พุทธธรรมสงฆ์


พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ (เล่ม 43)

[๕๓๔] สังกิลิฏฐธรรม เป็นปัจจัยแก่สังกิลิฏฐธรรม โดยอัตถิปัจจัย มี ๑ นัย เหมือน
กับปฏิจจวาร.
สังกิลิฏฐธรรม เป็นปัจจัยแก่อสังกิลิฏฐธรรม โดยอัตถิปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือสหชาต ปัจฉาชาต ฯลฯ.
สังกิลิฏฐธรรม เป็นปัจจัยแก่สังกิลิฏฐธรรม และอสังกิลิฏฐธรรม โดยอัตถิปัจจัย
เหมือนกับปฏิจจวาร.
อสังกิลิฏฐธรรม เป็นปัจจัยแก่อสังกิลิฏฐธรรม โดยอัตถิปัจจัย
มี ๕ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ปัจฉาชาต อาหาร อินทรีย์ ฯลฯ.
อสังกิลิฏฐธรรม เป็นปัจจัยแก่สังกิลิฏฐธรรม โดยอัตถิปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ฯลฯ.
สังกิลิฏฐธรรม และอสังกิลิฏฐธรรม เป็นปัจจัยแก่สังกิลิฏฐธรรม โดยอัตถิปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต.
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสังกิลิฏฐธรรม และหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓
โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ ฯลฯ.
สังกิลิฏฐธรรม และอสังกิลิฏฐธรรม เป็นปัจจัยแก่อสังกิลิฏฐธรรม โดยอัตถิปัจจัย
มี ๔ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต อาหาร อินทรีย์.
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสังกิลิฏฐธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย เป็น
ปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย.
ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสังกิลิฏฐธรรม และกวฬิงการาหารเป็นปัจจัย
แก่กายนี้ โดยอัตถิปัจจัย.
ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสังกิลิฏฐธรรมและรูปชีวิตินทรีย์ เป็นปัจจัย
แก่กฏัตตารูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย.
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยนัตถิปัจจัย
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยวิคตปัจจัย
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยอวิคตปัจจัย.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ (เล่ม 43)

[๕๓๕] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๔
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๔
ในอธิปติปัจจัย มี " ๕
ในอนันตรปัจจัย มี " ๔
ในสมนันตรปัจจัย มี " ๔
ในสหชาตปัจจัย มี " ๕
ในอัญญมัญญปัจจัย มี " ๒
ในนิสสยปัจจัย มี " ๗
ในอุปนิสสยปัจจัย มีวาระ ๔
ในปุเรชาตปัจจัย มี " ๒
ในปัจฉาชาตปัจจัย มี " ๒
ในอาเสวนปัจจัย มี " ๒
ในกัมมปัจจัย มี " ๔
ในวิปากปัจจัย มี " ๑
ในอาหารปัจจัย มี " ๔
ในอินทริยปัจจัย มี " ๔
ในฌานปัจจัย มี " ๔
ในมัคคปัจจัย มี " ๔
ในสัมปยุตตปัจจัย มี " ๒
ในวิปปยุตตปัจจัย มี " ๓
ในอัตถิปัจจัย มี " ๗
ในนัตถิปัจจัย มี " ๔
ในวิคตปัจจัย มี " ๔
ในอวิคตปัจจัย มี " ๗.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ (เล่ม 43)

[๕๓๖] สังกิลิฏฐธรรม เป็นปัจจัยแก่สังกิลิฏฐธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัย
โดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย.
สังกิลิฏฐธรรม เป็นปัจจัยแก่อสังกิลิฏฐธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดย
สหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดย
กัมมปัจจัย.
สังกิลิฏฐธรรม เป็นปัจจัยแก่สังกิลิฏฐธรรม และอสังกิลิฏฐธรรม โดยสหชาตปัจจัย.
อสังกิลิฏฐธรรม เป็นปัจจัยแก่อสังกิลิฏฐธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดย
สหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดย
ปัจฉาชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยกัมมปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอาหารปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอินทริยปัจจัย.
อสังกิลิฏฐธรรม เป็นปัจจัยแก่สังกิลิฏฐธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดย
อุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย.
สังกิลิฏฐธรรม และอสังกิลิฏฐธรรม เป็นปัจจัยแก่สังกิลิฏฐธรรม โดยสหชาตปัจจัย
เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย.
สังกิลิฏฐธรรม และอสังกิลิฏฐธรรม เป็นปัจจัยแก่อสังกิลิฏฐธรรม โดยสหชาตปัจจัย
เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอาหารปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอินทริยปัจจัย.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ (เล่ม 43)

