พุทธธรรมสงฆ์


พระวินัยปิฎก เล่ม ๖ จุลวรรคภาค ๑ (เล่ม 6)

[๕๖๐] ภิกษุ ๒ รูป ต้องลหุกาบัติล้วน พวกเธอมีความเห็นในลหุกาบัติ ล้วนว่า เป็น
อาบัติสังฆาทิเสส รูปหนึ่งปิดบังไว้ รูปหนึ่งไม่ได้ปิดบังไว้ รูปใด ปิดบังไว้ พึงให้รูปนั้นแสดง
อาบัติทุกกฏ พึงปรับทั้งสองรูปตามธรรม ฯ

พระวินัยปิฎก เล่ม ๖ จุลวรรคภาค ๑ (เล่ม 6)

[๕๖๑] ภิกษุ ๒ รูป ต้องลหุกาบัติล้วน พวกเธอมีความเห็นในลหุกาบัติ ล้วนว่า เป็น
ลหุกาบัติล้วน รูปหนึ่งปิดบังไว้ รูปหนึ่งไม่ได้ปิดบังไว้ รูปใดปิดบัง ไว้ พึงให้รูปนั้นแสดงอาบัติ
ทุกกฏ พึงปรับทั้งสองรูปตามธรรม ฯ

พระวินัยปิฎก เล่ม ๖ จุลวรรคภาค ๑ (เล่ม 6)

[๕๖๒] ภิกษุ ๒ รูป ต้องอาบัติสังฆาทิเสส พวกเธอมีความเห็นใน อาบัติสังฆาทิเสสว่า
เป็นอาบัติสังฆาทิเสส รูปหนึ่งคิดว่า จักบอก รูปหนึ่งคิดว่า จักไม่บอก เธอปิดบังไว้ถึงยามหนึ่ง
บ้าง ปิดบังไว้ถึงสองยามบ้าง ปิดบังไว้ถึง สามยามบ้าง เมื่ออรุณขึ้นแล้วเป็นอันปิดบังอาบัติ รูปใด
ปิดบังไว้ พึงให้รูปนั้น แสดงอาบัติทุกกฏ และให้ปริวาสในกองอาบัติตามที่ปิดบังไว้แก่รูปที่ปิดบัง
นั้น แล้วให้มานัตแก่ภิกษุทั้งสองรูป ฯ

พระวินัยปิฎก เล่ม ๖ จุลวรรคภาค ๑ (เล่ม 6)

[๕๖๓] ภิกษุ ๒ รูป ต้องอาบัติสังฆาทิเสส พวกเธอมีความเห็นในอาบัติสังฆาทิเสสว่า
เป็นอาบัติสังฆาทิเสส จึงไปด้วยคิดว่าจักบอก รูปหนึ่งเกิดความ ลบหลู่ขึ้นในระหว่างทางว่า จักไม่
บอก เธอปิดบังไว้ถึงยามหนึ่งบ้าง ปิดบังไว้ถึง สองยามบ้าง ปิดบังไว้ถึงสามยามบ้าง เมื่ออรุณขึ้น
แล้ว เป็นอันปิดบังอาบัติ รูปใดปิดบังไว้ พึงให้รูปนั้นแสดงอาบัติทุกกฏ และให้ปริวาสในกอง
อาบัติตามที่ ปิดบังไว้แก่รูปที่ปิดบังนั้น แล้วให้มานัตแก่ภิกษุทั้งสองรูป ฯ

พระวินัยปิฎก เล่ม ๖ จุลวรรคภาค ๑ (เล่ม 6)

[๕๖๔] ภิกษุ ๒ รูป ต้องอาบัติสังฆาทิเสส พวกเธอมีความเห็นในอาบัติสังฆาทิเสสว่า
เป็นอาบัติสังฆาทิเสส แล้วเกิดวิกลจริต ภายหลังหายวิกลจริต แล้ว รูปหนึ่งปิดบังไว้ รูปหนึ่ง
ไม่ได้ปิดบังไว้ รูปใดปิดบังไว้ พึงให้รูปนั้นแสดง อาบัติทุกกฏ และพึงให้ปริวาสในกองอาบัติตาม
ที่ปิดบังไว้แก่รูปที่ปิดบังนั้น แล้ว ให้มานัตแก่ภิกษุทั้งสองรูป ฯ

