสนิทัสสนทุกะ จบ
กุสลัตติกสัปปฏิฆทุกะ
[๕๘๙] สัปปฏิฆธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยสัปปฏิฆธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
[๕๙๐] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑
ในสหชาตวารก็ดี ในปัญหาวารก็ดี มีวาระ ๑ ทุกปัจจัย
[๕๙๑] อัปปฏิฆธรรมที่เป็นกุศล อาศัยอัปปฏิฆธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย มี ๓ นัย
อัปปฏิฆธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยอัปปฏิฆธรรมที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
มี ๓ นัย
อัปปฏิฆธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยอัปปฏิฆธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
อัปปฏิฆธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยอัปปฏิฆธรรมที่เป็นกุศล และอัปปฏิฆธรรมที่เป็น
อัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
อัปปฏิฆธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยอัปปฏิฆธรรมที่เป็นอกุศล และอัปปฏิฆธรรมที่เป็น
อัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๕๙๒] อัปปฏิฆธรรมที่เป็นกุศล อาศัยอัปปฏิฆธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น เพราะ
อารัมมณปัจจัย
อัปปฏิฆธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยอัปปฏิฆธรรมที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น เพราะอารัมมณ-
ปัจจัย
อัปปฏิฆธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยอัปปฏิฆธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะ
อารัมมณปัจจัย
[๕๙๓] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๓
ในอธิปติปัจจัย มี " ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๙
[๕๙๔] อัปปฏิฆธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยอัปปฏิฆธรรมที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น ไม่ใช่
เพราะเหตุปัจจัย
อัปปฏิฆธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยอัปปฏิฆธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น ไม่ใช่
เพราะเหตุปัจจัย
[๕๙๕] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มี " ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย มี " ๕
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๕๙๖] อัปปฏิฆธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่อัปปฏิฆธรรมที่เป็นกุศล โดยเหตุปัจจัย
มี ๓ นัย
อัปปฏิฆธรรมที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่อัปปฏิฆธรรมที่เป็นอกุศล โดยเหตุปัจจัย
มี ๓ นัย
อัปปฏิฆธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่อัปปฏิฆธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดย
เหตุปัจจัย
[๕๙๗] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๗
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๙
ในอธิปติปัจจัย มี " ๑๐
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑๓
แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
กุสลัตติกสัปปฏิฆทุกะ จบ
กุสลัตติกรูปีทุกะ
[๕๙๘] รูปีธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยรูปีธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
[๕๙๙] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑
ในอารัมมณปัจจัย มีวาระ ๑
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑
ในสหชาตวารก็ดี ในปัญหาวารก็ดี มีวาระ ๑ ทุกปัจจัย
[๖๐๐] อรูปีธรรมที่เป็นกุศล อาศัยอรูปีธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
อรูปีธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยอรูปีธรรมที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
อรูปีธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยอรูปีธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๖๐๑] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๓
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓
[๖๐๒] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มี " ๓
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๖๐๓] อรูปีธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่อรูปีธรรมที่เป็นกุศล โดยเหตุปัจจัย
อรูปีธรรมที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่อรูปีธรรมที่เป็นอกุศล โดยเหตุปัจจัย
อรูปีธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่อรูปีธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดยเหตุปัจจัย
[๖๐๔] อรูปีธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่อรูปีธรรมที่เป็นกุศล โดยอารัมมณปัจจัย
มี ๓ นัย
อรูปีธรรมที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่อรูปีธรรมที่เป็นอกุศล โดยอารัมมณปัจจัย
มี ๓ นัย
อรูปีธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่อรูปีธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดยอารัมมณปัจจัย
มี ๓ นัย
[๖๐๕] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๙
ในอธิปติปัจจัย มี " ๗
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓
แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
กุสลัตติกรูปีทุกะ จบ
กุสลัตติกโลกิยทุกะ
[๖๐๖] โลกิยธรรมที่เป็นกุศล อาศัยโลกิยธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
โลกิยธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยโลกิยธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
โลกิยธรรมที่เป็นกุศล และโลกิยธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยโลกิยธรรมที่เป็นกุศล
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
โลกิยธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยโลกิยธรรมที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
มี ๓ นัย
โลกิยธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยโลกิยธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
โลกิยธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยโลกิยธรรมที่เป็นกุศลและโลกิยธรรมที่เป็นอัพยากฤต
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
โลกิยธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยโลกิยธรรมที่เป็นอกุศลและโลกิยธรรมที่เป็น
อัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๖๐๗] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอารัมมณปัจจัย มีวาระ ๓
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓
[๖๐๘] โลกิยธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยโลกิยธรรมที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น ไม่ใช่
เพราะเหตุปัจจัย
โลกิยธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยโลกิยธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะ
เหตุปัจจัย
[๖๐๙] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มี " ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย มี " ๕
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๖๑๐] โลกิยธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่โลกิยธรรมที่เป็นกุศลโดยเหตุปัจจัย-
มี ๓ นัย
โลกิยธรรมที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่โลกิยธรรมที่เป็นอกุศล โดยเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
โลกิยธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่โลกิยธรรมที่เป็นอัพยากฤตโดยเหตุปัจจัย
[๖๑๑] โลกิยธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่โลกิยธรรมที่เป็นกุศล โดยอารัมมณ-
ปัจจัย มี ๓ นัย
โลกิยธรรมที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่โลกิยธรรมที่เป็นอกุศล โดยอารัมมณปัจจัย
มี ๓ นัย
โลกิยธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่โลกิยธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดยอารัมมณ-
ปัจจัย มี ๓ นัย
[๖๑๒] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๗
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๙
ในอธิปติปัจจัย มีวาระ ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑๓
แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
[๖๑๓] โลกุตตรธรรมที่เป็นกุศล อาศัยโลกุตตรธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
โลกุตตรธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยโลกุตตรธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
[๖๑๔] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๒
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๒
ในอธิปติปัจจัย มี " ๒
ในอวิคตปัจจัย มี " ๒
[๖๑๕] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มีวาระ ๒
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๖๑๖] โลกุตตรธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่โลกุตตรธรรมที่เป็นกุศล โดย
เหตุปัจจัย
โลกุตตรธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่โลกุตตรธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดย
เหตุปัจจัย
[๖๑๗] โลกุตตรธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่โลกุตตรธรรมที่เป็นอัพยากฤต
โดยอารัมมณปัจจัย
โลกุตตรธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่โลกุตตรธรรมที่เป็นกุศล โดยอารัมมณ-
ปัจจัย
[๖๑๘] โลกุตตรธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่โลกุตตรธรรมที่เป็นกุศล โดยอธิปติ-
ปัจจัย
โลกุตตรธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่โลกุตตรธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดย
อธิปติปัจจัย
โลกุตตรธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่โลกุตตรธรรมที่เป็นกุศล โดยอธิปติปัจจัย
[๖๑๙] โลกุตตรธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่โลกุตตรธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดย-
อนันตรปัจจัย
โลกุตตรธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่โลกุตตรธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดย
อนันตรปัจจัย
[๖๒๐] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๒
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๒
ในอธิปติปัจจัย มี " ๓
ในอนันตรปัจจัย มี " ๒
ในสมนันตรปัจจัย มี " ๒
ในสหชาตปัจจัย มี " ๒
ในอัญญมัญญปัจจัย มี " ๒
ในนิสสยปัจจัย มี " ๒
ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๔
ในอวิคตปัจจัย มี " ๒
แม้ในปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
กุสลัตติกโลกิยทุกะ จบ
กุสลัตติกเกนจิวิญเญยยทุกะ
[๖๒๑] เกนจิวิญเญยยธรรมที่เป็นกุศล อาศัยเกนจิวิญเญยยธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
เกนจิวิญเญยยธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยเกนจิวิญเญยยธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
เกนจิวิญเญยยธรรมที่เป็นกุศล และเกนจิวิญเญยยธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัย
เกนจิวิญเญยยธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
เกนจิวิญเญยยธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยเกนจิวิญเญยยธรรมที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
เกนจิวิญเญยยธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยเกนจิวิญเญยยธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
เกนจิวิญเญยยธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยเกนจิวิญเญยยธรรมที่เป็นกุศล และ
เกนจิวิญเญยยธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
เกนจิวิญเญยยธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยเกนจิวิญเญยยธรรมที่เป็นอกุศล และ
เกนจิวิญเญยยธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๖๒๒] เกนจิวิญเญยยธรรมที่เป็นกุศล อาศัยเกนจิวิญเญยยธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น
เพราะอารัมมณปัจจัย
เกนจิวิญเญยยธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยเกนจิวิญเญยยธรรมที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น
เพราะอารัมมณปัจจัย
เกนจิวิญเญยยธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยเกนจิวิญเญยยธรรมที่เป็นอัพยากฤต
เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย
[๖๒๓] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๓
ในอวิคตปัจจัย มี " ๙
[๖๒๔] เกนจิวิญเญยยธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยเกนจิวิญเญยยธรรมที่เป็นอกุศล
เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย
[๖๒๕] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มี " ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย มี " ๕
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๖๒๖] เกนจิวิญเญยยธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่เกนจิวิญเญยยธรรมที่เป็นกุศล
โดยเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
เกนจิวิญเญยยธรรมที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่เกนจิวิญเญยยธรรมที่เป็นอกุศล โดย
เหตุปัจจัย มี ๒ นัย
เกนจิวิญเญยยธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่เกนจิวิญเญยยธรรมที่เป็นอัพยากฤต
โดยเหตุปัจจัย
[๖๒๗] เกนจิวิญเญยยธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่เกนจิวิญเญยยธรรมที่เป็นกุศล
โดยอารัมมณปัจจัย
[๖๒๘] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑๓
แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
[๖๒๙] เกนจินวิญเญยยธรรมที่เป็นกุศล อาศัยเกนจิวิญเญยยธรรมที่เป็นกุศล
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
เหมือนเกนจิวิญเญยยทุกะ
กุสลัตติกเกนจิวิญเญยยทุกะ จบ
กุสลัตติกอาสวทุกะ
[๖๓๐] อาสวธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยอาสวธรรมที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
[๖๓๑] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑
ในสหชาตวารก็ดี ในสัมปยุตตวารก็ดี ในปัญหาวารก็ดี มีวาระ ๑ ทุกปัจจัย
[๖๓๒] ธรรมที่ไม่ใช่อาสวธรรมที่เป็นกุศล อาศัยธรรมที่ไม่ใช่อาสวธรรมที่เป็นกุศล
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
ธรรมที่ไม่ใช่อาสวธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยธรรมที่ไม่ใช่อาสวธรรมที่เป็นกุศล
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
ธรรมที่ไม่ใช่อาสวธรรมที่เป็นกุศล และธรรมที่ไม่ใช่อาสวธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัย
ธรรมที่ไม่ใช่อาสวธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
ธรรมที่ไม่ใช่อาสวธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยธรรมที่ไม่ใช่อาสวธรรมที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
ธรรมที่ไม่ใช่อาสวธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยธรรมที่ไม่ใช่อาสวธรรมที่เป็นอัพยากฤต
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
ธรรมที่ไม่ใช่อาสวธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยธรรมที่ไม่ใช่อาสวธรรมที่เป็นกุศล
และธรรมที่ไม่ใช่อาสวธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
ธรรมที่ไม่ใช่อาสวธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยธรรมที่ไม่ใช่อาสวธรรมที่เป็นอกุศล
และธรรมที่ไม่ใช่อาสวธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๖๓๓] ธรรมที่ไม่ใช่อาสวธรรมที่เป็นกุศล อาศัยธรรมที่ไม่ใช่อาสวธรรมที่เป็นกุศล
เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย
ธรรมที่ไม่ใช่อาสวธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยธรรมที่ไม่ใช่อาสวธรรมที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น
เพราะอารัมมณปัจจัย
ธรรมที่ไม่ใช่อาสวธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยธรรมที่ไม่ใช่อาสวธรรมที่เป็นอัพยากฤต
เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย
[๖๓๔] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๓
ในอธิปติปัจจัย มีวาระ ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๙
[๖๓๕] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มี " ๙
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๖๓๖] ธรรมที่ไม่ใช่อาสวธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่อาสวธรรมที่เป็น
กุศล โดยเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
ธรรมที่ไม่ใช่อาสวธรรมที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่อาสวธรรมที่เป็นอกุศล
โดยเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
ธรรมที่ไม่ใช่อาสวธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่อาสวธรรมที่เป็น
อัพยากฤต โดยเหตุปัจจัย
[๖๓๗] ธรรมที่ไม่ใช่อาสวธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่อาสวธรรมที่เป็น
กุศล โดยอารัมมณปัจจัย
[๖๓๘] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๗
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๙
ในอธิปติปัจจัย มี " ๑๐
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑๓
แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
กุลัสตติกอาสวทุกะ จบ
กุสลัตติกสาสวทุกะ
[๖๓๙] สาสวธรรมที่เป็นกุศล อาศัยสาสวธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
มี ๓ นัย
สาสวธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยสาสวธรรมที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
มี ๓ นัย
สาสวธรรมที่เป็นกุศล อาศัยสาสวธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
สาสวธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยสาสวธรรมที่เป็นกุศล และสาสวธรรมที่เป็น
อัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
สาสวธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยสาสวธรรมที่เป็นอกุศล และสาสวธรรมที่เป็น
อัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๖๔๐] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๓
ในอวิคตปัจจัย มี " ๙
[๖๔๑] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มี " ๙
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๖๔๒] สาสวธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่สาสวธรรมที่เป็นกุศล โดยเหตุปัจจัย
มี ๓ นัย
สาสวธรรมที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่สาสวธรรมที่เป็นอกุศล โดยเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
สาสวธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่สาสวธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดยเหตุปัจจัย
[๖๔๓] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๗
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑๓
แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
[๖๔๔] อนาสวธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยอนาสวธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
อนาสวธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยอนาสวธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
[๖๔๕] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๒
ในอวิคตปัจจัย มี " ๒
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๖๔๖] อนาสวธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่อนาสวธรรมที่เป็นกุศล โดยเหตุปัจจัย
อนาสวธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่อนาสวธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดยเหตุ-
ปัจจัย
[๖๔๗] อนาสวธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่อนาสวธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดย
อารัมมณปัจจัย
อนาสวธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่อนาสวธรรมที่เป็นกุศล โดยอารัมมณปัจจัย
[๖๔๘] อนาสวธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่อนาสวธรรมที่เป็นกุศล โดยอธิปติ-
ปัจจัย
อนาสวธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่อนาสวธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดยอธิปติ-
ปัจจัย
อนาสวธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่อนาสวธรรมที่เป็นอกุศล โดยอธิปติปัจจัย
[๖๔๙] อนาสวธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่อนาสวธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดย
อนันตรปัจจัย
อนาสวธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่อนาสวธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดยอนันตร-
ปัจจัย
[๖๕๐] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๒
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๒
ในอธิปติปัจจัย มี " ๓
ในอนันตรปัจจัย มี " ๒
ในสมนันตรปัจจัย มี " ๒
ในสหชาตปัจจัย มี " ๒
ในอัญญมัญญปัจจัย มี " ๒
ในนิสสยปัจจัย มี " ๒
ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๔
ในอวิคตปัจจัย มี " ๒
แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
กุสลัตติกสาสวทุกะ จบ
กุสลัตติกอาสวสัมปยุตตทุกะ
[๖๕๑] อาสวสัมปยุตตธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยอาสวสัมปยุตตธรรมที่เป็นอกุศล
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๖๕๒] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๑
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑
ในสหชาตวารก็ดี ในสัมปยุตตวารก็ดี ในปัญหาวารก็ดี มีวาระ ๑ ทุกปัจจัย
[๖๕๓] อาสววิปปยุตตธรรมที่เป็นกุศล อาศัยอาสววิปปยุตตธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
อาสววิปปยุตตธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยอาสววิปปยุตตธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
อาสววิปปยุตตธรรมที่เป็นกุศล และอาสววิปปยุตตธรรมที่เป็นอัพยากฤตอาศัยอาสว-
วิปปยุตตธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
อาสววิปปยุตตธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยอาสววิปปยุตตธรรมที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
อาสววิปปยุตตธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยอาสววิปปยุตตธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
อาสววิปปยุตตธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยอาสววิปปยุตตธรรมที่เป็นกุศล และอาสว-
วิปปยุตตธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
อาสววิปปยุตตธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยอาสววิปปยุตตธรรมที่เป็นอกุศล และ
อาสววิปปยุตตธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๖๕๔] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๗
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๒
ในอธิปติปัจจัย มี " ๗
ในอวิคตปัจจัย มี " ๗
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๖๕๕] อาสววิปปยุตตธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่อาสววิปปยุตตธรรมที่เป็นกุศล
โดยเหตุปัจจัย มี ๓
อาสววิปปยุตตธรรมที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่อาสววิปปยุตตธรรมที่เป็นอัพยากฤต
โดยเหตุปัจจัย
อาสววิปปยุตตธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่อาสววิปปยุตตธรรมที่เป็นอัพยากฤต
โดยเหตุปัจจัย
[๖๕๖] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๕
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๙
ในอธิปติปัจจัย มีวาระ ๕
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑๓
แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
กุสลัตติกอาสวสัมปยุตตทุกะ จบ
กุสลัตติกอาสวสาสวทุกะ
[๖๕๗] ธรรมที่เป็นทั้งอาสวธรรม และสาสวธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยธรรมที่เป็นทั้ง
อาสวธรรม และสาสวธรรมที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๖๕๘] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๑
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑
ในสหชาตวารก็ดี ในสัมปยุตตวารก็ดี ในปัญหาวารก็ดี มีวาระ ๑ ทุกปัจจัย
[๖๕๙] ธรรมที่เป็นสาสวธรรม แต่ไม่ใช่อาสวธรรมที่เป็นกุศล อาศัยธรรมที่เป็น
สาสวธรรม แต่ไม่ใช่อาสวธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
ธรรมที่เป็นสาสวธรรม แต่ไม่ใช่อาสวธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยธรรมที่เป็นสาสวธรรม
แต่ไม่ใช่อาสวธรรมที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัยมี ๓ นัย
ธรรมที่เป็นสาสวธรรม แต่ไม่ใช่อาสวธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยธรรมที่เป็นสาสว-
ธรรม แต่ไม่ใช่อาสวธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
ธรรมที่เป็นสาสวธรรม แต่ไม่ใช่อาสวธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยธรรมที่เป็นสาสว-
ธรรม แต่ไม่ใช่อาสวธรรมที่เป็นกุศล และธรรมที่เป็นสาสวธรรม แต่ไม่ใช่อาสวธรรมที่เป็น
อัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
ธรรมที่เป็นสาสวธรรม แต่ไม่ใช่อาสวธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยธรรมที่เป็นสาสว-
ธรรม แต่ไม่ใช่อาสวธรรมที่เป็นอกุศล และธรรมที่เป็นสาสวธรรมแต่ไม่ใช่อาสวธรรมที่เป็น
อัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๖๖๐] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๓
ในอธิปติปัจจัย มี " ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๙
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๖๖๑] ธรรมที่เป็นสาสวธรรม แต่ไม่ใช่อาสวธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่ธรรม
ที่เป็นสาสวธรรม แต่ไม่ใช่อาสวธรรมที่เป็นกุศล โดยเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
ธรรมที่เป็นสาสวธรรม แต่ไม่ใช่อาสวธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็น
สาสวธรรม แต่ไม่ใช่อาสวธรรมที่เป็นอกุศล โดยเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
ธรรมที่เป็นสาสวธรรม แต่ไม่ใช่อาสวธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็น
สาสวธรรม แต่ไม่ใช่อาสวธรรม ที่เป็นอัพยากฤต โดยเหตุปัจจัย
[๖๖๒] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๗
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๙
ในอธิปติปัจจัย มี " ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑๓
แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
กุสลัตติกอาสวสาสวทุกะ จบ
กุสลัตติกอาสวอาสวสัมปยุตตทุกะ
[๖๖๓] ธรรมที่เป็นทั้งอาสวธรรม และอาสวสัมปยุตตธรรมที่เป็นอกุศลอาศัยธรรม
ที่เป็นทั้งอาสวธรรม และอาสวสัมปยุตตธรรมที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๖๖๔] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๑
ในอวคตปัจจัย มี " ๑
ในสหชาตวารก็ดี ในสัมปยุตตวารก็ดี ในปัญหาวารก็ดี มีวาระ ๑ทุกปัจจัย
[๖๖๕] ธรรมที่เป็นอาสวสัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่อาสวธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยธรรม
ที่เป็นอาสวสัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่อาสวธรรมที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๖๖๖] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๑
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑
ในสหชาตวารก็ดี ในสัมปยุตตวารก็ดี ในปัญหาวารก็ดี มีวาระ ๑ ทุกปัจจัย
กุสลัตติกอาสวอาสวสัมปยุตตทุกะ จบ
กุสลัตติกอาสววิปปยุตตสาสวทุกะ
[๖๖๗] ธรรมที่เป็นอาสววิปปยุตตสาสวธรรมที่เป็นกุศล อาศัยธรรมที่เป็นอาสว-
วิปปยุตตสาสวธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
ธรรมที่เป็นอาสววิปปยุตตสาสวธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยธรรมที่เป็นอาสววิปปยุตต
สาสวธรรมที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
ธรรมที่เป็นอาสววิปปยุตตสาสวธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยธรรมที่เป็นอาสววิปปยุตต
สาสวธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
ธรรมที่เป็นอาสววิปปยุตตสาสวธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยธรรมที่เป็นอาสววิปปยุตต-
สาสวธรรมที่เป็นกุศล และธรรมที่เป็นอาสววิปปยุตตสาสวธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
ธรรมที่เป็นอาสววิปปยุตตสาสวธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยธรรมที่เป็นอาสว-
วิปปยุตตสาสวธรรมที่เป็นกุศล และธรรมที่เป็นอาสววิปปยุตตสาสวธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
[๖๖๘] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๗
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๒
ในอวิคตปัจจัย มี " ๗
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๖๖๙] ธรรมที่เป็นอาสววิปปยุตตสาสวธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็น
อาสววิปปยุตตสาสวธรรมที่เป็นกุศล โดยเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
ธรรมที่เป็นอาสววิปปยุตตสาสวธรรมที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นอาสว-
วิปปยุตตสาสวธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดยเหตุปัจจัย
ธรรมที่เป็นอาสววิปปยุตตสาสวธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นอาสว-
วิปปยุตตสาสวธรรม ที่เป็นอัพยากฤต โดยเหตุปัจจัย
[๖๗๐] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๕
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๙
ในอธิปติปัจจัย มี " ๔
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑๓
แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
[๖๗๑] ธรรมที่เป็นอาสววิปปยุตตอนาสวธรรมที่เป็นกุศล อาศัยธรรมที่เป็นอาสว-
วิปปยุตตอนาสวธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
ธรรมที่เป็นอาสววิปปยุตตอนาสวธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยธรรมที่เป็นอาสว-
วิปปยุตตอนาสวธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๖๗๒] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๒
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๒
ในอวิคตปัจจัย มี " ๒
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๖๗๓] ธรรมที่เป็นอาสววิปปยุตตอนาสวธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็น
อาสววิปปยุตตอนาสวธรรมที่เป็นกุศล โดยเหตุปัจจัย
ธรรมที่เป็นอาสววิปปยุตตอนาสวธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็น
อาสววิปปยุตตอนาสวธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดยเหตุปัจจัย
[๖๗๔] ธรรมที่เป็นอาสววิปปยุตตอนาสวธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่ธรรม
ที่เป็นอาสววิปปยุตตอนาสวธรรม ที่เป็นอัพยากฤต โดยอารัมมณปัจจัย
ธรรมที่เป็นอาสววิปปยุตตอนาสวธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็น
อาสววิปปยุตตอนาสวธรรมที่เป็นกุศล โดยอารัมมณปัจจัย
[๖๗๕] ธรรมที่เป็นอาสววิปปยุตตอนาสวธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็น
อาสววิปปยุตตอนาสวธรรมที่เป็นกุศล โดยอธิปติปัจจัย
ธรรมที่เป็นอาสววิปปยุตตอนาสวธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็น
อาสววิปปยุตตอนาสวธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดยอธิปติปัจจัย
ธรรมที่เป็นอาสววิปปยุตตอนาสวธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็น
อาสววิปปยุตตอนาสวธรรมที่เป็นกุศล โดยอธิปติปัจจัย
[๖๗๖] ธรรมที่เป็นอาสววิปปยุตตอนาสวธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็น
อาสววิปปยุตตอนาสวธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดยอนันตรปัจจัย
ธรรมที่เป็นอาสววิปปยุตตอนาสวธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็น
อาสววิปปยุตตอนาสวธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดยอนันตรปัจจัย
[๖๗๗] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๒
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๒
ในอธิปติปัจจัย มี " ๓
ในอนันตรปัจจัย มี " ๒
ในสมนันตรปัจจัย มี " ๒
ในสหชาตปัจจัย มี " ๒
ในอัญญมัญญปัจจัย มี " ๒
ในนิสสยปัจจัย มี " ๒
ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๔
ในอวิคตปัจจัย มี " ๒
แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
กุสลัตติกอาสววิปปยุตตสาสวทุกะ จบ
กุสลัตติกฉโคจฉกทุกะ
[๖๗๘] อาศัยสัญโญชนธรรมที่เป็นอกุศล ฯลฯ คันถะ โอฆะ โยคะ นีวรณะ
ที่เป็นอกุศล ฯลฯ
ธรรมที่ไม่ใช่ปรามาสธรรมที่เป็นกุศล อาศัยธรรมที่ไม่ใช่ปรามาสธรรมที่เป็นกุศล
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
เหมือนอาสวโคจฉกะ
ทิฏฐิ ย่อมไม่เกิดขึ้น เพราะอาศัยทิฏฐิ
กุสลัตติกฉโคจฉกทุกะ
กุสลัตติกสารัมมณทุกะ
[๖๗๙] สารัมมณธรรมที่เป็นกุศล อาศัยสารัมมณธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
สารัมมณธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยสารัมมณธรรมที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
สารัมมณธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยสารัมมณธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
[๖๘๐] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๓
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๖๘๑] สารัมมณธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่สารัมมณธรรมที่เป็นกุศล โดย
เหตุปัจจัย
สารัมมณธรรมที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่สารัมมณธรรมที่เป็นอกุศล โดยเหตุปัจจัย
สารัมมณธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่สารัมมณธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดย
เหตุปัจจัย
[๖๘๒] สารัมมณธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่สารัมมณธรรมที่เป็นกุศล โดย
อารัมมณปัจจัย
[๖๘๓] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๙
ในอธิปติปัจจัย มี " ๗
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓
แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
[๖๘๔] อนารัมมณธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยอนารัมมณธรรมที่เป็นอัพยากฤต
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๖๘๕] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑
[๖๘๖] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๑
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๖๘๗] อนารัมมณธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่อนารัมมณธรรมที่เป็น
อัพยากฤต โดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอัญญมัญญปัจจัย เป็นปัจจัยโดยนิสสยปัจจัย
เป็นปัจจัยโดยอาหารปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอินทริยปัจจัยเป็นปัจจัยโดยอัตถิปัจจัย เป็นปัจจัย
โดยอวิคตปัจจัย
มีวาระ ๑ ทุกปัจจัย
กุสลัตติกสารัมมณทุกะ จบ
กุสลัตติกจิตตทุกะ
[๖๘๘] จิตตธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่จิตตธรรมที่เป็นกุศล โดยอารัมมณปัจจัย
[๖๘๙] ในอารัมมณปัจจัย มีวาระ ๙
ในอธิปติปัจจัย มี " ๗
ในอวิคตปัจจัย มี " ๗
[๖๙๐] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๙
แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
[๖๙๑] ธรรมที่ไม่ใช่จิตตะที่เป็นกุศล อาศัยธรรมที่ไม่ใช่จิตตะที่เป็นกุศล เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
ธรรมที่ไม่ใช่จิตตะที่เป็นอกุศล อาศัยธรรมที่ไม่ใช่จิตตะที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย มี ๓ นัย
ธรรมที่ไม่ใช่จิตตะที่เป็นอัพยากฤต อาศัยธรรมที่ไม่ใช่จิตตะที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
ธรรมที่ไม่ใช่จิตตะที่เป็นอัพยากฤต อาศัยธรรมที่ไม่ใช่จิตตะที่เป็นกุศล และธรรม
ที่ไม่ใช่จิตตะที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
ธรรมที่ไม่ใช่จิตตะที่เป็นอัพยากฤต อาศัยธรรมที่ไม่ใช่จิตตะที่เป็นอกุศล และธรรมที่
ไม่ใช่จิตตะที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๖๙๒] ธรรมที่ไม่ใช่จิตตะที่เป็นกุศล อาศัยธรรมที่ไม่ใช่จิตตะที่เป็นกุศล เกิดขึ้น
เพราะอารัมมณปัจจัย
[๖๙๓] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๓
ในอธิปติปัจจัย มี " ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๙
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๖๙๔] ธรรมที่ไม่ใช่จิตตะที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่จิตตะที่เป็นกุศล
โดยเหตุปัจจัย
[๖๙๕] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๗
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๙
ในอธิปติปัจจัย มี " ๑๐
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑๓
กุสลัตติกจิตตทุกะ จบ
กุสลัตติกเจตสิกทุกะ
[๖๙๖] เจตสิกธรรมที่เป็นกุศล อาศัยเจตสิกธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
เจตสิกธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยเจตสิกธรรมที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
เจตสิกธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยเจตสิกธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
[๖๙๗] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๓
ในสหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๖๙๘] เจตสิกธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่เจตสิกธรรมที่เป็นกุศล โดยเหตุปัจจัย
เจตสิกธรรมที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่เจตสิกธรรมที่เป็นอกุศล โดยเหตุปัจจัย
เจตสิกธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่เจตสิกธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดย
เหตุปัจจัย
[๖๙๙] เจตสิกธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่เจตสิกธรรมที่เป็นกุศล โดยอารัมมณ-
ปัจจัย มี ๓ นัย
เจตสิกธรรมที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่เจตสิกธรรมที่เป็นอกุศล โดยอารัมมณปัจจัย
มี ๓ นัย
เจตสิกธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่เจตสิกธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดยอารัมมณ-
ปัจจัย มี ๓ นัย
[๗๐๐] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๙
ในอธิปติปัจจัย มี " ๗
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓
แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
[๗๐๑] อเจตสิกธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยอเจตสิกธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
[๗๐๒] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๕
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๑
ในอวิคตปัจจัย มี " ๕
[๗๐๓] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๑
สหชาตวารก็ดี ปัญหาวารก็ดี พึงให้พิสดารอย่างนี้
กุสลัตติกเจตสิกทุกะ จบ
กุสลัตติกจิตตสัมปยุตตาทิอัฏฐทุกะ
[๗๐๔] อาศัยจิตตสัมปยุตตธรรมที่เป็นกุศล ฯลฯ อาศัยจิตตสังสัฏฐธรรมที่เป็นกุศล
ฯลฯ อาศัยจิตตสมุฏฐานธรรมที่เป็นกุศล ฯลฯ อาศัยจิตตสหภูธรรมที่เป็นกุศล ฯลฯ อาศัยจิตตา-
นุปริวัตติธรรมที่เป็นกุศล ฯลฯ อาศัยจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรมที่เป็นกุศล ฯลฯ อาศัยจิตตสัง-
สัฏฐสมุฏฐานสหภูธรรมที่เป็นกุศล ฯลฯ
จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานานุปริวัตติธรรมที่เป็นกุศล อาศัยจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานานุปริวัตติ-
ธรรม ที่เป็นกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๗๐๕] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๓
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี ปัญหาวารก็ดี พึงให้พิสดารอย่างนี้
กุสลัตติกจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานานุปริวัตติทุกะ จบ
กุสลัตติกอัชฒัตติกทุกะ
[๗๐๖] อัชฌัตติกธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยอัชฌัตติกธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
[๗๐๗] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑
ในสหชาตปัจจัย มี " ๑
ในอวิคตปัจจัย มีวาระ ๑
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๗๐๘] อัชฌัตติกธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่อัชฌัตติกธรรมที่เป็นกุศล โดย
อารัมมณปัจจัย
อัชฌัตติกธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่อัชฌัตติกธรรมที่เป็นอกุศล โดยอารัมมณ-
ปัจจัย
อัชฌัตติกธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่อัชฌัตติกธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดยอารัมมณ-
ปัจจัย
อัชฌัตติกธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่อัชฌัตติกธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดยอารัมมณ-
ปัจจัย มี ๓ นัย
อัชฌัตติกธรรมที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่อัชฌัตติกธรรมที่เป็นอกุศล โดย
อารัมมณปัจจัย มี ๓ นัย
[๗๐๙] ในอารัมมณปัจจัย มีวาระ ๙
ในปุเรชาตปัจจัย มี " ๓
ในอวิคตปัจจัย มี " ๕
แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
[๗๑๐] พาหิรธรรมที่เป็นกุศล อาศัยพาหิรธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๗๑๑] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๓
ในอวิคตปัจจัย มี " ๙
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๗๑๒] พาหิรธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่พาหิรธรรมที่เป็นกุศล โดยเหตุปัจจัย
[๗๑๓] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๗
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑๓
แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
กุสลัตติกอัชฌัตติกทุกะ จบ
กุสลัตติกอุปาทาทุกะ
[๗๑๔] อุปาทาธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่อุปาทาธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดย
อาหารปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอินทริยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอัตถิปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอวิคตปัจจัย
[๗๑๕] ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรมที่เป็นกุศล อาศัยธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรมที่เป็นกุศล
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรมที่เป็นอกุศล
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรมที่เป็นอัพยา-
กฤต เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๗๑๖] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๗๑๗] ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม
ที่เป็นกุศล โดยเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรมที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรมที่เป็นอกุศล
โดยเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรมที่เป็น
อัพยากฤต โดยเหตุปัจจัย
[๗๑๘] ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม
ที่เป็นกุศล โดยอารัมมณปัจจัย มี ๓ นัย
ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรมที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรมที่เป็นอกุศล
โดยอารัมมณปัจจัย มี ๓ นัย
ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรมที่เป็น
อัพยากฤต โดยอารัมมณปัจจัย มี ๓ นัย
[๗๑๙] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๗
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๙
ในอธิปติปัจจัย มี " ๑๐
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑๑
แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
กุสลัตติกอุปาทาทุกะ จบ
กุสลัตติกอุปาทินนทุกะ
[๗๒๐] อุปาทินนธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยอุปาทินนธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
[๗๒๑] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๑
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑
ในสหชาตวารก็ดี ในปัญหาวารก็ดี มีวาระ ๑ ทุกปัจจัย
[๗๒๒] อนุปาทินนธรรมที่เป็นกุศล อาศัยอนุปาทินนธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
อนุปาทินนธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยอนุปาทินนธรรมที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุ-
ปัจจัย มี ๓ นัย
อนุปาทินนธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยอนุปาทินนธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
[๗๒๓] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๓
ในอวิคตปัจจัย มี " ๙
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๗๒๔] อนุปาทินนธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่อนุปาทินนธรรมที่เป็นกุศล โดย
เหตุปัจจัย มี ๓ นัย
อนุปาทินนธรรมที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่อนุปาทินนธรรมที่เป็นอกุศล โดยเหตุปัจจัย
มี ๓ นัย
อนุปาทินนธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่อนุปาทินนธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดย
เหตุปัจจัย
[๗๒๕] อนุปาทินนธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่อนุปาทินนธรรมที่เป็นกุศล โดย
อารัมมณปัจจัย มี ๓ นัย
อนุปาทินนธรรมที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่อนุปาทินนธรรมที่เป็นอกุศล โดยอารัมมณ-
ปัจจัย มี ๓ นัย
อนุปาทินนธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่อนุปาทินนธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดย
อารัมมณปัจจัย
อนุปาทินนธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่อนุปาทินนธรรมที่เป็นกุศล โดย
อารัมมณปัจจัย มี ๓ นัย
[๗๒๖] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๗
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๙
ในอธิปติปัจจัย มี " ๑๐
ในอนันตรปัจจัย มี " ๖
ในสหชาตปัจจัย มี " ๙
ในนิสสยปัจจัย มีวาระ ๙
ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑๑
กุสลัตติกอุปาทินนทุกะ จบ
กุสลัตติกอุปาทานโคจฉกทุกะ
[๗๒๗] อุปาทานธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยอุปาทานธรรมที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
[๗๒๘] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๑
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑
พึงจำแนกอุปาทานโคจฉกะให้พิสดาร
กุสลัตติกอุปาทานโคจฉกทุกะ จบ
กุสลัตติกกิเลสทุกะ
[๗๒๙] กิเลสธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยกิเลสธรรมที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุ-
ปัจจัย
[๗๓๐] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๑
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑
ในสหชาตวารก็ดี ในปัญหาวารก็ดี มีวาระ ๑ ทุกปัจจัย
[๗๓๑] ธรรมที่ไม่ใช่กิเลสธรรมที่เป็นกุศล อาศัยธรรมที่ไม่ใช่กิเลสธรรมที่เป็นกุศล
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
ธรรมที่ไม่ใช่กิเลสธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยธรรมที่ไม่ใช่กิเลสธรรมที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
ธรรมที่ไม่ใช่กิเลสธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยธรรมที่ไม่ใช่กิเลสธรรมที่เป็นอัพยากฤต
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๗๓๒] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๓
ในอธิปติปัจจัย มี " ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๙
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๗๓๓] ธรรมที่ไม่ใช่กิเลสธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่กิเลสธรรม
ที่เป็นกุศล โดยเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
ธรรมที่ไม่ใช่กิเลสธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่กิเลสธรรมที่เป็น
อัพยากฤต โดยเหตุปัจจัย
[๗๓๔] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๔
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑๓
แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
กุสลัตติกกิเลสทุกะ จบ
กุสลัตติกสังกิเลสิกทุกะ
[๗๓๕] สังกิเลสิกธรรมที่เป็นกุศล อาศัยสังกิเลสิกธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย มี ๓ นัย
สังกิเลสิกธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยสังกิเลสิกธรรมที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุ-
ปัจจัย มี ๓ นัย
สังกิเลสิกธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยสังกิเลสิกธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
[๗๓๖] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอารัมมณปัจจัย มีวาระ ๓
ในอวิคตปัจจัย มี " ๙
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี พึงให้พิสดาร
[๗๓๗] สังกิเลสิกธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่สังกิเลสิกธรรมที่เป็นกุศล โดย
เหตุปัจจัย มี ๓ นัย
สังกิเลสิกธรรมที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่สังกิเลสิกธรรมที่เป็นอกุศล โดยเหตุปัจจัย
มี ๓ นัย
สังกิเลสิกธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่สังกิเลสิกธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดย
เหตุปัจจัย
[๗๓๘] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๗
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๙
ในอธิปติปัจจัย มี " ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑๓
แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
[๗๓๙] อสังกิเลสิกธรรมที่เป็นกุศล อาศัยอสังกิเลสิกธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
อสังกิเลสิกธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยอสังกิเลสิกธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
[๗๔๐] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๒
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๒
ในอวิคตปัจจัย มี " ๒
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๗๔๑] อสังกิเลสิกธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่อสังกิเลสิกธรรมที่เป็นอกุศล
โดยเหตุปัจจัย
อสังกิเลสิกธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่อสังกิเลสิกธรรมที่เป็นอัพยากฤต
โดยเหตุปัจจัย
[๗๔๒] อสังกิเลสิกธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่อสังกิเลสิกธรรมที่เป็น
อัพยากฤต โดยอารัมมณปัจจัย
อสังกิเลสิกธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่อสังกิเลสิกธรรมที่เป็นอกุศล โดย
อารัมมณปัจจัย
[๗๔๓] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๒
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๒
ในอธิปติปัจจัย มี " ๓
ในอนันตรปัจจัย มี " ๒
ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๔
ในอวิคตปัจจัย มี " ๒
แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
กุสลัตติกสังกิเลสิกทุกะ จบ
กุสลัตติกสังกิลิฏฐทุกะ
[๗๔๔] สังกิลิฏฐธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยสังกิลิฏฐธรรมที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
[๗๔๕] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๑
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑
ในสหชาตวารก็ดี ในปัญหาวารก็ดี มีวาระ ๑ ทุกปัจจัย
[๗๔๖] อสังกิลิฏฐธรรมที่เป็นกุศล อาศัยอสังกิลิฏฐธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
อสังกิลิฏฐธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยอสังกิลิฏฐธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
อสังกิลิฏฐธรรมที่เป็นกุศล และอสังกิลิฏฐธรรมที่เป็นอัพยากฤตอาศัยอสังกิลิฏฐธรรม
ที่เป็นกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
อสังกิลิฏฐธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยอสังกิลิฏฐธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย มี ๒ นัย
[๗๔๗] อสังกิลิฏฐธรรมที่เป็นกุศล อาศัยอสังกิลิฏฐธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
อสังกิลิฏฐธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยอสังกิลิฏฐธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
[๗๔๘] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๕
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๒
ในอธิปติปัจจัย มี " ๕
ในอวิคตปัจจัย มี " ๕
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๗๔๙] อสังกิลิฏฐธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่อสังกิลิฏฐธรรมที่เป็นกุศล โดย
เหตุปัจจัย มี ๓ นัย
อสังกิลิฏฐธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่อสังกิลิฏฐธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดย
เหตุปัจจัย
[๗๕๐] อสังกิลิฏฐธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่อสังกิลิฏฐธรรมที่เป็นกุศล โดย
อารัมมณปัจจัย มี ๒ นัย
อสังกิลิฏฐธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่อสังกิลิฏฐธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดย
อารัมมณปัจจัย มี ๒ นัย
[๗๕๑] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๔
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๔
ในอธิปติปัจจัย มีวาระ ๕
ในอนันตรปัจจัย มี " ๔
ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๔
ในอวิคตปัจจัย มี " ๗
แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
กุสลัตติกกิเลสสัมปยุตตทุกะ จบ
กุสลัตติกกิเลสสัมปยุตตทุกะ
[๗๕๒] กิเลสสัมปยุตตธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยกิเลสสัมปยุตตธรรมที่เป็นอกุศล
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
เหมือนกับสังกิลิฏฐทุกะ
กุสลัตติกกิเลสสัมปยุตตทุกะ จบ
กุสลัตติกกิเลสสังกิเลสิกทุกะ
[๗๕๓] ธรรมที่เป็นทั้งกิเลสธรรม และสังกิเลสิกธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยธรรม
ที่เป็นทั้งกิเลสธรรม และสังกิเลสิกธรรมที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๗๕๔] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑
ในสหชาตวารก็ดี ในปัญหาวารก็ดี มีวาระ ๑ ทุกปัจจัย
[๗๕๕] ธรรมที่เป็นสังกิเลสิกธรรม แต่ไม่ใช่กิเลสธรรมที่เป็นกุศล อาศัยธรรม
ที่เป็นสังกิเลสิกธรรม แต่ไม่ใช่กิเลสธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
ธรรมที่เป็นสังกิเลสิกธรรม แต่ไม่ใช่กิเลสธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยธรรมที่เป็น
สังกิเลสิกธรรม แต่ไม่ใช่กิเลสธรรมที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
ธรรมที่เป็นสังกิเลสิกธรรม แต่ไม่ใช่กิเลสธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยธรรมที่เป็น
สังกิเลสิกธรรม แต่ไม่ใช่กิเลสธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
ธรรมที่เป็นสังกิเลสธรรม แต่ไม่ใช่กิเลสธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยธรรมที่เป็น
สังกิเลสิกธรรม แต่ไม่ใช่กิเลสธรรมที่เป็นกุศล และธรรมที่เป็นสังกิเลสิกธรรม แต่ไม่ใช่กิเลส
ธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
ธรรมที่เป็นสังกิเลสิกธรรม แต่ไม่ใช่กิเลสธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยธรรมที่เป็น
สังกิเลสิกธรรม แต่ไม่ใช่กิเลสธรรมที่เป็นอกุศล และธรรมที่เป็นสังกิเลสิกธรรม แต่ไม่ใช่กิเลส
ธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๗๕๖] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๓
ในอวิคตปัจจัย มี " ๙
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๗๕๗] ธรรมที่เป็นสังกิเลสิกธรรม แต่ไม่ใช่กิเลสธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่
ธรรมที่เป็นสังกิเลสิกธรรม แต่ไม่ใช่กิเลสธรรมที่เป็นกุศล โดยเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
ธรรมที่เป็นสังกิเลสิกธรรม แต่ไม่ใช่กิเลสธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่ธรรม
ที่เป็นสังกิเลสิกธรรม แต่ไม่ใช่กิเลสธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดยเหตุปัจจัย
[๗๕๘] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๔
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๙
ในอธิปติปัจจัย มี " ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑๓
แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
กุสลัตติกกิเลสสังกิเลสิกทุกะ จบ
กุสลัตติกกิเลสสังกิลิฏฐทุกะ
[๗๕๙] ธรรมที่เป็นทั้งกิเลสธรรม และสังกิลิฏฐธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยธรรมที่เป็น
ทั้งกิเลสธรรม และสังกิลิฏฐธรรมที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๗๖๐] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๑
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑
ในสหชาตวารก็ดี ในปัญหาวารก็ดี มีวาระ ๑ ทุกปัจจัย
[๗๖๑] ธรรมที่เป็นสังกิลิฏฐธรรม แต่ไม่ใช่กิเลสธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยธรรมที่เป็น
สังกิลิฏฐธรรม แต่ไม่ใช่กิเลสธรรมที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๗๖๒] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑
ในสหชาตวารก็ดี ในปัญหาวารก็ดี มีวาระ ๑ ทุกปัจจัย
กุสลัตติกกิเลสสังกิลิฏฐทุกะ จบ
กุสลัตติกกิเลสกิเลสสัมปยุตตทุกะ
[๗๖๓] ธรรมที่เป็นทั้งกิเลสธรรม และกิเลสสัมปยุตตธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยธรรม
ที่เป็นทั้งกิเลสธรรม และกิเลสสัมปยุตตธรรมที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๗๖๔] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑
ในสหชาตวารก็ดี ในปัญหาวารก็ดี มีวาระ ๑ ทุกปัจจัย
[๗๖๕] ธรรมที่เป็นกิเลสสัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่กิเลสธรรมที่เป็นอกุศล อาศัย
ธรรมที่เป็นกิเลสสัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่กิเลสธรรมที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๗๖๖] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑
ในสหชาตวารก็ดี ในปัญหาวารก็ดี มีวาระ ๑ ทุกปัจจัย
กุสลัตติกกิเลสกิเลสสัมปยุตตทุกะ จบ
กุสลัตติกกิเลสวิปปยุตตสังกิเลสิกทุกะ
[๗๖๗] ธรรมที่เป็นกิเลสวิปปยุตตสังกิเลสิกธรรมที่เป็นกุศล อาศัยธรรมที่เป็นกิเลส-
วิปปยุตตสังกิเลสิกธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
ธรรมที่เป็นกิเลสวิปปยุตตสังกิเลสิกธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยธรรมที่เป็นกิเลส-
วิปปยุตตสังกิเลสิกธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
ธรรมที่เป็นกิเลสวิปปยุตตสังกิเลสิกธรรมที่เป็นกุศล และธรรมที่เป็นกิเลสวิปปยุตต
สังกิเลสิกธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยธรรมที่เป็นกิเลสวิปปยุตตสังกิเลสิกธรรมที่เป็นกุศล
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
ธรรมที่เป็นกิเลสวิปปยุตตสังกิเลสิกธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยธรรมที่เป็นกิเลส-
วิปปยุตตสังกิเลสิกธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
ธรรมที่เป็นกิเลสวิปปยุตตสังกิเลสิกธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยธรรมที่เป็นกิเลส
วิปปยุตตสังกิเลสิกธรรมที่เป็นกุศล และธรรมที่เป็นกิเลสวิปปยุตตสังกิเลสิกธรรมที่เป็นอัพยากฤต
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๗๖๘] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๕
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๒
ในอวิคตปัจจัย มี " ๕
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๗๖๙] ธรรมที่เป็นกิเลสวิปปยุตตสังกิเลสิกธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็น
กิเลสวิปปยุตตสังกิเลสิกธรรมที่เป็นกุศล โดยเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
ธรรมที่เป็นกิเลสวิปปยุตตสังกิเลสิกธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็น
กิเลสวิปปยุตตสังกิเลสิกธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดยเหตุปัจจัย
[๗๗๐] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๔
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๔
ในอธิปติปัจจัย มี " ๔
ในอวิคตปัจจัย มี " ๗
แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
[๗๗๑] ธรรมที่เป็นกิเลสวิปปยุตตอสังกิเลสิกธรรมที่เป็นกุศล อาศัยธรรมที่เป็นกิเลส-
วิปปยุตตอสังกิเลสิกธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
ธรรมที่เป็นกิเลสวิปปยุตตอสังกิเลสิกธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยธรรมที่เป็นกิเลส
วิปปยุตตอสังกิเลสสิกธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๗๗๒] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๒
ในอวิคตปัจจัย มี " ๒
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๗๗๓] ธรรมที่เป็นกิเลสวิปปยุตตอสังกิเลสิกธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่ธรรม
ที่เป็นกิเลสวิปปยุตตอสังกิเลสิกธรรมที่เป็นกุศล โดยเหตุปัจจัย
ธรรมที่เป็นกิเลสวิปปยุตตอสังกิเลสิกธรรม ที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็น
กิเลสวิปปยุตตอสังกิเลสิกธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดยเหตุปัจจัย
[๗๗๔] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๒
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๒
ในอธิปติปัจจัย มี " ๓
ในอนันตรปัจจัย มี " ๒
ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๔
ในอวิคตปัจจัย มี " ๒
แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
กุสลัตติกกิเลสวิปปยุตตสังกิเลสิกทุกะ จบ
กุสลัตติกทัสสเนนปหาตัพพทุกะ
[๗๗๕] ทัสสเนนปหาตัพพธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยทัสสเนนปหาตัพพธรรมที่เป็น
อกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๗๗๖] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๑
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑
ในสหชาตวารก็ดี ในปัญหาวารก็ดี มีวาระ ๑ ทุกปัจจัย
[๗๗๗] นทัสสเนนปหาตัพพธรรมที่เป็นกุศล อาศัยนทัสสเนนปหาตัพพธรรมที่เป็น
กุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
นทัสสเนนปหาตัพพธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยนทัสสเนนปหาตัพพธรรมที่เป็นอกุศล
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
นทัสสเนนปหาตัพพธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยนทัสสเนนปหาตัพพธรรมที่เป็น
อัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นทัสสเนนปหาตัพพธรรมที่เป็นตัพยากฤต อาศัยนทัสสเนนปหาอัพยาธรรมที่เป็นกุศล
และนทัสสเนนปหาตัพพธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นทัสสเนนปหาตัพพธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยนทัสสเนนปหาตัพพธรรมที่เป็นอกุศล
และนทัสสเนนปหาตัพพธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๗๗๘] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๓
ในอวิคตปัจจัย มี " ๙
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๗๗๙] นทัสสเนนปหาตัพพธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่นทัสสเนนปหาตัพพธรรม
ที่เป็นกุศล โดยเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
นทัสสเนนปหาตัพพธรรมที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่นทัสสเนนปหาตัพพธรรมที่เป็น
อกุศล โดยเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
นทัสสเนนปหาตัพพธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่นทัสสเนนปหาตัพพธรรม
ที่เป็นอัพยากฤต โดยเหตุปัจจัย
[๗๘๐] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๗
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๙
ในอธิปติปัจจัย มี " ๑๐
ในอนันตรปัจจัย มี " ๗
ในอวิคตปัจจัย มี " ๙
แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
กุสลัตติกทัสสเนนปหาตัพพทุกะ จบ
กุสลัตติกภาวนายปหาตัพพทุกะ
[๗๘๑] ภาวนายปหาตัพพธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยภาวนายปหาตัพพธรรมที่เป็นอกุศล
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๗๘๒] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๑
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑
ในสหชาตวารก็ดี ในปัญหาวารก็ดี มีวาระ ๑ ทุกปัจจัย
[๗๘๓] นภาวนายปหาตัพพธรรมที่เป็นกุศล อาศัยนภาวนายปหาตัพพธรรมที่เป็นกุศล
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๗๘๔] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๓
สหชาตวารก็ดี ปัญหาวารก็ดี พึงให้พิสดาร
กุสลัตติกภาวนายปหาตัพพทุกะ จบ
กุสลัตติกทัสสเนนปหาตัพพเหตุกทุกะ
[๗๘๕] ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยทัสสเนนปหาตัพพ-
เหตุกธรรมที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๗๘๖] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๑
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑
ในสหชาตวารก็ดี ในปัญหาวารก็ดี มีวาระ ๑ ทุกปัจจัย
[๗๘๗] นทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยนทัสสเนนปหาตัพพ-
เหตุกธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๗๘๘] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
สหชาตวารก็ดี ปัญหาวารก็ดี พึงให้พิสดาร
กุสลัตติกทัสสเนนปหาตัพพเหตุกทุกะ จบ
กุสลัตติกภาวนายปหาตัพพเหตุกทุกะ
[๗๘๙] ภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม
ที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๗๙๐] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๑
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑
ในสหชาตวารก็ดี ในปัญหาวารก็ดี มีวาระ ๑ ทุกปัจจัย
[๗๙๑] นภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรมที่เป็นกุศล อาศัยภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม
ที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๗๙๒] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๓
ในอวิคตปัจจัย มี " ๙
สหชาตวารก็ดี ปัญหาวารก็ดี พึงให้พิสดาร
กุสลัตติกภาวนายปหาตัพพเหตุกทุกะ จบ
กุสลัตติกสวิตักกทุกะ
[๗๙๓] สวิตักกธรรมที่เป็นกุศล อาศัยสวิตักกธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
สวิตักกธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยสวิตักกธรรมที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
สวิตักกธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยสวิตักกธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
[๗๙๔] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๓
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๗๙๕] สวิตักกธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่สวิตักกธรรมที่เป็นกุศล โดยเหตุปัจจัย
สวิตักกธรรมที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่สวิตักกธรรมที่เป็นอกุศล โดยเหตุปัจจัย
สวิตักกธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่สวิตักกธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดยเหตุปัจจัย
[๗๙๖] สวิตักกธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่สวิตักกธรรมที่เป็นกุศล โดยอารัมมณ-
ปัจจัย มี ๓ นัย
สวิตักกธรรมที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่สวิตักกธรรมที่เป็นอกุศล โดยอารัมมณปัจจัย
มี ๓ นัย
สวิตักกธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่สวิตักกธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดย
อารัมมณปัจจัย มี ๓ นัย
[๗๙๗] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๙
ในอธิปติปัจจัย มี " ๗
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓
แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
[๗๙๘] อวิตักกธรรมที่เป็นกุศล อาศัยอวิตักกธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุ-
ปัจจัย
[๗๙๙] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๗
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๒
ในอวิคตปัจจัย มี " ๗
ในสหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๘๐๐] อวิตักกธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่อวิตักกธรรมที่เป็นกุศล โดยเหตุปัจจัย
มี ๓ นัย
อวิตักกธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่อวิตักกธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดยเหตุ-
ปัจจัย
[๘๐๑] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๔
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑๓
แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
กุสลัตติกสวิตักกทุกะ จบ
กุสลัตติกสวิจารทุกะ
[๘๐๒] สวิจารธรรมที่เป็นกุศล อาศัยสวิจารธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุ-
ปัจจัย
เหมือนกุศลสวิตักกะ
กุสลัตติกสวิจารทุกะ จบ
กุสลัตติกสัปปีติกทุกะ
[๘๐๓] สัปปีติกธรรมที่เป็นกุศล อาศัยสัปปีติกธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุ-
ปัจจัย
สัปปีติกธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยสัปปีติกธรรมที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
สัปปีติกธรรมที่เป็นอพยากฤต อาศัยสัปปีติกธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
[๘๐๔] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๓
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๘๐๕] สัปปีติกธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่สัปปีติกธรรมที่เป็นกุศล โดยเหตุ
ปัจจัย
สัปปีติกธรรมที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่สัปปีติกธรรมที่เป็นอกุศล โดยเหตุปัจจัย
สัปปีติกธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่สัปปีติกธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดยเหตุ-
ปัจจัย
[๘๐๖] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๙
ในอวิคตปัจจัย มีวาระ ๓
[๘๐๗] อัปปีติกธรรมที่เป็นกุศล อาศัยอัปปีติกธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุ-
ปัจจัย มี ๓ นัย
อัปปีติกธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยอัปปีติกธรรมที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
มี ๓ นัย
อัปปีติกธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยอัปปีติกธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
อัปปีติกธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยอัปปีติกธรรมที่เป็นกุศลและอัปปีติกธรรมที่เป็น
อัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
อัปปีติกธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยอัปปีติกธรรมที่เป็นอกุศลและอัปปีติกธรรมที่เป็น
อัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๘๐๘] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๓
ในอวิคตปัจจัย มี " ๙
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๘๐๙] อัปปีติกธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่อัปปีติกธรรมที่เป็นกุศล โดยเหตุปัจจัย
[๘๑๐] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๗
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑๓
แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
กุสลัตติกสัปปีติกทุกะ จบ
กุสลัตติกปีติสหคตาทิติทุกะ
[๘๑๑] ปีติสหคตธรรมที่เป็นกุศล อาศัยปีติสหคตธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
อาศัยนปีติสหคตธรรมที่เป็นกุศล ฯลฯ
อาศัยสุขสหคตธรรมที่เป็นกุศล ฯลฯ
อาศัยนสุขสหคตธรรมที่เป็นกุศล ฯลฯ
อาศัยอุเบกขาสหคตธรรมที่เป็นกุศล ฯลฯ
อาศัยนอุเบกขาสหคตธรรมที่เป็นกุศล ฯลฯ
กุสลัตติกปีติสหคตาทิติทุกะ จบ
กุสลัตติกกามาวจรทุกะ
[๘๑๒] กามาวจรธรรมที่เป็นกุศล อาศัยกามาวจรธรรมที่เป็นกุศล เพราะเหตุปัจจัย
กามาวจรธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยกามาวจรธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุ-
ปัจจัย
กามาวจรธรรมที่เป็นกุศล และกามาวจรธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยกามาวจรธรรม
ที่เป็นกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
กามาวจรธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยกามาวจรธรรมที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
มี ๓ นัย
กามาวจรธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยกามาวจรธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
กามาวจรธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยกามาวจรธรรมที่เป็นกุศล และกามาวจรธรรม
ที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
กามาวจรธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยกามาวจรธรรมที่เป็นอกุศล และกามาวจรธรรม
ที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๘๑๓] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๓
ในอวิคตปัจจัย มีวาระ ๙
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๘๑๔] กามาวจรธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่กามาวจรธรรมที่เป็นกุศล โดย
เหตุปัจจัย มี ๓ นัย
กามาวจรธรรมที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่กามาวจรธรรมที่เป็นอกุศล โดยเหตุปัจจัย
มี ๓ นัย
กามาวจรธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่กามาวจรธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดย
เหตุปัจจัย
[๘๑๕] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๗
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๙
ในอธิปติปัจจัย มี " ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑๓
แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
[๘๑๖] นกามาวจรธรรมที่เป็นกุศล อาศัยนกามาวจรธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
นกามาวจรธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยนกามาวจรธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
[๘๑๗] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๒
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๒
ในอวิคตปัจจัย มี " ๒
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๘๑๘] นกามาวจรธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่นกามาวจรธรรมที่เป็นกุศล โดย
เหตุปัจจัย
นกามาวจรธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่นกามาวจรธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดย
เหตุปัจจัย
[๘๑๙] นกามาวจรธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่นกามาวจรธรรมที่เป็นกุศล โดย
อารัมมณปัจจัย
นกามาวจรธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่นกามาวจรธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดย
อารัมมณปัจจัย
นกามาวจรธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่นกามาวจรธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดย
อารัมมณปัจจัย
นกามาวจรธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่นกามาวจรธรรมที่เป็นกุศล โดยอารัม-
มณปัจจัย
[๘๒๐] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๒
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๔
ในอธิปติปัจจัย มี " ๓
ในอวิคตปัจจัย มี " ๒
แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
กุสลัตติกกามาวจรทุกะ จบ
กุสลัตติกรูปาวจรทุกะ
[๘๒๑] รูปาวจรธรรมที่เป็นกุศล อาศัยรูปาวจรธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
รูปาวจรธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยรูปาวจรธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
[๘๒๒] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๒
ในอวิคตปัจจัย มี " ๒
สหชาตวารก็ดี ปัญหาวารก็ดี พึงให้พิสดารอย่างนี้
[๘๒๓] นรูปาวจรธรรมที่เป็นกุศล อาศัยนรูปาวจรธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย มี ๓ นัย
นรูปาวจรธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยนรูปาวจรธรรมที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
มี ๓ นัย
นรูปาวจรธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยนรูปาวจรธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
นรูปาวจรธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยนรูปาวจรธรรมที่เป็นกุศล และนรูปาวจรธรรม
ที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นรูปาวจรธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยนรูปาวจรธรรมที่เป็นอกุศล และนรูปาวจรธรรม
ที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๘๒๔] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๓
ในอวิคตปัจจัย มี " ๙
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๘๒๕] นรูปาวจรธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่นรูปาวจรธรรมที่เป็นกุศล โดยเหตุ
ปัจจัย มี ๓ นัย
นรูปาวจรธรรมที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่นรูปาวจรธรรมที่เป็นอกุศล โดยเหตุปัจจัย
มี ๓ นัย
นรูปาวจรธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่นรูปาวจรธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดย
เหตุปัจจัย
[๘๒๖] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๗
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑๓
แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
กุสลัตติกรูปาวจรทุกะ จบ
กุสลัตติกอรูปาวจรทุกะ
[๘๒๗] อรูปาวจรธรรมที่เป็นกุศล อาศัยอรูปาวจรธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
อรูปาวจรธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยอรูปาวจรธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
[๘๒๘] นอรูปาวจรธรรมที่เป็นกุศล อาศัยนอรูปาวจรธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
เหมือนรูปาวจรทุกะ
กุสลัตติกอรูปาวจรทุกะ จบ
กุสลัตติกปริยาปันนทุกะ
[๘๒๙] ปริยาปันนธรรมที่เป็นกุศล อาศัยปริยาปันนธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย มี ๓ นัย
ปริยาปันนธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยปริยาปันนธรรมที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุ-
ปัจจัย มี ๓ นัย
ปริยาปันนธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยปริยาปันนธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
ปริยาปันนธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยปริยาปันนธรรมที่เป็นกุศลและปริยาปันนธรรม
ที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
ปริยาปันนธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยปริยาปันนธรรมที่เป็นอกุศล และปริยาปันน-
ธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๘๓๐] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๓
ในอวิคตปัจจัย มี " ๒
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๘๓๑] ปริยาปันนธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่ปริยาปันนธรรมที่เป็นกุศล โดยเหตุ-
ปัจจัย มี ๓ นัย
ปริยาปันนธรรมที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่ปริยาปันนธรรมที่เป็นอกุศล โดยเหตุปัจจัย
มี ๓ นัย
ปริยาปันนธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่ปริยาปันนธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดย
เหตุปัจจัย
[๘๓๒] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๗
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๙
ในอธิปติปัจจัย มี " ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑๓
แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
[๘๓๓] อปริยาปันนธรรมที่เป็นกุศล อาศัยอปริยาปันนธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
อปริยาปันนธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยอปริยาปันนธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
[๘๓๔] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๒
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๒
ในอวิคตปัจจัย มี " ๒
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๘๓๕] อปริยาปันนธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่อปริยาปันนธรรมที่เป็นกุศล โดย
เหตุปัจจัย
อปริยาปันนธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่อปริยาปันนธรรมที่เป็นอัพยากฤต
โดยเหตุปัจจัย
[๘๓๖] อปริยาปันนธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่อปริยาปันนธรรมที่เป็น
