พุทธธรรมสงฆ์


พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ (เล่ม 42)

[๗๒๕] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย
กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๔
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย
กับ ฯลฯ มี " ๔
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย
กับ ฯลฯ มี " ๔
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย
กับ ฯลฯ มีวาระ ๔
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย
กับ ฯลฯ มี " ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย
กับ ฯลฯ มี " ๔
ในปัจจัยทั้งปวง กับ ฯลฯ มี " ๔
ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย
กับ ฯลฯ มี " ๔
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย
กับ ฯลฯ มี " ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย
กับ ฯลฯ มี " ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย
กับ ฯลฯ มี " ๔
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย
กับ ฯลฯ มี " ๔

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ (เล่ม 42)

[๗๒๖] ในอารัมมณปัจจัย
กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๔
ในอธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕
พึงกระทำอนุโลมมาติกา
ในอวิคตปัจจัย
กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๗
ปรามาสสัมปยุตตทุกะ จบ
ปรามาสปรามัฏฐทุกะ
ปฏิจจวาร

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ (เล่ม 42)

[๗๒๗] ธรรมที่เป็นปรามัฏฐธรรม แต่ไม่ใช่ปรามาสธรรม อาศัยธรรมที่เป็นทั้ง
ปรามาสธรรม และปรามัฏฐธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยปรามาสธรรม
ธรรมที่เป็นปรามัฏฐธรรมแต่ไม่ใช่ปรามาสธรรม อาศัยธรรมที่เป็นปรามัฏฐธรรม แต่
ไม่ใช่ปรามาสธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นปรามัฏฐธรรม แต่ไม่ใช่
ปรามาสธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ตลอดถึงอัชฌัตติกมหาภูตรูป
ธรรมที่เป็นทั้งปรามาสธรรมและปรามัฏฐธรรม อาศัยธรรมที่เป็นปรามัฏฐธรรม แต่
ไม่ใช่ปรามาสธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ปรามาสธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นปรามัฏฐธรรม แต่ไม่ใช่ปรามาสธรรม
ธรรมที่เป็นทั้งปรามาสธรรมและปรามัฏฐธรรม และธรรมที่เป็นปรามัฏฐธรรม แต่ไม่ใช่
ปรามาสธรรม อาศัยธรรมที่เป็นปรามัฏฐธรรม แต่ไม่ใช่ปรามาสธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ และปรามาสธรรม และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ที่เป็นปรามัฏฐ-
ธรรม แต่ไม่ใช่ปรามาสธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ
ธรรมที่เป็นปรามัฏฐธรรม แต่ไม่ใช่ปรามาสธรรม อาศัยธรรมที่เป็นทั้งปรามาสธรรม
และปรามัฏฐธรรม และธรรมที่เป็นปรามัฏฐธรรม แต่ไม่ใช่ปรามาสธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นปรามัฏฐธรรม แต่ไม่ใช่
ปรามาสธรรม และปรามาสธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ
ฯลฯ
วาระทั้งหมดพึงกระทำเหมือนกับปรามาสทุกะ ไม่มีแตกต่างกัน
ปัญหาวาร

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ (เล่ม 42)

[๗๒๘] ธรรมที่เป็นปรามัฏฐธรรม แต่ไม่ใช่ปรามาสธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็น
ปรามัฏฐธรรม แต่ไม่ใช่ปรามาสธรรม โดยเหตุปัจจัย
คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นปรามัฏฐธรรม แต่ไม่ใช่ปรามาสธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตต-
ขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัย ปฏิสนธิ
ธรรมที่เป็นปรามัฏฐธรรม แต่ไม่ใช่ปรามาสธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้งปรามาส
ธรรมและปรามัฏฐธรรม โดยเหตุปัจจัย
คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นปรามัฏฐธรรม แต่ไม่ใช่ปรามาสธรรม เป็นปัจจัยแก่ปรามาส-
ธรรม โดยเหตุปัจจัย
ธรรมที่เป็นปรามัฏฐธรรม แต่ไม่ใช่ปรามาสธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้งปรามาส-
ธรรม และปรามัฏฐธรรม และธรรมที่เป็นปรามัฏฐธรรม แต่ไม่ใช่ปรามาสธรรม โดยเหตุปัจจัย
คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นปรามัฏฐธรรม แต่ไม่ใช่ปรามาสธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตต-
ขันธ์ทั้งหลาย และปรามาสธรรม และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัย

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ (เล่ม 42)

[๗๒๙] ธรรมที่เป็นทั้งปรามาสธรรม และปรามัฏฐธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้ง
ปรามาสธรรมและปรามัฏฐธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
มี ๓ นัย พึงกระทำว่าปรารภ เหมือนกับปรามาสทุกะ
ธรรมที่เป็นปรามัฏฐธรรม แต่ไม่ใช่ปรามาสธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นปรามัฏฐ-
ธรรม แต่ไม่ใช่ปรามาสธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ ทาน ฯลฯ ศีล ฯลฯ บุคคลกระทำอุโบสถกรรม แล้วพิจารณากุศลกรรมนั้น
พิจารณาแล้ว ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภกุศลกรรมนั้น ราคะ วิจิกิจฉา อุทธัจจะ โทมนัส
เกิดขึ้น
กุศลกรรมทั้งหลายที่เคยสั่งสมไว้แล้วในกาลก่อน ฯลฯ
จากฌาน ฯลฯ
พระอริยะทั้งหลายพิจารณาโคตรภู พิจารณาโวทาน กิเลสที่ละแล้ว ฯลฯ กิเลสที่ข่ม
แล้ว ฯลฯ กิเลสทั้งหลายที่เคยเกิดขึ้นแล้วในกาลก่อน ฯลฯ
จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นปรามัฏฐธรรม แต่ไม่ใช่ปรามาสธรรม
โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น
บุคคลเห็นรูปด้วยทิพยจักขุ ตลอดถึงอาวัชชนะ พึงกระทำทั้งหมด
ธรรมที่เป็นปรามัฏฐธรรม แต่ไม่ใช่ปรามาสธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้งปรามาส-
ธรรม และปรามัฏฐธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ ทาน ฯลฯ ศีล ฯลฯ อุโบสถกรรม ฯลฯ
กุศลกรรมทั้งหลายที่เคยสั่งสมไว้แล้วในกาลก่อน ฯลฯ
จากฌาน ฯลฯ
จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ บุคคลย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง ซึ่งขันธ์ทั้งหลายที่
เป็นปรามัฏฐธรรม แต่ไม่ใช่ปรามาสธรรม เพราะปรารภจักขุเป็นต้นนั้น ทิฏฐิ ฯลฯ
ธรรมที่เป็นปรามัฏฐธรรม แต่ไม่ใช่ปรามาสธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้งปรามาส
ธรรม แต่ไม่ใช่ปรามาสธรรมและปรามัฏฐธรรม และธรรมที่เป็นปรามัฏฐธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ ทาน ฯลฯ ศีล ฯลฯ อุโบสถกรรม ฯลฯ
กุศลกรรมทั้งหลายที่เคยสั่งสมไว้แล้วในกาลก่อน ฯลฯ
จากฌาน ฯลฯ
จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ บุคคลพิจารณาเห็นขันธ์ทั้งหลายที่เป็นปรามัฏฐธรรม แต่
ไม่ใช่ปรามาสธรรม โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภ
จักขุเป็นต้นนั้น ปรามาสธรรม และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย เกิดขึ้น
ทั้ง ๓ นัยแม้นอกนี้ พึงกระทำว่าเพราะปรารภ
ทุกะนี้ เหมือนกับปรามาสทุกะ โลกุตตระไม่ได้ในที่ใด ก็ไม่พึงกระทำในที่นั้น
ปรามาสปรามัฏฐทุกะ จบ
ปรามาสวิปปยุตตปรามัฏฐทุกะ
ปฏิจจวาร

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ (เล่ม 42)

[๗๓๐] ปรามาสวิปปยุตตปรามัฏฐธรรม อาศัยปรามาสวิปปยุตตปรามัฏฐธรรม เกิด
ขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นปรามาสวิปปยุตตปรามัฏฐ
ธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ
ปรามาสวิปปยุตตอปรามัฏฐธรรม อาศัยปรามาสวิปปยุตตอปรามัฏฐธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
ฯลฯ
โลกิยทุกะในจูฬันตรทุกะฉันใด พึงกระทำฉันนั้น ไม่มีแตกต่างกัน
ปรามาสวิปปยุตตปรามัฏฐทุกะ จบ
อนุโลมทุกปัฏฐาน จบ
_____________________

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ (เล่ม 43)

พระอภิธรรมปิฎก
เล่ม ๑๐
ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
สารัมมณทุกะ
ปฏิจจวาร

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ (เล่ม 43)

[๑] สารัมมณธรรม อาศัยสารัมมณธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสารัมมณธรรม เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ ฯลฯ ใน
ปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
อนารัมมณธรรม อาศัยสารัมมณธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสารัมมณธรรม เกิดขึ้น ใน
ปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
สารัมมณธรรม และอนารัมมณธรรม อาศัยอารัมมณธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสารัมมณธรรม เกิดขึ้น
ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
อนารัมมณธรรม อาศัยอนารัมมณธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูป
ทั้งหลาย เกิดขึ้น
สารัมมณธรรม อาศัยอนารัมมณธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสารัมมณธรรม อาศัยหทัยวัตถุ
สารัมมณธรรม และอนารัมมณธรรม อาศัยอนารัมมณธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสารัมมณธรรม อาศัยหทัยวัตถุ กฏัตตารูป
อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย
สารัมมณธรรม อาศัยสารัมมณธรรม และอนารัมมณธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสารัมมณธรรมและหทัยวัตถุ
ขันธ์ ๒ ฯลฯ
อนารัมมณธรรม อาศัยสารัมมณธรรม และอนารัมมณธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสารัมมณธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย
ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
สารัมมณธรรม และอนารัมมณธรรม อาศัยสารัมมณธรรม และอนารัมมณธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
คือ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสารัมมณธรรม และหทัยวัตถุ
ขันธ์ ๒ ฯลฯ กฏัตตารูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสารัมมณธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ (เล่ม 43)

[๒] สารัมมณธรรม อาศัยสารัมมณธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสารัมมณธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ ปฏิสนธิ ฯลฯ.
สารัมมณธรรม อาศัยอนารัมมณธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย
คือ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสารัมมณธรรม อาศัยหทัยวัตถุ.
สารัมมณธรรม อาศัยสารัมมณธรรม และอนารัมมณธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย
คือ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสารัมมณธรรม และหทัยวัตถุ
ขันธ์ ๒ ฯลฯ.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ (เล่ม 43)

[๓] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๓
ในอธิปติปัจจัย มี " ๕
ในอนันตรปัจจัย มีวาระ ๓
ในสมนันตรปัจจัย มี " ๓
ในสหชาตปัจจัย มี " ๙
ในอัญญมัญญปัจจัย มี " ๖
ในนิสสยปัจจัย มี " ๙
ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๓
ในปุเรชาตปัจจัย มี " ๑
ในอาเสวนปัจจัย มี " ๑
ในกัมมปัจจัย มี " ๙
ในวิปากปัจจัย มี " ๙
ในอาหารปัจจัย มี " ๙
ในอินทริยปัจจัย มี " ๙
ในฌานปัจจัย มี " ๙
ในมัคคปัจจัย มี " ๙
ในสัมปยุตตปัจจัย มี " ๓
ในวิปปยุตตปัจจัย มี " ๙
ในอัตถิปัจจัย มี " ๙
ในนัตถิปัจจัย มี " ๓
ในวิคตปัจจัย มี " ๓
ในอวิคตปัจจัย มี " ๙