พุทธธรรมสงฆ์


พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 40)

[๕๕๒] อกุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่อัพยากตธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ
ที่เป็น อนันตรูปนิสสยะ ได้แก่อกุศลเป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะ โดยอุปนิสสยปัจจัย
ที่เป็น ปกตูปนิสสยะ ได้แก่บุคคลอาศัยราคะแล้ว ทำตนให้เดือดร้อน ทำตนให้
เร่าร้อน ย่อมเสวยทุกข์ มีการแสวงหาเป็นมูล
บุคคลอาศัยโทสะ โมหะ มานะ ทิฏฐิ ความปรารถนาแล้ว ทำตนให้เดือดร้อน
ทำตนให้เร่าร้อน ย่อมเสวยทุกข์ มีการแสวงหาเป็นมูล
ราคะ โทสะ โมหะ มานะ ทิฏฐิ ความปรารถนา เป็นปัจจัยแก่สุขทางกาย ทุกข์
ทางกาย และผลสมาบัติ โดยอุปนิสสยปัจจัย
อกุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่วิบาก โดยอุปนิสสยปัจจัย

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 40)

[๕๕๓] อัพยากตธรรม เป็นปัจจัยแก่อัพยากตธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย
มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ
ที่เป็น อารัมมณูปนิสสยะ ได้แก่พระอรหันต์กระทำผลให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น
แล้วพิจารณา กระทำนิพพานให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น แล้วพิจารณา
นิพพานเป็นปัจจัยแก่ผล โดยอุปนิสสยปัจจัย
ที่เป็น อนันตรูปนิสสยะ ได้แก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัพยากตวิบาก และอัพยากตกิริยา
ที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นอัพยากตวิบาก และอัพยากตกิริยาที่เกิดหลังๆ
โดยอุปนิสสยปัจจัย
ภวังคจิต เป็นปัจจัยแก่อาวัชชนะ
กิริยา เป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะ
อนุโลมญาณของพระอรหันต์ เป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติ
เนวสัญญานาสัญญายตนกิริยาของพระอริยบุคคลผู้ออกจากนิโรธ เป็นปัจจัยแก่ผล
สมาบัติ โดยอุปนิสสยปัจจัย
ที่เป็น ปกตูปนิสสยะ ได้แก่สุขทางกาย เป็นปัจจัยแก่สุขทางกาย ทุกข์ทางกาย และ
ผลสมาบัติ โดยอุปนิสสยปัจจัย
ทุกข์ทางกายเป็นปัจจัยแก่สุขทางกาย ทุกข์ทางกาย และผลสมาบัติ โดยอุปนิสสย
ปัจจัย
อุตุเป็นปัจจัยแก่สุขทางกาย ทุกข์ทางกาย และผลสมาบัติ โดยอุปนิสสยปัจจัย
โภชนะ เป็นปัจจัยแก่สุขทางกาย ทุกข์ทางกาย และผลสมาบัติ โดยอุปนิสสยปัจจัย
เสนาสนะ เป็นปัจจัยแก่สุขทางกาย ทุกข์ทางกาย และผลสมาบัติ โดยอุปนิสสย
ปัจจัย
สุขทางกาย ทุกข์ทางกาย อุตุ โภชนะ เสนาสนะ เป็นปัจจัยแก่สุขทางกาย ทุกข์
ทางกาย และผลสมาบัติ โดยอุปนิสสยปัจจัย
ผลสมาบัติ เป็นปัจจัยแก่สุขทางกาย โดยอุปนิสสยปัจจัย
พระอรหันต์อาศัยสุขทางกาย ยังกิริยาสมาบัติที่ยังไม่เกิดให้ เกิดขึ้น เข้าถึงกิริยาสมาบัติ
ที่ เกิดขึ้น แล้ว พิจารณาสังขารโดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา
พระอรหันต์อาศัยทุกข์ทางกาย อุตุ โภชนะ เสนาสนะ ยังกิริยาสมาบัติที่ยังไม่เกิด
ให้เกิดขึ้น เข้ากิริยาสมาบัติที่เกิดขึ้น แล้วพิจารณาสังขารโดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์
เป็นอนัตตา

