[๗๐๔] ในเหตุปัจจัย มี " ๙
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๙
ในอธิปติปัจจัย มี " ๙
ในปุเรชาตปัจจัย มี " ๙
ในอาเสวนปัจจัย มี " ๖
ในกัมมปัจจัย มีวาระ ๙
ในปัจจัยทั้งปวง มี " ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๙.
[๗๐๔] ในเหตุปัจจัย มี " ๙
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๙
ในอธิปติปัจจัย มี " ๙
ในปุเรชาตปัจจัย มี " ๙
ในอาเสวนปัจจัย มี " ๖
ในกัมมปัจจัย มีวาระ ๙
ในปัจจัยทั้งปวง มี " ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๙.
[๗๐๕] อุเบกขาสหคตธรรม อาศัยอุเบกขาสหคตธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ ขันธ์ ๒ ฯลฯ
ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ อาศัย
ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ.
ธรรมที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรม อาศัยอุเบกขาสหคตธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย
คือ อุเบกขา และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม
ซึ่งเป็นอเหตุกะ ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ ฯลฯ อุเบกขาสหคตธรรม และธรรมที่ไม่ใช่อุเบกขา
สหคตธรรม อาศัยอุเบกขาสหคตธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๒ และอุเบกขา และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอุเบกขาสหคต
ธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
ธรรมที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่
เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรม ซึ่งเป็น
อเหตุกะ ขันธ์ ๒ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยอุเบกขาซึ่งเป็นอเหตุกะ
ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ อาศัยอุเบกขา อุเบกขาอาศัยหทัยวัตถุ มหาภูตรูป ๑
ตลอดถึงอสัญญสัตว์.
อุเบกขาสหคตธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะ
เหตุปัจจัย
คือ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยอุเบกขา ซึ่งเป็นอเหตุกะ ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ
สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยอุเบกขา
ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุอาศัยอุเบกขา ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม
อาศัยหทัยวัตถุ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ อาศัยอุเบกขา ที่สหรคตด้วย
วิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ.
อุเบกขาสหคตธรรม และธรรมที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่อุเบกขา
สหคตธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย
คือ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยอุเบกขา ซึ่งเป็นอเหตุกะ ขันธ์
ทั้งหลายที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม อาศัยอุเบกขาซึ่งเป็นอเหตุกะ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยมหาภูต
รูป
ทั้งหลาย
ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย และกฏัตตารูป อาศัยอุเบกขา
ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยอุเบกขา กฏัตตารูป อาศัย
มหาภูตรูปทั้งหลาย
ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม อาศัยหทัยวัตถุ กฏัตตา
รูป อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย
ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ อุเบกขา และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทัยวัตถุ.
อุเบกขาสหคตธรรม อาศัยอุเบกขาสหคตธรรม และธรรมที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรม
เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ และอุเบกขา
ขันธ์ ๒ ฯลฯ
ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม และอุเบกขา
ขันธ์ ๒ ฯลฯ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ และหทัยวัตถุ
ขันธ์ ๒ ฯลฯ โมหะที่สหคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่สหรคต
ด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และอุเบกขา.
ธรรมที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรม อาศัยอุเบกขาสหคตธรรม และธรรมที่ไม่ใช่อุเบกขา
สหคตธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย
คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ
และอุเบกขา จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ
และมหาภูตรูปทั้งหลาย
ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม และ
อุเบกขา ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูปอาศัยขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม
มหาภูตรูปทั้งหลาย ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ อุเบกขา อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม
และหทัยวัตถุ.
