พุทธธรรมสงฆ์


พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ (เล่ม 42)

[๖๓๕] นีวรณสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่นีวรณสัมปยุตตธรรม โดยอัตถิปัจจัย
คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นนีวรณสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยอัตถิปัจจัย
นีวรณสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่นีวรณวิปปยุตตธรรม โดยอัตถิปัจจัย
มี ๓ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ปัจฉาชาต
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนีวรณสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏ-
ฐานรูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย
ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนีวรณสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่กายนี้
ที่เกิดก่อน โดยอัตถิปัจจัย
นีวรณสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่นีวรณสัมปยุตตธรรม และนีวรณวิปปยุตตธรรม
โดยอัตถิปัจจัย
คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นนีวรณสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป
ทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ โดยอัตถิปัจจัย
นีวรณวิปปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่นีวรณวิปปยุตตธรรม โดยอัตถิปัจจัย
มี ๕ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ปัจฉาชาต อาหาร อินทรีย์ ฯลฯ
นีวรณวิปปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่นีวรณสัมปยุตตธรรม โดยอัตถิปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ ปุเรชาต ได้แก่ จักขุ ฯลฯ บุคคลย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง
ซึ่งหทัยวัตถุ เพราะปรารภจักขุเป็นต้นนั้น ราคะ ทิฏฐิ วิจิกิจฉา อุทธัจจะ โทมนัส เกิดขึ้น
หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนีวรณสัมปยุตตธรรม โดยอัตถิปัจจัย
นีวรณสัมปยุตตธรรม และนีวรณวิปปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่นีวรณสัมปยุตตธรรม
โดยอัตถิปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่เป็นนีวรณสัมปยุตตธรรม และหทัยวัตถุ เป็นปัจจัย
แก่ ขันธ์ ๓ โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ โดยอัตถิปัจจัย
นีวรณสัมปยุตตธรรม และนีวรณวิปปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่นีวรณวิปปยุตตธรรม
โดยอัตถิปัจจัย
มี ๔ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต อาหาร อินทรีย์
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนีวรณสัมปยุตตธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย
เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย
ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนีวรณสัมปยุตตธรรม และกวฬิงการาหาร
เป็นปัจจัยแก่กายนี้ โดยอัตถิปัจจัย
ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนีวรณสัมปยุตตธรรม และรูปชีวิตินทรีย์
เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ (เล่ม 42)

[๖๓๖] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๔
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๔
ในอธิปติปัจจัย มี " ๕
ในอนันตรปัจจัย มี " ๔
ในสมนันตรปัจจัย มี " ๔
ในสหชาตปัจจัย มี " ๕
ในอัญญมัญญปัจจัย มี " ๒
ในนิสสยปัจจัย มี " ๗
ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๔
ในปุเรชาตปัจจัย มี " ๒
ในปัจฉาชาตปัจจัย มี " ๒
ในอาเสวนปัจจัย มี " ๒
ในกัมมปัจจัย มี " ๔
ในวิปากปัจจัย มี " ๑
ในอาหารปัจจัย มีวาระ ๔
ในอินทริยปัจจัย มี " ๔
ในฌานปัจจัย มี " ๔
ในมัคคปัจจัย มี " ๔
ในสัมปยุตตปัจจัย มี " ๒
ในวิปปยุตตปัจจัย มี " ๓
ในอัตถิปัจจัย มี " ๗
ในนัตถิปัจจัย มี " ๔
ในวิคตปัจจัย มี " ๔
ในอวิคตปัจจัย มี " ๗

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ (เล่ม 42)

[๖๓๗] นีวรณสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่นีวรณสัมปยุตตธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย
นีวรณสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่นีวรณวิปปยุตตธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็น
ปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัย โดยปัจฉาชาตปัจจัย เป็นปัจจัย
โดยกัมมปัจจัย
นีวรณสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่นีวรณสัมปยุตตธรรม และนีวรณวิปปยุตตธรรม
โดยสหชาตปัจจัย
นีวรณวิปปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่นีวรณวิปปยุตตธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัย
โดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดย
ปัจฉาชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยกัมมปัจจัยเป็นปัจจัยโดยอาหารปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอินทริยปัจจัย
นีวรณวิปปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่นีวรณสัมปยุตตธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัย
โดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย
นีวรณสัมปยุตตธรรม และนีวรณวิปปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่นีวรณสัมปยุตตธรรม
โดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย
นีวรณสัมปยุตตธรรม และนีวรณวิปปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่นีวรณวิปปยุตตธรรม
โดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอาหารปัจจัย เป็นปัจจัยโดย-
อินทริยปัจจัย

