พุทธธรรมสงฆ์


พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๗๔๗] สกวาที สามัญญผล ๔ ทำให้แจ้งได้ด้วยอริยมรรคอันเดียว หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. เป็นความประชุมแห่งผัสสะ ๔ ฯลฯ แห่งปัญญา ๔ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. สามัญญผล ๔ ทำให้แจ้งได้ด้วยอริยมรรคอันเดียว หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ด้วยโสดาปัตติมรรค หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ด้วยสกทาคามิมรรค ฯลฯ ด้วยอนาคามิมรรค หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ด้วยมรรคไหน
ป. ด้วยอรหัตมรรค
ส. ละสักกายทิยฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาส ได้ด้วยอรหัตมรรค หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ละสักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาสได้ด้วยอรหัตมรรค หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระผู้มีพระภาคตรัสการละสัญโญชน์ ๓ ว่าโสดาปัตติผล มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า พระผู้มีพระภาคตรัสการละสัญโญชน์ ๓ ว่า โสดาปัตติผล ก็
ต้องไม่กล่าวว่า ละสักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาสได้ด้วย
อรหัตมรรค
ส. ละกามราคะอย่างหยาบ พยาบาทอย่างหยาบได้ด้วยอรหัตมรรค หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ละกามราคะอย่างหยาบ พยาบาทอย่างหยาบได้ด้วยอรหัตมรรค หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระผู้มีพระภาคตรัสความเบาบางแห่งกามราคะ และพยาบาทว่า สกทาคา
มิผล มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า พระผู้มีพระภาคตรัสความเบาบางแห่งกามราคะ และพยาบาทว่า
สกทาคามิผล ก็ต้องไม่กล่าวว่า ละกามราคะอย่างหยาบ พยาบาทอย่าง
หยาบได้ด้วยอรหัตมรรค
ส. ละกามราคะอย่างละเอียด พยาบาทอย่างละเอียดได้ด้วยอรหัตมรรค
หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ละกามราคะอย่างละเอียด พยาบาทอย่างละเอียดได้ด้วยอรหัตมรรค
หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระผู้มีพระภาคตรัสการละกามราคะและพยาบาท โดยไม่มีส่วนเหลือว่า
อนาคามิผล มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า พระผู้มีพระภาคตรัสการละกามราคะ พยาบาท โดยไม่มีส่วนเหลือ
ว่า อนาคามิผล ก็ต้องไม่กล่าวว่า ละกามราคะอย่างละเอียด พยาบาท
อย่างละเอียดได้ด้วยอรหัตมรรค

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๗๔๘] ป. ไม่พึงกล่าวว่า สามัญญผล ๔ ทำให้แจ้งได้ด้วยอริยมรรคอันเดียว หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. โสดาปัตติมรรค พระผู้มีพระภาคทรงให้เกิดแล้ว หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. พระผู้มีพระภาคเป็นพระโสดาบัน หรือ?
ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ป. สกทาคามิมรรค ฯลฯ อนาคามิมรรค พระผู้มีพระภาคทรงให้เกิดแล้ว
หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. พระผู้มีพระภาคเป็นพระอนาคามี หรือ?
ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๗๔๙] ส. พระผู้มีพระภาคทรงทำให้แจ้งซึ่งสามัญญผล ๔ ด้วยอริยมรรคอันเดียว แต่
พระสาวกทั้งหลายทำให้แจ้งสามัญญผล ๔ ด้วยอริยมรรค ๔ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระสาวกเห็นธรรมที่พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้ามิได้เห็น บรรลุธรรมที่พระ
ผู้มีพระภาคพุทธเจ้ามิได้บรรลุ ทำให้แจ้งธรรมที่พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า
มิได้ทำให้แจ้ง หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
เอกมัคคกถา จบ
-----------
ฌานสังกันติกถา

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๗๕๐] สกวาที โยคีบุคคลเลื่อนสู่ฌานหนึ่ง จากฌานหนึ่ง หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. เลื่อนสู่ตติยฌาน จากปฐมฌานได้ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. โยคีบุคคลเคลื่อนสู่ฌานหนึ่ง จากฌานหนึ่ง หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เลื่อนสู่จตุตถฌาน จากทุติยฌานได้ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๗๕๑] ส. เลื่อนสู่ทุติยฌาน จากปฐมฌาน หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจ อันใด เพื่อความเกิดขึ้นแห่งปฐมฌาน
ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจอันนั้น เพื่อความเกิดขึ้นแห่งทุติยฌาน หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. โยคีบุคคลเคลื่อนสู่ทุติยฌาน จากปฐมฌานแล แต่ไม่พึงกล่าวว่า
ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจอันใด เพื่อความเกิดขึ้นแห่งปฐมฌาน ความนึก
ฯลฯ ความตั้งใจอันนั้นแล เพื่อความเกิดขึ้นแห่งทุติยฌาน หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ทุติยฌาน เกิดขึ้นได้แก่โยคีบุคคลผู้ไม่นึกถึงอยู่ ฯลฯ เกิดขึ้นแก่โยคี
บุคคลผู้ไม่ตั้งใจอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ทุติยฌานย่อมเกิดขึ้นแก่โยคีบุคคลผู้นึก ฯลฯ ย่อมเกิดขึ้นแก่โยคีบุคคล
ผู้ตั้งใจ มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า ทุติยฌาน ย่อมเกิดขึ้นแก่โยคีบุคคลผู้นึกถึงอยู่ ฯลฯ ย่อมเกิดขึ้น
แก่โยคีบุคคลผู้ตั้งใจอยู่ ก็ต้องไม่กล่าวว่า โยคีบุคคลเลื่อนสู่ทุติยฌาน
จากปฐมฌาน
ส. โยคีบุคคลเลื่อนสู่ทุติยฌาน จากปฐมฌาน หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ปฐมฌานย่อมเกิดขึ้นแก่โยคีบุคคล ผู้กระทำไว้ในใจซึ่งกามทั้งหลายโดย
ความเป็นของมีโทษ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ทุติยฌาน ก็เกิดขึ้นแก่โยคีบุคคลผู้ทำไว้ในใจซึ่งกามทั้งหลายโดยความ
เป็นของมีโทษ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ปฐมฌาน มีวิตก มีวิจาร หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ทุติยฌานก็มีวิตก มีวิจาร หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. โยคีบุคคลเลื่อนสู่ทุติยฌาน จากปฐมฌาน หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ปฐมฌานอันนั้น ทุติยฌานก็อันนั้นแล หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๗๕๒] ส. โยคีบุคคลเลื่อนสู่ตติยฌาน จากทุติยฌาน หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจ อันใด เพื่อความเกิดขึ้นแห่งทุติยฌาน
ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจอันนั้นแล เพื่อความเกิดขึ้นแห่งตติยฌาน
หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. โยคีบุคคลเลื่อนสู่ตติยฌานจากทุติยฌานแล แต่ไม่พึงกล่าวว่า ความนึก
ฯลฯ ความตั้งใจอันใด เพื่อความเกิดขึ้นแห่งทุติยฌาน ความนึก ฯลฯ
ความตั้งใจอันนั้นแล เพื่อความเกิดขึ้นแห่งตติยฌาน หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ตติยฌาน ย่อมเกิดขึ้นแก่โยคีบุคคลผู้ไม่นึกถึงอยู่ ฯลฯ เกิดขึ้นแก่โยคี
บุคคลผู้ไม่ตั้งใจอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ตติยฌานย่อมเกิดขึ้นแก่โยคีบุคคลผู้นึกถึงอยู่ ฯลฯ ย่อมเกิดขึ้นแก่โยคี
บุคคลผู้ตั้งใจอยู่ มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า ตติยฌานย่อมเกิดขึ้นแก่โยคีบุคคลผู้นึกถึงอยู่ ฯลฯ ย่อมเกิดขึ้น