พระวินัยปิฎก เล่ม ๖ จุลวรรคภาค ๑ (เล่ม 6)

[๕๖๕] ภิกษุ ๒ รูป ต้องอาบัติสังฆาทิเสส พวกเธอเมื่อปาติโมกข์กำลัง แสดงอยู่ กล่าว
อย่างนี้ว่า พวกข้าพเจ้าทราบเดี๋ยวนี้เองแลว่า ได้ยินว่า ธรรมแม้นี้ มาในสูตร นับเนื่องในสูตร
มาสู่อุเทสทุกกึ่งเดือน พวกเธอมีความเห็นในอาบัติ สังฆาทิเสสว่า เป็นอาบัติสังฆาทิเสส รูปหนึ่ง
ปิดบังไว้ รูปหนึ่งไม่ได้ปิดบังไว้ รูปใดปิดบังไว้ พึงให้รูปนั้นแสดงอาบัติทุกกฏ และพึงให้
ปริวาสในกองอาบัติตาม ที่ปิดบังไว้แก่รูปที่ปิดบังนั้น แล้วให้มานัตแก่ภิกษุทั้งสองรูป ฯ
__________________
ภิกษุไม่หมดจดจากอาบัติเดิม ๙ หมวด
หมวดที่ ๑

พระวินัยปิฎก เล่ม ๖ จุลวรรคภาค ๑ (เล่ม 6)

[๕๖๖] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ต้องอาบัติสังฆาทิเสส หลายตัว มี
ประมาณบ้าง ไม่มีประมาณบ้าง มีชื่ออย่างเดียวกันบ้าง มีชื่อต่างกัน บ้าง เป็นสภาคกันบ้าง ไม่เป็น
สภาคกันบ้าง กำหนดได้บ้าง เจือกันบ้าง เธอ ขอสโมธานปริวาสเพื่ออาบัติเหล่านั้นกะสงฆ์ สงฆ์
ให้สโมธานปริวาสเพื่ออาบัติ เหล่านั้นแก่เธอ เธอกำลังอยู่ปริวาส ต้องอาบัติสังฆาทิเสสหลายตัว
ในระหว่าง มีประมาณ ไม่ได้ปิดบังไว้ จึงขอการชักเข้าหาอาบัติเดิมเพื่ออาบัติในระหว่างกะ สงฆ์
สงฆ์ชักเธอเข้าหาอาบัติเดิม เพื่ออาบัติในระหว่าง ด้วยกรรมอันเป็นธรรม ไม่กำเริบ ควรแก่ฐานะ
ให้สโมธานปริวาสโดยธรรม ให้มานัตโดยไม่เป็นธรรม อัพภานโดยไม่เป็นธรรม ดูกรภิกษุทั้งหลาย
ภิกษุนั้นยังไม่หมดจดจากอาบัติ เหล่านั้น ฯ
หมวดที่ ๒

พระวินัยปิฎก เล่ม ๖ จุลวรรคภาค ๑ (เล่ม 6)

