[๑๘๖๗] ส. การตรัสรู้ธรรมมีแก่สัตว์ผู้อยู่ในครรภ์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. การตรัสรู้ธรรม มีแก่บุคคลผู้หลับแล้ว ผู้ประมาทแล้ว ผู้มีสติหลง
ผู้ไม่มีสัมปชัญญะ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ธัมมาภิสมยกถา จบ.
--------------
กถาทั้ง ๓
[๑๘๖๗] ส. การตรัสรู้ธรรมมีแก่สัตว์ผู้อยู่ในครรภ์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. การตรัสรู้ธรรม มีแก่บุคคลผู้หลับแล้ว ผู้ประมาทแล้ว ผู้มีสติหลง
ผู้ไม่มีสัมปชัญญะ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ธัมมาภิสมยกถา จบ.
--------------
กถาทั้ง ๓
[๑๘๖๘] สกวาที การบรรลุอรหัตผลมีแก่สัตว์ผู้อยู่ในครรภ์ หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. การบรรลุอรหัตผล มีแก่บุคคลผู้หลับแล้ว ผู้ประมาทแล้ว ผู้มีสติหลง
ผู้ไม่มีสัมปชัญญะ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. การตรัสรู้ธรรมมีแก่บุคคลผู้ฝัน หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. การตรัสรู้ธรรมมีแก่บุคคลผู้หลับแล้ว ผู้ประมาทแล้ว ผู้มีสติหลง ผู้ไม่
มีสัมปชัญญะ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. การบรรลุอรหัตผลมีแก่บุคคลผู้ฝัน หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. การบรรลุอรหัตผล มีแก่บุคคลผู้หลับแล้ว ผู้ประมาทแล้ว ผู้มีสติหลง
ผู้ไม่มีสัมปชัญญะ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
กถาทั้ง ๓ จบ
---------
อัพยากตกถา
[๑๘๖๙] สกวาที จิตของบุคคลผู้ฝันทุกอย่างเป็นอัพยากฤต หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. บุคคลพึงฝันฆ่าสัตว์ได้ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า บุคคลพึงฝันฆ่าสัตว์ได้ก็ต้องไม่กล่าวว่าจิตของบุคคลผู้ฝันทุกอย่าง
เป็นอัพยากฤต
[๑๘๗๐] ส. บุคคลพึงฝันลักทรัพย์ ฯลฯ พึงฝันพูดเท็จ พึงฝันพูดส่อเสียด พึงฝัน
พูดคำหยาบ พึงฝันพูดเพ้อเจ้อ พึงฝันตัดที่ต่อ พึงฝันปล้นใหญ่ พึงฝัน
ปล้นเฉพาะเรือนหลังหนึ่ง พึงฝันดักที่ทางเปลี่ยว พึงฝันผิดเมียท่าน
พึงฝันทำการฆ่าชาวบ้าน พึงฝันทำการฆ่าชาวนิคม พึงฝันเสพเมถุนธรรม
อสุจิของบุคคลผู้ฝันพึงเคลื่อนได้ บุคคลพึงฝันให้ทาน พึงฝันให้จีวร
พึงฝันให้บิณฑบาต พึงฝันให้เสนานะ พึงฝันให้คิลานปัจจยเภสัชบริขาร
พึงฝันให้ของเคี้ยว พึงฝันให้ของกิน พึงฝันให้น้ำดื่ม พึงฝันไหว้พระเจดีย์
พึงฝันยกขึ้นซึ่งมาลา พึงฝันยกขึ้นซึ่งของหอม พึงฝันยกขึ้นซึ่งเครื่อง
ลูบไล้ ที่พระเจดีย์ ฯลฯ พึงฝันทำประทักษิณพระเจดีย์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า บุคคลพึงฝันทำประทักษิณพระเจดีย์ ก็ต้องไม่กล่าวว่าจิตของ
บุคคลผู้ฝันทุกอย่าง เป็นอัพยากฤต
[๑๘๗๑] ป. ไม่พึงกล่าวว่า จิตของบุคคลผู้ฝันทุกอย่างเป็นอัพยากฤต หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. พระผู้มีพระภาคตรัสจิตของบุคคลผู้ฝันว่า เป็นอัพโพหาริก มิใช่หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. หากว่า พระผู้มีพระภาคตรัสจิตของบุคคลผู้ฝันว่า เป็นอัพโพหาริก ด้วย
เหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า จิตของบุคคลผู้ฝันทุกอย่าง เป็นอัพยากฤต
