พุทธธรรมสงฆ์


พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๕๙๙] จักขายตนะของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป โสตายตนะของสัตว์นั้น ไม่เคย
ดับไปแล้วหรือ?
เคยดับไปแล้ว.
หรือว่า โสตายตนะของสัตว์ใด ไม่เคยดับไป จักขายตนะของสัตว์ นั้นย่อมไม่
ดับไป.
ไม่มี.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๖๐๐] จักขายตนะของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป ฆานายตนะ ฯลฯ รูปายตนะ
มนายตนะ ธัมมายตนะของสัตว์นั้น ไม่เคยดับไปแล้วหรือ?
เคยดับไปแล้ว.
หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใดไม่เคยดับไปแล้ว จักขายตนะของสัตว์นั้นย่อมไม่
ดับไป.
ไม่มี.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๖๐๑] ฆานายตนะ ฯลฯ รูปายตนะ มนายตนะ ของสัตว์ใดย่อมไม่ดับไป
ธัมมายตนะของสัตว์นั้น ไม่เคยดับไปแล้วหรือ?
เคยดับไปแล้ว.
หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใด ไม่เคยดับไปแล้ว มนายตนะของสัตว์นั้น ย่อมไม่
ดับไป.
ไม่มี.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๖๐๒] จักขายตนะในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๖๐๓] จักขายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป โสตายตนะของสัตว์นั้น
ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วหรือ?
จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ ซึ่งไม่มีจักขุ
ที่กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ ย่อมไม่ดับไป แต่โสตายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับไป
แล้วก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็น
อสัญญสัตว์ ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ ย่อมไม่ดับไป และโสตายตนะก็ไม่เคยดับไปแล้ว.
หรือว่า โสตายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว จักขายตนะของ
สัตว์นั้นในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไป
โสตายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส ไม่เคย
ดับไปแล้ว แต่จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ โสตายตนะของสัตว์
เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ ไม่เคย
ดับไปแล้ว และจักขายตนะก็ย่อมไม่ดับไป.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๖๐๔] จักขายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป ฆานายตนะของสัตว์นั้น
ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วหรือ?
จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ ซึ่งไม่มีจักขุ ที่
กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ ย่อมไม่ดับไป แต่ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ไม่เคยดับไป
แล้วก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงรูปาวจรภูมิ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์
ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ ย่อมไม่ดับไป และฆานายตนะก็ไม่เคยดับไปแล้ว.
หรือว่า ฆานายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว จักขายตนะของสัตว์
นั้นในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไป.
ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติจากรูปาวจรภูมิ ไม่เคยดับไปแล้ว
แต่จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้น
ในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงรูปาวจรภูมิ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ ไม่เคยดับไปแล้ว
และจักขายตนะก็ย่อมไม่ดับไป.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๖๐๕] จักขายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป รูปายตนะของสัตว์นั้น
ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วหรือ?
จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ ซึ่งไม่มีจักขุ
ที่กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ ย่อมไม่ดับไป แต่รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้น
ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้น
สุทธาวาส ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ ย่อมไม่ดับไป และรูปายตนะก็ไม่เคยดับไปแล้ว.
หรือว่า รูปายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว จักขายตนะของสัตว์นั้น
ย่อมไม่ดับไป.
รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส ไม่เคย
ดับไปแล้ว แต่จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ รูปายตนะของ
สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ ไม่เคยดับไปแล้ว
และจักขายตนะก็ย่อมไม่ดับไป.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๖๐๖] จักขายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป มนายตนะของสัตว์นั้น
ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วหรือ?
จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ ซึ่งไม่มีจักขุ
ที่กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ ย่อมไม่ดับไป แต่มนายตนะของสัตว์เหล่านั้น
ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้น
สุทธาวาส ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ย่อมไม่ดับไป และมนายตนะก็ไม่เคยดับไปแล้ว.
หรือว่า มนายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว จักขายตนะของ
สัตว์นั้นในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไป
มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส ไม่เคย
ดับไปแล้ว แต่จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ มนายตนะของ
สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ ไม่เคยดับแล้ว และ
จักขายตนะก็ย่อมไม่ดับไป.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๖๐๗] จักขายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป ธัมมายตนะของสัตว์นั้น
ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วหรือ?
จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีจักขุ
ที่กำลังจุติอยู่ ย่อมไม่ดับไป แต่ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่
จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส ย่อมไม่ดับไป และ
ธัมมายตนะก็ไม่เคยดับไปแล้ว.
หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว จักขายตนะของ
สัตว์นั้นในภูมินั้นย่อมไม่ดับไป.
ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส ไม่เคย
ดับไปแล้ว แต่จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ ธัมมายตนะของ
สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส ไม่เคยดับไปแล้ว และจักขายตนะก็ย่อม
ไม่ดับไป.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๖๐๘] ฆานายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป รูปายตนะของสัตว์นั้น
ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วหรือ?
ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ ซึ่งไม่มีฆานะ
ที่กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ ซึ่งเป็นรูปาวจรสัตว์ ย่อมไม่ดับไป แต่รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้น
ในภูมินั้นไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาส
ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ ย่อมไม่ดับไป และรูปายตนะก็ไม่เคยดับไปแล้ว.
หรือว่า รูปายตนะของสัตว์ใดในภูมิใดไม่เคยดับไปแล้ว ฆานายตนะของสัตว์นั้น
ในภูมินั้นย่อมไม่ดับไป.
ถูกแล้ว.