อัพยากฤต โดยอารัมมณปัจจัย
อปริยาปันนธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่อปริยาปันนธรรมที่เป็นกุศล โดย
อารัมมณปัจจัย
[๘๓๗] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๒
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๒
ในอธิปติปัจจัย มี " ๓
ในอนันตรปัจจัย มี " ๒
ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๔
ในอวิคตปัจจัย มี " ๒
แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
กุสลัตติกปริยาปันนทุกะ จบ
กุสลัตติกนิยยานิกทุกะ
[๘๓๘] นิยยานิกธรรมที่เป็นกุศล อาศัยนิยยานิกธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
[๘๓๙] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๑
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑
ในสหชาตวารก็ดี ในปัญหาวารก็ดี มีวาระ ๑ ทุกปัจจัย
[๘๔๐] อนิยยานิกธรรมที่เป็นกุศล อาศัยอนิยยานิกธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย มี ๓ นัย
อนิยยานิกธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยอนิยยานิกธรรมที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุ-
ปัจจัย มี ๓ นัย
อนิยยานิกธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยอนิยยานิกธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
[๘๔๑] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๓
ในอวิคตปัจจัย มีวาระ ๙
สหชาตวารก็ดี ปัญหาวารก็ดี พึงให้พิสดารอย่างนี้
กุสลัตติกนิยยานิกทุกะ จบ
กุสลัตติกนิยตทุกะ
[๘๔๒] นิยตธรรมที่เป็นกุศล อาศัยนิยตธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นิยตธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยนิยตธรรมที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๘๔๓] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๒
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๒
ในอวิคตปัจจัย มี " ๒
สหชาตวารก็ดี ปัญหาวารก็ดี พึงให้พิสดารอย่างนี้
[๘๔๔] อนิยตธรรมที่เป็นกุศล อาศัยอนิยตธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
มี ๓ นัย
[๘๔๕] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๓
ในอวิคตปัจจัย มี " ๙
สหชาตวารก็ดี ปัญหาวารก็ดี พึงให้พิสดารอย่างนี้
กุสลัตติกนิยตทุกะ จบ
กุสลัตติกสอุตตรทุกะ
[๘๔๖] สอุตตรธรรมที่เป็นกุศล อาศัยสอุตตรธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุ-
ปัจจัย มี ๓ นัย
สอุตตรธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยสอุตตรธรรมที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
มี ๓ นัย
สอุตตรธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยสอุตตรธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
[๘๔๗] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๓
ในอวิคตปัจจัย มี " ๙
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๘๔๘] สอุตตรธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่สอุตตรธรรมที่เป็นกุศล โดยเหตุปัจจัย
มี ๓ นัย
สอุตตรธรรมที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่สอุตตรธรรมที่เป็นอกุศล โดยเหตุปัจจัย
มี ๓ นัย
สอุตตรธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่สอุตตรธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดยเหตุ-
ปัจจัย
[๘๔๙] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๗
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๙
ในอธิปติปัจจัย มี " ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑๓
[๘๕๐] อนุตตรธรรมที่เป็นกุศล อาศัยอนุตตรธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุ
ปัจจัย
อนุตตรธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยอนุตตรธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
[๘๕๑] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๒
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๒
ในอวิคตปัจจัย มี " ๒
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๘๕๒] อนุตตรธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่อนุตตรธรรมที่เป็นกุศล โดยเหตุปัจจัย
อนุตตรธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่อนุตตรธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดยเหตุ
ปัจจัย
[๘๕๓] อนุตตรธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่อนุตตรธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดย
อารัมมณปัจจัย
อนุตตรธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่อนุตตรธรรมที่เป็นกุศล โดยอารัมมณปัจจัย
[๘๕๔] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๒
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๒
ในอธิปติปัจจัย มี " ๓
ในอนันตรปัจจัย มี " ๒
ในอวิคตปัจจัย มี " ๒
แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
กุสลัตติกสอุตตรทุกะ จบ
กุสลัตติกสรณทุกะ
[๘๕๕] สรณธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยสรณธรรมที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๘๕๖] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑
ในสหชาตวารก็ดี ในปัญหาวารก็ดี มีวาระ ๑ ทุกปัจจัย
[๘๕๗] อรณธรรมที่เป็นกุศล อาศัยอรณธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
มี ๓ นัย
อรณธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยอรณธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
อรณธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยอรณธรรมที่เป็นกุศล และอรณธรรมที่เป็นอัพยากฤต
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๘๕๘] อรณธรรมที่เป็นกุศล อาศัยอรณธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น เพราะอารัมมณ-
ปัจจัย
อรณธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยอรณธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะอารัมมณ-
ปัจจัย
[๘๕๙] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๕
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๒
ในอวิคตปัจจัย มี " ๕
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๘๖๐] อรณธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่อรณธรรมที่เป็นกุศล โดยเหตุปัจจัย
มี ๓ นัย
อรณธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่อรณธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดยเหตุปัจจัย
[๘๖๑] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๔
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๔
ในอวิคตปัจจัย มี " ๗
แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
กุสลัตติกสรณทุกะ จบ
เวทนาตติกสรณทุกะ
[๘๖๒] สรณธรรมที่เป็นสุขายเวทนายสัมปยุตตธรรม อาศัยสรณธรรมที่เป็นสุขาย-
เวทนายสัมปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
สรณธรรมที่เป็นทุกขายเวทนายสัมปยุตตธรรม อาศัยสรณธรรมที่เป็นทุกขายเวทนาย-
สัมปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
สรณธรรมที่เป็นอทุกขมสุขายเวทนายสัมปยุตตธรรม อาศัยสรณธรรมที่เป็นอทุกขม-
สุขายเวทนายสัมปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๘๖๓] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๘๖๔] สรณธรรมที่เป็นสุขายเวทนายสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่สรณธรรมที่เป็น
สุขายเวทนายสัมปยุตตธรรม โดยเหตุปัจจัย
สรณธรรมที่เป็นทุกขายเวทนายสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่สรณธรรมที่เป็นทุกขาย-
เวทนายสัมปยุตตธรรม โดยเหตุปัจจัย
สรณธรรมที่เป็นอทุกขมสุขายเวทนายสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่สรณธรรมที่เป็น
อทุกขมสุขายเวทนายสัมปยุตตธรรม โดยเหตุปัจจัย
[๘๖๕] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓
แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
[๘๖๖] อรณธรรมที่เป็นสุขายเวทนายสัมปยุตตธรรม อาศัยอรณธรรมที่เป็นสุขาย-
เวทนายสัมปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
อรณธรรมที่เป็นอทุกขมสุขายเวทนายสัมปยุตตธรรม อาศัยอรณธรรมที่เป็นอทุกขม-
สุขายเวทนายสัมปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๘๖๗] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๒
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๓
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๘๖๘] อรณธรรมที่เป็นสุขายเวทนายสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อรณธรรมที่เป็น
สุขายเวทนายสัมปยุตตธรรม โดยเหตุปัจจัย
อรณธรรมที่เป็นอทุกขมสุขายเวทนายสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อรณธรรมที่เป็น
อทุกขมสุขายเวทนายสัมปยุตตธรรม โดยเหตุปัจจัย
[๘๖๙] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๒
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๖
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓
แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
เวทนาตติกสรณทุกะ จบ
วิปากัตติกสรณทุกะ
[๘๗๐] สรณธรรมที่เป็นวิปากธัมมธรรม อาศัยสรณธรรมที่เป็นวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
[๘๗๑] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑
ในสหชาตวารก็ดี ในปัญหาวารก็ดี มีวาระ ๑ ทุกปัจจัย
[๘๗๒] อรณธรรมที่เป็นวิปากธรรม อาศัยอรณธรรมที่เป็นวิปากธรรม เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย มี ๓ นัย
อรณธรรมที่เป็นวิปากธัมมธรรม อาศัยอรณธรรมที่เป็นวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย มี ๓ นัย
อรณธรรมที่เป็นเนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยอรณธรรมที่เป็นเนววิปากนวิปาก-
ธัมมธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
อรณธรรมที่เป็นวิปากธรรม อาศัยอรณธรรมที่เป็นวิปากธรรม และอรณธรรมที่เป็น
เนววิปากนวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
อรณธรรมที่เป็นเนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยอรณธรรมที่เป็นวิปากธรรม และ
อรณธรรมที่เป็นเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๘๗๓] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑๓
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๕
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑๓
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๘๗๔] อรณธรรมที่เป็นวิปากธรรม เป็นปัจจัยแก่อรณธรรมที่เป็นวิปากธรรม โดย
เหตุปัจจัย มี ๓ นัย
อรณธรรมที่เป็นวิปากธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่อรณธรรมที่เป็นวิปากธัมมธรรม โดย
เหตุปัจจัย มี ๓ นัย
อรณธรรมที่เป็นเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่อรณธรรมที่เป็นเนววิปาก-
นวิปากธัมมธรรม โดยเหตุปัจจัย
[๘๗๕] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๗
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓
แม้ปัญหาวารในสกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
วิปากัตติกสรณทุกะ จบ
อุปาทินนัตติกสรณทุกะ
[๘๗๖] สรณธรรมที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยสรณธรรมที่เป็นอนุปาทิน-
นุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๘๗๗] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑
ในสหชาตวารก็ดี ในปัญหาวารก็ดี มีวาระ ๑ ทุกปัจจัย
[๘๗๘] อรณธรรมที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยอรณธรรมที่เป็นอุปาทินนุปาทา-
นิยธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
อรณธรรมที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยอรณธรรมที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิย-
ธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
อรณธรรมที่เป็นอนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม อาศัยอรณธรรมที่เป็นอนุปาทินนอนุปาทา-
นิยธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
[๘๗๙] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๓
ในอวิคตปัจจัย มี " ๙
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๘๘๐] อรณธรรมที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัยแก่อรณธรรมที่เป็น
อุปาทินนุปาทานิยธรรม โดยเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
อรณธรรมที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัยแก่อรณธรรมที่เป็นอนุปาทินนุ-
ปาทานิยธรรม โดยเหตุปัจจัย
อรณธรรมที่เป็นอนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัยแก่อรณธรรมที่เป็นอนุปาทินน-
อนุปาทานิยธรรม โดยเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
[๘๘๑] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๗
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๖
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑๓
แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
อุปาทินนัตติกสรณทุกะ จบ
สังกิลิฏฐัตติกสรณทุกะ
[๘๘๒] สรณธรรมที่เป็นสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม อาศัยสรณธรรมที่เป็นสังกิลิฏฐ-
สังกิเลสิกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๘๘๓] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑
สหชาตวารก็ดี ในปัญหาวารก็ดี มีวาระ ๑ ทุกปัจจัย
[๘๘๔] อรณธรรมที่เป็นอสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม อาศัยอรณธรรมที่เป็นอสังกิลิฏฐ-
สังกิเลสิกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
อรณธรรมที่เป็นอสังกิลิฏฐอสังกิเลสิกธรรม อาศัยอรณธรรมที่เป็นอสังกิลิฏฐอสังกิเล-
สิกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
อรณธรรมที่เป็นอสังกิลิฏฐอสังกิเลสิกธรรม อาศัยอรณธรรมที่เป็นอสังกิลิฏฐสังกิเลสิก-
ธรรม และอรณธรรมที่เป็นอสังกิลิฏฐอสังกิเลสิกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๘๘๕] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๕
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๒
ในอวิคตปัจจัย มี " ๕
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๘๘๖] อรณธรรมที่เป็นอสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่อรณธรรมที่เป็น
อสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม โดยเหตุปัจจัย
อรณธรรมที่เป็นอสังกิลิฏฐอสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่อรณธรรมที่เป็นอสังกิลิฏฐ-
อสังกิเลสิกธรรม โดยเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
[๘๘๗] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๔
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๓
ในอวิคตปัจจัย มี " ๗
แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
สังกิลิฏฐัตติกสรณทุกะ จบ
วิตักกัตติกสรณทุกะ
[๘๘๘] สรณธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม อาศัยสรณธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจาร-
ธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
สรณธรรมที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม อาศัยสรณธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
สรณธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และสรณธรรมที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม
อาศัยสรณธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
สรณธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม อาศัยสรณธรรมที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
สรณธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม อาศัยสรณธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และ
สรณธรรมที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๘๘๙] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๕
ในอวิคตปัจจัย มี " ๕
ในสหชาตวารก็ดี ในปัญหาวารก็ดี พึงให้พิสดารทุกปัจจัย
[๘๙๐] อรณธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม อาศัยอรณธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๗ นัย
อรณธรรมที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม อาศัยอรณธรรมที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๕ นัย
อรณธรรมที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม อาศัยอรณธรรมที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
[๘๙๑] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓๗
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓๗
สหชาตวารก็ดี ปัญหาวารก็ดี พึงให้พิสดารอย่างนี้
วิตักกัตติกสรณทุกะ จบ
ปีติตติกสรณทุกะ
[๘๙๒] สรณธรรมที่เป็นปีติสหคตธรรม อาศัยสรณธรรมที่เป็นปีติสหคตธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
สรณธรรมที่เป็นสุขสหคตธรรม อาศัยสรณธรรมที่เป็นสุขสหคตธรรม เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย มี ๓ นัย
สรณธรรมที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม อาศัยสรณธรรมที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
สรณธรรมที่เป็นปีติสหคตธรรม อาศัยสรณธรรมที่เป็นปีติสหคตธรรม และสรณธรรม
ที่เป็นสุขสหคตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
[๘๙๓] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑๐
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑๐
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๘๙๔] สรณธรรมที่เป็นปีติสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่สรณธรรมที่เป็นปีติสหคตธรรม
โดยเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
สรณธรรมที่เป็นสุขสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่สรณธรรมที่เป็นสุขสหคตธรรม โดย
เหตุปัจจัย มี ๓ นัย
สรณธรรมที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่สรณธรรมที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม
โดยเหตุปัจจัย มี ๑ นัย
สรณธรรมที่เป็นปีติสหคตธรรม และสรณธรรมที่เป็นสุขสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่
สรณธรรมที่เป็นปีติสหคตธรรม โดยเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
[๘๙๕] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑๐
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๑๖
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑๐
แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
[๘๙๖] อรณธรรมที่เป็นปีติสหคตธรรม อาศัยอรณธรรมที่เป็นปีติสหคตธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
[๘๙๗] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑๐
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑๐
ในสหชาตวารก็ดี ในปัญหาวารก็ดี วาระก็มีเท่ากันนั้น
ปีติตติกสรณทุกะ จบ
ทัสสนัตติกสรณทุกะ
[๘๙๘] สรณธรรมที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพธรรม อาศัยสรณธรรมที่เป็นทัสสเนน-
ปหาตัพพธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
สรณธรรมที่เป็นภาวนายปหาตัพพธรรม อาศัยสรณธรรมที่เป็นภาวนายปหาตัพพธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๘๙๙] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๒
ในอวิคตปัจจัย มี " ๒
ในสหชาตวารก็ดี ในปัญหาวารก็ดี พึงให้พิสดารทุกปัจจัย
[๙๐๐] อรณธรรมที่เป็นเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม อาศัยอรณธรรมที่เป็น
เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๙๐๑] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑
ในสหชาตวารก็ดี ในปัญหาวารก็ดี มีวาระ ๑ ทุกปัจจัย
ทัสสนัตติกสรณทุกะ จบ
ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกัตติกสรณทุกะ
[๙๐๒] อาศัยสรณธรรม ที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม ฯลฯ
อาศัยสรณธรรมที่เป็นภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม ฯลฯ
สรณธรรมที่เป็นเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยสรณธรรมที่เป็น
เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกัตติกสรณทุกะ จบ
อาจยคามิตติกสรณทุกะ
[๙๐๓] สรณธรรมที่เป็นอาจยคามิธรรม อาศัยสรณธรรมที่เป็นอาจยคามิธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
[๙๐๔] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑
ในสหชาตวารก็ดี ในปัญหาวารก็ดี มีวาระ ๑ ทุกปัจจัย
[๙๐๕] อรณธรรมที่เป็นอาจยคามิธรรม อาศัยอรณธรรมที่เป็นอาจยคามิธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
อรณธรรมที่เป็นอปจยคามิธรรม อาศัยอรณธรรมที่เป็นอปจยคามิธรรม เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย มี ๓ นัย
อรณธรรมที่เป็นเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม อาศัยอรณธรรมที่เป็นเนวาจยคามินาปจย-
คามิธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
อรณธรรมที่เป็นเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม อาศัยอรณธรรมที่เป็นอาจยคามิธรรม
และอรณธรรมที่เป็นเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
อรณธรรมที่เป็นเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม อาศัยอรณธรรมที่เป็นอปจยคามิธรรม
และอรณธรรมที่เป็นเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๙๐๖] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๓
ในอธิปติปัจจัย มี " ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๙
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๙๐๗] อรณธรรมที่เป็นอาจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่อรณธรรมที่เป็นอาจยคามิธรรม
โดยเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
อรณธรรมที่เป็นอปจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่อรณธรรมที่เป็นอปจยคามิธรรม โดย
เหตุปัจจัย มี ๓ นัย
อรณธรรมที่เป็นเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่อรณธรรมที่เป็นเนวาจย-
คามินาปจยคามิธรรม โดยเหตุปัจจัย
[๙๐๘] อรณธรรมที่เป็นอาจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่อรณธรรมที่เป็นอาจยคามิธรรม
โดยอารัมมณปัจจัย
[๙๐๙] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๗
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๗
ในอธิปติปัจจัย มี " ๑๐
ในอนันตรปัจจัย มี " ๖
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑๓
แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
อาจยคามิตติกสรณทุกะ จบ
เสกขัตติกสรณทุกะ
[๙๑๐] สรณธรรมที่เป็นเนวเสกขานาเสกขธรรม อาศัยสรณธรรมที่เป็นเนวเสก-
ขานาเสกขธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๙๑๑] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑
ในสหชาตวารก็ดี ในปัญหาวารก็ดี มีวาระ ๑ ทุกปัจจัย
[๙๑๒] อรณธรรมที่เป็นเสกขธรรม อาศัยอรณธรรมที่เป็นเสกขธรรม เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
อรณธรรมที่เป็นเนวเสกขานาเสกขธรรม อาศัยอรณธรรมที่เป็นเสกขธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
อรณธรรมที่เป็นเสกขธรรม และอรณธรรมที่เป็นเนวเสกขานาเสกขธรรม อาศัย
อรณธรรมที่เป็นเสกขธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
อรณธรรมที่เป็นอเสกขธรรม อาศัยอรณธรรมที่เป็นอเสกขธรรม เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย มี ๓ นัย
อรณธรรมที่เป็นเนวเสกขานาเสกขธรรม อาศัยอรณธรรมที่เป็นเนวเสกขานาเสกขธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๙๑๓] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๓
ในอวิคตปัจจัย มี " ๙
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๙๑๔] อรณธรรมที่เป็นเสกขธรรม เป็นปัจจัยแก่อรณธรรมที่เป็นเสกขธรรม โดย
เหตุปัจจัย มี ๓ นัย
อรณธรรมที่เป็นอเสกขธรรม เป็นปัจจัยแก่อรณธรรมที่เป็นอเสกขธรรม โดยเหตุปัจจัย
มี ๓ นัย
อรณธรรมที่เป็นเนวเสกขานาเสกขธรรม เป็นปัจจัยแก่อรณธรรมที่เป็นเนวเสกขานา-
เสกขธรรม โดยเหตุปัจจัย
[๙๑๕] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๗
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๕
ในอธิปติปัจจัย มี " ๙
ในอนันตรปัจจัย มี " ๘
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑๓
แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
เสกขัตติกสรณทุกะ จบ
ปริตตัตติกสรณทุกะ
[๙๑๖] สรณธรรมที่เป็นปริตตธรรม อาศัยสรณธรรมที่เป็นปริตตธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
[๙๑๗] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑
ในสหชาตวารก็ดี ในปัญหาวารก็ดี มีวาระ ๑ ทุกปัจจัย
[๙๑๘] อรณธรรมที่เป็นปริตตธรรม อาศัยอรณธรรมที่เป็นปริตตธรรม เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย มี ๓ นัย
อรณธรรมที่เป็นมหัคคตธรรม อาศัยอรณธรรมที่เป็นมหัคคตธรรม เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย มี ๓ นัย
อรณธรรมที่เป็นอัปปมาณธรรม อาศัยอรณธรรมที่เป็นอัปปมาณธรรม เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย มี ๓ นัย
อรณธรรมที่เป็นปริตตธรรม อาศัยอรณธรรมที่เป็นปริตตธรรม และอรณธรรมที่เป็น
มหัคคตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
อรณธรรมที่เป็นปริตตธรรม อาศัยอรณธรรมที่เป็นปริตตธรรม และอรณธรรมที่เป็น
อัปปมาณธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๙๑๙] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑๓
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๕
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑๓
ในสหชาตวารก็ดี ในปัญหาวารก็ดี พึงให้พิสดารทุกปัจจัย
ปริตตัตติกสรณทุกะ จบ
ปริตตารัมมณัตติกสรณทุกะ
[๙๒๐] สรณธรรมที่เป็นปริตตารัมมณธรรม อาศัยสรณธรรมที่เป็นปริตตารัมมณธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
สรณธรรมที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม อาศัยสรณธรรมที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๙๒๑] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๒
ในอวิคตปัจจัย มี " ๒
ในสหชาตวารก็ดี ในปัญหาวารก็ดี พึงให้พิสดารทุกปัจจัย
[๙๒๒] อรณธรรมที่เป็นปริตตารัมมณธรรม อาศัยอรณธรรมที่เป็นปริตตารัมมณธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
อรณธรรมที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม อาศัยอรณธรรมที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
อรณธรรมที่เป็นอัปปมาณารัมมณธรรม อาศัยอรณธรรมที่เป็นอัปปมาณารัมมณธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๙๒๓] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓
ในสหชาตวารก็ดี ในปัญหาวารก็ดี พึงให้พิสดารทุกปัจจัย
ปริตตารัมมณัตติกสรณทุกะ จบ
หีนัตติกสรณทุกะ
[๙๒๔] สรณธรรมที่เป็นหีนธรรม อาศัยสรณธรรมที่เป็นหีนธรรม เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
[๙๒๕] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑
[๙๒๖] อรณธรรมที่เป็นมัชฌิมธรรม อาศัยอรณธรรมที่เป็นมัชฌิมธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
อรณธรรมที่เป็นปณีตธรรม อาศัยอรณธรรมที่เป็นปณีตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
มี ๓ นัย
อรณธรรมที่เป็นมัชฌิมธรรม อาศัยอรณธรรมที่เป็นมัชฌิมธรรม และอรณธรรมที่เป็น
ปณีตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๙๒๗] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๕
ในอวิคตปัจจัย มี " ๕
ในสหชาตวารก็ดี ในปัญหาวารก็ดี พึงให้พิสดารทุกปัจจัย
หีนัตติกสรณทุกะ จบ
มิจฉัตตัตติกสรณทุกะ
[๙๒๘] สรณธรรมที่เป็นมิจฉัตตนิยตธรรม อาศัยสรณธรรมที่เป็นมิจฉัตตนิยตธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
สรณธรรมที่เป็นอนิยตธรรม อาศัยสรณธรรมที่เป็นอนิยตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุ-
ปัจจัย
[๙๒๙] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๒
ในอวิคตปัจจัย มี " ๒
ในสหชาตวารก็ดี ในปัญหาวารก็ดี พึงให้พิสดารทุกปัจจัย
[๙๓๐] อรณธรรมที่เป็นสัมมัตตนิยตธรรม อาศัยอรณธรรมที่เป็นสัมมัตตนิยตธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
อรณธรรมที่เป็นอนิยตธรรม อาศัยอรณธรรมที่เป็นสัมมัตตนิยตธรรม เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
อรณธรรมที่เป็นสัมมัตตนิยตธรรม และอรณธรรมที่เป็นอนิยตธรรม อาศัยอรณธรรม
ที่เป็นสัมมัตตนิยตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
อรณธรรมที่เป็นอนิยตธรรม อาศัยอรณธรรมที่เป็นอนิยตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุ-
ปัจจัย
อรณธรรมที่เป็นอนิยตธรรม อาศัยอรณธรรมที่เป็นสัมมัตตนิยตธรรม และอรณธรรม
ที่เป็นอนิยตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๙๓๑] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๕
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๒
ในอวิคตปัจจัย มี " ๕
สหชาตวารก็ดี ปัญหาวารก็ดี พึงให้พิสดารอย่างนี้
มิจฉัตตัตติกสรณทุกะ จบ
มัคคารัมมณัตติกสรณทุกะ
[๙๓๒] อรณธรรมที่เป็นมัคคารัมมณธรรม อาศัยอรณธรรมที่เป็นมัคคารัมมณธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
อรณธรรมที่เป็นมัคคเหตุกธรรม อาศัยอรณธรรมที่เป็นมัคคเหตุกธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
อรณธรรมที่เป็นมัคคาธิปติธรรม อาศัยอรณธรรมที่เป็นมัคคาธิปติธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย มี ๕ นัย
อรณธรรมที่เป็นมัคคารัมมณธรรม อาศัยอรณธรรมที่เป็นมัคคารัมมณธรรม และ
อรณธรรมที่เป็นมัคคาธิปติธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
อรณธรรมที่เป็นมัคคเหตุกธรรม อาศัยอรณธรรมที่เป็นมัคคเหตุกธรรม และอรณธรรม
ที่เป็นมัคคาธิปติธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
[๙๓๓] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑๗
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑๗
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๙๓๔] อรณธรรมที่เป็นมัคคารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่อรณธรรมที่เป็นมัคคารัมมณ-
ธรรม โดยเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
อรณธรรมที่เป็นมัคคเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อรณธรรมที่เป็นมัคคเหตุกธรรม โดย
เหตุปัจจัย มี ๓ นัย
อรณธรรมที่เป็นมัคคาธิปติธรรม เป็นปัจจัยแก่อรณธรรมที่เป็นมัคคาธิปติธรรม โดย
เหตุปัจจัย มี ๕ นัย
[๙๓๕] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑๗
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑๗
แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
มัคคารัมมณัตติกสรณทุกะ จบ
อุปปันนัตติกสรณทุกะ
[๙๓๖] สรณธรรมที่เป็นอุปปันนธรรม เป็นปัจจัยแก่สรณธรรมที่เป็นอุปปันนธรรม
โดยเหตุปัจจัย
[๙๓๗] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๒
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑
[๙๓๘] อรณธรรมที่เป็นอุปปันนธรรม เป็นปัจจัยแก่อรณธรรมที่เป็นอุปปันนธรรม
โดยเหตุปัจจัย
[๙๓๙] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๓
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑
อุปปันนัตติกสรณทุกะ จบ
อตีตัตติกสรณทุกะ
[๙๔๐] สรณธรรมที่เป็นปัจจุปปันนธรรม เป็นปัจจัยแก่สรณธรรมที่เป็นปัจจุปปันน-
ธรรม โดยเหตุปัจจัย
[๙๔๑] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๒
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑
[๙๔๒] อรณธรรมที่เป็นปัจจุปปันนธรรม เป็นปัจจัยแก่อรณธรรมที่เป็นปัจจุปปันน-
ธรรม โดยเหตุปัจจัย
[๙๔๓] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๓
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑
แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
อตีตัตติกสรณทุกะ จบ
อตีตารัมมณัตติกสรณทุกะ
[๙๔๔] สรณธรรมที่เป็นอตีตารัมมณธรรม อาศัยสรณธรรมที่เป็นอตีตารัมมณธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
สรณธรรมที่เป็นอนาคตารัมมณธรรม อาศัยสรณธรรมที่เป็นอนาคตารัมมณธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
สรณธรรมที่เป็นปัจจุปปันนารัมมณธรรม อาศัยสรณธรรมที่เป็นปัจจุปปันนารัมมณธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๙๔๕] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓
ในสหชาตวารก็ดี ในปัญหาวารก็ดี พึงให้พิสดารทุกปัจจัย
[๙๔๖] อรณธรรมที่เป็นอตีตารัมมณธรรม อาศัยอรณธรรมที่เป็นอตีตารัมมณธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
อรณธรรมที่เป็นอนาคตารัมมณธรรม อาศัยอรณธรรมที่เป็นอนาคตารัมมณธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
อรณธรรมที่เป็นปัจจุปปันนารัมมณธรรม อาศัยอรณธรรมที่เป็นปัจจุปปันนารัมมณธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๙๔๗] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๙๔๘] อรณธรรมที่เป็นอตีตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่อรณธรรมที่เป็นอตีตารัมมณ-
ธรรม โดยเหตุปัจจัย
อรณธรรมที่เป็นอนาคตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่อรณธรรมที่เป็นอนาคตารัมมณธรรม
โดยเหตุปัจจัย
อรณธรรมที่เป็นปัจจุปปันนารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่อรณธรรมที่เป็นปัจจุปปันนา-
รัมมณธรรม โดยเหตุปัจจัย
[๙๔๙] อรณธรรมที่เป็นอตีตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่อรณธรรมที่เป็นอตีตารัมมณ-
ธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
[๙๕๐] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓
แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
อตีตารัมมณัตติกสรณทุกะ จบ
อัชฌัตติกสรณทุกะ
[๙๕๑] สรณธรรมที่เป็นอัชฌัตตธรรม อาศัยสรณธรรมที่เป็นอัชฌัตตธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
สรณธรรมที่เป็นพหิทธาธรรม อาศัยสรณธรรมที่เป็นพหิทธาธรรม เกิดขึ้น เพราะ-
เหตุปัจจัย
[๙๕๒] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๒
ในอวิคตปัจจัย มี " ๒
ในสหชาตวารก็ดี ในปัญหาวารก็ดี พึงให้พิสดารทุกปัจจัย
[๙๕๓] อรณธรรมที่เป็นอัชฌัตตธรรม อาศัยอรณธรรมที่เป็นอัชฌัตตธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
อรณธรรมที่เป็นพหิทธาธรรม อาศัยอรณธรรมที่เป็นพหิทธาธรรม เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
[๙๕๔] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๒
ในอวิคตปัจจัย มี " ๒
ในสหชาตวารก็ดี ในปัญหาวารก็ดี พึงให้พิสดารทุกปัจจัย
อัชฌัตตัตติกสรณทุกะ จบ
อัชฌัตตารัมมณัตติกสรณทุกะ
[๙๕๕] สรณธรรมที่เป็นอัชฌัตตารัมมณธรรม อาศัยสรณธรรมที่เป็นอัชฌัตตารัมมณ-
ธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
สรณธรรมที่เป็นพหิทธารัมมณธรรม อาศัยสรณธรรมที่เป็นพหิทธารัมมณธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
[๙๕๖] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๒
ในอวิคตปัจจัย มี " ๒
ในสหชาตวารก็ดี ในปัญหาวารก็ดี พึงให้พิสดารทุกปัจจัย
[๙๕๗] อรณธรรมที่เป็นอัชฌัตตารัมมณธรรม อาศัยอรณธรรมที่เป็นอัชฌัตตารัมมณ-
ธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
อรณธรรมที่เป็นพหิทธารัมมณธรรม อาศัยอรณธรรมที่เป็นพหิทธารัมมณธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
[๙๕๘] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๒
ในอวิคตปัจจัย มี " ๒
ในสหชาตวารก็ดี ในปัญหาวารก็ดี พึงให้พิสดารทุกปัจจัย
อัชฌัตตารัมมณัตติกสรณทุกะ จบ
สนิทัสสนัตติกสรณทุกะ
[๙๕๙] สรณธรรมที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม อาศัยสรณธรรมที่เป็นอนิทัสสน-
อัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๑ นัย
[๙๖๐] อรณธรรมที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม อาศัยอรณธรรมที่เป็นอนิทัสสน-
อัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๗ นัย
[๙๖๑] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๒๑
ในอวิคตปัจจัย มี " ๒๑
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๙๖๒] อรณธรรมที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อรณธรรมที่เป็น
อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม โดยเหตุปัจจัย
[๙๖๓] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๗
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๓
ในอวิคตปัจจัย มี " ๒๕
แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
สนิทัสสนัตติกสรณทุกะ จบ
อนุโลมติกทุกปัฏฐาน จบ
---------------
กุสลัตติกเวทนาตติกะ
[๑] สุขายเวทนายสัมปยุตตธรรมที่เป็นกุศล อาศัยสุขายเวทนายสัมปยุตตธรรม
ที่เป็นกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
สุขายเวทนายสัมปยุตตธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยสุขายเวทนายสัมปยุตตธรรมที่เป็น
อกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
สุขายเวทนายสัมปยุตตธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยสุขายเวทนายสัมปยุตตธรรมที่เป็น
อัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๒] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๓
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๓] สุขายเวทนายสัมปยุตตธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่สุขายเวทนายสัมป-
ยุตตธรรมที่เป็นกุศล โดยเหตุปัจจัย
สุขายเวทนายสัมปยุตตธรรมที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่สุขายเวทนายสัมปยุตตธรรม
ที่เป็นอกุศล โดยเหตุปัจจัย
สุขายเวทนายสัมปยุตตธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่สุขายเวทนายสัมปยุตต-
ธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดยเหตุปัจจัย
[๔] สุขายเวทนายสัมปยุตตธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่สุขายเวทนายสัมป-
ยุตตธรรมที่เป็นกุศล โดยอารัมมณปัจจัย
[๕] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๙
ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
[๖] ทุกขายเวทนายสัมปยุตตธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยทุกขายเวทนายสัมปยุตต-
ธรรมที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๗] ทุกขายเวทนายสัมปยุตตธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยทุกขายเวทนายสัมปยุตต-
ธรรมที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย
ทุกขายเวทนายสัมปยุตตธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยทุกขายเวทนายสัมปยุตตธรรม
ที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย
[๘] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๒
ในอวิคตปัจจัย มี " ๒
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๙] ทุกขายเวทนายสัมปยุตตธรรคที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่ทุกขายเวทนาย-
สัมปยุตตธรรมที่เป็นอกุศล โดยเหตุปัจจัย
[๑๐] ทุกขายเวทนายสัมปยุตตธรรมที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่ทุกขายเวทนาย-
สัมปยุตตธรรมที่เป็นอกุศล โดยอารัมมณปัจจัย
ทุกขายเวทนายสัมปยุตตธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่ทุกขายเวทนายสัมปยุตต-
ธรรมที่เป็นอกุศล โดยอารัมมณปัจจัย
[๑๑] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๒
ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
[๑๒] อทุกขมสุขายเวทนายสัมปยุตตธรรมที่เป็นกุศล อาศัยอทุกขมสุขายเวทนาย-
สัมปยุตตธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
อทุกขมสุขายเวทนายสัมปยุตตธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยอทุกขมสุขายเวทนายสัมปยุตต-
ธรรมที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
อทุกขมสุขายเวทนายสัมปยุตตธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยอทุกขมสุขายเวทนายสัมป-
ยุตตธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๑๓] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๓
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๑๔] อทุกขมสุขายเวทนายสัมปยุตตธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่อทุกขมสุขาย-
เวทนายสัมปยุตตธรรมที่เป็นกุศล โดยเหตุปัจจัย
อทุกขมสุขายเวทนายสัมปยุตตธรรมที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่อทุกขมสุขายเวทนาย-
สัมปยุตตธรรมที่เป็นอกุศล โดยเหตุปัจจัย
อทุกขมสุขายเวทนายสัมปยุตตธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่อทุกขมสุขาย-
เวทนายสัมปยุตตธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดยเหตุปัจจัย
[๑๕] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๙
ในอธิปติปัจจัย มี " ๗
ในอนันตรปัจจัย มี " ๗
ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓
ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
กุสลัตติกเวทนาตติกะ จบ
กุสลัตติกวิปากัตติกะ
[๑๖] วิปากธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยวิปากธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
[๑๗] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๑
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑
ในสหชาตวารก็ดี ในปัญหาวารก็ดี มีวาระ ๑ ทุกปัจจัย
[๑๘] วิปากธัมมธรรมที่เป็นกุศล อาศัยวิปากธัมมธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
วิปากธัมมธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยวิปากธัมมธรรมที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๑๙] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๒
ในอารัมมณปัจจัย มีวาระ ๒
ในอวิคตปัจจัย มี " ๒
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๒๐] วิปากธัมมธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่วิปากธัมมธรรมที่เป็นกุศล โดย
เหตุปัจจัย
วิปากธัมมธรรมที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่วิปากธัมมธรรมที่เป็นอกุศล โดยเหตุปัจจัย
[๒๑] วิปากธัมมธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่วิปากธัมมธรรม ที่เป็นกุศล โดย
อารัมมณปัจจัย
วิปากธัมมธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่วิปากธัมมธรรมที่เป็นอกุศล โดยอารัมมณปัจจัย
วิปากธัมมธรรมที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่วิปากธัมมธรรมที่เป็นอกุศล โดยอารัมมณ-
ปัจจัย
วิปากธัมมธรรมที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่วิปากธัมมธรรมที่เป็นกุศล โดยอารัมมณปัจจัย
[๒๒] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๒
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๔
ในอธิปติปัจจัย มี " ๓
ในอนันตรปัจจัย มี " ๒
ในสหชาตปัจจัย มี " ๒
ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๔
ในอวิคตปัจจัย มี " ๒
ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
[๒๓] เนววิปากนวิปากธัมมธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยเนววิปากนวิปากธัมมธรรม
ที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๒๔] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๑
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑
ในสหชาตวารก็ดี ในปัญหาวารก็ดี มีวาระ ๑ ทุกปัจจัย
กุสลัตติกวิปากัตติกะ จบ
กุสลัตติกอุปาทินนัตติกะ
[๒๕] อุปาทินนุปาทานิยธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยอุปาทินนุปานิยธรรมที่เป็น
อัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๒๖] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑
ในสหชาตวารก็ดี ในปัญหาวารก็ดี มีวาระ ๑ ทุกปัจจัย
[๒๗] อนุปาทินนุปาทานิยธรรมที่เป็นกุศล อาศัยอนุปาทินนุปาทานิยธรรมที่เป็นกุศล
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
อนุปาทินนุปาทานิยธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยอนุปาทินนอนุปาทานิยธรรมที่เป็นกุศล
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
อนุปาทินนุปาทานิยธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยอนุปาทินนุปาทานิยธรรมที่เป็น
อัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๒๘] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๙
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๒๙] อนุปาทินนุปาทานิยธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่อนุปาทินนุปาทานิยธรรม
ที่เป็นกุศล โดยเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
อนุปาทินนุปาทานิยธรรมที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่อนุปาทินนุปาทานิยธรรมที่เป็น
อกุศล โดยเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
อนุปาทินนุปาทานิยธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่อนุปาทินนุปาทานิยธรรมที่เป็น
อัพยากฤต โดยเหตุปัจจัย
[๓๐] อนุปาทินนุปาทานิยธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่อนุปาทินนุปาทานิยธรรม
ที่เป็นกุศล โดยอารัมมณปัจจัย มี ๓ นัย
อนุปาทินนุปาทานิยธรรมที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่อนุปาทินนุปาทานิยธรรมที่เป็น
อกุศล โดยอารัมมณปัจจัย มี ๓ นัย
อนุปาทินนุปาทานิยธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่อนุปาทินนุปาทานิยธรรมที่เป็น
อัพยากฤต โดยอารัมมณปัจจัย มี ๓ นัย
[๓๑] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๗
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑๑
ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
[๓๒] อนุปาทินนอนุปาทานิยธรรมที่เป็นกุศล อาศัยอนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม
ที่เป็นกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
อนุปาทินนอนุปาทานิยธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยอนุปาทินนอนุปาทานิยธรรมที่เป็น
อัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๓๓] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๒
ในอวิคตปัจจัย มี " ๒
ในสหชาตวารก็ดี ในปัญหาวารก็ดี พึงให้พิสดารทุกปัจจัย
กุสลัตติกอุปาทินนัตติกะ จบ
กุสลัตติกสังกิลิฏฐัตติกะ
[๓๔] สังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรมที่เป็น
อกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๓๕] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑
ในสหชาตวารก็ดี ในปัญหาวารก็ดี มีวาระ ๑ ทุกปัจจัย
[๓๖] อสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรมที่เป็นกุศล อาศัยอสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรมที่เป็น
กุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
อสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยอสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรมที่เป็น
อัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๓๗] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๕
ในอวิคตปัจจัย มี " ๕
ในสหชาตวารก็ดี ในปัญหาวารก็ดี พึงให้พิสดารทุกปัจจัย
[๓๘] อสังกิลิฏฐอสังกิเลสิกธรรมที่เป็นกุศล อาศัยอสังกิลิฏฐอสังกิเลสิกธรรมที่เป็น
กุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๓๙] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๒
ในอวิคตปัจจัย มี " ๒
ในสหชาตวารก็ดี ในปัญหาวารก็ดี พึงให้พิสดารทุกปัจจัย
กุสลัตติกสังกิลิฏฐัตติกะ จบ
กุสลัตติกวิตักกัตติกะ
[๔๐] สวิตักกสวิจารธรรมที่เป็นกุศล อาศัยสวิตักกสวิจารธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
สวิตักกสวิจารธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยสวิตักกสวิจารธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
สวิตักกสวิจารธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยสวิตักกสวิจารธรรมที่เป็นอัพยากฤต
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๔๑] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอารัมมณปัจจัย มีวาระ ๓
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๔๒] สวิตักกสวิจารธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรมที่เป็นกุศล
โดยเหตุปัจจัย
สวิตักกสวิจารธรรมที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรมที่เป็นอกุศล โดย
เหตุปัจจัย
สวิตักกสวิจารธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรมที่เป็นอัพยากฤต
โดยเหตุปัจจัย
[๔๓] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓
ในปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
[๔๔] อวิตักกวิจารมัตตธรรมที่เป็นกุศล อาศัยอวิตักกวิจารมัตตธรรมที่เป็นกุศล
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
อวิตักกวิจารมัตตธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยอวิตักกวิจารมัตตธรรม ที่เป็นอัพยากฤต
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๔๕] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๒
ในอวิคตปัจจัย มี " ๒
ในสหชาตวารก็ดี ในสัมปยุตตวารก็ดี ในปัญหาวารก็ดี พึงให้พิสดารทุกปัจจัย
[๔๖] อวิตักกอวิจารธรรมที่เป็นกุศล อาศัยอวิตักกวิจารธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
อวิตักกอวิจารธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยอวิตักกอวิจารธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
[๔๗] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๕
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๒
ในอวิคตปัจจัย มี " ๕
สหชาตวารก็ดี ปัญหาวารก็ดี พึงให้พิสดาร
กุสลัตติกวิตักกัตติกะ จบ
กุสลัตติกปีติตติกะ
[๔๘] ปีติสหคตธรรมที่เป็นกุศล อาศัยปีติสหคตธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
ปีติสหคตธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยปีติสหคตธรรมที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
ปีติสหคตธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยปีติสหคตธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
[๔๙] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๓
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๕๐] ปีติสหคตธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่ปีติสหคตธรรมที่เป็นอกุศล โดย
เหตุปัจจัย
ปีติสหคตธรรมที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่ปีติสหคตธรรมที่เป็นกุศล โดยเหตุปัจจัย
ปีติสหคตธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่ปีติสหคตธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดย
เหตุปัจจัย
[๕๑] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๙
ในอธิปติปัจจัย มีวาระ ๗
ในอนันตรปัจจัย มี " ๕
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓
ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
[๕๒] สุขสหคตธรรมที่เป็นกุศล อาศัยสุขสหคตธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
สุขสหคตธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยสุขสหคตธรรมที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
สุขสหคตธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยสุขสหคตธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
[๕๓] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๓
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓
สหชาตวารก็ดี ปัญหาวารก็ดี พึงให้พิสดาร
[๕๔] อุเบกขาสหคตธรรมที่เป็นกุศล อาศัยอุเบกขาสหคตธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
อุเบกขาสหคตธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยอุเบกขาสหคตธรรมที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
อุเบกขาสหคตธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยอุเบกขาสหคตธรรมที่เป็นอัพยากฤต
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๕๕] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓
สหชาตวารก็ดี ปัญหาวารก็ดี พึงให้พิสดาร
กุสลัตติกปีติตติกะ จบ
กุสลัตติกทัสสนัตติกะ
[๕๖] ทัสสเนนปหาตัพพธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยทัสสเนนปหาตัพพธรรมที่เป็น
อกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๕๗] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑
ในสหชาตวารก็ดี ในปัญหาวารก็ดี มีวาระ ๑ ทุกปัจจัย
[๕๘] ภาวนายปหาตัพพธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยภาวนายปหาตัพที่เป็นอกุศล
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๕๙] เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรมที่เป็นกุศล อาศัยเนวทัสสเนนภาว-
นายปหาตัพพธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๖๐] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๕
ในอวิคตปัจจัย มี " ๕
ในสหชาตวารก็ดี ในปัญหาวารก็ดี พึงให้พิสดารทุกปัจจัย
กุสลัตติกทัสสนัตติกะ จบ
กุสลัตติกทัสสเนนปหาตัพพเหตุกัตติกะ
[๖๑] ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยทัสสเนนปหาตัพพ-
เหตุกธรรมที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๖๒] ภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม
ที่เป็นกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๖๓] เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรมที่เป็นกุศล อาศัยเนวทัสสเนน-
นภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรมที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุ
[๖๔] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๗
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๒
ในอวิคตปัจจัย มี " ๗
ในสหชาตวารก็ดี ในปัญหาวารก็ดี พึงให้พิสดารทุกปัจจัย
กุสลัตติกทัสสเนนปหาตัพพเหตุกัตติกะ จบ
กุสลัตติกอาจยคามิตติกะ
[๖๕] อาจยคามิธรรมที่เป็นกุศล อาศัยอาจคามิธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
อาจยคามิธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยอาจยคามิธรรมที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๖๖] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๒
ในอวิคตปัจจัย มี " ๒
ในสหชาตวารก็ดี ในปัญหาวารก็ดี พึงให้พิสดารทุกปัจจัย
[๖๗] อปจยคามิธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยอปจยคามิธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
ในปฏิจจวารก็ดี ในปัญหาวารก็ดี มีวาระ ๑ ทุกปัจจัย
[๖๘] เนวาจยคามินาปจยคามิธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยเนวาจยคามินาปจยคามิ-
ธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๖๙] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑
สหชาตวารก็ดี ปัญหาวารก็ดี พึงให้พิสดาร
กุสลัตติกอาจยคามิตติกะ จบ
กุสลัตติกเสกขัตติกะ
[๗๐] เสกขธรรมที่เป็นกุศล อาศัยเสกขธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๗๑] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๒
ในอวิคตปัจจัย มี " ๒
ในสหชาตวารก็ดี ในปัญหาวารก็ดี พึงให้พิสดารทุกปัจจัย
[๗๒] อเสกขธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยอเสกขธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
[๗๓] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑
ในสหชาตวารก็ดี ในปัญหาวารก็ดี มีวาระ ๑ ทุกปัจจัย
[๗๔] เนวเสกขานาเสกขธรรมที่เป็นกุศล อาศัยเนวเสกขานาเสกขธรรมที่เป็นกุศล
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
เนวเสกขานาเสกขธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยเนวเสกขานาเสกขธรรมที่เป็นอกุศล
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
เนวเสกขานาเสกขธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยเนวเสกขานาเสกขธรรมที่เป็นอัพยากฤต
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
[๗๕] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๙
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๗๖] เนวเสกขานาเสกขธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่เนวเสกขานาเสกขธรรม
ที่เป็นกุศล โดยเหตุปัจจัย
[๗๗] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๗
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑๓
ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
กุสลัตติกเสกขัตติกะ จบ
กุสลัตติกปริตัตติกะ
[๗๘] ปริตตธรรมที่เป็นกุศล อาศัยปริตตธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
ปริตตธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยปริตตธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
ปริตตธรรมที่เป็นกุศล และปริตตธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยปริตตธรรมที่เป็นกุศล
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
ปริตตธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยปริตตธรรมที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย-
มี ๓ นัย
ปริตตธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยปริตตธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
ปริตตธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยปริตตธรรมที่เป็นกุศล และปริตตธรรมที่เป็น
อัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
ปริตตธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยปริตตธรรมที่เป็นอกุศล และปริตตธรรมที่เป็น
อัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๗๙] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๓
ในอวิคตปัจจัย มี " ๙
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๘๐] ปริตตธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่ปริตตธรรมที่เป็นกุศล โดยเหตุปัจจัย-
มี ๓ นัย
ปริตตธรรมที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่ปริตตธรรมที่เป็นอกุศล โดยเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
ปริตตธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่ปริตตธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดยเหตุปัจจัย
[๘๑] ปริตตธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่ปริตตธรรมที่เป็นกุศล โดยอารัมมณ-
ปัจจัย
[๘๒] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๗
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑๓
ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
[๘๓] มหัคคตธรรมที่เป็นกุศล อาศัยมหัคคตธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
มหัคคตธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยมหัคคตธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
[๘๔] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๒
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๒
ในอวิคตปัจจัย มี " ๒
ในสหชาตวารก็ดี ในปัญหาวารก็ดี พึงให้พิสดารทุกปัจจัย
[๘๕] อัปปมาณธรรมที่เป็นกุศล อาศัยอัปปมาณธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
อัปปมาณธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยอัปปมาณธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
[๘๖] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๒
ในอวิคตปัจจัย มี " ๒
ในสหชาตวารก็ดี ในปัญหาวารก็ดี พึงให้พิสดารทุกปัจจัย
กุสลัตติกปริตตัตติกะ จบ
กุสลัตติกปริตตารัมมณัตติกะ
[๘๗] ปริตตารัมมณธรรมที่เป็นกุศล อาศัยปริตตารัมมณธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
ปริตตารัมมณธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยปริตตารัมมณธรรมที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
ปริตตารัมมณธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยปริตตารัมมณธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
[๘๘] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓
สหชาตวารก็ดี ในปัญหาวารก็ดี พึงให้พิสดาร
[๘๙] มหัคคตารัมมณธรรมที่เป็นกุศล อาศัยมหัคคตารัมมณธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
มหัคคตารัมมณธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยมหัคคตารัมมณธรรมที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
มหัคคตารัมมณธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยมหัคคตารัมมณธรรมที่เป็นอัพยากฤต
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๙๐] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓
ในสหชาตวารก็ดี ในปัญหาวารก็ดี พึงให้พิสดารทุกปัจจัย
[๙๑] อัปปมาณารัมมณธรรมที่เป็นกุศล อาศัยอัปปมาณารัมมณธรรมที่เป็นกุศล
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
อัปปมาณารัมมณธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยอัปปมาณารัมมณธรรมที่เป็นอัพยากฤต
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๙๒] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๒
ในอวิคตปัจจัย มี " ๒
ในสหชาตวารก็ดี ในปัญหาวารก็ดี พึงให้พิสดารทุกปัจจัย
กุสลัตติกปริตตารัมมณัตติกะ จบ
กุสลัตติกหีนัตติกะ
[๙๓] หีนธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยหีนธรรมที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๙๔] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑
พึงให้พิสดารทุกวาร
[๙๕] มัชฌิมธรรมที่เป็นกุศล อาศัยมัชฌิมธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
มัชฌิมธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยมัชฌิมธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
มัชฌิมธรรมที่เป็นกุศล และมัชฌิมธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยมัชฌิมธรรมที่เป็นกุศล
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
มัชฌิมธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยมัชฌิมธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
มัชฌิมธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยมัชฌิมธรรมที่เป็นกุศล และมัชฌิมธรรมที่เป็น
อัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๙๖] มัชฌิมธรรมที่เป็นกุศล อาศัยมัชฌิมธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น เพราะอารัมมณ-
ปัจจัย
มัชฌิมธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยมัชฌิมธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะ
อารัมมณปัจจัย
[๙๗] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๕
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๒
ในอวิคตปัจจัย มี " ๕
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๙๘] มัชฌิมธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่มัชฌิมธรรมที่เป็นกุศล โดยเหตุปัจจัย
มี ๓ นัย
มัชฌิมธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่มัชฌิมธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดยเหตุปัจจัย
[๙๙] มัชฌิมธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่มัชฌิมธรรมที่เป็นกุศล โดยอารัมมณ-
ปัจจัย
มัชฌิมธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่มัชฌิมธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดยอารัมมณปัจจัย
มัชฌิมธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่มัชฌิมธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดยอารัมมณ-
ปัจจัย
มัชฌิมธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่มัชฌิมธรรมที่เป็นกุศล โดยอารัมมณปัจจัย
[๑๐๐] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๔
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๔
ในอวิคตปัจจัย มี " ๗
ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
[๑๐๑] ปณีตธรรมที่เป็นกุศล อาศัยปณีตธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
ปณีตธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยปณีตธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
[๑๐๒] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๒
ในอวิคตปัจจัย มี " ๒
ในสหชาตวารก็ดี ในปัญหาวารก็ดี พึงให้พิสดารทุกปัจจัย
กุสลัตติกหีนัตติกะ จบ
กุสลัตติกมิจฉัตตัตติกะ
[๑๐๓] มิจฉัตตนิยตธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยมิจฉัตตนิยตธรรมที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
[๑๐๔] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑
พึงให้พิสดารทุกวาร
[๑๐๕] สัมมัตตนิยตธรรมที่เป็นกุศล อาศัยสัมมัตตนิยตธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
[๑๐๖] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑
ในสหชาตวารก็ดี ในปัญหาวารก็ดี มีวาระ ๑ ทุกปัจจัย
[๑๐๗] อนิยตธรรมที่เป็นกุศล อาศัยอนิยตธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย
อนิยตธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยอนิยตธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
อนิยตธรรมที่เป็นกุศล และอนิยตธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยอนิยตธรรมที่เป็นกุศล
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
อนิยตธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยอนิยตธรรมที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
มี ๓ นัย
อนิยตธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยอนิยตธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๑๐๘] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๓
ในอวิคตปัจจัย มี " ๙
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๑๐๙] อนิยตธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่อนิยตธรรมที่เป็นกุศล โดยเหตุปัจจัย
มี ๓ นัย
อนิยตธรรมที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่อนิยตธรรมที่เป็นอกุศล โดยเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
อนิยตธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่อนิยตธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดยเหตุปัจจัย
[๑๑๐] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๗
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑๓
ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
กุสลัตติกมิจฉัตตัตติกะ จบ
กุสลัตติกมัคคารัมมณัตติกะ
[๑๑๑] มัคคารัมมณธรรมที่เป็นกุศล อาศัยมัคคารัมมณธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
มัคคารัมมณธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยมัคคารัมมณธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
[๑๑๒] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๒
ในอวิคตปัจจัย มี " ๒
พึงให้พิสดารทุกวาร
[๑๑๓] มัคคเหตุกธรรมที่เป็นกุศล อาศัยมัคคเหตุกธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
[๑๑๔] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑
มีวาระ ๑ ทุกปัจจัย
[๑๑๕] มัคคาธิปติธรรมที่เป็นกุศล อาศัยมัคคาธิปติธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
มัคคาธิปติธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยมัคคาธิปติธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
[๑๑๖] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๒
ในอวิคตปัจจัย มี " ๒
พึงให้พิสดารทุกวาร
กุสลัตติกมัคคารัมมณัตติกะ จบ
กุสลัตติกอุปปันนัตติกะ
[๑๑๗] อุปปันนธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่อุปปันนธรรมที่เป็นกุศล โดย
เหตุปัจจัย มี ๗ นัย
กุสลัตติกอุปปันนัตติกะ จบ
กุสลัตติกอตีตัตติกะ
[๑๑๘] ปัจจุปปันนธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่ปัจจุปปันนธรรมที่เป็นกุศล
โดยเหตุปัจจัย มี ๗ นัย
กุสลัตติกอตีตัตติกะ จบ
กุสลัตติกอตีตารัมมณัตติกะ
[๑๑๙] อตีตารัมมณธรรมที่เป็นกุศล อาศัยอตีตารัมมณธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
อตีตารัมมณธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยอตีตารัมมณธรรมที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
อตีตารัมมณธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยอตีตารัมมณธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
[๑๒๐] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๑๒๑] อตีตารัมมณธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่อตีตารัมมณธรรมที่เป็นกุศล
โดยเหตุปัจจัย
อตีตารัมมณธรรมที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่อตีตารัมมณธรรมที่เป็นอกุศล โดย
เหตุปัจจัย
อตีตารัมมณธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่อตีตารัมมณธรรมที่เป็นอัพยากฤต
โดยเหตุปัจจัย
[๑๒๒] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๙
ในอธิปติปัจจัย มี " ๓
ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
[๑๒๓] อนาคตารัมมณธรรมที่เป็นกุศล อาศัยอนาคตารัมมณธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
[๑๒๔] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๓
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๑๒๕] อนาคตารัมมณธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่อนาคตารัมมณธรรมที่เป็นกุศล
โดยเหตุปัจจัย
[๑๒๖] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๓
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓
ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
[๑๒๗] ปัจจุปปันนารัมมณธรรมที่เป็นกุศล อาศัยปัจจุปปันนารัมมณธรรมที่เป็นกุศล
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๑๒๘] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๓
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๑๒๙] ปัจจุปปันนารัมมณธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่ปัจจุปปันนารัมมณธรรม
ที่เป็นกุศล โดยเหตุปัจจัย
ปัจจุปปันนารัมมณธรรมที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่ปัจจุปปันนารัมมณธรรมที่เป็นอกุศล
โดยเหตุปัจจัย
ปัจจุปันนารัมมณธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่ปัจจุปปันนารัมมณธรรมที่เป็น
อัพยากฤต โดยเหตุปัจจัย
[๑๓๐] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๖
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓
ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
กุสลัตติกอตีตารัมมณัตติกะ จบ
กุสลัตติกอัชฒัตตัตติกะ
[๑๓๑] อัชฌัตตธรรมที่เป็นกุศล อาศัยอัชฌัตตธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย มี ๓ นัย
อัชฌัตตธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยอัชฌัตตธรรมที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
มี ๓ นัย
อัชฌัตตธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยอัชฌัตตธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
[๑๓๒] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๙
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
พึงให้พิสดารอย่างนี้
[๑๓๓] อัชฌัตตธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่อัชฌัตตธรรมที่เป็นกุศล โดยเหตุปัจจัย
มี ๓ นัย
อัชฌัตตธรรมที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่อัชฌัตตธรรมที่เป็นอกุศล โดยเหตุปัจจัย
มี ๓ นัย
อัชฌัตตธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่อัชฌัตตธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดย
เหตุปัจจัย
[๑๓๔] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๗
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑๓
ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
[๑๓๕] พหิทธาธรรมที่เป็นกุศล อาศัยพหิทธาธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย มี ๓ นัย
พหิทธาธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยพหิทธาธรรมที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
มี ๓ นัย
พหิทธาธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยพหิทธาธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย มี ๓ นัย
[๑๓๖] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๙
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๑๓๗] พหิทธาธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่พหิทธาธรรมที่เป็นกุศล โดยเหตุปัจจัย
มี ๓ นัย
พหิทธาธรรมที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่พหิทธาธรรมที่เป็นอกุศล โดยเหตุปัจจัย
มี ๓ นัย
พหิทธาธรรมที่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่พหิทธาธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดยเหตุปัจจัย
[๑๓๘] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๗
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑๓
ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
กุสลัตติกอัชฌัตตัตติกะ จบ
กุสลัตติกอัชฌัตตารัมมณัตติกะ
[๑๓๙] อัชฌัตตารัมมณธรรมที่เป็นกุศล อาศัยอัชฌัตตารัมมณธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
[๑๔๐] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓
[๑๔๑] พหิทธารัมมณธรรมที่เป็นกุศล อาศัยพหิทธารัมมณธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
[๑๔๒] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓
กุสลัตติกอัชฌัตตารัมมณัตติกะ จบ
กุสลัตติกสนิทัสสนัตติกะ
[๑๔๓] อนิทัสสนสัปปฏิฆธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรมที่เป็น
อัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๑๔๔] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑
ในอวิคตปัจจัย มีวาระ ๑
สหชาตวารก็ดี ปัญหาวารก็ดี พึงให้พิสดาร
[๑๔๕] อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรมที่เป็นกุศล อาศัยอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรมที่เป็นกุศล
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรมที่เป็นกุศล
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรมที่เป็นกุศล และอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัย
อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรมที่เป็นกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรมที่เป็นอกุศล อาศัยอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรมที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรมที่เป็นอัพยากฤต อาศัยอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรมที่เป็นอัพยากฤต
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๑๔๖] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๓
ในอวิคตปัจจัย มี " ๙
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี ปัญหาวารก็ดี พึงให้พิสดาร
กุสลัตติกสนิทัสสนัตติกะ จบ
เวทนาตติกกุสลัตติกะ
[๑๔๗] กุศลธรรมที่เป็นสุขายเวทนายสัมปยุตตธรรม อาศัยกุศลธรรมที่เป็นสุขาย-
เวทนายสัมปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
กุศลธรรมที่เป็นอทุกขมสุขายเวทนายสัมปยุตตธรรม อาศัยกุศลธรรมที่เป็นอทุกขม-
สุขายเวทนายสัมปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๑๔๘] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๒
ในอวิคตปัจจัย มี " ๒
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๑๔๙] กุศลธรรมที่เป็นสุขายเวทนายสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่กุศลธรรมที่เป็น
สุขายเวทนายสัมปยุตตธรรม โดยเหตุปัจจัย
กุศลธรรมที่เป็นอทุกขมสุขายเวทนายสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่กุศลธรรมที่เป็น
อทุกขมสุขายเวทนายสัมปยุตตธรรม โดยเหตุปัจจัย
[๑๕๐] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๒
ในอวิคตปัจจัย มี " ๒
พึงให้พิสดารทุกวาร
[๑๕๑] อกุศลธรรมที่เป็นสุขายเวทนายสัมปยุตตธรรม อาศัยอกุศลธรรมที่เป็น
สุขายเวทนายสัมปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
อกุศลธรรมที่เป็นทุกขายเวทนายสัมปยุตตธรรม อาศัยอกุศลธรรมที่เป็นทุกขายเวทนาย-
สัมปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
อกุศลธรรมที่เป็นอทุกขมสุขายเวทนายสัมปยุตตธรรม อาศัยอกุศลธรรมที่เป็นอทุกขม-
สุขายเวทนายสัมปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๑๕๒] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓
พึงให้พิสดารทุกวาร
[๑๕๓] อัพยากตธรรม ที่เป็นสุขายเวทนายสัมปยุตตธรรม อาศัยอัพยากตธรรมที่เป็น
สุขายเวทนายสัมปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
อัพยากตธรรม ที่เป็นอทุกขมสุขายเวทนายสัมปยุตตธรรม อาศัยอัพยากตธรรม ที่เป็น
อทุกขมสุขายเวทนายสัมปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๑๕๔] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๒
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓
เวทนาตติกกุสลัตติกะ จบ
วิปากัตติกกุสลัตติกะ
[๑๕๕] กุศลธรรมที่เป็นวิปากธัมมธรรม อาศัยกุศลธรรมที่เป็นวิปากธัมมธรรม
เกิดขึ้น เหตุปัจจัย
[๑๕๖] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑
[๑๕๗] อกุศลธรรมที่เป็นวิปากธัมมธรรม อาศัยอกุศลที่เป็นวิปากธัมมธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๑๕๘] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑
มีวาระ ๑ ทุกปัจจัย
[๑๕๙] อัพยากตธรรมที่เป็นวิปากธรรม อาศัยอัพยากตธรรมที่เป็นวิปากธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
อัพยากตธรรมที่เป็นเนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยอัพยากตธรรมที่เป็นเนว-
วิปากนวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
อัพยากตธรรมที่เป็นวิปากธรรม อาศัยอัพยากตธรรมที่เป็นวิปากธรรมและอัพยากตธรรม
ที่เป็นเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
[๑๖๐] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๙
พึงให้พิสดารทุกวาร
วิปากัตติกกุสลัตติกะ จบ
อุปาทินนัตติกกุสลัตติกะ
[๑๖๑] กุศลธรรมที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยกุศลธรรมที่เป็นอนุปาทินนุ-
ปาทานิยธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๒ นัย
พึงให้พิสดารทุกวาร
[๑๖๒] อกุศลธรรมที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยอกุศลธรรมที่เป็นอนุปาทิน-
นุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๙ นัย
พึงให้พิสดารทุกวาร
[๑๖๓] อัพยากตธรรมที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยอัพยากตธรรมที่เป็น
อุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
อัพยากตธรรมที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยอัพยากตธรรมที่เป็นอนุปาทินนุ-
ปาทานิยธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๑ นัย
อัพยากตธรรมที่เป็นอนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม อาศัยอัพยากตธรรมที่เป็นอนุปาทินน-
อนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๑๖๔] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
พึงให้พิสดารทุกวาร
อุปาทินนัตติกกุสลัตติกะ จบ
สังกิลิฏฐัตติกกุสลัตติกะ
[๑๖๕] กุศลธรรมที่เป็นอสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม อาศัยกุศลธรรมที่เป็นอสังกิลิฏฐ-
สังกิเลสิกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
กุศลธรรมที่เป็นอสังกิลิฏฐอสังกิเลสิกธรรม อาศัยกุศลธรรมที่เป็นอสังกิลิฏฐอสังกิเล-
สิกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๒ นัย
[๑๖๖] อกุศลธรรมที่เป็นสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม อาศัยอกุศลธรรมที่เป็นสังกิลิฏฐ-
สังกิเลสิกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๑ นัย
[๑๖๗] อัพยากตธรรม ที่เป็นอสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม อาศัยอัพยากตธรรมที่เป็น-
อสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๕ นัย
สังกิลิฏฐัตติกกุสลัตติกะ จบ
วิตักกัตติกกุสลัตติกะ
[๑๖๘] กุศลธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม อาศัยกุศลธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
กุศลธรรมที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม อาศัยกุศลธรรมที่เป็นอวิตักกอวิจารมัตตธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๔ นัย
กุศลธรรมที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม อาศัยกุศลธรรมที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๑๖๙] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑๑
[๑๗๐] อกุศลธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม อาศัยกุศลธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจาร-
ธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
อกุศลธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม อาศัยอกุศลธรรมที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๑๗๑] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๕
