พุทธธรรมสงฆ์


พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ (เล่ม 42)

[๓๕๕] อาสวธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่อาสวธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ อาสวธรรมทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย
โดยวิปปยุตตปัจจัย
ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ อาสวธรรมทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อน โดย
วิปปยุตตปัจจัย
ธรรมที่ไม่ใช่อาสวธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่อาสวธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย
มี ๓ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ปัจฉาชาต
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่อาสวธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป
ทั้งหลาย โดยวิปปยุตตปัจจัย
ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่หทัยวัตถุ โดยวิปปยุตตปัจจัย หทัยวัตถุ
เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย โดยวิปปยุตตปัจจัย
ที่เป็นปุเรชาต ได้แก่ จักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ กายายตนะ เป็นปัจจัย
แก่กายวิญญาณ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่อาสวธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย
ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่อาสวธรรม เป็นปัจจัยแก่กายนี้ ที่เกิด
ก่อน โดยวิปปยุตตปัจจัย
ธรรมที่ไม่ใช่อาสวธรรม เป็นปัจจัยแก่อาสวธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ ปุเรชาต ได้แก่ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่อาสวธรรมทั้งหลาย โดย
วิปปยุตตปัจจัย
ธรรมที่ไม่ใช่อาสวธรรม เป็นปัจจัยแก่อาสวธรรม และธรรมที่ไม่ใช่อาสวธรรม โดย
วิปปยุตตปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ ปุเรชาต ได้แก่ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่อาสวธรรม และสัมปยุตต-
ขันธ์ทั้งหลาย โดยวิปปยุตตปัจจัย
อาสวธรรม และธรรมที่ไม่ใช่อาสวธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่อาสวธรรม โดย
วิปปยุตตปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ อาสวธรรม และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่จิตต-
สมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยวิปปยุตตปัจจัย
ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ อาสวธรรม และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่กาย
นี้ ที่เกิดก่อน โดยวิปปยุตตปัจจัย

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ (เล่ม 42)

[๓๕๖] อาสวธรรม เป็นปัจจัยแก่อาสวธรรม โดยอัตถิปัจจัย
คือ กามาสวะ เป็นปัจจัยแก่ทิฏฐาสวะ โดยอัตถิปัจจัย
พึงผูกจักรนัย
อาสวธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่อาสวธรรม โดยอัตถิปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ อาสวธรรมทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตต-
สมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย
ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่อาสวธรรมทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่กายนี้ ที่เกิดก่อน โดย
อัตถิปัจจัย
อาสวธรรม เป็นปัจจัยแก่อาสวธรรม และธรรมที่ไม่ใช่อาสวธรรม โดยอัตถิปัจจัย
คือ กามาสวะ เป็นปัจจัยแก่ทิฏฐาสวะ แก่อวิชชาสวะ แก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตต-
สมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย
ธรรมที่ไม่ใช่อาสวธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่อาสวธรรม โดยอัตถิปัจจัย
มี ๕ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ปัจฉาชาต อาหาร อินทรีย์
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่ไม่ใช่อาสวธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ ตลอดถึง
อสัญญสัตว์
ที่เป็นปุเรชาต ได้แก่ จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัส
เกิดขึ้น
บุคคลเห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ
รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ โผฏฐัพพายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ
หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่อาสวธรรม โดยอัตถิปัจจัย
ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่อาสวธรรม เป็นปัจจัยแก่กายนี้ ที่เกิดก่อน
โดยอัตถิปัจจัย กวฬิงการาหาร เป็นปัจจัยแก่กายนี้ โดยอัตถิปัจจัย รูปชีวิตินทรีย์ เป็นปัจจัย
แก่กฏัตตารูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย
ธรรมที่ไม่ใช่อาสวธรรม เป็นปัจจัยแก่อาสวธรรม โดยอัตถิปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่อาสวธรรม เป็นปัจจัยแก่ อาสวธรรมทั้งหลาย
โดยอัตถิปัจจัย
ที่เป็นปุเรชาต ได้แก่ จักขุ ฯลฯ บุคคลกระทำหทัยวัตถุให้หนักแน่นแล้ว ย่อม
ยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง ซึ่งหทัยวัตถุ เพราะปรารภความยินดีนั้น อาสวธรรมทั้งหลาย เกิดขึ้น
หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่อาสวธรรมทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย
ธรรมที่ไม่ใช่อาสวธรรม เป็นปัจจัยแก่อาสวธรรม และธรรมที่ไม่ใช่อาสวธรรม โดย
อัตถิปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่ไม่ใช่อาสวธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ อาสวธรรม
และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ ฯลฯ
พึงผูกจักรนัย
อาสวธรรม และธรรมที่ไม่ใช่อาสวธรรม เป็นปัจจัยแก่อาสวธรรม โดยอัตถิปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ กามาสวะ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่อาสวธรรม เป็น
ปัจจัยแก่อวิชชาสวะ โดยอัตถิปัจจัย
พึงผูกจักรนัย
กามาสวะ และหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ทิฏฐาสวะ แก่อวิชชาสวะ โดยอัตถิปัจจัย
อาสวธรรม และธรรมที่ไม่ใช่อาสวธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่อาสวธรรม โดย
อัตถิปัจจัย
มี ๕ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ปัจฉาชาต อาหาร อินทรีย์
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่ไม่ใช่อาสวธรรม และอาสวธรรมทั้งหลาย เป็นปัจจัย
แก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ อาสวธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏ-
ฐานรูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย
อาสวธรรมทั้งหลาย และหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่อาสวธรรม โดย
อัตถิปัจจัย
ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ อาสวธรรมทั้งหลาย และกวฬิงการาหาร เป็นปัจจัยแก่กายนี้
โดยอัตถิปัจจัย
ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ อาสวธรรมทั้งหลาย และรูปชีวิตินทรีย์ เป็นปัจจัยแก่กฏัตตา-
รูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย
อาสวธรรม และธรรมที่ไม่ใช่อาสวธรรม เป็นปัจจัยแก่อาสวธรรม และธรรมที่ไม่ใช่
อาสวธรรม โดยอัตถิปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่ไม่ใช่อาสวธรรม และกามาสวะ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓
ทิฏฐาสวะ อวิชชาสวะ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ ฯลฯ
พึงผูกจักรนัย
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ กามาสวะ และหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ทิฏฐาสวะ อวิชชาสวะ
และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย
พึงผูกจักรนัย

