พุทธธรรมสงฆ์


พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 40)

[๔๙๒] อกุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่อัพยากตธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ พระอรหันต์พิจารณากิเลสที่ละได้แล้ว รู้กิเลสที่เคย เกิดขึ้น มาแล้ว แต่ก่อนๆ
พิจารณาเห็นแจ้งอกุศลธรรม โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา รู้จิตของบุคคล
ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอกุศลจิต ด้วยเจโตปริยญาณ
พระเสขะหรือปุถุชนก็ตาม พิจารณาเห็นแจ้งอกุศล โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็น
ทุกข์ เป็นอนัตตา เมื่ออกุศลดับไปแล้ว ตทารัมมณจิตอันเป็นวิบาก เกิดขึ้น
บุคคลยินดีเพลิดเพลินซึ่งอกุศล เพราะปรารภอกุศลนั้น มี ราคะ ทิฏฐิ วิจิกิจฉา
อุทธัจจะ และโทมนัส เกิดขึ้น เมื่ออกุศลดับไปแล้ว ตทารัมมณจิตอันเป็นวิบาก เกิดขึ้น
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่เจโตปริยญาณ ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ
ยถากัมมุปคญาณ อนาคตังสญาณ และอาวัชชนะ โดยอารัมมณปัจจัย

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 40)

[๔๙๓] อัพยากตธรรม เป็นปัจจัยแก่อัพยากตธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ พระอรหันต์พิจารณาผลจิต พิจารณาพระนิพพาน
พระนิพพาน เป็นปัจจัยแก่ผลจิต และอาวัชชนจิต โดยอารัมมณปัจจัย
พระอรหันต์พิจารณาเห็นแจ้งซึ่งจักขุ โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา
พิจารณาเห็นแจ้งซึ่งโสตะ ฆานะ ชิวหา กาย รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ หทยวัตถุ
และขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัพยากตวิบาก และอัพยากตกิริยา โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์
เป็นอนัตตา
พระอรหันต์เห็นซึ่งรูปด้วยทิพจักษุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ รู้จิตของท่าน ผู้มี
ความพร้อมเพรียงด้วยจิต ที่เป็นอัพยากตวิบาก และอัพยากตกิริยา ด้วยเจโตปริยญาณ
อากาสานัญจายตนกิริยา เป็นปัจจัยแก่วิญญาณัญจายตนกิริยา โดยอารัมมณปัจจัย
อากิญจัญญายตนกิริยา เป็นปัจจัยแก่เนวสัญญานาสัญญายตนกิริยา โดยอารัมมณปัจจัย
รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ โดยอารัมมณปัจจัย
สัททายตนะ เป็นปัจจัยแก่โสตวิญญาณ คันธายตนะ เป็นปัจจัยแก่ฆานวิญญาณ
รสายตนะ เป็นปัจจัยแก่ชิวหาวิญญาณ โผฏฐัพพายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ โดยอารัมมณ
ปัจจัย
ขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นอัพยากตะ เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ เจโตปริยญาณ ปุพเพนิ
วาสานุสสติญาณ อนาคตังสญาณ และอาวัชชนะ โดยอารัมมณปัจจัย

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 40)

[๔๙๔] อัพยากตธรรม เป็นปัจจัยแก่อกุศลธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ พระเสขะทั้งหลายพิจารณาผลจิต พิจารณานิพพาน
นิพพานเป็นปัจจัยแก่โคตรภู โวทาน และมรรค โดยอารัมมณปัจจัย
พระเสขะหรือปุถุชนก็ตาม พิจารณาเห็นแจ้งซึ่งจักขุ โดยความเป็นของไม่เที่ยง
เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา พิจารณาเห็นแจ้งซึ่งโสตะ ฆานะ ชิวหา กาย รูป เสียง กลิ่น รส
โผฏฐัพพะ ทหยวัตถุ และขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นอัพยากตวิบาก และอัพยากตกิริยา โดยความ
เป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา
พระอรหันต์เห็นรูปด้วยทิพพจักษุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ รู้จิตของท่าน ผู้มี
ความพร้อมเพรียงด้วยจิต ที่เป็นอัพยากตวิบาก และอัพยากตกิริยา ด้วยเจโตปริยญาณ
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัพยากตะ เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ เจโตปริยญาณ ปุพเพนิ
วาสานุสสติญาณ และอนาคตังสญาณ โดยอารัมมณปัจจัย

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 40)