อุเบกขาสหคตธรรม และธรรมที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรม อาศัยอุเบกขาสหคตธรรม
และธรรมที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม ซึ่งเป็น
อเหตุกะ และอุเบกขา ขันธ์ ๒ ฯลฯ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม ซึ่งเป็น
อเหตุกะ และอุเบกขา ขันธ์ ๒ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุเบกขา
สหคตธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ และอุเบกขา และมหาภูตรูปทั้งหลาย
ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ และกฏัตตารูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม
และอุเบกขา ขันธ์ ๒ ฯลฯ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม และอุเบกขา
ขันธ์ ๒ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ
และอุเบกขา และมหาภูตรูปทั้งหลาย
ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ และกฏัตตารูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอุเบกขาสหคต
ธรรม และอุเบกขา ขันธ์ ๒ ฯลฯ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม และอุเบกขา
ขันธ์ ๒ ฯลฯ กฏัตตารูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม และอุเบกขา และ
มหาภูตรูป ขันธ์ ๒ และอุเบกขา อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม และอุเบกขา และ
หทัยวัตถุ ขันธ์ ๒ ฯลฯ.
[๗๐๖] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มี " ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย มี " ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มี " ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย มี " ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย มี " ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย มีวาระ ๔
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย มี " ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาหารปัจจัย มี " ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อินทริยปัจจัย มี " ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ฌานปัจจัย มี " ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย มี " ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มี " ๖
ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย มี " ๓.
การนับทั้งสองนอกจากนี้ก็ดี สหชาตวารก็ดี พึงกระทำอย่างนี้.
ปัจจยวาร
[๗๐๗] อุเบกขาสหคตธรรม อาศัยอุเบกขาสหคตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ ปฏิสนธิ.
เหมือนกับสวิตักกทุกะ. ในปัจจยวาร ต่างกันที่คำว่า อุเบกขา. พึงกระทำหัวข้อปัจจัย
ทั้งปวง ๙ ทั้งปฏิสนธิ ปวัตติ และหทัยวัตถุ.
[๗๐๘] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๙
ในปุเรชาตปัจจัย มี " ๙
ในอาเสวนปัจจัย มี " ๙
ในปัจจัยทั้งปวง มี " ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๙.
[๗๐๙] อุเบกขาสหคตธรรม อาศัยอุเบกขาสหคตธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ ขันธ์ ๒ ฯลฯ
ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ โมหะ ที่สหคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหคตด้วยอุทธัจจะ อาศัยขันธ์
ทั้งหลายที่สหคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหคตด้วยอุทธัจจะ.
พึงกระทำหัวข้อปัจจัย ทั้ง ๙ โดยนัยดังกล่าวมานี้ ปวัตติ และปฏิสนธิ พึงกระทำ
เหมือนสวิตักกทุกะ โมหะ มี ๓ นัยเหมือนกัน แม้หทัยวัตถุ ก็พึงกระทำในปวัตติ.
[๗๑๐] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มี " ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มี " ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย มี " ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย มี " ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย มี " ๔
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย มี " ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาหารปัจจัย มี " ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อินทริยปัจจัย มี " ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ฌานปัจจัย มี " ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย มี " ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มี " ๖
ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย มี " ๓.
การนับทั้งสอง นอกจากนี้ก็ดี นิสสยวารก็ดี พึงกระทำอย่างนี้.
สังสัฏฐวาร
[๗๑๑] อุเบกขาสหคตธรรม คลุกเคล้ากับอุเบกขาสหคตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๒ คลุกเคล้ากับขันธ์ ๑ ที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ ปฏิสนธิ.
พึงกระทำเหมือนกับ สวิตักกทุกะ.
[๗๑๒] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๖
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๖
ในปัจจัยทั้งปวง มี " ๖
ในอวิคตปัจจัย มี " ๖.
[๗๑๓] อุเบกขาสหคตธรรม คลุกเคล้ากับอุเบกขาสหคตธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะ
เหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๒ คลุกเคล้ากับขันธ์ ๑ ที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ ขันธ์ ๒ ฯลฯ
ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ โมหะ ที่สหคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ คลุกเคล้า
กับขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ.
พึงกระทำหัวข้อปัจจัย ๕ ดังกล่าวมา พึงกระทำให้เหมือนในสวิตักกทุกะ.