อัพยากตกถา จบ
-------------
อาเสวนปัจจยตากถา
[๑๘๗๒] สกวาที ความเป็นอาเสวนปัจจัยอะไรๆ ไม่มีหรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ปาณาติบาต อันบุคคล
ซ่องเสพแล้ว อบรมแล้ว ทำให้มากแล้ว ย่อมเป็นไปพร้อมเพื่อ
นรก เป็นไปพร้อมเพื่อกำเนิดดิรัจฉาน เป็นไปพร้อมเพื่อวิสัยแห่ง
เปรต วิบากของปาณาติบาตอย่างเบาที่สุดก็เป็นไปพร้อมเพื่อความ
เป็นผู้มีอายุน้อยเมื่อเกิดเป็นมนุษย์ ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่
หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ถ้าอย่างนั้น ความเป็นอาเสวนปัจจัยบางอย่าง ก็มีอยู่น่ะสิ
[๑๘๗๓] ส. ความเป็นอาเสวนปัจจัยอะไรๆ ไม่มี หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย อทินนาทาน อันบุคคล
ซ่องเสพแล้ว อบรมแล้ว ทำให้มากแล้ว ย่อมเป็นไปพร้อมเพื่อนรก
เป็นไปพร้อมเพื่อกำเนิดดิรัจฉาน เป็นไปพร้อมเพื่อวิสัยแห่งเปรต
วิบากของอทินนาทานอย่างเบาที่สุดก็เป็นไปพร้อมเพื่อความฉิบหาย
แห่งโภคะเมื่อเกิดเป็นมนุษย์ ฯลฯ วิบากของกาเมสุมิจฉาจารอย่าง
เบาที่สุด ก็เป็นไปพร้อมเพื่อความเป็นผู้มีศัตรู มีเวรเมื่อเกิดเป็น
มนุษย์ ฯลฯ วิบากของมุสาวาทอย่างเบาที่สุด ก็เป็นไปพร้อมเพื่อ
ความกล่าวตู่ด้วยคำไม่เป็นจริงเมื่อเกิดเป็นมนุษย์ ฯลฯ วิบากแห่ง
วาจาส่อเสียดอย่างเบาที่สุด ก็เป็นไปพร้อมเพื่อความแตกจากมิตร
เมื่อเกิดเป็นมนุษย์ ฯลฯ วิบากแห่งวาจาหยาบอย่างเบาที่สุด ก็
เป็นไปพร้อมเพื่อเสียงอันไม่เป็นที่ชอบใจ เมื่อเกิดเป็นมนุษย์ ฯลฯ
วิบากแห่งการพูดเพ้อเจ้ออย่างเบาที่สุด ก็เป็นไปพร้อมเพื่อความ
เป็นผู้มีวาจาอันไม่น่าเชื่อถือเมื่อเกิดเป็นมนุษย์ ฯลฯ
การดื่มสุราเมรัย อันบุคคลเสพแล้ว ฯลฯ วิบากแห่งการดื่มสุรา
เมรัยอย่างเบาที่สุด ก็เป็นไปพร้อมเพื่อความเป็นคนบ้าเมื่อเกิดเป็น
มนุษย์ ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ถ้าอย่างนั้น ความเป็นอาเสวนปัจจัยบางอย่างก็มีอยู่น่ะสิ
[๑๘๗๔] ส. ความเป็นอาเสวนปัจจัยอะไรๆ ไม่มีหรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความเห็นผิดอันบุคคล
เสพแล้ว อบรมแล้ว ทำให้มากแล้ว ย่อมเป็นไปเพื่อนรกเป็นที่
ไปพร้อมเพื่อกำเนิดดิรัจฉาน เป็นไปพร้อมเพื่อวิสัยแห่งเปรต ดังนี้
เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ถ้าอย่างนั้น ความเป็นอาเสวนปัจจัยบางอย่าง ก็มีอยู่น่ะสิ
[๑๘๗๕] ส. ความเป็นอาเสวนปัจจัยอะไรๆ ไม่มีหรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความดำริผิด ฯลฯ
ความตั้งใจผิด อันบุคคลเสพแล้ว อบรมแล้ว ทำให้มากแล้ว ฯลฯ
เป็นไปพร้อมเพื่อวิสัยแห่งเปรต ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ถ้าอย่างนั้น ความเป็นอาเสวนปัจจัยบางอย่าง ก็มีอยู่น่ะสิ
[๑๘๗๖] ส. ความเป็นอาเสวนปัจจัยอะไรๆ ไม่มีหรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความเห็นชอบอัน
บุคคลเสพแล้ว อบรมแล้ว ทำให้มากแล้ว ย่อมหยั่งลงสู่อมตะ มี
อมตะเป็นที่ไปในเบื้องหน้า มีอมตะเป็นปริโยสาน ดังนี้ เป็นสูตร
มีอยู่จริง มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ถ้าเช่นนั้น ความเป็นอาเสวนปัจจัยบางอย่าง ก็มีอยู่น่ะสิ