[๔๙๕] อัพยากตธรรม เป็นปัจจัยแก่อกุศลธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ บุคคลย่อมยินดีเพลิดเพลินซึ่งจักษุ เพราะปรารภจักษุนั้น มีราคะ ทิฏฐิ วิจิกิจฉา
อุทธัจจะ โทมนัส เกิดขึ้น
บุคคลยินดีเพลิดเพลินซึ่งโสตะ ฆานะ ชิวหา กาย รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ
หทยวัตถุ และขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัพยากตวิบากและอัพยากตกิริยา เพราะปรารภสิ่งเหล่านั้น
มีราคะ ทิฏฐิ วิจิกิจฉา อุทธัจจะ โทมนัส เกิดขึ้น

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 40)

[๔๙๖] กุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่อกุศลธรรม โดยอธิปติปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ
ที่เป็น อารัมมณาธิปติ ได้แก่บุคคลให้ทาน สมาทานศีล กระทำอุโบสถกรรม
แล้วกระทำกุศลนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น แล้วพิจารณา
บุคคลกระทำกุศลทั้งหลายที่สั่งสมไว้แล้วแต่ก่อนๆ ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น
แล้วพิจารณา
บุคคลออกจากฌานแล้ว กระทำฌานให้เป็นอารมณ์ อย่างหนักแน่น แล้วพิจารณา
พระเสขะทั้งหลาย กระทำโคตรภูให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น แล้วพิจารณา กระทำ
โวทานให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น แล้วพิจารณา
พระเสขะทั้งหลาย ออกจากมรรคแล้ว กระทำมรรคให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น
แล้วพิจารณา
ที่เป็น สหชาตาธิปติ ได้แก่กุศลที่เป็นอธิบดีเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย
โดยอธิปติปัจจัย

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 40)

[๔๙๗] กุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่กุศลธรรม โดยอธิปติปัจจัย
มีอย่างเดียวคือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่บุคคลให้ทาน สมาทานศีล กระทำอุโบสถ
กรรมแล้วกระทำกุศลนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น แล้วยินดีเพลิดเพลิน เพราะกระทำกุศล
นั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น มีราคะ ทิฏฐิ เกิดขึ้น
บุคคลกระทำกุศลทั้งหลาย ที่สั่งสมไว้แล้วแต่ก่อนๆ ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น
แล้วยินดีเพลิดเพลิน เพราะกระทำกุศลนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น มี ราคะ ทิฏฐิ เกิดขึ้น
บุคคลออกจากฌาน แล้วกระทำฌานให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น แล้วยินดีเพลิด
เพลิน เพราะกระทำฌานนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น มีราคะ ทิฏฐิ เกิดขึ้น

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 40)

[๔๙๘] กุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่อัพยากตธรรม
มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ
ที่เป็น อารัมมณาธิปติ ได้แก่พระอรหันต์ออกจากมรรคแล้วกระทำมรรคให้เป็น
อารมณ์อย่างหนักแน่น แล้วพิจารณา
ที่เป็น สหชาตาธิปติ ได้แก่กุศลที่เป็นอธิบดีเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป โดย
อธิปติปัจจัย
กุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่กุศลธรรมและอัพยากตธรรม โดยอธิปติปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติ ได้แก่กุศลที่เป็นอธิบดี เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์
และจิตตสมุฏฐานรูป โดยอธิปติปัจจัย

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 40)

[๔๙๙] อกุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่อกุศลธรรม โดยอธิปติปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ
ที่เป็น อารัมมณาธิปติ ได้แก่บุคคลกระทำราคะ ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น
แล้วยินดีเพลิดเพลิน เพราะกระทำราคะนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น มี ราคะ ทิฏฐิ เกิดขึ้น
กระทำทิฏฐิให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น แล้วยินดีเพลิดเพลิน เพราะกระทำทิฏฐินั้นให้เป็น
อารมณ์อย่างหนักแน่น มี ราคะ ทิฏฐิ เกิดขึ้น
ที่เป็น สหชาตาธิปติ ได้แก่อกุศลที่เป็นอธิบดี เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย
โดยอธิปติปัจจัย

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 40)

[๕๐๐] อกุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่อัพยากตธรรม โดยอธิปติปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติ ได้แก่กุศลธรรมที่เป็นอธิบดี เป็นปัจจัยแก่จิตต
สมุฏฐานรูป โดยอธิปติปัจจัย

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 40)

[๕๐๑] อกุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่อกุศลธรรม และอัพยากตธรรม โดย
อธิปติปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ สหชาตตาธิปติ ได้แก่อกุศลที่เป็นอธิบดี เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตต
ขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูป โดยอธิปติปัจจัย