[๕๕๐] ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ควรมานัต ...
[๕๕๐] ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ควรมานัต ...
[๕๕๑] ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ กำลังประพฤติ มานัต ...
[๕๕๒] ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ควรอัพภาน ต้องอาบัติ
สังฆาทิเสสหลายตัวในระหว่าง ไม่ได้ปิดบังไว้แล้วสึก ...
ภิกษุผู้ควรมานัต ภิกษุผู้ประพฤติมานัต และภิกษุควรอัพภาน พึงให้ พิสดารเหมือนภิกษุ
อยู่ปริวาส ฉะนั้น ฯ
ควรอัพภานสึกบวชเป็นสามเณร
[๕๕๓] ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ควรอัพภาน ต้องอาบัติสังฆาทิเสส
หลายตัวในระหว่าง ไม่ปิดบังไว้แล้วสึกบวชเป็นสามเณร ...
ควรอัพภานเกิดวิกลจริต
ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ควรอัพภาน ต้องอาบัติ สังฆาทิเสสหลายตัว
ในระหว่าง ไม่ได้ปิดบังไว้ เกิดวิกลจริต ...
ควรอัพภานมีจิตฟุ้งซ่าน
ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ควรอัพภาน ต้องอาบัติสังฆาทิเสสหลายตัว
ในระหว่าง ไม่ได้ปิดบังไว้ มีจิตฟุ้งซ่าน ...
ควรอัพภานกระสับกระส่ายเพราะเวทนา
ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ควรอัพภาน ต้องอาบัติสังฆาทิเสสหลายตัว
ในระหว่าง ไม่ปิดบังไว้ กระสับกระส่ายเพราะเวทนา ...
... อาบัติของภิกษุนั้นปิดบังไว้บ้าง ไม่ได้ปิดบังไว้บ้าง ... อาบัติบางอย่าง รู้ บางอย่างไม่รู้ ...
อาบัติบางอย่างระลึกได้ บางอย่างระลึกไม่ได้ ... ไม่สงสัย ในอาบัติบางอย่าง สงสัยในอาบัติบางอย่าง
ปิดบังอาบัติที่ไม่สงสัย ไม่ปิดบัง อาบัติที่สงสัย เธอกระสับกระส่ายเพราะเวทนา ครั้นหายแล้ว
อาบัติเหล่าใด เธอไม่สงสัยได้ปิดบังไว้เมื่อก่อน ไม่สงสัยไม่ปิดบังอาบัติเหล่านั้นในภายหลัง อาบัติ
เหล่าใดสงสัยไม่ได้ปิดบังไว้เมื่อก่อน ไม่สงสัยไม่ปิดบังอาบัติเหล่านั้นใน ภายหลัง ... อาบัติเหล่าใด
ไม่สงสัยได้ปิดบังไว้เมื่อก่อน ไม่สงสัยไม่ปิดบังอาบัติ เหล่านั้นในภายหลัง อาบัติเหล่าใดสงสัย
ไม่ได้ปิดบังไว้เมื่อก่อน ไม่สงสัยปิดบัง อาบัติเหล่านั้นในภายหลัง ... อาบัติเหล่าใดไม่สงสัยได้
ปิดบังไว้เมื่อก่อน ไม่ สงสัยปิดบังอาบัติเหล่านั้นในภายหลัง อาบัติเหล่าใดสงสัยไม่ได้ปิดบังไว้
เมื่อก่อน ไม่สงสัยไม่ปิดบังอาบัติเหล่านั้นในภายหลัง ... อาบัติเหล่าใดไม่สงสัยได้ปิดบัง ไว้เมื่อ