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ (เล่ม 42)

[๓๕๗] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๗
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๙
ในอธิปติปัจจัย มี " ๙
ในอนันตรปัจจัย มี " ๙
ในสมนันตรปัจจัย มี " ๙
ในสหชาตปัจจัย มี " ๙
ในอัญญมัญญปัจจัย มี " ๙
ในนิสสยปัจจัย มี " ๙
ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๙
ในปุเรชาตปัจจัย มี " ๓
ในปัจฉาชาตปัจจัย มี " ๓
ในอาเสวนปัจจัย มี " ๙
ในกัมมปัจจัย มี " ๓
ในวิปากปัจจัย มีวาระ ๑
ในอาหารปัจจัย มี " ๓
ในมัคคปัจจัย มี " ๙
ในสัมปยุตตปัจจัย มี " ๙
ในวิปปยุตตปัจจัย มี " ๕
ในอัตถิปัจจัย มี " ๙
ในวิคตปัจจัย มี " ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๙
อนุโลม จบ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ (เล่ม 42)

[๓๕๘] อาสวธรรม เป็นปัจจัยแก่อาสวธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดย-
สหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย
อาสวธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่อาสวธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดย
สหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย
อาสวธรรม เป็นปัจจัยแก่อาสวธรรม และธรรมที่ไม่ใช่อาสวธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย
ธรรมที่ไม่ใช่อาสวธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่อาสวธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็น
ปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย เป็นปัจจัย
โดยปัจฉาชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยกัมมปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอาหารปัจจัย โดยอินทริยปัจจัย
ธรรมที่ไม่ใช่อาสวธรรม เป็นปัจจัยแก่อาสวธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดย
สหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย
ธรรมที่ไม่ใช่อาสวธรรม เป็นปัจจัยแก่อาสวธรรม และธรรมที่ไม่ใช่อาสวธรรม โดย
อารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาต
ปัจจัย
อาสวธรรม และธรรมที่ไม่ใช่อาสวธรรม เป็นปัจจัยแก่อาสวธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย
อาสวธรรม และธรรมที่ไม่ใช่อาสวธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่อาสวธรรม โดย
อารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย
อาสวธรรม และธรรมที่ไม่ใช่อาสวธรรม เป็นปัจจัยแก่อาสวธรรมและธรรมที่ไม่ใช่
อาสวธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัยเป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ (เล่ม 42)

[๓๕๙] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มี " ๙
ในปัจจัยทั้งปวง มี " ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อวิคตปัจจัย มี " ๙
ปัจจนียะ จบ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ (เล่ม 42)

[๓๖๐] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย
กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๗
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย
กับ ฯลฯ มี " ๗
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย
กับ ฯลฯ มี " ๗
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย
กับ ฯลฯ มี " ๗
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย
กับ ฯลฯ มีวาระ ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย
กับ ฯลฯ มี " ๗
ในปัจจัยทั้งปวง กับ ฯลฯ มี " ๗
ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย
กับ ฯลฯ มี " ๗
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย
กับ ฯลฯ มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย
กับ ฯลฯ มี " ๗
ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย
กับ ฯลฯ มี " ๗
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย
กับ ฯลฯ มี " ๗
อนุโลมปัจจนียะ จบ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ (เล่ม 42)