[๑๗๒] อัพยากตธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม อาศัยอัพยากตธรรม
ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓๗ นัย
วิตักกัตติกกุสลัตติกะ จบ
ปีติตติกกุสลัตติกะ
[๑๗๓] กุศลธรรมที่เป็นปีติสหคตธรรม อาศัยกุศลธรรมที่เป็นปีติสหคตธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
กุศลธรรมที่เป็นสุขสหคตธรรม อาศัยกุศลธรรมที่เป็นสุขสหคตธรรม เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย มี ๓ นัย
กุศลธรรมที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม อาศัยกุศลธรรมที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๑๐ นัย
พึงให้พิสดารทุกวาร
[๑๗๔] อกุศลธรรมที่เป็นปีติสหคตธรรม อาศัยอกุศลธรรมที่เป็นปีติสหคตธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
อกุศลธรรมที่เป็นสุขสหคตธรรม อาศัยอกุศลธรรมที่เป็นสุขสหรคตธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
อกุศลธรรมที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม อาศัยอกุศลธรรมที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๑๐ นัย
พึงให้พิสดารทุกวาร
[๑๗๕] อัพยากตธรรมที่เป็นปีติสหคตธรรม อาศัยอัพยากตธรรมที่เป็นปีติสหคตธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
อัพยากตธรรมที่เป็นสุขสหคตธรรม อาศัยอัพยากตธรรมที่เป็นสุขสหคตธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
อัพยากตธรรมที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม อาศัยอัพยากตธรรมที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๑๐ นัย
พึงให้พิสดารทุกวาร
ปีติตติกกุสลัตติกะ จบ
ทัสสนัตติกกุสลัตติกะ
[๑๗๖] กุศลธรรมที่เป็นเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม อาศัยกุศลธรรมที่เป็น
เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๑ นัย
[๑๗๗] อกุศลธรรมที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพธรรม อาศัยอกุศลธรรมที่เป็นทัสสเนน-
ปหาตัพพธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
อกุศลธรรมที่เป็นภาวนายปหาตัพพธรรม อาศัยอกุศลธรรมที่เป็นภาวนายปหาตัพพธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๒ นัย
พึงให้พิสดารทุกวาร
[๑๗๘] อัพยากตธรรม ที่เป็นเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรมอาศัยอัพยากต-
ธรรมที่เป็นเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
มีวาระ ๑ ทุกปัจจัย
ทัสสนัตติกกุสลัตติกะ จบ
ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกัตติกกุสลัตติกะ
[๑๗๙] กุศลธรรม ที่เป็นเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยกุศลธรรม
ที่เป็นเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๑ นัย
พึงให้พิสดารทุกวาร
[๑๘๐] อกุศลธรรม ที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยอกุศลธรรมที่เป็น
ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
อกุศลธรรมที่เป็นภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยอกุศลธรรมที่เป็นภาวนายปหา-
ตัพพเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๖ นัย
พึงให้พิสดารทุกวาร
[๑๘๑] อัพยากตธรรม ที่เป็นเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรมอาศัยอัพยา-
กตธรรมที่เป็นเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๑ นัย
มีวาระ ๑ ทุกปัจจัย
ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกัตติกกุสลัตติกะ จบ
อาจยคามิตติกกุสลัตติกะ
[๑๘๒] กุศลธรรมที่เป็นอาจยคามิธรรม อาศัยกุศลธรรมที่เป็นอาจยคามิธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
กุศลธรรมที่เป็นอปจยคามิธรรม อาศัยกุศลธรรมที่เป็นอปจยคามิธรรม เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย มี ๒ นัย
พึงให้พิสดารทุกวาร
[๑๘๓] อกุศลธรรมที่เป็นอาจยคามิธรรม อาศัยอกุศลธรรมที่เป็นอาจยคามิธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
มีวาระ ๑ ทุกปัจจัย
[๑๘๔] อัพยากตธรรม ที่เป็นเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม อาศัยอัพยากตธรรมที่เป็น
เนวาจยคามินาปจยคามิธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
มีวาระ ๑ ทุกปัจจัย
อาจยคามิตติกกุสลัตติกะ จบ
เสกขัตติกกุสลัตติกะ
[๑๘๕] กุศลธรรมที่เป็นเสกขธรรม อาศัยกุศลธรรมที่เป็นเสกขธรรม เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
กุศลธรรมที่เป็นเนวเสกขานาเสกขธรรม อาศัยกุศลธรรมที่เป็นเนวเสกขานาเสกขธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๒ นัย
พึงให้พิสดารทุกวาร
[๑๘๖] อกุศลธรรมที่เป็นเนวเสกขานาเสกขธรรม อาศัยอกุศลธรรมที่เป็นเนวเสก-
ขานาเสกขธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
มีวาระ ๑ ทุกปัจจัย
[๑๘๗] อัพยากฤตที่เป็นเสกขธรรม อาศัยอัพยากฤตที่เป็นเสกขธรรม เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย มี ๙ นัย
พึงให้พิสดารทุกวาร
เสกขัตติกกุสลัตติกะ จบ
ปริตตัตติกกุสลัตติกะ
[๑๘๘] กุศลธรรมที่เป็นปริตตธรรม อาศัยกุศลธรรมที่เป็นปริตตธรรม เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
กุศลธรรมที่เป็นมหัคคตธรรม อาศัยกุศลธรรมที่เป็นมหัคคตธรรม เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
กุศลธรรมที่เป็นอัปปมาณธรรม อาศัยกุศลธรรมที่เป็นอัปปมาณธรรม เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย มี ๓ นัย
พึงให้พิสดารทุกวาร
[๑๘๙] อกุศลธรรมที่เป็นปริตตธรรม อาศัยอกุศลธรรมที่เป็นปริตตธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
มีวาระ ๑ ทุกปัจจัย
[๑๙๐] อัพยากตธรรมที่เป็นปริตตธรรม อาศัยอัพยากตธรรมที่เป็นปริตตธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
อัพยากตธรรมที่เป็นมหัคคตธรรม อาศัยอัพยากตธรรมที่เป็นมหัคคตธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
อัพยากตธรรมที่เป็นอัปปมาณธรรม อาศัยอัพยากตธรรมที่เป็นอัปปมาณธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย มี ๑๓ นัย
พึงให้พิสดารทุกวาร
ปริตตัตติกกุสลัตติกะ จบ
ปริตตารัมมณัตติกกุสลัตติกะ
[๑๙๑] กุศลธรรมที่เป็นปริตตารัมมณธรรม อาศัยกุศลธรรมที่เป็นปริตตารัมมณธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
กุศลธรรมที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม อาศัยกุศลธรรมที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
กุศลธรรมที่เป็นอัปปมาณารัมมณธรรม อาศัยกุศลธรรมที่เป็นอัปปมาณารัมมณธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
พึงให้พิสดารทุกวาร
[๑๙๒] อกุศลธรรมที่เป็นปริตตารัมมณธรรม อาศัยอกุศลธรรมที่เป็นปริตตารัมมณ-
ธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
อกุศลธรรมที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม อาศัยอกุศลธรรมที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๒ นัย
พึงให้พิสดารทุกวาร
[๑๙๓] อัพยากตธรรมที่เป็นปริตตารัมมณธรรม อาศัยอัพยากตธรรมที่เป็นปริตตา-
รัมมณธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
อัพยากตธรรมที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม อาศัยอัพยากตธรรมที่เป็นมหัคคตารัมมณ-
ธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
อัพยากตธรรมที่เป็นอัปปมาณารัมมณธรรม อาศัยอัพยากตธรรมที่เป็นอัปปมาณารัมมณ-
ธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
พึงให้พิสดารทุกวาร
ปริตตารัมมณัตติกกุสลัตติกะ จบ
หีนัตติกกุสลัตติกะ
[๑๙๔] กุศลธรรมที่เป็นมัชฌิมธรรม อาศัยกุศลธรรมที่เป็นมัชฌิมธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
กุศลธรรมที่เป็นปณีตธรรม อาศัยกุศลธรรมที่เป็นปณีตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
มี ๒ นัย
พึงให้พิสดารทุกวาร
[๑๙๕] อกุศลธรรมที่เป็นหีนธรรม อาศัยอกุศลธรรมที่เป็นหีนธรรม เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
มีวาระ ๑ ทุกปัจจัย
[๑๙๖] อัพยากตธรรมที่เป็นมัชฌิมธรรม อาศัยอัพยากตธรรมที่เป็นมัชฌิมธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
อัพยากตธรรมที่เป็นปณีตธรรม อาศัยอัพยากตธรรมที่เป็นปณีตธรรม เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย มี ๕ นัย
พึงให้พิสดารทุกวาร
หีนัตติกกุสลัตติกะ จบ
มิจฉัตตัตติกกุสลัตติกะ
[๑๙๗] กุศลธรรมที่เป็นสัมมัตตนิยตธรรม อาศัยกุศลธรรมที่เป็นสัมมัตตนิยตธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
กุศลธรรมที่เป็นอนิยตธรรม อาศัยกุศลธรรมที่เป็นอนิยตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุ-
ปัจจัย มี ๒ นัย
พึงให้พิสดารทุกวาร
[๑๙๘] อกุศลธรรมที่เป็นมิจฉัตตนิยตธรรม อาศัยอกุศลธรรมที่เป็นมิจฉัตตนิยตธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
อกุศลธรรมที่เป็นอนิยตธรรม อาศัยอกุศลธรรมที่เป็นอนิยตธรรม เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย มี ๒ นัย
พึงให้พิสดารทุกวาร
[๑๙๙] อัพยากตธรรมที่เป็นอนิยตธรรม อาศัยอัพยากตธรรมที่เป็นอนิยตธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
มีวาระ ๑ ทุกปัจจัย
มิจฉัตตัตติกกุสลัตติกะ จบ
มัคคารัมมณัตติกกุสลัตติกะ
[๒๐๐] กุศลธรรมที่เป็นมัคคารัมมณธรรม อาศัยกุศลธรรมที่เป็นมัคคารัมมณธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
กุศลธรรมที่เป็นมัคคเหตุกธรรม อาศัยกุศลธรรมที่เป็นมัคคเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย มี ๓ นัย
กุศลธรรมที่เป็นมัคคาธิปติธรรม อาศัยกุศลธรรมที่เป็นมัคคาธิปติธรรม เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย มี ๑๓ นัย
[๒๐๑] อัพยากตธรรมที่เป็นมัคคารัมมณธรรม อาศัยอัพยากตธรรมที่เป็นมัคคารัมมณ-
ธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
อัพยากตธรรมที่เป็นมัคคาธิปติธรรม อาศัยอัพยากตธรรมที่เป็นมัคคาธิปติธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย มี ๕ นัย
พึงให้พิสดารทุกวาร
มัคคารัมมณัตติกกุสลัตติกะ จบ
อุปปันนัตติกกุสลัตติกะ
[๒๐๒] กุศลธรรมที่เป็นอุปปันนธรรม เป็นปัจจัยแก่กุศลธรรมที่เป็นอุปปันนธรรม
โดยเหตุปัจจัย มี ๑ นัย
พึงให้พิสดารทุกวาร
[๒๐๓] อกุศลธรรมที่เป็นอุปปันนธรรม เป็นปัจจัยแก่อกุศลธรรมที่เป็นอุปปันนธรรม
โดยเหตุปัจจัย มี ๑ นัย
พึงให้พิสดารทุกวาร
[๒๐๔] อัพยากตธรรมที่เป็นอุปปันนธรรม เป็นปัจจัยแก่อัพยากตธรรมที่เป็นอุปปันนธรรม
โดยเหตุปัจจัย มี ๑ นัย
พึงให้พิสดารทุกวาร
อุปปันนัตติกกุสลัตติกะ จบ
อตีตัตติกกุสลัตติกะ
[๒๐๕] กุศลธรรมที่เป็นปัจจุปปันนธรรม เป็นปัจจัยแก่กุศลธรรมที่เป็นปัจจุปปันน-
ธรรม โดยเหตุปัจจัย มี ๑ นัย
มีวาระ ๑ ทุกปัจจัย
[๒๐๖] อกุศลธรรมที่เป็นปัจจุปปันนธรรม เป็นปัจจัยแก่อกุศลธรรมที่เป็นปัจจุป-
ปันนธรรม โดยเหตุปัจจัย มี ๑ นัย
พึงให้พิสดารทุกวาร
[๒๐๗] อัพยากตธรรมที่เป็นปัจจุปปันนธรรม เป็นปัจจัยแก่อัพยากตธรรมที่เป็น
ปัจจุปปันนธรรม โดยเหตุปัจจัย มี ๑ นัย
พึงให้พิสดารทุกวาร
อตีตัตติกกุสลัตติกะ จบ
อตีตารัมมณัตติกกุสลัตติกะ
[๒๐๘] กุศลธรรมที่เป็นอตีตารัมมณธรรม อาศัยกุศลธรรมที่เป็นอตีตารัมมณธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
กุศลธรรมที่เป็นอนาคตารัมมณธรรม อาศัยกุศลธรรมที่เป็นอนาคตารัมมณธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
กุศลธรรมที่เป็นปัจจุปปันนารัมมณธรรม อาศัยกุศลธรรมที่เป็นปัจจุปปันนารัมมณธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
พึงให้พิสดารทุกวาร
[๒๐๙] อกุศลธรรมที่เป็นอตีตารัมมณธรรม อาศัยอกุศลธรรมที่เป็นอตีตารัมมณธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
อกุศลธรรมที่เป็นอนาคตารัมมณธรรม อาศัยอกุศลธรรมที่เป็นอนาคตารัมมณธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
อกุศลธรรมที่เป็นปัจจุปปันนารัมมณธรรม อาศัยอกุศลธรรมที่เป็นปัจจุปปันนารัมมณ-
ธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
พึงให้พิสดารทุกวาร
[๒๑๐] อัพยากตธรรมที่เป็นอตีตารัมมณธรรม อาศัยอัพยากตธรรมที่เป็นอตีตารัมมณ-
ธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
อัพยากตธรรมที่เป็นอนาคตารัมมณธรรม อาศัยอัพยากตธรรมที่เป็นอนาคตารัมมณธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
อัพยากตธรรมที่เป็นปัจจุปปันนารัมมณธรรม อาศัยอัพยากตธรรมที่เป็นปัจจุปปันนา-
รัมมณธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
พึงให้พิสดารทุกวาร
อตีตารัมมณัตติกกุสลัตติกะ จบ
อัชฌัตตัตติกกุสลัตติกะ
[๒๑๑] กุศลธรรมที่เป็นอัชฌัตตธรรม อาศัยกุศลธรรมที่เป็นอัชฌัตตธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
กุศลธรรมที่เป็นพหิทธาธรรม อาศัยกุศลธรรมที่เป็นพหิทธาธรรม เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย มี ๒ นัย
พึงให้พิสดารทุกวาร
[๒๑๒] อกุศลธรรมที่เป็นอัชฌัตตธรรม อาศัยอกุศลธรรมที่เป็นอัชฌัตตธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
อกุศลธรรมที่เป็นพหิทธาธรรม อาศัยอกุศลธรรมที่เป็นพหิทธาธรรม เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย มี ๒ นัย
พึงให้พิสดารทุกวาร
[๒๑๓] อัพยากตธรรมที่เป็นอัชฌัตตธรรม อาศัยอัพยากตธรรมที่เป็นอัชฌัตตธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
อัพยากตธรรมที่เป็นพหิทธาธรรม อาศัยอัพยากตธรรมที่เป็นพหิทธาธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย มี ๒ นัย
พึงให้พิสดารทุกวาร
อัชฌัตตัตติกกุสลัตติกะ จบ
อัชฌัตตารัมมณัตติกกุสลัตติกะ
[๒๑๔] กุศลธรรมที่เป็นอัชฌัตตารัมมณธรรม อาศัยกุศลธรรมที่เป็นอัชฌัตตารัมมณ-
ธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๒ นัย
พึงให้พิสดารทุกวาร
[๒๑๕] อกุศลธรรมที่เป็นอัชฌัตตารัมมณธรรม อาศัยอกุศลธรรมที่เป็นอัชฌัตตา-
รัมมณธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๒ นัย
พึงให้พิสดารทุกวาร
[๒๑๖] อัพยากตธรรมที่เป็นอัชฌัตตารัมมณธรรม อาศัยอัพยากตธรรมที่เป็น
อัชฌัตตารัมมณธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๒ นัย
พึงให้พิสดารทุกวาร
อัชฌัตตารัมมณัตติกกุสลัตติกะ จบ
สนิทัสสนัตติกกุสลัตติกะ
[๒๑๗] กุศลธรรมที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม อาศัยกุศลธรรมที่เป็นอนิทัสสน-
อัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
มีวาระ ๑ ทุกปัจจัย
[๒๑๘] อกุศลธรรมที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม อาศัยอกุศลธรรมที่เป็นอนิทัสสน-
อัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
มีวาระ ๑ ทุกปัจจัย
[๒๑๙] อัพยากตธรรมที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อาศัยอัพยากตธรรมที่เป็น
อนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๑ นัย
อัพยากตธรรมที่เป็นสนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อาศัยอัพยากตธรรมที่เป็นอนิทัสสน-
สัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๒ นัย
อัพยากตธรรมที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม อาศัยอัพยากตธรรมที่เป็นอนิทัสสน-
สัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
อัพยากตธรรมที่เป็นสนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอัพยากตธรรมที่เป็นอนิทัสสน-
อัปปฏิฆธรรม อาศัยอัพยากตธรรมที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๔ นัย
อัพยากตธรรมที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอัพยากตธรรมที่เป็นอนิทัสสน-
อัปปฏิฆธรรม อาศัยอัพยากตธรรมที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
มี ๕ นัย
อัพยากตธรรมที่เป็นสนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอัพยากตธรรมที่เป็นอนิทัสสน-
สัปปฏิฆธรรม อาศัยอัพยากตธรรมที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๖ นัย
อัพยากตธรรมที่เป็นสนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอัพยากตธรรมที่เป็นอนิทัสสน-
สัปปฏิฆธรรม และอัพยากตธรรมที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม อาศัยอัพยากตธรรมที่เป็น
อนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๗ นัย
อัพยากตธรรมที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม อาศัยอัพยากตธรรมที่เป็นอนิทัสสน-
อัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๗ นัย
อัพยากตธรรมที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อาศัยอัพยากตธรรมที่เป็นอนิทัสสน-
สัปปฏิฆธรรม และอัพยากตธรรมที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๗ นัย
[๒๒๐] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๒๑
ในอวิคตปัจจัย มี " ๒๑
สหชาตวารก็ดี ปัญหาวารก็ดี พึงให้พิสดาร
สนิทัสสนัตติกกุสลัตติกะ จบ
อนุโลมติกัตติกปัฏฐาน จบ
------------------
เหตุทุกสเหตุกทุกะ
[๑] เหตุสเหตุกธรรม อาศัยเหตุสเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุสเหตุกธรรม อาศัยเหตุสเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
เหตุสเหตุกธรรม และนเหตุสเหตุกธรรม อาศัยเหตุสเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะ-
เหตุปัจจัย
นเหตุสเหตุกธรรม อาศัยนเหตุสเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
เหตุสเหตุกธรรม อาศัยนเหตุสเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
เหตุสเหตุกธรรม และนเหตุสเหตุกธรรม อาศัยนเหตุสเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
เหตุสเหตุกธรรม อาศัยเหตุสเหตุกธรรม และนเหตุสเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
นเหตุสเหตุกธรรม อาศัยเหตุสเหตุกธรรม และนเหตุสเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
เหตุสเหตุกธรรม และนเหตุสเหตุกธรรม อาศัยเหตุสเหตุกธรรม และนเหตุสเหตุก-
ธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๒] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๙
[๓] เหตุสเหตุกธรรม อาศัยเหตุสเหตุกธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอธิปติปัจจัย
[๔] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มีวาระ ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มี " ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย มี " ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มี " ๙
[๕] ในเหตุปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มีวาระ ๙
[๖] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
สหชาตวารก็ดี ปัจจยวารก็ดี นิสสยวารก็ดี สังสัฏฐวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี
เหมือนกับปฏิจจวาร
[๗] เหตุสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุสเหตุกธรรม โดยเหตุปัจจัย
เหตุสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุสเหตุกธรรม โดยเหตุปัจจัย
เหตุสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุสเหตุกธรรม และนเหตุสเหตุกธรรม โดย
เหตุปัจจัย
[๘] เหตุสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุสเหตุกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
เหตุสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุสเหตุกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
เหตุสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุสเหตุกธรรม และนเหตุสเหตุกธรรม โดยอารัมมณ-
ปัจจัย
นเหตุสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุสเหตุกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
นเหตุสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุสเหตุกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
นเหตุสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุสเหตุกธรรม และนเหตุสเหตุกธรรม โดย
อารัมมณปัจจัย
เหตุสเหตุกธรรม และนเหตุสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุสเหตุกธรรม โดย
อารัมมณปัจจัย
เหตุสเหตุกธรรม และนเหตุสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุสเหตุกธรรม โดย
อารัมมณปัจจัย
เหตุสเหตุกธรรม และนเหตุสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุสเหตุกธรรม และ
นเหตุสเหตุกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
[๙] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๙
ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๙
ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
[๑๐] นเหตุอเหตุกธรรม อาศัยเหตุอเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุอเหตุกธรรม อาศัยนเหตุอเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุอเหตุกธรรม อาศัยเหตุอเหตุกธรรม และนเหตุอเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
[๑๑] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๑
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๑๒] เหตุอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุอเหตุกธรรม โดยเหตุปัจจัย
[๑๓] เหตุอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุอเหตุกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
เหตุอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุอเหตุกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
นเหตุอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุอเหตุกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
นเหตุอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุอเหตุกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
[๑๔] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๔
ในอวิคตปัจจัย มีวาระ ๔
ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
เหตุทุกสเหตุกทุกะ จบ
เหตุทุกเหตุสัมปยุตตทุกะ
[๑๕] เหตุเหตุสัมปยุตตธรรม อาศัยเหตุเหตุสัมปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุเหตุสัมปยุตตธรรม อาศัยเหตุเหตุสัมปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
เหตุเหตุสัมปยุตตธรรม และนเหตุเหตุสัมปยุตตธรรม อาศัยเหตุเหตุสัมปยุตตธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุเหตุสัมปยุตตธรรม อาศัยนเหตุเหตุสัมปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
มี ๓ นัย
เหตุเหตุสัมปยุตตธรรม อาศัยเหตุเหตุสัมปยุตตธรรม และนเหตุเหตุสัมปยุตตธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
[๑๖] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๙
[๑๗] เหตุเหตุสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุเหตุสัมปยุตตธรรม โดยเหตุปัจจัย
มี ๓ นัย
[๑๘] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓
ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
[๑๙] นเหตุเหตุวิปปยุตตธรรม อาศัยเหตุเหตุวิปปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุเหตุวิปปยุตตธรรม อาศัยนเหตุวิปปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุเหตุวิปปยุตตธรรม อาศัยเหตุเหตุวิปปยุตตธรรม และนเหตุเหตุวิปปยุตตธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๒๐] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๑
ในอวิคตปัจจัย มี " ๓
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี พึงให้พิสดารเหมือนกับปฏิจจวาร
[๒๑] เหตุเหตุวิปปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุเหตุวิปปยุตตธรรม โดยเหตุปัจจัย
[๒๒] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๑๔
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑
ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
เหตุทุกเหตุสัมปยุตตทุกะ จบ
เหตุทุกเหตุสเหตุกทุกะ
[๒๓] ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรม และสเหตุกธรรมที่เป็นเหตุธรรมอาศัยธรรมที่เป็น
ทั้งเหตุธรรม และสเหตุกธรรมที่เป็นเหตุธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
มีวาระ ๑ ทุกปัจจัย
[๒๔] ธรรมที่เป็นสเหตุกธรรม แต่ไม่ใช่นเหตุธรรมที่เป็นนเหตุธรรมอาศัยธรรม
ที่เป็นสเหตุกธรรม แต่ไม่ใช่นเหตุธรรมที่เป็นนเหตุธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
มีวาระ ๑ ทุกปัจจัย
เหตุทุกเหตุสเหตุกทุกะ จบ
ทุเหตุทุกเหตุเหตุสัมปยุตตทุกะ
[๒๕] ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรม และเหตุสัมปยุตตธรรมที่เป็นเหตุธรรมอาศัยธรรม
ที่เป็นทั้งเหตุธรรม และเหตุสัมปยุตตธรรม ที่เป็นเหตุธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
มีวาระ ๑ ทุกปัจจัย
[๒๖] ธรรมที่เป็นเหตุสัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่เหตุธรรมที่เป็นนเหตุธรรม อาศัย
ธรรมที่เป็นเหตุสัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่เหตุธรรมที่เป็นนเหตุธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
มีวาระ ๑ ทุกปัจจัย
เหตุทุกเหตุเหตุสัมปยุตตทุกะ จบ
เหตุทุกนเหตุสเหตุกทุกะ
[๒๗] นเหตุสเหตุกธรรม อาศัยนเหตุสเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
มีวาระ ๑ ทุกปัจจัย
[๒๘] นเหตุอเหตุกธรรม อาศัยนเหตุอเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
มีวาระ ๑ ทุกปัจจัย
เหตุทุกนเหตุสเหตุกทุกะ จบ
เหตุทุกสัปปัจจยทุกะ
[๒๙] เหตุสัปปัจจยธรรม อาศัยเหตุสัปปัจจยธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
มี ๓ นัย
นเหตุสัปปัจจยธรรม อาศัยนเหตุสัปปัจจยธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
เหตุสัปปัจจยธรรม อาศัยเหตุสัปปัจจยธรรม และนเหตุสัปปัจจยธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
[๓๐] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๙
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
[๓๑] เหตุสัปปัจจยธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุสัปปัจจยธรรม โดยเหตุปัจจัย
[๓๒] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น
เหตุทุกสัปปัจจยทุกะ จบ
เหตุทุกสังขตทุกะ
[๓๓] เหตุสังขตธรรม อาศัยเหตุสังขตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๓๔] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๙
เหมือนสัปปัจจยทุกะ
เหตุทุกสังขตทุกะ จบ
เหตุทุกสนิทัสสนทุกะ
[๓๕] เหตุอนิทัสสนธรรม อาศัยเหตุอนิทัสสนธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
มี ๓ นัย
นเหตุอนิทัสสนธรรม อาศัยนเหตุอนิทัสสนธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
เหตุอนิทัสสนธรรม อาศัยเหตุอนิทัสสธรรม และนเหตุอนิทัสสนธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
[๓๖] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๙
สหชาตวารก็ดี ปัญหาวารก็ดี พึงให้พิสดาร
เหตุทุกสนิทัสสนทุกะ จบ
---พ
เหตุทุกสัปปฏิฆทุกะ
[๓๗] นเหตุสัปปฏิฆธรรม อาศัยนเหตุสัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
มีวาระ ๑ ทุกปัจจัย
[๓๘] เหตุอัปปฏิฆธรรม อาศัยเหตุอัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุอัปปฏิฆธรรม อาศัยเหตุอัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
เหตุอัปปฏิฆธรรม และนเหตุอัปปฏิฆธรรม อาศัยเหตุอัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
นเหตุอัปปฏิฆธรรม อาศัยนเหตุอัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
เหตุอัปปฏิฆธรรม อาศัยเหตุอัปปฏิฆธรรม และนเหตุอัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย มี ๓ นัย
[๓๙] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๙
สหชาตวารก็ดี ปัญหาวารก็ดี พึงให้พิสดาร
เหตุทุกสัปปฏิฆทุกะ จบ
เหตุทุกรูปีทุกะ
[๔๐] นเหตุรูปีธรรม อาศัยนเหตุรูปีธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
มีวาระ ๑ ทุกปัจจัย
[๔๑] เหตุอรูปีธรรม อาศัยเหตุอรูปีธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
นเหตุอรูปีธรรม อาศัยนเหตุอรูปีธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
เหตุอรูปีธรรม อาศัยเหตุอรูปีธรรม และนเหตุอรูปีธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
มี ๓ นัย
[๔๒] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๙
สหชาตวารก็ดี ปัญหาวารก็ดี พึงให้พิสดาร
เหตุทุกรูปีทุกะ จบ
เหตุทุกโลกิยทุกะ
[๔๓] เหตุโลกิยธรรม อาศัยเหตุโลกิยธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
นเหตุโลกิยธรรม อาศัยนเหตุโลกิยธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
เหตุโลกิยธรรม อาศัยเหตุโลกิยธรรม และนเหตุโลกิยธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุ-
ปัจจัย มี ๓ นัย
[๔๔] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๙
สหชาตวารก็ดี ปัญหาวารก็ดี พึงให้พิสดารอย่างนี้
[๔๕] เหตุโลกุตตรธรรม อาศัยเหตุโลกุตตรธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
มี ๓ นัย
นเหตุโลกุตตรธรรม อาศัยนเหตุโลกุตตรธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
เหตุโลกุตตรธรรม อาศัยเหตุโลกุตตรธรรม และนเหตุโลกุตตรธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
[๔๖] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๙
สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี ปัญหาวารก็ดี พึงให้พิสดาร เหมือนปฏิจจวาร
เหตุทุกโลกิยทุกะ จบ
เหตุทุกเกนจิวิญเญยยทุกะ
[๔๗] เหตุเกนจิวิญเญยยธรรม อาศัยเหตุเกนจิวิญเญยยธรรม เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
[๔๘] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๙
สหชาตวารก็ดี ปัญหาวารก็ดี พึงให้พิสดาร
[๔๙] เหตุเกนจินวิญเญยยธรรม อาศัยเหตุเกนจินวิญเญยยธรรม เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
[๕๐] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๙
พึงให้พิสดารทุกวาร
เหตุทุกเกนจิวิญเญยยทุก จบ
เหตุทุกอาสวทุกะ
[๕๑] เหตุอาสวธรรม อาศัยเหตุอาสวธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุอาสวธรรม อาศัยเหตุอาสวธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
เหตุอาสวธรรมและนเหตุอาสวธรรม อาศัยเหตุอาสวธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุอาสวธรรม อาศัยนเหตุอาสวธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
เหตุอาสวธรรม อาศัยเหตุอาสวธรรม และนเหตุอาสวธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๕๒] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๕
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๕
ในอวิคตปัจจัย มี " ๕
พึงให้พิสดารทุกวาร
[๕๓] เหตุโนอาสวธรรม อาศัยเหตุโนอาสวธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
มี ๓ นัย
นเหตุโนอาสวธรรม อาศัยนเหตุโนอาสวธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
เหตุโนอาสวธรรม อาศัยเหตุโนอาสวธรรมและนเหตุโนอาสวธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
[๕๔] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๙
พึงให้พิสดารทุกวาร
เหตุทุกอาสวทุกะ จบ
เหตุทุกสาสวทุกะ
[๕๕] เหตุสาสวธรรม อาศัยเหตุสาสวธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
นเหตุสาสวธรรม อาศัยนเหตุสาสวธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
เหตุสาสวธรรม อาศัยเหตุสาสวธรรมและนเหตุสาสวธรรม เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย
มี ๓ นัย
[๕๖] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๙
พึงให้พิสดารทุกวาร
[๕๗] เหตุอนาสวธรรม อาศัยเหตุอนาสวธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
นเหตุอนาสวธรรม อาศัยนเหตุอนาสวธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
เหตุอนาสวธรรม อาศัยเหตุอนาสวธรรม และนเหตุอนาสวธรรมเกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย มี ๓ นัย
[๕๘] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๙
พึงให้พิสดารทุกวาร
เหตุทุกสาสวทุกะ จบ
เหตุทุกอาสวสัมปยุตตทุกะ
[๕๙] เหตุอาสวสัมปยุตตธรรม อาศัยเหตุอาสวสัมปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
[๖๐] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๙
พึงให้พิสดารทุกวาร
[๖๑] เหตุอาสววิปปยุตตธรรม อาศัยเหตุอาสววิปปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
[๖๒] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๙
พึงให้พิสดารทุกวาร
เหตุทุกอาสวสัมปยุตตทุกะ จบ
เหตุทุกอาสวสาสวทุกะ
[๖๓] ธรรมที่เป็นทั้งอาสวธรรม และสาสวธรรมที่เป็นเหตุธรรม อาศัยธรรมที่เป็น
ทั้งอาสวธรรม และสาสวธรรมที่เป็นเหตุธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๖๔] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๕
ในอวิคตปัจจัย มี " ๕
พึงให้พิสดารทุกวาร
[๖๕] ธรรมที่เป็นสาสว แต่ไม่ใช่อาสวธรรม ที่เป็นเหตุธรรม อาศัยธรรมที่เป็น
สาสวธรรม แต่ไม่ใช่อาสวธรรมที่เป็นเหตุธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๖๖] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๙
พึงให้พิสดารทุกวาร
เหตุทุกอาสวสาสวทุกะ จบ
เหตุทุกอาสวอาสวสัมปยุตตทุกะ
[๖๗] ธรรมที่เป็นทั้งอาสวธรรม และอาสวสัมปยุตตธรรมที่เป็นเหตุธรรม อาศัยธรรม
ที่เป็นทั้งอาสวธรรมและอาสวสัมปยุตตธรรมที่เป็นเหตุธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๖๘] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๕
ในอวิคตปัจจัย มี " ๕
พึงให้พิสดารทุกวาร
[๖๙] ธรรมที่เป็นอาสวสัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่อาสวธรรมที่เป็นเหตุธรรม อาศัย
ธรรมที่เป็นอาสวสัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่อาสวธรรมที่เป็นเหตุธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๗๐] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๕
ในอวิคตปัจจัย มี " ๕
พึงให้พิสดารทุกวาร
เหตุทุกอาสวอาสวสัมปยุตตทุกะ จบ
เหตุทุกอาสววิปปยุตตสาสวทุกะ
[๗๑] เหตุอาสววิปปยุตตสาสวธรรม อาศัยเหตุอาสววิปปยุตตสาสวธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
[๗๒] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๙
พึงให้พิสดารทุกวาร
[๗๓] เหตุอาสววิปปยุตตอนาสวธรรม อาศัยเหตุอาสววิปปยุตตอนาสวธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๗๔] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๙
พึงให้พิสดารทุกวาร
เหตุทุกอาสววิปปยุตตสาสวทุกะ จบ
เหตุทุกฉโคจฉกทุกะ
[๗๕] อาศัยเหตุสัญโญชนธรรม ฯลฯ
อาศัยเหตุคันถธรรม ฯลฯ
อาศัยเหตุโอฆธรรม ฯลฯ
อาศัยเหตุโยคธรรม ฯลฯ
อาศัยเหตุนีวรณธรรม ฯลฯ
ธรรมที่ไม่ใช่ปรามาสธรรมที่เป็นเหตุธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่ปรามาสธรรมที่เป็น
เหตุธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๗๖] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๙
พึงยังโคจฉกะให้พิสดารทุกวาร
เหตุทุกฉโคจฉกทุกะ จบ
เหตุทุกสารัมมณทุกะ
[๗๗] เหตุสารัมมณธรรม อาศัยเหตุสารัมมณธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
มี ๓ นัย
นเหตุสารัมมณธรรม อาศัยนเหตุสารัมมณธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
เหตุสารัมมณธรรม อาศัยเหตุสารัมมณธรรม และนเหตุสารัมมณธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
[๗๘] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๙
พึงให้พิสดารทุกวาร
[๗๙] นเหตุอนารัมมณธรรม อาศัยนเหตุอนารัมมณธรรม เกิดขึ้น เพราะ-
เหตุปัจจัย มี ๑ นัย
มีวาระ ๑ ทุกปัจจัย
เหตุทุกสารัมมณทุกะ จบ
เหตุทุกจิตตทุกะ
[๘๐] เหตุโนจิตตธรรม อาศัยเหตุโนจิตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๘๑] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๙
พึงให้พิสดารทุกวาร
เหตุทุกจิตตทุกะ จบ
เหตุทุกเจตสิกทุกะ
[๘๒] เหตุเจตสิกธรรม อาศัยเหตุเจตสิกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๘๓] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๙
พึงให้พิสดารทุกวาร
[๘๔] นเหตุอเจตสิกธรรม อาศัยนเหตุอเจตสิกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
มีวาระ ๑ ทุกปัจจัย
เหตุทุกเจตสิกทุกะ จบ
เหตุทุกจิตตสัมปยุตตทุกะ
[๘๕] เหตุจิตตสัมปยุตตธรรม อาศัยเหตุจิตตสัมปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๘๖] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๙
พึงให้พิสดารทุกวาร
[๘๗] นเหตุจิตตวิปปยุตตธรรม อาศัยนเหตุจิตตวิปปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะ-
เหตุปัจจัย
มีวาระ ๑ ทุกปัจจัย
เหตุทุกจิตตสัมปยุตตทุกะ จบ
เหตุทุกจิตตสังสัฏฐทุกะ
[๘๘] เหตุจิตตสังสัฏฐธรรม อาศัยเหตุจิตตสังสัฏฐธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๘๙] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๙
พึงให้พิสดารทุกวาร
[๙๐] นเหตุจิตตสังสัฏฐธรรม อาศัยนเหตุจิตตสังสัฏฐธรรม เกิดขึ้น เพราะ-
เหตุปัจจัย
มีวาระ ๑ ทุกปัจจัย
เหตุทุกจิตตสังสัฏฐทุกะ จบ
เหตุทุกจิตตสมุฏฐานทุกะ
[๙๑] เหตุจิตตสมุฏฐานธรรม อาศัยเหตุจิตตสมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น เพราะ-
เหตุปัจจัย
[๙๒] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๙
พึงให้พิสดารทุกวาร
[๙๓] นเหตุโนจิตตสมุฏฐานธรรม อาศัยนเหตุโนจิตตสมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
มีวาระ ๑ ทุกปัจจัย
เหตุทุกจิตตสมุฏฐานทุกะ จบ
เหตุทุกจิตตสหภูทุกะ
[๙๔] เหตุจิตตสหภูธรรม อาศัยเหตุจิตตสหภูธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
มี ๙ นัย
[๙๕] นเหตุโนจิตตสหภูธรรม อาศัยนเหตุโนจิตตสหภูธรรม เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย มี ๑ นัย
พึงให้พิสดารทุกวาร
เหตุทุกจิตตสหภูทุกะ จบ
เหตุทุกจิตตานุปริวัตติทุกะ
[๙๖] เหตุจิตตานุปริวัตติธรรม อาศัยเหตุจิตตานุปริวัตติธรรม เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย มี ๙ นัย
[๙๗] นเหตุโนจิตตานุปริวัตติธรรม อาศัยนเหตุโนจิตตานุปริวัตติธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย มี ๑ นัย
พึงให้พิสดารทุกวาร
เหตุทุกจิตตานุปริวัตติทุกะ จบ
เหตุทุกจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานทุกะ
[๙๘] เหตุจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม อาศัยเหตุจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย มี ๙ นัย
[๙๙] นเหตุโนจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม อาศัยนเหตุโนจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๑ นัย
พึงให้พิสดารทุกวาร
เหตุทุกจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานทุกะ จบ
เหตุทุกจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานสหภูทุกะ
[๑๐๐] เหตุจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานสหภูธรรม อาศัยจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานสหภูธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๙ นัย
[๑๐๑] นเหตุโนจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานสหภูธรรม อาศัยนเหตุโนจิตตสังสัฏฐ-
สมุฏฐานสหภูธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๙ นัย
พึงให้พิสดารทุกวาร
เหตุทุกจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานสหภูทุกะ จบ
เหตุทุกจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานานุปริวัตติทุกะ
[๑๐๒] เหตุจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานานุปริวัตติธรรม อาศัยเหตุจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานา-
นุปริวัตติธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๙ นัย
[๑๐๓] นเหตุโนจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานานุปริวัตติธรรม อาศัยนเหตุโนจิตตสังสัฏฐ-
สมุฏฐานานุปริวัตติธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๑ นัย
พึงให้พิสดารทุกวาร
เหตุทุกจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานานุปริวัตติทุกะ จบ
เหตุทุกอัชฌัตติกทุกะ
[๑๐๔] นเหตุอัชฌัตติกธรรม อาศัยนเหตุอัชฌัตติกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
มี ๑ นัย
พึงให้พิสดารทุกวาร
[๑๐๕] เหตุพาหิรธรรม อาศัยเหตุพาหิรธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุ ปัจจัย มี ๙ นัย
เหตุทุกอัชฌัตติกทุกะ จบ
เหตุทุกอุปาทาทุกะ
[๑๐๖] เหตุโนอุปาทาธรรม อาศัยเหตุโนอุปาทาธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๑๐๗] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
พึงให้พิสดารทุกวาร
เหตุทุกอุปาทาทุกะ จบ
เหตุทุกอุปาทินนทุกะ
[๑๐๘] เหตุอุปาทินนธรรม อาศัยเหตุอุปาทินนธรรม เกิดขึ้น เพราะ เหตุปัจจัย
[๑๐๙] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
พึงให้พิสดารทุกวาร
[๑๑๐] เหตุอนุปาทินนธรรม อาศัยเหตุอนุปาทินนธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๑๑๑] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอวิคตปัจจัย มีวาระ ๙
พึงให้พิสดารทุกวาร
เหตุทุกอุปาทินนทุกะ จบ
เหตุทุกอุปาทานโคจฉกทุกะ
[๑๑๒] เหตุอุปาทานธรรม อาศัยเหตุอุปาทานธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย ฯลฯ
เหตุทุกอุปาทานโคจฉกทุกะ จบ
เหตุทุกกิเลสโคจฉกทุกะ
[๑๑๓] เหตุกิเลสธรรม อาศัยเหตุกิเลสธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
เหตุทุกกิเลสโคจฉทุกะ จบ
เหตุทุกปิฏฐิทุกะ
[๑๑๔] เหตุทัสสเนนปหาตัพพธรรม อาศัยเหตุทัสสเนนปหาตัพพธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย มี ๙ นัย
เหตุนทัสสเนนปหาตัพพธรรม อาศัยเหตุนทัสสเนนปหาตัพพธรรม เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย มี ๙ นัย
[๑๑๕] เหตุภาวนายปหาตัพพธรรม อาศัยเหตุภาวนายปหาตัพพธรรม เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย มี ๙ นัย
เหตุนภาวนายปหาตัพพธรรม อาศัยเหตุนภาวนายปหาตัพพธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุ-
ปัจจัย มี ๙ นัย
[๑๑๖] เหตุทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยเหตุทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๙ นัย
เหตุนทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยเหตุนทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย มี ๙ นัย
[๑๑๗] เหตุภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยเหตุภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๙ นัย
เหตุนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยเหตุนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย มี ๙ นัย
[๑๑๘] เหตุสวิตักกธรรม อาศัยเหตุสวิตักกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๙ นัย
เหตุอวิตักกธรรม อาศัยเหตุอวิตักกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๙ นัย
[๑๑๙] เหตุสวิจารธรรม อาศัยเหตุสวิจารธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๙ นัย
เหตุอวิจารธรรม อาศัยเหตุอวิจารธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๙ นัย
[๑๒๐] อาศัยเหตุสัปปีติกธรรม ฯลฯ
อาศัยเหตุอัปปีติกธรรม ฯลฯ
อาศัยเหตุปีติสหคตธรรม ฯลฯ
อาศัยเหตุนปีติสหคตธรรม ฯลฯ
อาศัยเหตุสุขสหคตธรรม ฯลฯ
อาศัยเหตุนสุขสหคตธรรม ฯลฯ
อาศัยเหตุอุเบกขาสหคตธรรม ฯลฯ
อาศัยเหตุนอุเบกขาสหคตธรรม ฯลฯ
อาศัยเหตุกามาวจรธรรม ฯลฯ
อาศัยเหตุนกามาวจรธรรม ฯลฯ
อาศัยเหตุรูปาวจรธรรม ฯลฯ
อาศัยเหตุนรูปาวจรธรรม ฯลฯ
อาศัยเหตุอรูปาวจรธรรม ฯลฯ
อาศัยเหตุนอรูปาวจรธรรม ฯลฯ
อาศัยเหตุปริยาปันนธรรม ฯลฯ
อาศัยเหตุอปริยาปันนธรรม ฯลฯ
อาศัยเหตุนิยยานิกธรรม ฯลฯ
อาศัยเหตุอนิยยานิกธรรม ฯลฯ
อาศัยเหตุนิยตธรรม ฯลฯ
อาศัยเหตุอนิยตธรรม ฯลฯ
อาศัยเหตุสอุตตรธรรม ฯลฯ
อาศัยเหตุอนุตตรธรรม ฯลฯ
อาศัยเหตุสรณธรรม ฯลฯ
[๑๒๑] เหตุอรณธรรม อาศัยเหตุอรณธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๑๒๒] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
พึงให้พิสดารทุกวาร
เหตุทุกปิฏฐิทุกะ จบ
สเหตุกทุกเหตุทุกะ
[๑๒๓] สเหตุกเหตุธรรม อาศัยสเหตุกเหตุธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
มีวาระ ๑ ทุกปัจจัย
[๑๒๔] สเหตุกนเหตุธรรม อาศัยสเหตุกนเหตุธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๙ นัย
สเหตุกทุกเหตุทุกะ จบ
เหตุสัมปยุตตทุกเหตุทุกะ
[๑๒๕] เหตุสัมปยุตตเหตุธรรม อาศัยเหตุสัมปยุตตเหตุธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุ-
ปัจจัย มี ๑ นัย
[๑๒๖] เหตุสัมปยุตตนเหตุธรรม อาศัยเหตุสัมปยุตตนเหตุธรรม เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย มี ๙ นัย
เหตุสัมปยุตตทุกเหตุทุกะ จบ
เหตุสเหตุกทุกเหตุทุกะ
[๑๒๗] เหตุธรรมที่เป็นทั้งเหตุและสเหตุกธรรม อาศัยเหตุธรรมที่เป็นทั้งเหตุและ
สเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๑ นัย
[๑๒๘] นเหตุธรรมที่เป็นสเหตุกะแต่ไม่ใช่เหตุธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็นสเหตุกะ
แต่ไม่ใช่เหตุธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๑ นัย
เหตุสเหตุกทุกเหตุทุกะ จบ
เหตุเหตุสัมปยุตตทุกเหตุทุกะ
[๑๒๙] เหตุธรรมที่เป็นทั้งเหตุและเหตุสัมปยุตตธรรม อาศัยเหตุธรรมที่เป็นทั้งเหตุ
และเหตุสัมปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๑ นัย
[๑๓๐] นเหตุธรรม ที่เป็นเหตุสัมปยุตตะแต่ไม่ใช่เหตุธรรม อาศัยนเหตุธรรมที่เป็น
เหตุสัมปยุตตะแต่ไม่ใช่เหตุธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
เหตุเหตุสัมปยุตตทุกเหตุทุกะ จบ
นเหตุสเหตุกทุกเหตุทุกะ
[๑๓๑] นเหตุสเหตุกนเหตุธรรม อาศัยนเหตุสเหตุกนเหตุธรรม เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
นเหตุอเหตุกนเหตุธรรม อาศัยนเหตุอเหตุกนเหตุธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
นเหตุสเหตุกทุกเหตุทุกะ จบ
จูฬันตรทุกเหตุทุกะ
[๑๓๒] สัปปัจจัยเหตุธรรม อาศัยสัปปัจจัยเหตุธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
สัปปัจจยนเหตุธรรม อาศัยสัปปัจจยนเหตุธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๑๓๓] สังขตเหตุธรรม อาศัยสังขตเหตุธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
สังขตนเหตุธรรม อาศัยสังขตนเหตุธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๑๓๔] อนิทัสสนเหตุธรรม อาศัยอนิทัสสนเหตุธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
อนิทัสสนนเหตุธรรม อาศัยอนิทัสสนนเหตุธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๑๓๕] สัปปฏิฆเหตุธรรม อาศัยสัปปฏิฆเหตุธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
สัปปฏิฆนเหตุธรรม อาศัยสัปปฏิฆนเหตุธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
อัปปฏิฆนเหตุธรรม อาศัยอัปปฏิฆนเหตุธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๙ นัย
[๑๓๖] อรูปีเหตุธรรม อาศัยอรูปีเหตุธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
รูปีนเหตุธรรม อาศัยรูปีนเหตุธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๙ นัย
[๑๓๗] โลกิยเหตุธรรม อาศัยโลกิยเหตุธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
โลกุตตรเหตุธรรม อาศัยโลกุตตรเหตุธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๒ นัย
โลกิยนเหตุธรรม อาศัยโลกิยนเหตุธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
โลกุตตรนเหตุธรรม อาศัยโลกุตตรนเหตุธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๕ นัย
[๑๓๘] อาศัยเกนจิวิญเญยยเหตุธรรม ฯลฯ
อาศัยเกนจินวิญเญยยเหตุธรรม ฯลฯ
อาศัยเกนจิวิญเญยยนเหตุธรรม ฯลฯ
อาศัยเกนจินวิญเญยยนเหตุธรรม ฯลฯ
จูฬันตรทุกเหตุทุกะ จบ
อาสวโคจฉกทุกเหตุทุกะ
[๑๓๙] อาศัยอาสวเหตุธรรม ฯลฯ
อาศัยโนอาสวเหตุธรรม ฯลฯ
อาศัยอาสวนเหตุธรรม ฯลฯ
อาศัยโนอาสวนเหตุธรรม ฯลฯ
[๑๔๐] อาศัยสาสวเหตุธรรม ฯลฯ
อาศัยอนาสวเหตุธรรม ฯลฯ
อาศัยสาสวนเหตุธรรม ฯลฯ
อาศัยอนาสวนเหตุธรรม ฯลฯ
[๑๔๑] อาศัยอาสวสัมปยุตตเหตุธรรม ฯลฯ
อาศัยอาสววิปปยุตตเหตุธรรม ฯลฯ
อาศัยอาสวสัมปยุตตนเหตุธรรม ฯลฯ
อาศัยอาสววิปปยุตตนเหตุธรรม ฯลฯ
[๑๔๒] อาศัยอาสวสาสวเหตุธรรม ฯลฯ
อาศัยสาสวโนอาสวเหตุธรรม ฯลฯ
อาศัยอาสวสาสวนเหตุธรรม ฯลฯ
อาศัยสาสวโนอาสวนเหตุธรรม ฯลฯ
[๑๔๓] อาศัยอาสวสาสวสัมปยุตตเหตุธรรม ฯลฯ
อาศัยอาสวสัมปยุตตโนอาสวเหตุธรรม ฯลฯ
อาศัยอาสวอาสวสัมปยุตตนเหตุธรรม ฯลฯ
อาศัยอาสวสัมปยุตตโนอาสวนเหตุธรรม ฯลฯ
[๑๔๔] อาศัยอาสววิปปยุตตสาสวเหตุธรรม ฯลฯ
อาศัยอาสววิปปยุตตอนาสวเหตุธรรม ฯลฯ
อาศัยอาสววิปปยุตตสาสวนเหตุธรรม ฯลฯ
อาศัยอาสววิปปยุตตอนาสวนเหตุธรรม ฯลฯ
อาสวโคจฉกเหตุทุกะ จบ
ฉโคจฉกทุกเหตุทุกะ
[๑๔๕] อาศัยสัญโญชนเหตุธรรม ฯลฯ
อาศัยคันถเหตุธรรม ฯลฯ
อาศัยโอฆเหตุธรรม ฯลฯ
อาศัยโยคเหตุธรรม ฯลฯ
อาศัยนีวรณเหตุธรรม ฯลฯ
อาศัยโนปรามาสเหตุธรรม ฯลฯ
ฉโคจฉกทุกเหตุทุกะ จบ
มหันตรทุกเหตุทุกะ
[๑๔๖] อาศัยสารัมมณเหตุธรรม ฯลฯ
อาศัยสารัมมณนเหตุธรรม ฯลฯ
อาศัยโนจิตตเหตุธรรม ฯลฯ
อาศัยเจตสิกเหตุธรรม ฯลฯ
อาศัยจิตตสัมปยุตตเหตุธรรม ฯลฯ
อาศัยจิตตสังสัฏฐเหตุธรรม ฯลฯ
อาศัยจิตตสมุฏฐานเหตุธรรม ฯลฯ
อาศัยจิตตสหภูเหตุธรรม ฯลฯ
อาศัยจิตตานุปริวัตติเหตุธรรม ฯลฯ
อาศัยจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานเหตุธรรม ฯลฯ
อาศัยจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานสหภูเหตุธรรม ฯลฯ
อาศัยจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานานุปริวัตติเหตุธรรม ฯลฯ
อาศัยพาหิรเหตุธรรม ฯลฯ
อาศัยโนอุปาทาเหตุธรรม ฯลฯ
อาศัยอุปาทินนเหตุธรรม ฯลฯ
อาศัยอนุปาทินนเหตุธรรม ฯลฯ
มหันตรทุกเหตุทุกะ จบ
อุปาทานโคจฉกทุกเหตุทุกะ
[๑๔๗] อาศัยอุปาทานเหตุธรรม ฯลฯ
อุปาทานโคจฉกทุกเหตุทุกะ จบ
กิเลสโคจฉกทุกเหตุทุกกะ
[๑๔๘] อาศัยกิเลสเหตุธรรม ฯลฯ
กิเลสโคจฉกทุกเหตุทุกะ จบ
ปิฏฐิทุกเหตุทุกะ
[๑๔๙] อาศัยทัสสเนนปหาตัพพเหตุธรรม ฯลฯ
อาศัยนทัสสเนนปหาตัพพเหตุธรรม ฯลฯ
อาศัยภาวนายปหาตัพพเหตุธรรม ฯลฯ
อาศัยนภาวนายปหาตัพพเหตุธรรม ฯลฯ
อาศัยทัสสเนนปหาตัพพเหตุกเหตุธรรม ฯลฯ
อาศัยนทัสสเนนปหาตัพพเหตุกเหตุธรรม ฯลฯ
อาศัยภาวนายปหาตัพพเหตุกเหตุธรรม ฯลฯ
อาศัยนภาวนายปหาตัพพเหตุกเหตุธรรม ฯลฯ
อาศัยสวิตักกเหตุธรรม ฯลฯ
อาศัยอวิตักกเหตุธรรม ฯลฯ
อาศัยสวิจารเหตุธรรม ฯลฯ
อาศัยอวิจารเหตุธรรม ฯลฯ
อาศัยสัปปีติกเหตุธรรม ฯลฯ
อาศัยอัปปีติกเหตุธรรม ฯลฯ
อาศัยปีติสหคตเหตุธรรม ฯลฯ
อาศัยนปีติสหคตเหตุธรรม ฯลฯ
อาศัยสุขสหคตเหตุธรรม ฯลฯ
อาศัยนสุขสหคตเหตุธรรม ฯลฯ
อาศัยอุเบกขาสหคตเหตุธรรม ฯลฯ
อาศัยนอุเบกขาสหคตเหตุธรรม ฯลฯ
อาศัยกามาวจรเหตุธรรม ฯลฯ
อาศัยนกามาวจรเหตุธรรม ฯลฯ
อาศัยรูปาวจรเหตุธรรม ฯลฯ
อาศัยนรูปาวจรเหตุธรรม ฯลฯ
อาศัยอรูปาวจรเหตุธรรม ฯลฯ
อาศัยนอรูปาวจรเหตุธรรม ฯลฯ
อาศัยปริยาปันนเหตุธรรม ฯลฯ
อาศัยอปริยาปันนเหตุธรรม ฯลฯ
อาศัยนิยยานิกเหตุธรรม ฯลฯ
อาศัยอนิยยานิกเหตุธรรม ฯลฯ
อาศัยนิยตเหตุธรรม ฯลฯ
อาศัยอนิยตเหตุธรรม ฯลฯ
อาศัยสอุตตรเหตุธรรม ฯลฯ
อาศัยอนุตตรเหตุธรรม ฯลฯ
อาศัยสรณเหตุธรรม ฯลฯ
อรณเหตุธรรม อาศัยอรณเหตุธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย.
อรณนเหตุธรรม อาศัยอรณนเหตุธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย.
พึงให้พิสดารทุกวาร.
ปิฏฐิทุกเหตุทุกะ จบ.
อนุโลมทุกทุกปัฏฐาน จบ.
อนุโลมปัฏฐาน จบ.
___________________
พระอภิธรรมปิฎก
เล่ม ๑๒
ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๖
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
ปัจจนียติกปัฏฐาน
นกุสลัตติกะ
[๑]-1 ธรรมที่ไม่ใช่กุศล อาศัยธรรมที่ไม่ใช่กุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ธรรมที่เป็นอกุศล ธรรมที่เป็นอัพยากฤต อันได้แก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป
อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอกุศล ที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๒
เกิดขึ้น
ธรรมที่ไม่ใช่อกุศล อาศัยธรรมที่ไม่ใช่อกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
ธรรมที่ไม่ใช่อัพยากฤต อาศัยธรรมที่ไม่ใช่กุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
ธรรมที่ไม่ใช่กุศล และธรรมที่ไม่ใช่อัพยากฤต อาศัยธรรมที่ไม่ใช่กุศล เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
ธรรมที่ไม่ใช่กุศล และธรรมที่ไม่ใช่อกุศล อาศัยธรรมที่ไม่ใช่กุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุ
ปัจจัย มี ๕ นัย
[๒]-1 ธรรมที่ไม่ใช่อกุศล อาศัยธรรมที่ไม่ใช่อกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
ธรรมที่ไม่ใช่กุศล อาศัยธรรมที่ไม่ใช่อกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
ธรรมที่ไม่ใช่อัพยากฤต อาศัยธรรมที่ไม่ใช่อกุศล เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัยธรรมที่ไม่ใช่อกุศล และธรรมที่ไม่ใช่อัพยากฤต อาศัยธรรมที่ไม่ใช่อกุศล เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
ธรรมที่ไม่ใช่กุศล และธรรมที่ไม่ใช่อกุศล อาศัยธรรมที่ไม่ใช่อกุศล เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย มี ๕ นัย
[๓]-1 ธรรมที่ไม่ใช่อัพยากฤต อาศัยธรรมที่ไม่ใช่อัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
ธรรมที่ไม่ใช่กุศล อาศัยธรรมที่ไม่ใช่อัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
ธรรมที่ไม่ใช่อกุศล อาศัยธรรมที่ไม่ใช่อัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
ธรรมที่ไม่ใช่กุศล และธรรมที่ไม่ใช่อัพยากฤต อาศัยธรรมที่ไม่ใช่อัพยากฤต เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
ธรรมที่ไม่ใช่อกุศล และธรรมที่ไม่ใช่อัพยากฤต อาศัยธรรมที่ไม่ใช่อัพยากฤต เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
ธรรมที่ไม่ใช่กุศล และธรรมที่ไม่ใช่อกุศล อาศัยธรรมที่ไม่ใช่อัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย มี ๖ นัย
[๔]-1 ธรรมที่ไม่ใช่กุศล อาศัยธรรมที่ไม่ใช่กุศล และธรรมที่ไม่ใช่อัพยากฤต เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
ธรรมที่ไม่ใช่อกุศล อาศัยธรรมที่ไม่ใช่กุศล และธรรมที่ไม่ใช่อัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
ธรรมที่ไม่ใช่อัพยากฤต อาศัยธรรมที่ไม่ใช่กุศล และธรรมที่ไม่ใช่อัพยากฤต เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
ธรรมที่ไม่ใช่กุศล และธรรมที่ไม่ใช่อัพยากฤต อาศัยธรรมที่ไม่ใช่กุศล และธรรมที่
ไม่ใช่อัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
ธรรมที่ไม่ใช่กุศล และธรรมที่ไม่ใช่อกุศล อาศัยธรรมที่ไม่ใช่กุศล และธรรมที่ไม่ใช่
อัพยากฤต เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๕ นัย