[๔๗๕] การงดปาติโมกข์ไม่เป็นธรรม มีมูล ๔ เป็นไฉน ภิกษุงดปาติโมกข์
๑. เพราะศีลวิบัติไม่มีมูล
๒. เพราะอาจารวิบัติไม่มีมูล
๓. เพราะทิฐิวิบัติไม่มีมูล
๔. เพราะอาชีววิบัติไม่มีมูล
นี้การงดปาติโมกข์ไม่เป็นธรรม มีมูล ๔ ฯ
[๔๗๕] การงดปาติโมกข์ไม่เป็นธรรม มีมูล ๔ เป็นไฉน ภิกษุงดปาติโมกข์
๑. เพราะศีลวิบัติไม่มีมูล
๒. เพราะอาจารวิบัติไม่มีมูล
๓. เพราะทิฐิวิบัติไม่มีมูล
๔. เพราะอาชีววิบัติไม่มีมูล
นี้การงดปาติโมกข์ไม่เป็นธรรม มีมูล ๔ ฯ
[๔๗๖] การงดปาติโมกข์เป็นธรรม มีมูล ๔ เป็นไฉน ภิกษุงดปาติโมกข์
๑. เพราะศีลวิบัติมีมูล
๒. เพราะอาจารวิบัติมีมูล
๓. เพราะทิฐิวิบัติมีมูล
๔. เพราะอาชีววิบัติมีมูล
นี้การงดปาติโมกข์เป็นธรรม มีมูล ๔ ฯ
[๔๗๗] การงดปาติโมกข์ไม่เป็นธรรม มีมูล ๕ เป็นไฉน ภิกษุงด ปาติโมกข์
๑. เพราะปาราชิกไม่มีมูล
๒. เพราะสังฆาทิเสสไม่มีมูล
๓. เพราะปาจิตตีย์ไม่มีมูล
๔. เพราะปาฏิเทสนียะไม่มีมูล
๕. เพราะทุกกฏไม่มีมูล
นี้การงดปาติโมกข์ไม่เป็นธรรม มีมูล ๕ ฯ
[๔๗๘] การงดปาติโมกข์เป็นธรรม มีมูล ๕ เป็นไฉน ภิกษุงดปาติโมกข์
๑. เพราะปาราชิกมีมูล
๒. เพราะสังฆาทิเสสมีมูล
๓. เพราะปาจิตตีย์มีมูล
๔. เพราะปาฏิเทสนียะมีมูล
๕. เพราะทุกกฏมีมูล
นี้การงดปาติโมกข์ มีมูล ๕ ฯ
[๔๗๙] การงดปาติโมกข์ไม่เป็นธรรม มีมูล ๖ เป็นไฉน ภิกษุงดปาติโมกข์
๑. เพราะศีลวิบัติไม่มีมูล ที่ภิกษุมิได้ทำ
๒. เพราะศีลวิบัติไม่มีมูล ที่ภิกษุทำ
๓. เพราะอาจารวิบัติไม่มีมูล ที่ภิกษุมิได้ทำ
๔. เพราะอาจารวิบัติไม่มีมูล ที่ภิกษุทำ
๕. เพราะทิฐิวิบัติไม่มีมูล ที่ภิกษุมิได้ทำ
๖. เพราะทิฐิวิบัติไม่มีมูล ที่ภิกษุทำ
นี้การงดปาติโมกข์ไม่เป็นธรรม มีมูล ๖ ฯ
[๔๘๐] การงดปาติโมกข์เป็นธรรม มีมูล ๖ เป็นไฉน ภิกษุงดปาติโมกข์
๑. เพราะศีลวิบัติมีมูล ที่ภิกษุมิได้ทำ
๒. เพราะศีลวิบัติมีมูล ที่ภิกษุทำ
๓. เพราะอาจารวิบัติมีมูล ที่ภิกษุมิได้ทำ
๔. เพราะอาจารวิบัติมีมูล ที่ภิกษุทำ
๕. เพราะทิฐิวิบัติมีมูล ที่ภิกษุมิได้ทำ
๖. เพราะทิฐิวิบัติมีมูล ที่ภิกษุทำ
นี้การงดปาติโมกข์เป็นธรรม มีมูล ๖ ฯ
[๔๘๑] การงดปาติโมกข์ไม่เป็นธรรม มีมูล ๗ เป็นไฉน ภิกษุงด ปาติโมกข์
๑. เพราะปาราชิกไม่มีมูล
๒. เพราะสังฆาทิเสสไม่มีมูล
๓. เพราะถุลลัจจัยไม่มีมูล
๔. เพราะปาจิตตีย์ไม่มีมูล
๕. เพราะปาฏิเทสนียะไม่มีมูล
๖. เพราะทุกกฏไม่มีมูล
๗. เพราะทุพภาสิตไม่มีมูล
นี้การงดปาติโมกข์ไม่เป็นธรรม มีมูล ๗ ฯ
[๔๘๒] การงดปาติโมกข์เป็นธรรม มีมูล ๗ เป็นไฉน ภิกษุงดปาติโมกข์
๑. เพราะปาราชิกมีมูล
๒. เพราะสังฆาทิเสสมีมูล
๓. เพราะถุลลัจจัยมีมูล
๔. เพราะปาจิตตีย์มีมูล
๕. เพราะปาฏิเทสนียะมีมูล
๖. เพราะทุกกฏมีมูล
๗. เพราะทุพภาสิตมีมูล
นี้การงดปาติโมกข์เป็นธรรม มีมูล ๗ ฯ
[๔๘๓] การงดปาติโมกข์ไม่เป็นธรรม มีมูล ๘ เป็นไฉน ภิกษุ งดปาติโมกข์
๑. เพราะศีลวิบัติไม่มีมูล ที่ภิกษุมิได้ทำ
๒. เพราะศีลวิบัติไม่มีมูล ที่ภิกษุทำ
๓. เพราะอาจารวิบัติไม่มีมูล ที่ภิกษุมิได้ทำ
๔. เพราะอาจารวิบัติไม่มีมูล ที่ภิกษุทำ
๕. เพราะทิฐิวิบัติไม่มีมูล ที่ภิกษุมิได้ทำ
๖. เพราะทิฐิวิบัติไม่มีมูล ที่ภิกษุทำ
๗. เพราะอาชีววิบัติไม่มีมูล ที่ภิกษุมิได้ทำ
๘. เพราะอาชีววิบัติไม่มีมูล ที่ภิกษุทำ
นี้การงดปาติโมกข์ไม่เป็นธรรม มีมูล ๘ ฯ
[๔๘๔] การงดปาติโมกข์เป็นธรรม มีมูล ๘ เป็นไฉน ภิกษุงดปาติโมกข์
๑. เพราะศีลวิบัติมีมูล ที่ภิกษุมิได้ทำ
๒. เพราะศีลวิบัติมีมูล ที่ภิกษุทำ
๓. เพราะอาจารวิบัติมีมูล ที่ภิกษุมิได้ทำ
๔. เพราะอาจารวิบัติมีมูล ที่ภิกษุทำ
๕. เพราะทิฐิวิบัติมีมูล ที่ภิกษุมิได้ทำ
๖. เพราะทิฐิวิบัติมีมูล ที่ภิกษุทำ
๗. เพราะอาชีววิบัติมีมูล ที่ภิกษุมิได้ทำ
๘. เพราะอาชีววิบัติมีมูล ที่ภิกษุทำ
นี้การงดปาติโมกข์เป็นธรรม มีมูล ๘ ฯ