[๕๖๗] ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ต้องอาบัติ สังฆาทิเสสหลายตัว
มีประมาณบ้าง ไม่มีประมาณบ้าง มีชื่ออย่างเดียวกันบ้าง มีชื่อต่างกันบ้าง เป็นสภาคกันบ้าง
ไม่เป็นสภาคกันบ้าง กำหนดได้บ้าง เจือกัน บ้าง เธอขอสโมธานปริวาส เพื่ออาบัติเหล่านั้น
กะสงฆ์ สงฆ์ให้สโมธานปริวาส เพื่ออาบัติเหล่านั้นแก่เธอ เธอกำลังอยู่ปริวาสต้องอาบัติสังฆาทิเสส
หลายตัวใน ระหว่าง มีประมาณ ปิดบังไว้ จึงขอการชักเข้าหาอาบัติเดิม เพื่ออาบัติในระหว่าง กะสงฆ์
สงฆ์ชักเธอเข้าหาอาบัติเดิมเพื่ออาบัติในระหว่าง ด้วยกรรมอันเป็นธรรม ไม่กำเริบ ควรแก่ฐานะ
ให้สโมธานปริวาสโดยธรรม ให้มานัตโดยไม่เป็นธรรม อัพภานโดยไม่เป็นธรรม ดูกรภิกษุทั้งหลาย
ภิกษุนั้นยังไม่หมดจดจากอาบัติ เหล่านั้น ฯ
หมวดที่ ๓

พระวินัยปิฎก เล่ม ๖ จุลวรรคภาค ๑ (เล่ม 6)

[๕๖๘] ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ต้องอาบัติ สังฆาทิเสสหลายตัว
มีประมาณบ้าง ไม่มีประมาณบ้าง มีชื่ออย่างเดียวกันบ้าง มีชื่อต่างกันบ้าง เป็นสภาคกันบ้าง
ไม่เป็นสภาคกันบ้าง กำหนดได้บ้าง เจือกัน บ้าง เธอขอสโมธานปริวาส เพื่ออาบัติเหล่านั้น
กะสงฆ์ สงฆ์ให้สโมธานปริวาส เพื่ออาบัติเหล่านั้นแก่เธอ เธอกำลังอยู่ปริวาสต้องอาบัติสังฆาทิเสส
หลายตัวใน ระหว่าง มีประมาณ ปิดบังไว้บ้าง ไม่ได้ปิดบังไว้บ้าง จึงขอการชักเข้าหาอาบัติเดิม
เพื่ออาบัติในระหว่างกะสงฆ์ สงฆ์ชักเธอเข้าหาอาบัติเดิม เพื่ออาบัติในระหว่าง ด้วยกรรมอันเป็น
ธรรม ไม่กำเริบ ควรแก่ฐานะ ให้สโมธานปริวาสโดยธรรม ให้มานัตโดยไม่เป็นธรรม อัพภานโดย
ไม่เป็นธรรม ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุนั้น ยังไม่หมดจดจากอาบัติเหล่านั้น ฯ
หมวดที่ ๔

พระวินัยปิฎก เล่ม ๖ จุลวรรคภาค ๑ (เล่ม 6)

[๕๖๙] ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ต้องอาบัติ สังฆาทิเสสหลายตัว
มีประมาณบ้าง ไม่มีประมาณบ้าง มีชื่ออย่างเดียวกันบ้าง มีชื่อต่างกันบ้าง เป็นสภาคกันบ้าง
ไม่เป็นสภาคกันบ้าง กำหนดได้บ้าง เจือกัน บ้าง เธอขอสโมธานปริวาส เพื่ออาบัติเหล่านั้นกะสงฆ์
สงฆ์ให้สโมธานปริวาส เพื่ออาบัติเหล่านั้นแก่เธอ เธอกำลังอยู่ปริวาสต้องอาบัติสังฆาทิเสส
หลายตัวใน ระหว่าง ไม่มีประมาณ ไม่ได้ปิดบังไว้ จึงขอการชักเข้าหาอาบัติเดิม เพื่ออาบัติใน
ระหว่างกะสงฆ์ สงฆ์ชักเธอเข้าหาอาบัติเดิม เพื่ออาบัติในระหว่าง ด้วยกรรม อันเป็นธรรมไม่กำเริบ
ควรแก่ฐานะ ให้สโมธานปริวาสโดยธรรม ให้มานัต โดยไม่เป็นธรรม อัพภานโดยไม่เป็นธรรม
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุนั้นยังไม่หมด จดจากอาบัติเหล่านั้น ฯ
หมวดที่ ๕