[๑๒๙๔] เสกขธรรม เป็นปัจจัยแก่เสกขธรรม โดยอัตถิปัจจัย
คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นเสกขธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓
[๑๒๙๔] เสกขธรรม เป็นปัจจัยแก่เสกขธรรม โดยอัตถิปัจจัย
คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นเสกขธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓
[๑๒๙๕] เสกขธรรม เป็นปัจจัยแก่เนวเสกขานาเสกธรรม โดยอัตถิปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต
ที่เป็น สหชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเสกขธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป
ทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย
ที่เป็น ปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเสกขธรรม เป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิด
ก่อน โดยอัตถิปัจจัย
[๑๒๙๖] เสกขธรรม เป็นปัจจัยแก่เสกขธรรม และเนวเสกขานาเสกขธรรม โดย
อัตถิปัจจัย
คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นเสกขธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย
โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ ฯลฯ
[๑๒๙๗] อเสกขธรรม เป็นปัจจัยแก่อเสกขธรรม โดยอัตถิปัจจัย มี ๓ นัย
เหมือนกับเสกขธรรม
[๑๒๙๘] เนวเสกขานาเสกขธรรม เป็นปัจจัยแก่เนวเสกขานาเสกขธรรม โดย
อัตถิปัจจัย
มี ๕ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ปัจฉาชาต อาหาร อินทริย
ที่เป็น สหชาต ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่เป็นเนวเสกขานาเสกธรรมเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓
และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ ฯลฯ
ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่หทัยวัตถุ โดยอัตถิปัจจัย หทัยวัตถุ เป็น
ปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย ฯลฯ มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ พาหิรรูป ฯลฯ ส่วนพวกอสัญญ
สัตว์ทั้งหลาย ฯลฯ
ที่เป็น ปุเรชาต ได้แก่ บุคคลพิจารณาเห็นจักขุ โดยความเป็นของไม่เที่ยง โดย
ความเป็นทุกข์ โดยความเป็นอนัตตา ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภจักขุนั้น ราคะ
เกิดขึ้น โทมนัส ฯลฯ
โสตะ ฯลฯ บุคคลพิจารณาเห็นหทัยวัตถุ โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ
บุคคลเห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ
รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ โผฏฐัพพายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ
จักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ กายายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ หทัยวัตถุ เป็น
ปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเนวเสกขานาเสกขธรรมโดยอัตถิปัจจัย
ที่เป็น ปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเนวเสกขานาเสกขธรรม เป็นปัจจัยแก่
กายนี้ที่เกิดก่อน โดยอัตถิปัจจัย กวฬิงการาหาร เป็นปัจจัยแก่กายนี้ รูปชีวิตินทรีย์ เป็นปัจจัย
แก่กฏัตตารูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย
[๑๒๙๙] เนวเสกขานาเสกขธรรม เป็นปัจจัยแก่อเสกขธรรม โดยอัตถิปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ ปุเรชาต ได้แก่ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเสกขธรรม
โดยอัตถิปัจจัย
[๑๓๐๐] เนวเสกขานาเสกขธรรม เป็นปัจจัยแก่อเสกขธรรม โดยอัตถิปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ ปุเรชาต ได้แก่ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็น
อเสกขธรรม โดยอัตถิปัจจัย
[๑๓๐๑] เสกขธรรม และเนวเสกขานาเสกขธรรม เป็นปัจจัยแก่เสกขธรรม
โดยอัตถิปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต
ที่เป็น สหชาต ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่เป็นเสกขธรรม และหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓
โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ ฯลฯ
[๑๓๐๒] เสกขธรรม และเนวเสกขานาเสกขธรรม เป็นปัจจัยแก่เนวเสกขานา
เสกขธรรม โดยอัตถิปัจจัย
มี ๔ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต อาหาร อินทริย
ที่เป็น สหชาต ได้แก่ ขันธ์ที่เป็นเสกขธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่
จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย
ที่เป็น ปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเสกขธรรม และกวฬิงการาหาร เป็น
ปัจจัยแก่กายนี้ โดยอัตถิปัจจัย
ที่เป็น ปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเสกขธรรม และรูปชีวิตินทรีย์ เป็น
ปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย
[๑๓๐๓] อเสกขธรรม และเนวเสกขานาเสกขธรรม เป็นปัจจัยแก่อเสกขธรรม
โดยอัตถิปัจจัย พึงกระทำหัวข้อปัจจัย ๒ เหมือนกับเสกขธรรม