[๑๘๑๗] ป. ญาณของปุถุชนมีอยู่ หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. ปุถุชน กำหนดรู้ทุกข์ ละสมุทัย กระทำให้แจ้งซึ่งนิโรธ ยังมรรคให้เกิด
ด้วยญาณนั้น หรือ?
ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ญาณกถา จบ
-----------
นิรยปาลกถา
[๑๘๑๗] ป. ญาณของปุถุชนมีอยู่ หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. ปุถุชน กำหนดรู้ทุกข์ ละสมุทัย กระทำให้แจ้งซึ่งนิโรธ ยังมรรคให้เกิด
ด้วยญาณนั้น หรือ?
ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ญาณกถา จบ
-----------
นิรยปาลกถา
[๑๘๑๘] สกวาที นายนิรยบาลไม่มีในนรกทั้งหลาย หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. การทำกรรมกรณ์ไม่มีในนรกทั้งหลาย หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. การทำกรรมกรณ์มีอยู่ในนรกทั้งหลาย หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. นายนิรยบาลมีอยู่ในนรกทั้งหลาย หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๘๑๙] ส. การทำกรรมกรณ์มีอยู่ในหมู่มนุษย์ และคนผู้ทำกรรมกรณ์ก็มีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. กรรมกรณ์มีอยู่ในนรกทั้งหลาย และคนผู้ทำกรรมกรณ์ก็มีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. กรรมกรณ์มีอยู่ในนรกทั้งหลาย แต่คนผู้ทำกรรมกรณ์ไม่มี หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. กรรมกรณ์มีอยู่ในหมู่มนุษย์ แต่คนผู้ทำกรรมกรณ์ไม่มี หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๘๒๐] ป. นายนิรยบาลมีอยู่ในนรกทั้งหลาย หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ท้าวเวสสภูก็มิได้ฆ่า ท้าวเปตติราชก็มิ
ได้ฆ่า ท้าวโสม ท้าวยม และท้าวเวสวัณ ก็มิได้ฆ่า กรรมของตน
ต่างหาก ฆ่าบุคคลผู้สิ้นบุญจากโลกนี้และเข้าถึงปรโลก ในนรกนั้นๆ
ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. ถ้าอย่างนั้น นายนิรยบาลก็ไม่มีในนรกทั้งหลาย น่ะสิ
[๑๘๒๑] ส. นายนิรยบาลไม่มีในนรกทั้งหลาย หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย พวกนายนิรยบาล
ย่อมยังสัตว์นรกนั้นให้รับกรรมกรณ์ อันชื่อว่าเครื่องจำ ๕ ประการ
คือ ตรึงตาปูเหล็กอันร้อนที่มือข้างหนึ่ง ตรึงตาปูเหล็กอันร้อนที่มือ
อีกข้างหนึ่ง ตรึงตาปูเหล็กอันร้อนที่เท้าข้างหนึ่ง ตรึงตาปูเหล็กอัน
ร้อนที่เท้าอีกข้างหนึ่ง ตรึงตาปูเหล็กอันร้อนที่กลางอก สัตว์นรกนั้น
เสวยทุกขเวทนา เผ็ดร้อนอยู่ในนรกนั้น และจะยังไม่ตายตลอด
เวลาที่บาปกรรมนั้นยังไม่สิ้นสุด ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ
ป. ถูกแล้ว
ส. ถ้าอย่างนั้น นายนิรยบาลก็มีอยู่ในนรกทั้งหลาย น่ะสิ
[๑๘๒๒] ส. นายนิรยบาลไม่มีในนรกทั้งหลาย หรือ
ป. ถูกแล้ว
ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย พวกนายนิรยบาล
ยังสัตว์นรกนั้นให้นอนแผ่ลงแล้ว พากันถากด้วยผึ่ง ฯลฯ พวก
นายนิรยบาลตั้งสัตว์นรกนั้น ให้มีเท้าไปในเบื้องบน มีศีรษะใน
เบื้องต่ำ แล้วถากด้วยพร้า ฯลฯ พวกนายนิรยบาลเทียมสัตว์นรกนั้น
เข้าในรถ แล้วให้แล่นกลับไปกลับมาเหนือแผ่นดินอันไฟติดทั่วแล้ว
มีเปลวเป็นอันเดียวกัน มีแสงโชติช่วง ฯลฯ พวกนายนิรยบาล ยัง
สัตว์นรกนั้นให้ขึ้นไต่ลง ซึ่งภูเขาถ่านเพลิงใหญ่ อันไฟติดทั่วแล้ว