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ (เล่ม 42)

[๖๓๘] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๗
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๗
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มี " ๗
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย มี " ๗
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย มี " ๗
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สหชาตปัจจัย มี " ๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย มี " ๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่นิสสยปัจจัย มี " ๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย มี " ๗
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มี " ๖
ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย มี " ๗
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย มี " ๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มี " ๔
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัตถิปัจจัย มี " ๔
ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย มี " ๗
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย มี " ๗
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อวิคตปัจจัย มี " ๔

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ (เล่ม 42)

[๖๓๙] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย
กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๔
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย
กับ ฯลฯ มี " ๔
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย
กับ ฯลฯ มีวาระ ๔
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย
กับ ฯลฯ มี " ๔
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย
กับ ฯลฯ มี " ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย
กับ ฯลฯ มี " ๔
ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย
กับ ฯลฯ มี " ๔
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย
กับ ฯลฯ มี " ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย
กับ ฯลฯ มี " ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย
กับ ฯลฯ มี " ๔
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อวิคตปัจจัย
กับ ฯลฯ มี " ๔

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ (เล่ม 42)

[๖๔๐] ในอารัมมณปัจจัย
กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๔
ในอธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕
พึงกระทำการนับโดยอนุโลม
ในอวิคตปัจจัย
กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มี " ๗
นีวรณสัมปยุตตทุกะ จบ
นีวรณนีวรณียทุกะ
ปฏิจจวาร

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ (เล่ม 42)

[๖๔๑] ธรรมที่เป็นทั้งนีวรณธรรมและนีวรณียธรรม อาศัยธรรมที่เป็นทั้งนีวรณธรรม
และนีวรณียธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ถีนมิทธนิวรณ์ อุทธัจจนิวรณ์ อวิชชานิวรณ์ อาศัย กามฉันทนิวรณ์
การนับทั้งหมดพึงกระทำอย่างนี้ เหมือนกับ นีวรณทุกะ ไม่มีแตกต่างกัน
ปัญหาวาร

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ (เล่ม 42)

[๖๔๒] ธรรมที่เป็นทั้งนีวรณธรรมและนีวรณียธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้ง
นีวรณธรรมและนีวรณียธรรม โดยเหตุปัจจัย
คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นทั้งนีวรณธรรมและนีวรณียธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตนีวรณ
ธรรมทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัย
ธรรมที่เป็นทั้งนีวรณธรรมและนีวรณียธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นนีวรณียธรรม แต่
ไม่ใช่นีวรณธรรม โดยเหตุปัจจัย
คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นทั้งนีวรณธรรมและนีวรณียธรรม เ ป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์
และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัย
ธรรมที่เป็นทั้งนีวรณธรรมและนีวรณียธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้งนีวรณธรรมและ
นีวรณียธรรม และธรรมที่เป็นนีวรณียธรรม แต่ไม่ใช่นีวรณธรรม โดยเหตุปัจจัย
คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นทั้งนีวรณธรรมและนีวรณียธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์
ทั้งหลาย และนีวรณธรรม และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัย
ธรรมที่เป็นนีวรณียธรรม แต่ไม่ใช่นีวรณธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ เป็นนีวรณียธรรม
แต่ไม่ใช่นีวรณธรรม โดยเหตุปัจจัย
คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นนีวรณียธรรม แต่ไม่ใช่นีวรณธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์
และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัย ปฏิสนธิ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ (เล่ม 42)

