[๑๘๘๔] มัคคเหตุกธรรม และมัคคาธิปติธรรม เป็นปัจจัยแก่มัคคเหตุกธรรม
และมัคคาธิปติธรรม โดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัย โดยอุปนิสสยปัจจัย
[๑๘๘๔] มัคคเหตุกธรรม และมัคคาธิปติธรรม เป็นปัจจัยแก่มัคคเหตุกธรรม
และมัคคาธิปติธรรม โดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัย โดยอุปนิสสยปัจจัย
[๑๘๘๕] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๒๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๑๗
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัยซึ่งผู้มีปัญญาถือเอา ปกตารัมมณะก็ดี อุปนิสสยารัมมณะ
ก็ดี ย่อมขาดไปทั้งสองอย่าง
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มีวาระ ๒๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สหชาตปัจจัย
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย
ในปัจจัยที่ไม่ใช่นิสสยปัจจัย
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย
ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาหารปัจจัย
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อินทริยปัจจัย
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ฌานปัจจัย
ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัตถิปัจจัย
ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อวิคตปัจจัย มีวาระ ๒๑
พึงนับอย่างนี้
ปัจจนียะ จบ
[๑๘๘๖] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๑๗
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย กับ ฯลฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย กับ ฯลฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย กับ ฯลฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาหารปัจจัย กับ ฯลฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อินทริยปัจจัย กับ ฯลฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ฌานปัจจัย กับ ฯลฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย กับ ฯลฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๑๗
พึงนับอย่างนี้
อนุโลมปัจจนียะ จบ
[๑๘๘๗] ในอารัมมณปัจจัย กับในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒๑
ในอนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙
ในสมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙
ในสหชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑๗
ในอัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑๗
ในนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑๗
ในอุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒๑
ในอาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙
ในกัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑๗
ในอาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑๗
ในอินทริยปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย
ในฌานปัจจัย กับ ฯลฯ
ในมัคคปัจจัย กับ ฯลฯ
ในสัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๑๗
ในอัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑๗
ในนัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙
ในวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙
ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑๗
พึงนับอย่างนี้
ปัจจนียานุโลม จบ
ปัญหาวาร จบ
มัคคารัมมณัตติกะ ที่ ๑๖ จบ
อุปปันนัตติกะ
ปัญหาวาร
[๑๘๘๘] อุปปันนธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปปันนธรรม โดยเหตุปัจจัย
คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นอุปปันนธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตต
สมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัย
ในปฏิสนธิขณะ เหตุทั้งหลายที่เป็นอุปปันนธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และ
กฏัตตารูปทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัย
[๑๘๘๙] อุปปันนธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปปันนธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ บุคคลพิจารณาเห็นจักขุที่เป็นอุปปันนธรรม โดยความเป็นของไม่เที่ยง โดยความ
เป็นทุกข์ โดยความเป็นอนัตตา ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภจักขุนั้น ราคะ
เกิดขึ้น ทิฏฐิเกิดขึ้น วิจิกิจฉา ฯลฯ อุทธัจจะ ฯลฯ โทมนัส ฯลฯ
โสตะที่เป็นอุปปันนธรรม ฯลฯ ฆานะ ชิวหา กาย รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ
หทัยวัตถุ ฯลฯ บุคคลพิจารณาเห็นขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุปปันนธรรม โดยความเป็นของไม่เที่ยง
โดยความเป็นทุกข์ โดยความเป็นอนัตตา ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น
บุคคลเห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุปปันนธรรม เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ แก่อาวัชชนะ โดย
อารัมมณปัจจัย
[๑๘๙๐] อนุปปันนธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปปันนธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ รูปที่เป็นอนุปปันนธรรม ฯลฯ เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ฯลฯ บุคคลพิจารณา
เห็นขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอนุปปันนธรรม โดยความเป็นของไม่เที่ยง โดยความเป็นทุกข์ โดยความ
เป็นอนัตตา ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอนุปปันนธรรม เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ แก่เจโตปริยญาณ แก่
อนาคตตังสญาณ แก่อาวัชชนะ โดยอารัมมณปัจจัย
[๑๘๙๑] อุปปาทิธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปปันนธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ จักขุที่เป็นอุปปาทิธรรม ฯลฯ กาย รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ฯลฯ
หทัยวัตถุ บุคคลพิจารณาเห็นขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุปปาทิธรรม โดยความเป็นของไม่เที่ยง โดย
ความเป็นทุกข์ โดยความเป็นอนัตตา โทมนัส เกิดขึ้น
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุปปาทิธรรม เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ แก่เจโตปริยญาณ ฯลฯ แก่
อาวัชชนะ โดยอารัมมณปัจจัย
[๑๘๙๒] อุปปันนธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปปันนธรรม โดยอธิปติปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ
ที่เป็น อารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลกระทำจักขุที่เป็นอุปปันนธรรมให้เป็นอารมณ์
อย่างหนักแน่นแล้ว ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภจักขุนั้น ฯลฯ ทิฏฐิ เกิดขึ้น
โสตะที่เป็นอุปปันนธรรม ฯลฯ ฆานะ ชิวหา กาย รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ
หทัยวัตถุ ฯลฯ บุคคลกระทำขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุปปันนธรรมให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว
ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะกระทำโสตะเป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะ
เกิดขึ้น ฯลฯ
ที่เป็น สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นอุปปันนธรรม เป็นปัจจัยแก่
สัมมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏรูปฐานทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย
[๑๘๙๓] อนุปปันนธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปปันนธรรม โดยอธิปติปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ รูปที่เป็นอนุปันนธรรม ฯลฯ เสียง กลิ่น
รส โผฏฐัพพะ ฯลฯ บุคคลกระทำขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอนุปันนธรรมให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น
แล้ว ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะกระทำรูปเป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น
ราคะ เกิดขึ้น ทิฏฐิเกิดขึ้น