ก่อน ไม่สงสัยปิดบังอาบัติเหล่านั้นในภายหลัง อาบัติเหล่าใดสงสัยไม่ได้ ปิดบังไว้เมื่อก่อน
ไม่สงสัยปิดบังอาบัติเหล่านั้นในภายหลัง พึงชักภิกษุนั้นเข้าหา อาบัติเดิม และพึงให้ปริวาสประมวล
อาบัติตัวก่อนเข้าด้วยกัน เพื่ออาบัติตามที่ ปิดบังไว้แก่ภิกษุนั้น ฯ
[๕๕๔] ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ต้องอาบัติ สังฆาทิเสสหลายตัว
มีประมาณ ไม่ได้ปิดบังไว้แล้วสึก ... ไม่มีประมาณ ไม่ได้ ปิดบังไว้แล้วสึก ... อาบัติมีชื่ออย่าง
เดียวกัน ไม่ได้ปิดบังไว้แล้วสึก ... อาบัติมีชื่อ ต่างๆ กัน ไม่ได้ปิดบังไว้แล้วสึก ... อาบัติเป็น
สภาคกัน ไม่ได้ปิดบังไว้แล้ว สึก ... อาบัติไม่เป็นสภาคกัน ไม่ได้ปิดบังไว้แล้วสึก ... อาบัติกำหนด
ได้ ไม่ ได้ปิดบังไว้แล้วสึก ... อาบัติเจือกัน ไม่ได้ปิดบังไว้แล้วสึก ... ฯ
ให้มานัตแก่ภิกษุ ๒ รูป
[๕๕๕] ภิกษุ ๒ รูปต้องอาบัติสังฆาทิเสส พวกเธอมีความเห็นว่าเป็นอาบัติสังฆาทิเสส
รูปหนึ่งปิดบังไว้ รูปหนึ่งไม่ปิดบังไว้ รูปใดปิดบังไว้ พึงให้ รูปนั้นแสดงอาบัติทุกกฏ และให้
ปริวาสในกองอาบัติตามที่ปิดบังไว้แก่รูปที่ปิดบัง นั้น แล้วให้มานัตแก่ภิกษุทั้ง ๒ รูป ฯ
[๕๕๖] ภิกษุ ๒ รูป ต้องอาบัติสังฆาทิเสส พวกเธอสงสัยในอาบัติ สังฆาทิเสส รูปหนึ่ง
ปิดบังไว้ รูปหนึ่งไม่ได้ปิดบังไว้ รูปใดปิดบังไว้ พึงให้รูป นั้นแสดงอาบัติทุกกฏ และพึงให้ปริวาส
ในกองอาบัติตามที่ปิดบังไว้แก่รูปที่ปิดบัง นั้น แล้วให้มานัตแก่ภิกษุทั้งสองรูป ฯ
[๕๕๗] ภิกษุ ๒ รูป ต้องอาบัติสังฆาทิเสส พวกเธอมีความเห็นใน อาบัติสังฆาทิเสสว่า
เป็นอาบัติเจือกัน รูปหนึ่งปิดบังไว้ รูปหนึ่งไม่ได้ปิดบังไว้ รูปใดปิดบังไว้ พึงให้รูปนั้นแสดง
อาบัติทุกกฏ และพึงให้ปริวาสในกองอาบัติตาม ที่ปิดบังไว้แก่รูปที่ปิดบังนั้น แล้วให้มานัตแก่ภิกษุ
ทั้งสองรูป ฯ
[๕๕๘] ภิกษุ ๒ รูป ต้องอาบัติเจือกัน พวกเธอมีความเห็นในอาบัติเจือกันว่าเป็นอาบัติ
สังฆาทิเสส รูปหนึ่งปิดบังไว้ รูปหนึ่งไม่ได้ปิดบังไว้ รูปใด ปิดบังไว้ พึงให้รูปนั้นแสดงอาบัติ
ทุกกฏ และพึงให้ปริวาสในกองอาบัติตามที่ ปิดบังไว้แก่รูปที่ปิดบังนั้น แล้วให้มานัตแก่ภิกษุทั้ง ๒ รูป ฯ
[๕๕๙] ภิกษุ ๒ รูป ต้องอาบัติเจือกัน พวกเธอมีความเห็นในอาบัติเจือ กันว่า เป็นอาบัติ
เจือกัน รูปหนึ่งปิดบังไว้ รูปหนึ่งไม่ได้ปิดบังไว้ รูปใดปิดบังไว้ พึงให้รูปนั้นแสดงอาบัติทุกกฏ
และพึงให้ปริวาสในกองอาบัติ ตามที่ปิดบังไว้แก่ รูปที่ปิดบังนั้น แล้วให้มานัตแก่ภิกษุทั้งสองรูป ฯ