[๑๑๔๔] เนวาจยคามินาปจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่อปจยคามิธรรม โดย
วิปปยุตตปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ ปุเรชาต ได้แก่หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอปจยคามิ
ธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย
[๑๑๔๔] เนวาจยคามินาปจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่อปจยคามิธรรม โดย
วิปปยุตตปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ ปุเรชาต ได้แก่หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอปจยคามิ
ธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย
[๑๑๔๕] อาจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่อาจยคามิธรรม โดยอัตถิปัจจัย
คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอาจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓
[๑๑๔๖] อาจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่เนวาจยคามินาปจยคามิธรรม โดยอัตถิ
ปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต
ที่เป็น สหชาต ได้แก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอาจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป
ทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย
ที่เป็น ปัจฉาชาต ได้แก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอาจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่
เกิดก่อน โดยอัตถิปัจจัย
[๑๑๔๗] อาจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่อาจยคามิธรรม และเนวาจยคามินาปจย
คามิธรรม โดยอัตถิปัจจัย
คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอาจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย
โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ ฯลฯ
อปจยคามิธรรม ฯลฯ มี ๓ นัย พึงกระทำโดยนัยแห่งอาจยคามิธรรม
[๑๑๔๘] เนวาจยคามินาปจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่เนวาจยคามินาปจยคามิ
ธรรม โดยอัตถิปัจจัย
มี ๕ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ปัจฉาชาต อาหาร อินทริยะ
ที่เป็น สหชาต ได้แก่ขันธ์ ๑ ที่เป็นเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์
๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ ฯลฯ
ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่หทัยวัตถุ โดยอัตถิปัจจัย หทัยวัตถุ เป็น
ปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ พาหิรรูป ฯลฯ อาหารสมุฏฐานรูป
ฯลฯ อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ ส่วนพวกอสัญญสัตว์ทั้งหลาย ฯลฯ
ที่เป็น ปุเรชาต ได้แก่พระอรหันต์พิจารณาเห็นจักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ โดยความเป็น
ของไม่เที่ยง โดยความเป็นทุกข์ โดยความเป็นอนัตตา
เห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฯลน ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ
รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ โผฏฐัพายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ
จักขาจตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ กายายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ หทัยวัตถุ เป็น
ปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม โดยอัตถิปัจจัย
ที่เป็น ปัจฉาชาต ได้แก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม เป็นปัจจัย
แก่กายนี้ที่เกิดก่อน โดยอัตถิปัจจัย กวฬิงการาหาร เป็นปัจจัยแก่กายนี้ รูปชีวิตินทรีย์ เป็น
ปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลาย
[๑๑๔๙] เนวาจยคามินาปจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่อาจยคามิธรรม โดยอัตถิ
ปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ ปุเรชาต ได้แก่ พระเสกขบุคคล หรือปุถุชนพิจารณาเห็นจักขุ
โดยความเป็นของไม่เที่ยง โดยความเป็นทุกข์ โดยความเป็นอนัตตา ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง
เพราะปรารภจักขุนั้น ราคะ ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น
โสตะ ฯลฯ บุคคลพิจารณาเห็นหทัยวัตถุ โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ ย่อมยินดี
ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภโสตะเป็นต้นนั้น ราคะ ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น
บุคคลเห็นรูปด้วยวทิพพจักขุ ฯลฯ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ
หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอาจยคามิธรรรม โดยอัตถิปัจจัย
[๑๑๕๐] เนวาจยคามินาปจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่อปจยคามิธรรม โดยอัตถิ
ปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ ปุเรชาต ได้แห่ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็น
อปจยคามิธรรม โดยอัตถิปัจจัย
[๑๑๕๑] อาจยคามิธรรม และเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่อาจย
คามิธรรม โดยอัตถิปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต
ที่เป็น สหชาต ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอาจยคามิธรรม และหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่
ขันธ์ ๓ โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ ฯลฯ
[๑๑๕๒] อาจยคามิธรรม และเนวาจยคมินาปจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่
เนวาจยคามินาปจยคามิธรรม โดยอัตถิปัจจัย
มี ๔ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต อาหาร อินทริยะ
ที่เป็น สหชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอาจยคามิธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย
เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย
ที่เป็น ปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอาจยคามิธรรมและกวฬิงการาหาร เป็น
ปัจจัยแก่กายนี้ โดยอัตถิปัจจัย
ที่เป็น ปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอาจยคามิธรรม และรูปชีวิตินทรีย์ เป็น
ปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย
[๑๑๕๓] อปจยคามิธรรม และเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่
อปจยคามิธรรม โดยอัตถิปัจจัย พึงกระทำเป็นหัวข้อปัจจัย ๒ ตามนัยที่ได้แสดงมาแล้ว
เป็นปัจจัยโดย นัตถิปัจจัย เป็นปัจจัยโดย วิคตปัจจัย เป็นปัจจัยโดย อวิคตปัจจัย