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 40)

[๕๕๔] อัพยากตธรรม เป็นปัจจัยแก่กุศลธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย
มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ
ที่เป็น อารัมมณูปนิสสยะ ได้แก่พระเสขะทั้งหลาย กระทำผลให้เป็นอารมณ์อย่าง
หนักแน่น แล้วพิจารณา กระทำนิพพานให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น แล้วพิจารณา นิพพาน
เป็นปัจจัยแก่โคตรภู โวทาน และมรรค โดยอุปนิสสยปัจจัย
ที่เป็น อนันตรูปนิสสยะ ได้แก่อาวัชชนะ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นกุศล
โดยอุปนิสสยปัจจัย
ที่เป็น ปกตูปนิสสยะ โดยแก่บุคคลอาศัยสุขทางกาย แล้วให้ทาน สมาทานศีล
กระทำอุโบสถกรรม ยังฌานให้เกิดขึ้น ยังวิปัสสนาให้เกิดขึ้น ยังมรรคให้เกิดขึ้น ยังอภิญญา
ให้เกิดขึ้น ยังสมาบัติให้เกิดขึ้น
บุคคลอาศัยทุกข์ทางกาย อุตุ โภชนะ เสนาสนะ แล้วให้ทาน สมาทานศีล กระทำ
อุโบสถกรรม ยังฌานให้เกิดขึ้น ยังวิปัสสนาให้เกิดขึ้น ยังมรรคให้เกิดขึ้น ยังอภิญญาให้
เกิดขึ้น ยังสมาบัติให้เกิดขึ้น
สุขทางกาย ทุกข์ทางกาย อุตุ โภชนะ เสนาสนะ เป็นปัจจัยแก่ศรัทธา ศีล สุตะ
จาคะ ปัญญา โดยอุปนิสสยปัจจัย

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 40)

[๕๕๕] อัพยากตธรรม เป็นปัจจัยแก่อกุศลธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย
มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ
ที่เป็น อารัมมณูปนิสสยะ ได้แก่บุคคลกระทำจักษุให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น
แล้วยินดีเพลิดเพลิน เพราะกระทำจักษุนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น มีราคะ ทิฏฐิ เกิดขึ้น
บุคคลกระทำโสตะ ฆานะ ชิวหา กาย รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ หทยวัตถุ
และขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นอัพยากตวิบาก และอัพยากตกิริยา ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น แล้ว
ยินดีเพลิดเพลิน เพราะกระทำโสตะเป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น มี ราคะ ทิฏฐิ
เกิดขึ้น
ที่เป็น อนันตรูปนิสสยะ ได้แก่อาวัชชนะ เป็นปัจจัยแก่อกุศลขันธ์ทั้งหลาย โดย
อุปนิสสยปัจจัย
ที่เป็น ปกตูปนิสสยะ ได้แก่บุคคลอาศัยสุขทางกาย แล้วฆ่าสัตว์ ถือเอาสิ่งของที่เขา
ไม่ได้ให้ พูดเท็จ พูดส่อเสียด พูดคำหยาบ พูดเพ้อเจ้อ ตัดที่ต่อ ปล้นไม่ให้เหลือ ปล้น
ในเรือนหลังหนึ่ง คอยดักในทางเปลี่ยว คบหาทาระของชายอื่น ฆ่าชาวบ้าน ฆ่าชาวนิคม
ฆ่ามารดา ฆ่าบิดา ฆ่าพระอรหันต์ ยังโลหิตพระตถาคตให้ห้อด้วยจิตประทุษร้าย ทำสงฆ์ให้
แตกกัน
บุคคลอาศัยทุกข์ทางกาย อุตุ โภชนะ เสนาสนะ แล้วฆ่าสัตว์ ฯลฯ ทำสงฆ์ให้
แตกกัน
สุขทางกาย ทุกข์ทางกาย อุตุ โภชนะ เสนาสนะ เป็นปัจจัยแก่ราคะ โทสะ โมหะ
มานะ ทิฏฐิ ความปรารถนา โดยอุปนิสสยปัจจัย

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 40)