[๕๓๗] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๗
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๗
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มี " ๗
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย มี " ๗
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย มี " ๗
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สหชาตปัจจัย มี " ๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย มี " ๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่นิสสยปัจจัย มี " ๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย มี " ๗
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มี " ๖
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย มี " ๗ ฯลฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย มี " ๗
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย มี " ๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มี " ๔
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัตถิปัจจัย มี " ๔
ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย มี " ๗
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย มี " ๗
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อวิคตปัจจัย มี " ๔.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ (เล่ม 43)

[๕๓๘] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๔
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๔
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๔
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๔
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๔
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย
กับเหตุปัจจัย มี " ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๔
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๔.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ (เล่ม 43)

[๕๓๙] ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่
เหตุปัจจัย มีวาระ ๔
ในอธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕.
พึงกระทำอนุโลมมาติกา.
ในอวิคตปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๗.
สังกิลิฏฐทุกะ จบ
กิเลสสัมปยุตตทุกะ
ปฏิจจวาร

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ (เล่ม 43)

[๕๔๐] กิเลสสัมปยุตตธรรม อาศัยกิเลสสัมปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นกิเลสสัมปยุตตธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ.
กิเลสวิปปยุตตธรรม อาศัยกิเลสสัมปยุตตธรรมเกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นกิเลสสัมปยุตตธรรม.
กิเลสสัมปยุตตทุกะ เหมือนสังกิลิฏฐทุกะไม่มีแตกต่างกัน.
กิเลสสัมปยุตตทุกะ จบ
กิเลสสังกิเลสิกทุกะ
ปฏิจจวาร

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ (เล่ม 43)

[๕๔๑] ธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิเลสิกธรรม อาศัยธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิเลส
สิกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ โมหะ ทิฏฐิ ถีนะ อุทธัจจะ อหิริกะ อโนตตัปปะ อาศัยโลภะ.
พึงกระทำจักรนัย.
ธรรมที่เป็นสังกิเลสิกแต่ไม่ใช่กิเลสธรรม อาศัยธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิเลสิกธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยกิเลสธรรมทั้งหลาย.
ธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิเลสิกธรรม และธรรมที่เป็นสังกิเลสิก แต่ไม่ใช่กิเลสธรรม
อาศัยธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิเลสิกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ โมหะ ทิฏฐิ ถีนะ อุทธัจจะ อหิริกะ อโนตตัปปะ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย
และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยโลภะ.
โดยนัยดังกล่าวมานี้ ปฏิจจวารก็ดี สหชาตวารก็ดี ปัจจยวารก็ดี นิสสยวารก็ดี
สังสัฏฐวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับกิเลสทุกะ ไม่มีแตกต่างกัน
หลักจำแนกหัวข้อปัจจัย ต่างกัน.
ปัญหาวาร

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ (เล่ม 43)

[๕๔๒] ธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นกิเลสและ
สังกิเลสิกธรรม โดยเหตุปัจจัย
คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่กิเลสธรรมทั้งหลาย
ที่เป็นสัมปยุตตธรรม โดยเหตุปัจจัย.
โดยนัยดังกล่าวมานี้ มี ๔ นัย เหมือนกับกิเลสทุกะ.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ (เล่ม 43)

[๕๔๓] ธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและ
สังกิเลสิกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ เพราะปรารภกิเลสธรรมทั้งหลาย ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นกิเลส เกิดขึ้น.
พึงกระทำมูล
เพราะปรารภกิเลสธรรมทั้งหลาย ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสังกิเลสิก แต่ไม่ใช่กิเลสธรรม
เกิดขึ้น.
พึงกระทำมูล
เพราะปรารภกิเลสธรรมทั้งหลาย กิเลสธรรมและสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย เกิดขึ้น.
ธรรมที่เป็นสังกิเลสิกธรรม แต่ไม่ใช่กิเลสธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นสังกิเลสิก
แต่ไม่ใช่กิเลสธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ ทาน ฯลฯ ศีล ฯลฯ อุโบสถกรรม ฯลฯ กุศลธรรมที่ได้สั่งสมไว้แล้วในกาล
ก่อน ฯลฯ ออกจากฌาน พิจารณาฌาน ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภทาน
เป็นต้นนั้น ราคะ เกิดขึ้น อุทธัจจะ ฯลฯ
ในเมื่อฌานเสื่อมไป โทมนัส เกิดขึ้นแก่บุคคลผู้มีความเดือดร้อน
พระอริยะทั้งหลายพิจารณาโคตรภู พิจารณาโวทาน
จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสังกิเลสิก แต่ไม่ใช่กิเลสธรรม โดย
ความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น
ด้วยทิพพจักขุ ฯลฯ เป็นปัจจัยแก่อาวัชชนะ โดยอารัมมณปัจจัย.
สองอย่างนอกนี้ เหมือนกับกิเลสทุกะ. แม้อารัมมณปัจจัย ที่เป็นปัจจัยสงเคราะห์
ก็เหมือนกับกิเลสทุกะ.