[๖๔๓] ธรรมที่เป็นทั้งนีวรณธรรมและนีวรณียธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้ง
นีวรณธรรมและนีวรณียธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ เพราะปรารภนีวรณธรรมทั้งหลาย นีวรณธรรมทั้งหลาย เกิดขึ้น
พึงถามถึงมูล
เพราะปรารภนีวรณธรรมทั้งหลาย ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนีวรณียธรรม แต่ไม่ใช่นีวรณธรรม
เกิดขึ้น
พึงถามถึงมูล
เพราะปรารภนีวรณธรรมทั้งหลาย นีวรณธรรม และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย เกิดขึ้น
ธรรมที่เป็นนีวรณียธรรม แต่ไม่ใช่นีวรณธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นนีวรณียธรรม
แต่ไม่ใช่นีวรณธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ ทาน ฯลฯ ศีล ฯลฯ บุคคลกระทำอุโบสถกรรมแล้วพิจารณากุศลกรรมนั้นแล้ว
ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภความยินดีนั้น ราคะ ทิฏฐิ วิจิกิจฉา อุทธัจจะ
โทมนัส เกิดขึ้น
กุศลกรรมทั้งหลายที่เคยสั่งสมไว้แล้วในกาลก่อน ฯลฯ
จากฌาน ฯลฯ
พระอริยะทั้งหลายพิจารณาโคตรภู โวทาน ฯลฯ กิเลสที่ละแล้ว ฯลฯ กิเลสที่ข่ม
แล้ว ฯลฯ กิเลสทั้งหลายที่เคยเกิดขึ้นแล้วในกาลก่อน ฯลฯ
จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ บุคคลพิจารณาเห็นขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นนีวรณียธรรมแต่
ไม่ใช่นีวรณธรรม โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง ฯลฯ โทมนัส ฯลฯ
ด้วยทิพพจักขุ ฯลฯ พึงกระทำตลอดถึงอาวัชชนะ
ธรรมที่เป็นนีวรณียธรรมแต่ไม่ใช่นีวรณธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้งนีวรณธรรม
และนีวรณียธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ ทาน ฯลฯ ศีล ฯลฯ อุโบสถกรรม ฯลฯ
กุศลกรรมทั้งหลายที่เคยสั่งสมไว้แล้วในกาลก่อน ฯลฯ
จากฌาน ฯลฯ
จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ บุคคลย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง ซึ่งขันธ์ทั้งหลาย
ที่เป็นนีวรณียธรรม แต่ไม่ใช่นีวรณธรรม เพราะปรารภจักขุเป็นต้นนั้น ราคะ ทิฏฐิ วิจิกิจฉา
อุทธัจจะ โทมนัส เกิดขึ้น
ธรรมที่เป็นนีวรณียธรรมแต่ไม่ใช่นีวรณธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้งนีวรณธรรม
และนีวรณียธรรม และธรรมที่เป็นนีวรณียธรรมแต่ไม่ใช่นีวรณธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ ทาน ฯลฯ ศีล ฯลฯ อุโบสถกรรม ฯลฯ
กุศลกรรมทั้งหลายที่เคยสั่งสมไว้แล้วในกาลก่อน ฯลฯ
จากฌาน ฯลฯ
จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ บุคคลย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง ซึ่งขันธ์ทั้งหลาย
ที่เป็นนีวรณียธรรมแต่ไม่ใช่นีวรณธรรม เพราะปรารภจักขุเป็นต้นนั้น นีวรณธรรมและสัมปยุตตขันธ์
ทั้งหลาย เกิดขึ้น
ทั้ง ๓ นัยแม้นอกนี้ พึงกระทำอย่างนี้
อธิปติปัจจัย เหมือนกับ อารัมมณปัจจัย
แม้ปุเรชาตปัจจัย ก็เหมือนกับ อารัมมณปัจจัย
ส่วนในนิสสยปัจจัย ไม่พึงกระทำ โลกุตตระ
ฯลฯ
พึงให้พิสดารอย่างนี้
นีวรณทุกะ ฉันใด พึงพิจารณา แล้วกระทำฉันนั้น
นีวรณนีวรณียทุกะ จบ
นีวรณนีวรณสัมปยุตตทุกะ
ปฏิจจวาร

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ (เล่ม 42)