มีเปลวเป็นอันเดียวกัน มีแสงโชติช่วง ฯลฯ พวกนายนิรยบาลจับ
สัตว์นรกนั้น ให้มีเท้าในเบื้องบน ให้มีศีรษะในเบื้องต่ำ ใส่เข้า
ในหม้อทองแดงอันร้อน อันไฟติดทั่วแล้ว มีเปลวเป็นอันเดียวกัน
มีแสงโชติช่วง เขาหมกไหม้มีร่างกายเป็นฟองในหม้อทองแดงนั้น
และทั้งที่หมกไหม้มีร่างกายเป็นฟองอยู่ในหม้อทองแดงนั้น บางครั้ง
โผล่ขึ้นข้างบน บางครั้งจมลงข้างใต้ บางครั้งพุ่งขวางไป เขา
เสวยเวทนาอันเป็นทุกข์ ฯลฯ นายนิรยบาลทั้งหลาย ย่อมใส่เข้า
ซึ่งสัตว์นรกนั้นในมหานรก ก็มหานรกนั้นแล ๔ มุม ๔ ประตู จำแนก
กำหนดไว้เป็นส่วนๆ มีกำแพงเหล็กล้อมรอบ ครอบด้วยเหล็ก พื้น
แห่งมหานรกนั้นก็แล้วด้วยเหล็ก ประกอบด้วยความร้อนลุกเป็นเปลว
แผ่ไปร้อยโยชน์โดยรอบตั้งอยู่ ในกาลทุกเมื่อ ดังนี้ เป็นสูตรมี
อยู่จริง มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ถ้าอย่างนั้น นายนิรยบาล ก็มีอยู่ในนรกทั้งหลาย น่ะสิ
นิรยปาลกถา จบ
------------
ติรัจฉานกถา
[๑๘๒๓] สกวาที สัตว์ดิรัจฉานมีอยู่ในหมู่เทวดา หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. เทวดามีอยู่ในหมู่ดิรัจฉาน หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. สัตว์ดิรัจฉานมีอยู่ในหมู่เทวดา หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เทวโลกเป็นกำเนิดแห่งสัตว์ดิรัจฉาน หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. สัตว์ดิรัจฉานมีอยู่ในหมู่เทวดา หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. แมลง ตั๊กแตน ยุง แมลงวัน งู แมลงป่อง ตะเข็บ ไส้เดือน มี
อยู่ในหมู่เทวดา หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๘๒๔] ป. สัตว์ดิรัจฉานไม่มีในหมู่เทวดา หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. ช้างตัวประเสริฐ ชื่อ เอราวัณ ยานทิพย์อันเทียมด้วยม้าพันหนึ่ง มีอยู่
ในหมู่เทวดา มิใช่หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. หากว่า ช้างตัวประเสริฐ ชื่อเอราวัณ ยานทิพย์อันเทียมด้วยม้าพันหนึ่ง
มีอยู่ในหมู่เทวดานั้น ด้วยเหตุนั้นนะ ท่านจึงต้องกล่าวว่า สัตว์ดิรัจฉาน
มีอยู่ในหมู่เทวดา
[๑๘๒๕] ส. สัตว์ดิรัจฉานมีอยู่ในหมู่เทวดา หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พวกผูกช้าง พวกผูกม้า พวกตะพุ่นหญ้า พวกหัวหน้างาน พวกทำ
อาหารสัตว์ มีอยู่ในหมู่เทวดา หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ถ้าอย่างนั้น สัตว์ดิรัจฉานก็ไม่มีอยู่ในหมู่เทวดา น่ะสิ
ติรัจฉานกถา จบ
----------
มัคคกถา
[๑๘๒๖] สกวาที มรรคมีองค์ ๕ หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสมรรคมีองค์ ๘ คือ สัมมาทิฏฐิ ฯลฯ สัมมาสมาธิไว้
มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า พระผู้มีพระภาคได้ตรัสมรรคมีองค์ ๘ คือสัมมาทิฏฐิ ฯลฯ
สัมมาสมาธิไว้ ก็ต้องไม่กล่าวว่า มรรคมีองค์ ๕
ส. มรรคมีองค์ ๕ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า บรรดาทาง ทางมีองค์ ๘ ประเสริฐที่สุด
บรรดาสัจจะ สัจจะ ๔ ประเสริฐที่สุด บรรดาธรรม วิราคธรรม
ประเสริฐที่สุด บรรดาทวิบท พระตถาคตผู้มีจักษุ ประเสริฐที่สุด
ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ถ้าอย่างนั้น มรรคก็มีองค์ ๘ น่ะสิ