[๕๕๖] อัพยากตธรรม เป็นปัจจัยแก่อัพยากตธรรม โดยปุเรชาตปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาต วัตถุปุเรชาต
ที่เป็น อารัมมณปุเรชาต ได้แก่พระอรหันต์พิจารณาเห็นจักษุ โดยความเป็นของ
ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา
พระอรหันต์พิจารณาโสตะ ฆานะ ชิวหา กาย รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ
และหทยวัตถุ โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา
พระอรหันต์เห็นรูปด้วยทิพจักษุ ฟังเสียงด้วยทิพโสตธาตุ
รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ โดยปุเรชาตปัจจัย
สัททายตนะ เป็นปัจจัยแก่โสตวิญญาณ คันธายตนะ เป็นปัจจัยแก่ฆานวิญญาณ
รสายตนะ เป็นปัจจัยแก่ชิวหาวิญญาณ โผฏฐัพพายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ โดยปุเรชาต
ปัจจัย
ที่เป็น วัตถุปุเรชาต ได้แก่จักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ โดยปุเรชาตปัจจัย
โสตายตนะ เป็นปัจจัยแก่โสตวิญญาณ ฆานายตนะ เป็นปัจจัยแก่ฆานวิญญาณ
ชิวหายตนะ เป็นปัจจัยแก่ชิวหาวิญญาณ กายายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ โดยปุเรชาต
ปัจจัย
หทยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นอัพยากตวิบาก และอัพยากตกิริยา
โดยปุเรชาตปัจจัย

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 40)

[๕๕๗] อัพยากตธรรม เป็นปัจจัยแก่กุศลธรรม โดยปุเรชาตปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาต วัตถุปุเรชาต
ที่เป็น อารัมมณปุเรชาต ได้แก่พระเสขะหรือปุถุชน พิจารณาเห็นจักษุ โดยความ
เป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา
พระเสขะหรือปุถุชนพิจารณาเห็นโสตะ ฆานะ ชิวหา กาย รูป เสียง กลิ่น รส
โผฏฐัพพะ และหทยวัตถุ โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา
พระเสขะหรือปุถุชนพิจารณาเห็นรูปด้วยทิพจักษุ ฟังเสียงด้วยทิพโสตธาตุ
ที่เป็น วัตถุปุเรชาต ได้แก่หทยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่กุศลขันธ์ทั้งหลาย โดยปุเรชาต
ปัจจัย

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 40)

[๕๕๘] อัพยากตธรรม เป็นปัจจัยแก่อกุศลธรรม โดยปุเรชาตปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาต วัตถุปุเรชาต
ที่เป็น อารัมมณปุเรชาต ได้แก่บุคคลยินดีเพลิดเพลินจักษุ เพราะปรารภจักษุนั้น
มี ราคะ ทิฏฐิ วิจิกิจฉา อุทธัจจะ โทมนัส เกิดขึ้น
บุคคลยินดีเพลิดเพลินโสตะ ฆานะ ชิวหา กาย รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ
และหทยวัตถุ เพราะปรารภโสตะเป็นต้นนั้น มี ราคะ ทิฏฐิ วิจิกิจฉา อุทธัจจะ โทมนัส
เกิดขึ้น
ที่เป็น วัตถุปุเรชาต ได้แก่หทยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่กุศลขันธ์ทั้งหลาย โดยปุเรชาต
ปัจจัย

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 40)

[๕๕๙] กุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่อัพยากตธรรม โดยปัจฉาชาตปัจจัย
คือ กุศลขันธ์ที่เกิดภายหลัง เป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อน โดยปัจฉาชาตปัจจัย

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 40)

[๕๖๐] อกุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่อัพยากตธรรม โดยปัจฉาชาตปัจจัย
คือ อกุศลขันธ์ที่เกิดภายหลัง เป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อน โดยปัจฉาชาตปัจจัย

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 40)

[๕๖๑] อัพยากตธรรม เป็นปัจจัยแก่อัพยากตธรรม โดยปัจฉาชาตปัจจัย
คือ ขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นอัพยากตวิบาก และอัพยากตกิริยาที่เกิดภายหลัง เป็นปัจจัย
แก่กายนี้ที่เกิดก่อน โดยปัจฉาชาตปัจจัย