[๖๔๔] ธรรมที่เป็นทั้งนีวรณธรรมและนีวรณสัมปยุตตธรรม อาศัยธรรมที่เป็นทั้ง
นีวรณธรรมและนีวรณสัมปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ถีนมิทธนิวรณ์ อุทธัจจนิวรณ์ อวิชชานิวรณ์ อาศัยกามฉันทนิวรณ์
พึงผูกจักรนัย พึงทำนิวรณ์ทั้งหมด
ธรรมที่เป็นนีวรณสัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่นีวรณธรรม อาศัยธรรมที่เป็นทั้งนีวรณธรรม
และนีวรณสัมปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยนีวรณธรรมทั้งหลาย
ธรรมที่เป็นทั้งนีวรณธรรมและนีวรณสัมปยุตตธรรม และธรรมที่เป็นนีวรณสัมปยุตต-
ธรรม แต่ไม่ใช่นีวรณธรรม อาศัยธรรมที่เป็นทั้งนีวรณธรรมและนีวรณสัมปยุตตธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
คือ ถีนมิทธนิวรณ์ อุทธัจจนิวรณ์ อวิชชานิวรณ์ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัย
กามฉันทนิวรณ์
พึงผูกจักรนัย
ธรรมที่เป็นนีวรณสัมปยุตตธรรมแต่ไม่ใช่นีวรณธรรม อาศัยธรรมที่เป็นนีวรณสัมปยุตต-
ธรรมแต่ไม่ใช่นีวรณธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นนีวรณสัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่นีวรณธรรม ขันธ์ ๒
ฯลฯ
ธรรมที่เป็นทั้งนีวรณธรรมและนีวรณสัมปยุตตธรรม อาศัยธรรมที่เป็นนีวรณสัมปยุตต-
ธรรมแต่ไม่ใช่นีวรณธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ นีวรณธรรมทั้งหลาย อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนีวรณสัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่
นีวรณธรรม
ธรรมที่เป็นทั้งนีวรณธรรมและนีวรณสัมปยุตตธรรม และธรรมที่เป็นนีวรณสัมปยุตต-
ธรรมแต่ไม่ใช่นีวรณธรรม อาศัยธรรมที่เป็นนีวรณสัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่นีวรณธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ และนีวรณธรรมทั้งหลาย อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นนีวรณสัมปยุตตธรรม แต่
ไม่ใช่นีวรณธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ
ธรรมที่เป็นทั้งนีวรณธรรมและนีวรณสัมปยุตตธรรม อาศัยธรรมที่เป็นทั้งนีวรณธรรม
และนีวรณสัมปยุตตธรรม และธรรมที่เป็นนีวรณสัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่นีวรณธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
คือ ถีนมิทธนิวรณ์ อุทธัจจนิวรณ์ อวิชชานิวรณ์ อาศัยกามฉันทนิวรณ์ และ
สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย
พึงผูกจักรนัย
ธรรมที่เป็นนีวรณสัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่นีวรณธรรม อาศัยธรรมที่เป็นทั้งนีวรณธรรม
และนีวรณสัมปยุตตธรรม และธรรมที่เป็นนีวรณสัมปยุตตธรรมแต่ไม่ใช่นีวรณธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นนีวรณสัมปยุตตธรรมแต่ไม่ใช่นีวรณธรรม และ
นีวรณธรรมทั้งหลาย ขันธ์ ๒ ฯลฯ
ธรรมที่เป็นทั้งนีวรณธรรมและนีวรณสัมปยุตตธรรม และธรรมที่เป็นนีวรณสัมปยุตต-
ธรรมแต่ไม่ใช่นีวรณธรรม อาศัยธรรมที่เป็นทั้งนีวรณธรรมและนีวรณสัมปยุตตธรรม และธรรม
ที่เป็นนีวรณสัมปยุตตธรรมแต่ไม่ใช่นีวรณธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ ถีนมิทธนิวรณ์ อุทธัจจนิวรณ์ อวิชชานิวรณ์ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็น
นีวรณสัมปยุตตธรรมแต่ไม่ใช่นีวรณธรรม และกามฉันทนิวรณ์ ขันธ์ ๒ ฯลฯ
พึงผูกจักรนัย
ฯลฯ