[๓๖๑] ในอารัมมณปัจจัย
กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙
พึงกระทำบทที่เป็นอนุโลมให้บริบูรณ์
ในอวิคตปัจจัย
กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ปัจจนียานุโลม จบ
อาสวทุกะ จบ
สาสวทุกะ
ปฏิจจวาร

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ (เล่ม 42)

[๓๖๒] สาสวธรรม อาศัยสาสวธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสาสวธรรมขันธ์ ๒ ฯลฯ
ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ขันธ์ทั้งหลายอาศัยหทัยวัตถุ มหาภูต-
รูป ๑ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย
อนาสวธรรม อาศัยอนาสวธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอนาสวธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ
สาสวธรรม อาศัยอนาสวธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอนาสวธรรม
สาสวธรรม และอนาสวธรรม อาศัยอนาสวธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอนาสวธรรมขันธ์ ๒ ฯลฯ
สาสวธรรม อาศัยสาสวธรรม และอนาสวธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอนาสวธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย
โลกิยทุกะ ในจูฬันตรทุกะฉันใด พึงกระทำฉันนั้น ไม่มีแตกต่างกัน
สาสวทุกะ จบ
อาสวสัมปยุตตทุกะ
ปฏิจจวาร

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ (เล่ม 42)

[๓๖๓] อาสวสัมปยุตตธรรม อาศัยอาสวสัมปยุตตธรรม เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอาสวสัมปยุตตธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ
อาสววิปปยุตตธรรม อาศัยอาสวสัมปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอาสวสัมปยุตตธรรม โมหะ และ
จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยโทมนัส
อาสวสัมปยุตตธรรม และอาสววิปปยุตตธรรม อาศัยอาสวสัมปยุตตธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอาสวสัมปยุตตธรรม ขันธ์ ๒
ฯลฯ ขันธ์ ๓ โมหะ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยโทมนัส ขันธ์ ๒ ฯลฯ
อาสววิปปยุตตธรรม อาศัยอาสววิปปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอาสววิปปยุตตธรรม ขันธ์ ๒
ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยโมหะที่สหรคตด้วยโทมนัส ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วย
อุทธัจจะ
ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทัยวัตถุ
มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ มหาภูตรูป ๑ อาศัยมหาภูตรูป ๓ มหาภูตรูป ๒ ฯลฯ จิตตสมุฏฐาน-
รูป กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย
อาสวสัมปยุตตธรรม อาศัยอาสววิปปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ สัมปยุตตขันธ์ อาศัยโมหะ ที่สหรคตด้วยโทมนัส ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่
สหรคตด้วยอุทธัจจะ
อาสวสัมปยุตตธรรม และอาสววิปปยุตตธรรม อาศัยอาสววิปปยุตตธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
คือ สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยโมหะ ที่สหรคตด้วยโทมนัส ที่สหรคต-
ด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ
อาสวสัมปยุตตธรรม อาศัยอาสวสัมปยุตตธรรม และอาสววิปปยุตตธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยโทมนัส ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคต-
ด้วยอุทธัจจะ และโมหะ ขันธ์ ๒ ฯลฯ
อาสววิปปยุตตธรรม อาศัยอาสวสัมปยุตตธรรม และอาสววิปปยุตตธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอาสวสัมปยุตตธรรม และมหาภูตรูป
ทั้งหลาย จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ที่สหรคตด้วยโทมนัส ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา
ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และโมหะ
อาสวสัมปยุตตธรรม และอาสววิปปยุตตธรรม อาศัยอาสวสัมปยุตตธรรม และ
อาสววิปปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยโทมนัส ที่สหรคต-
ด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และโมหะ ขันธ์ ๒ ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ (เล่ม 42)

[๓๖๔] อาสวสัมปยุตตธรรม อาศัยอาสวสัมปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอาสวสัมปยุตตธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ
อาสววิปปยุตตธรรม อาศัยอาสวสัมปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย
คือ โมหะ อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยโทมนัส ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคต-
ด้วยอุทธัจจะ
อาสวสัมปยุตตธรรม และอาสววิปปยุตตธรรม อาศัยอาสวสัมปยุตตธรรม เกิดขึ้น
เพราะอารัมมณปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ และโมหะ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยโทมนัส ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา
ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ ขันธ์ ๒ ฯลฯ
อาสววิปปยุตตธรรม อาศัยอาสววิปปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอาสววิปปยุตตธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ
ขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทัยวัตถุ
อาสวสัมปยุตตธรรม อาศัยอาสววิปปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย
คือ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยโมหะ ที่สหรคตด้วยโทมนัส ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา
ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ
อาสวสัมปยุตตธรรม อาศัยอาสวสัมปยุตตธรรม และอาสววิปปยุตตธรรม เกิดขึ้น
เพราะอารัมมณปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยโทมนัส ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคต-
ด้วยอุทธัจจะ และโมหะ ขันธ์ ๒ ฯลฯ