[๑๓๓๔] ปริตตธรรม อาศัยปริตตธรรม และมหัคคตธรรม ฯลฯ เพราะอธิปติ
ปัจจัย
คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ที่เป็นมหัคคตธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย
[๑๓๓๔] ปริตตธรรม อาศัยปริตตธรรม และมหัคคตธรรม ฯลฯ เพราะอธิปติ
ปัจจัย
คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ที่เป็นมหัคคตธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย
[๑๓๓๕] ปริตตธรรม อาศัยปริตตธรรม เกิดขึ้น เพราะอนันตรปัจจัย เพราะ
สมนันตรปัจจัย เพราะสหชาตปัจจัย พึงกระทำมหาภูตรูปแม้ทั้งหมด
เพราะ อัญญมัญญปัจจัย เพราะ นิสสยปัจจัย เพราะ อุปนิสสยปัจจัย เพราะ
ปุเรชาตปัจจัย พึงกระทำหัวข้อปัจจัย ๓
เพราะ อาเสวนปัจจัย พึงกระทำหัวข้อปัจจัย ๓
เพราะ กัมมปัจจัย เพราะ วิปากปัจจัย พึงกระทำหัวข้อปัจจัย ๑๓
เพราะ อาหารปัจจัย เพราะ อินทริยปัจจัย เพราะฌานปัจจัย เพราะ มัคค
ปัจจัย เพราะ สัมปยุตตปัจจัย เพราะ วิปปยุตตปัจจัย เพราะ อัตถิปัจจัย เพราะ นัตถิ
ปัจจัย เพราะ วิคตปัจจัย เพราะ อวิคตปัจจัย
[๑๓๓๖] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑๓
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๕
ในอธิปติปัจจัย มี " ๙
ในอนันตรปัจจัย มี " ๕
ในสมนันตรปัจจัย มี " ๕
ในสหชาตปัจจัย มี " ๑๓
ในอัญญมัญญปัจจัย มี " ๗
ในนิสสยปัจจัย มี " ๑๓
ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๕
ในปุเรชาตปัจจัย มี " ๓
ในอาเสวนปัจจัย มี " ๓
ในกัมมปัจจัย มี " ๑๓
ในวิปากปัจจัย มีวาระ ๑๓
ในอาหารปัจจัย
ในอินทริยปัจจัย
ในฌานปัจจัย
ในมัคคปัจจัย มีวาระ ๑๓
ในสัมปยุตตปัจจัย มี " ๕
ในวิปปยุตตปัจจัย มี " ๑๓
ในอัตถิปัจจัย มี " ๑๓
ในนัตถิปัจจัย มี " ๕
ในวิคตปัจจัย มี " ๕
ในอวิคตปัจจัย มี " ๑๓
อนุโลม จบ
[๑๓๓๗] ปริตตธรรม อาศัยปริตตธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นปริตตธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ
ขันธ์ ๒ ฯลฯ
ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุอาศัยขันธ์ทั้งหลาย ขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทัยวัตถุ
อาศัยมหาภูตรูป ๑ พาหิรรูป ฯลฯ อาหารสมุฏฐาน ฯลฯ อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ ส่วนพวก
อสัญญสัตว์ทั้งหลาย อาศัยมหาภูตรูป ๑ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ
อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ
[๑๓๓๘] ปริตตธรรม อาศัยปริตตธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอารัมมณปัจจัย
คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นปริตตธรรม
ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นปริตตธรรม หทัยวัตถุ อาศัย
ขันธ์ทั้งหลาย มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ พาหิรรูป ฯลฯ อาหารสมุฏฐานรูป ฯลฯ อุตุสมุฏฐานรูป
ฯลฯ ส่วนพวกอสัญญสัตว์ทั้งหลาย มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ
[๑๓๓๙] ปริตตธรรม อาศัยมหัคคตธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอารัมมณปัจจัย
คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นมหัคคตธรรม ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตา
รูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นมหัคคตธรรม
[๑๓๔๐] ปริตตธรรม อาศัยอัปปมาณธรรม ฯลฯ ไม่ใช่เพราะอารัมมณปัจจัย
คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปมาณธรรม
[๑๓๔๑] ปริตตธรรม อาศัยปริตตธรรม และอัปปมาณธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่
เพราะอารัมมณปัจจัย
คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ที่เป็นอัปปมาณธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย
[๑๓๔๒] ปริตตธรรม อาศัยปริตตธรรม และมหัคคตธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่
เพราะอารัมมณปัจจัย
คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ที่เป็นอัปปมาณธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย
ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูป อาศัยขันธ์ที่เป็นมหัคคตธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย
[๑๓๔๓] ปริตตธรรม อาศัยปริตตธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอารัมมณปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นปริตตธรรม ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ อาศัยขันธ์
ทั้งหลาย ขันธ์ทั้งหลายอาศัยหทัยวัตถุ มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ ส่วนพวกอสัญญสัตว์ทั้งหลาย ฯลฯ
มหัคคตธรรม อาศัยปริตตธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอธิปติปัจจัย
คือ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นมหัคคตธรรม อาศัยหทัยวัตถุ
ปริตตธรรม และมหัคคตธรรม อาศัยปริตตธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอธิปติ
ปัจจัย
คือ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นมหัคคตธรรม อาศัยหทัยวัตถุ กฏัตตารูป
อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย