พุทธธรรมสงฆ์


พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ (เล่ม 43)

[๓๒๔] ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม โดยอนันตร
ปัจจัย
คือ ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม ที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่
อุปาทาธรรม ที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย
อนุโลม เป็นปัจจัยแก่โคตรภู แก่ผลสมาบัติ โดยอนันตรปัจจัย.
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยสมนันตรปัจจัย
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยสหชาตปัจจัย เหมือนกับปฏิจจวาร.
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยอัญญมัญญปัจจัย เหมือนกับปฏิจจวาร.
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยนิสสยปัจจัย
ในปัจจยวาร เหมือนกับนิสสยวาร.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ (เล่ม 43)

[๓๒๕] อุปาทาธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ
ฯลฯ ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลเข้าไปอาศัยซึ่งความถึงพร้อมด้วยจักขุ ฯลฯ
ซึ่งความถึงพร้อมด้วยกาย ซึ่งความถึงพร้อมด้วยวรรณะ ซึ่งความถึงพร้อมด้วยคันธะ ซึ่งความถึง
พร้อมด้วยรส ฯลฯ ซึ่งโภชนะ แล้วให้ทาน ฯลฯ ทำลายสงฆ์
ความถึงพร้อมด้วยจักขุ ฯลฯ ความถึงพร้อมด้วยกาย ฯลฯ ความถึงพร้อมด้วยวรรณะ
ความถึงพร้อมด้วยคันธะ ความถึงพร้อมด้วยรส ฯลฯ โภชนะ เป็นปัจจัยแก่ศรัทธา แก่ผลสมาบัติ
โดยอุปนิสสยปัจจัย.
ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย
มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ
ฯลฯ ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลเข้าไปอาศัยศรัทธา แล้วให้ทาน ฯลฯ ยัง
สมาบัติให้เกิด ก่อมานะ ถือทิฏฐิ
ศีล ฯลฯ บุคคลเข้าไปอาศัยศรัทธา ฯลฯ ความปรารถนา สุขทางกาย ทุกข์ทางกาย
ฤดู ฯลฯ เสนาสนะ แล้วให้ทาน ฯลฯ ทำลายสงฆ์
ศรัทธา ฯลฯ เสนาสนะ ฯลฯ เป็นปัจจัยแก่ศรัทธา ฯลฯ แก่ผลสมาบัติ โดยอุปนิสสยปัจจัย.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ (เล่ม 43)

[๓๒๖] อุปาทาธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม โดยปุเรชาตปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาต วัตถุปุเรชาต.
ที่เป็นอารัมมณปุเรชาต ได้แก่ บุคคลพิจารณาเห็นจักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ โดยความเป็น
ของไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัสเกิดขึ้น
บุคคลเห็นรูป ด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ
รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ รสายตนะเป็นปัจจัยแก่ชิวหาวิญญาณ.
ที่เป็นวัตถุปุเรชาต ได้แก่ จักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ กายายตนะ ฯลฯ
หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม โดยปุเรชาตปัจจัย.
ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม โดยปุเรชาตปัจจัย
มีอย่างเดียวคือ อารัมมณปุเรชาต ได้แก่ บุคคลพิจารณาเห็นโผฏฐัพพะ โดยความเป็น
ของไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัสเกิดขึ้น
โผฏฐัพพายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ โดยปุเรชาตปัจจัย.
อุปาทาธรรม และธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม โดย
ปุเรชาตปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาต วัตถุปุเรชาต.
คือ โผฏฐัพพายตนะ และหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม โดย
ปุเรชาตปัจจัย
โผฏฐัพพายตนะ และกายายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ โดยปุเรชาตปัจจัย.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ (เล่ม 43)

[๓๒๗] ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม โดย
ปัจฉาชาตปัจจัย
คือ ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม ที่เกิดภายหลัง เป็นปัจจัยแก่กายที่ไม่ใช่อุปาทา
ธรรมนี้ ที่เกิดก่อน โดยปัจฉาชาตปัจจัย.
พึงถามถึงมูล
ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม ที่เกิดภายหลัง เป็นปัจจัยแก่กายที่เป็นอุปาทาธรรมนี้
ที่เกิดก่อน โดยปัจฉาชาตปัจจัย.
พึงถามถึงมูล
ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม ที่เกิดภายหลัง เป็นปัจจัยแก่กายที่เป็นอุปาทาธรรม
และกายที่ไม่ใช่อุปาทาธรรมนี้ ที่เกิดก่อน โดยปัจฉาชาตปัจจัย.
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยอาเสวนปัจจัย.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ (เล่ม 43)

[๓๒๘] ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม โดย
กัมมปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต นานาขณิก.
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ เจตนาที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และ
จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม โดยกัมมปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ.
ที่เป็นนานาขณิก ได้แก่ เจตนาที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เป็นปัจจัยแก่วิบากขันธ์ และ
กฏัตตารูปทั้งหลายที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม โดยกัมมปัจจัย.
ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปาทาธรรม โดยกัมมปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต นานาขณิก.
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ เจตนาที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป ทั้ง
หลายที่เป็นอุปาทาธรรม โดยกัมมปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ.
ที่เป็นนานาขณิก ได้แก่ เจตนาที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลายที่
เป็นอุปาทาธรรม โดยกัมมปัจจัย.
ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปาทาธรรม และธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม โดย
กัมมปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต นานาขณิก.
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ เจตนาที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตต
สมุฏฐานรูปทั้งหลายที่เป็นอุปาทาธรรม และที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม โดยกัมมปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ
ฯลฯ.
ที่เป็นนานาขณิก ได้แก่ เจตนาที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เป็นปัจจัยแก่วิบากขันธ์ และ
กฏัตตารูปทั้งหลายที่เป็นอุปาทาธรรม และไม่ใช่อุปาทาธรรม โดยกัมมปัจจัย.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ (เล่ม 43)

[๓๒๙] ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม โดย
วิปากปัจจัย
คือ ขันธ์ ๑ ที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม ซึ่งเป็นวิบาก เป็นปัจจัย แก่ขันธ์ ๓ ฯลฯ ปฏิสนธิ
มี ๓ นัย.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ (เล่ม 43)

[๓๓๐] อุปาทาธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปาทาธรรม โดยอาหารปัจจัย
คือ กวฬิงการาหาร เป็นปัจจัยแก่กายที่เป็นอุปาทาธรรมนี้ โดยอาหารปัจจัย.
พึงถามถึงมูล
กวฬิงการาหาร เป็นปัจจัยแก่กายที่ไม่ใช่อุปาทาธรรมนี้ โดยอาหารปัจจัย.
พึงถามถึงมูล
กวฬิงการาหาร เป็นปัจจัยแก่กายที่เป็นอุปาทาธรรม และไม่ใช่อุปาทาธรรมนี้ โดย
อาหารปัจจัย.
ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม โดยอาหารปัจจัย
คือ อาหารที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย
ที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม โดยอาหารปัจจัย
ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ ในธรรมที่มีธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เป็นมูล มี ๓ นัย ปฏิสนธิ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ (เล่ม 43)

[๓๓๑] อุปาทาธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปาทาธรรม โดยอินทริยปัจจัย
คือ รูปชีวิตินทรีย์ เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทาธรรม โดยอินทริยปัจจัย.
พึงถามถึงมูล
จักขุนทรีย์ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ กายินทรีย์ ฯลฯ รูปชีวิตินทรีย์ เป็นปัจจัยแก่
กฏัตตารูปทั้งหลายที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม โดยอินทริยปัจจัย.
พึงถามถึงมูล
รูปชีวิตินทรีย์ เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลายที่เป็นอุปาทาธรรม และไม่ใช่อุปาทาธรรม
โดยอินทริยปัจจัย.
ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม โดยอินทริยปัจจัย มี
๓ นัย ปฏิสนธิ.
อุปาทาธรรม และธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม โดย
อินทริยปัจจัย
คือ จักขุนทรีย์ และจักขุวิญญาณ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณ
โดยอินทริยปัจจัย กายินทรีย์ ฯลฯ.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ (เล่ม 43)

[๓๓๒] ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม โดย
ฌานปัจจัย มี ๓ นัย.
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยมัคคปัจจัย มี ๓ นัย พึงกระทำถึงปฏิสนธิ.
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยสัมปยุตตปัจจัย มี ๑ นัย.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ (เล่ม 43)

[๓๓๓] อุปาทาธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต.
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่
อุปาทาธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย.
ที่เป็นปุเรชาต ได้แก่ จักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ กายายตนะ ฯลฯ
หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย.
ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต.
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป
ทั้งหลายที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย
ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลายที่
ไม่ใช่อุปาทาธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย.
ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เป็นปัจจัยแก่กายที่ไม่ใช่
อุปาทาธรรมนี้ ที่เกิดก่อน โดยวิปปยุตตปัจจัย.
ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปาทาธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต.
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป
ทั้งหลายที่เป็นอุปาทาธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ.
ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เป็นปัจจัยแก่กายที่เป็น
อุปาทาธรรมนี้ ที่เกิดก่อน โดยวิปปยุตตปัจจัย.
ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปาทาธรรม และธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม โดย
วิปปยุตตปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต.
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป
ทั้งหลายที่เป็นอุปาทาธรรม และไม่ใช่อุปาทาธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ.
ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เป็นปัจจัยแก่กายที่เป็น
อุปาทาธรรม และไม่ใช่อุปาทาธรรมนี้ ที่เกิดก่อน โดยวิปปยุตตปัจจัย.