แก่โยคีบุคคลผู้ตั้งใจอยู่ ก็ต้องไม่กล่าวว่า โยคีบุคคลเลื่อนสู่ตติยฌาน
จากทุติฌาน
ส. โยคีบุคคลเลื่อนสู่ตติยฌานจากทุติยฌาน หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ทุติยฌาน ย่อมเกิดขึ้นแก่โยคีบุคคลผู้กระทำไว้ในใจซึ่งวิตกและวิจาร โดย
ความเป็นธรรมมีโทษ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ตติยฌาน ย่อมเกิดขึ้นแก่โยคีบุคคลผู้กระทำไว้ในใจซึ่งวิตกและวิจารโดย
ความเป็นธรรมมีโทษ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ทุติยฌาน ยังมีปีติ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ตติยฌาน ก็ยังมีปีติ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. โยคีบุคคลเลื่อนสู่ตติยฌานจากทุติยฌาน หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ทุติยฌานอันนั้น ตติยฌานก็อันนั้นแล หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๗๕๓] ส. โยคีบุคคลเลื่อนสู่จตุตถฌาน จากตติยฌาน หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจ อันใด เพื่อความเกิดขึ้นแห่งตติยฌาน
ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจอันนั้นแล เพื่อความเกิดขึ้นแห่งจตุตถฌาน
หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. โยคีบุคคลเลื่อนสู่จตุตถฌานจากตติยฌานแล แต่ไม่พึงกล่าวว่า
ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจอันใด เพื่อความเกิดขึ้นแห่งตติยฌาน ความ
นึก ฯลฯ ความตั้งใจอันนั้นแล เพื่อความเกิดขึ้นแห่งจตุตถฌาน หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. จตุตถฌาน ย่อมเกิดขึ้นแก่โยคีบุคคลผู้ไม่นึกถึงอยู่ ฯลฯ ย่อมเกิดขึ้น
แก่โยคีบุคคลผู้ไม่ตั้งใจอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. จตุตถฌาน ย่อมเกิดขึ้นแก่โยคีบุคคลผู้นึกถึงอยู่ ฯลฯ ย่อมเกิดขึ้นแก่
โยคีบุคคลผู้ตั้งใจอยู่ มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า จตุตถฌานย่อมเกิดขึ้นแก่โยคีบุคคลผู้นึกถึงอยู่ ฯลฯ ย่อมเกิด
ขึ้นแก่โยคีบุคคลผู้ตั้งใจอยู่ ก็ต้องไม่กล่าวว่า โยคีบุคคลเลื่อนสู่จตุตถ
ฌานจากตติยฌาน
ส. โยคีบุคคลเลื่อนสู่จตุตถฌานจากตติยฌาน หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ตติยฌาน ย่อมเกิดขึ้นแก่โยคีบุคคลผู้กระทำไว้ในใจ ซึ่งปีติโดยความ
เป็นธรรมมีโทษ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. จตุตถฌาน ก็เกิดขึ้นแก่โยคีบุคคลผู้กระทำไว้ในใจ ซึ่งปีติโดยความเป็น
ธรรมมีโทษ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ตติยฌาน สหรคตด้วยสุข หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. จตุตถฌาน ก็สหรคตด้วยสุข หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. โยคีบุคคลเลื่อนสู่จตุตถฌานจากตติยฌาน หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ตติยฌานอันนั้น จตุตถฌานก็อันนั้นแล หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๗๕๔] ป. ไม่พึงกล่าวว่า โยคีบุคคลเลื่อนสู่ฌานอันหนึ่งจากฌานอันหนึ่ง หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้
สงัดแล้วจากกามเทียว ฯลฯ เข้าถึงจตุตถฌานอยู่ ดังนี้ เป็นสูตรมี
อยู่จริง มิใช่หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. ถ้าอย่างนั้น โยคีบุคคลก็เลื่อนสู่ฌานหนึ่งจากฌานหนึ่ง น่ะสิ
ฌานสังกันติกถา จบ
------------
ฌานันตริกกถา

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๗๕๕] สกวาที ฌานคั่นมีอยู่ หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. ผัสสะคั่นมีอยู่ หรือ? ฯลฯ ปัญญาคั่นมีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ฌานคั่นมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ฌานคั่นมีอยู่ในระหว่างทุติยฌานและตติยฌาน หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ฌานคั่นมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ฌานคั่นมีอยู่ในระหว่างตติยฌานและจตุตถฌาน หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๗๕๖] ส. ฌานคั่นไม่มีในระหว่างทุติยฌานและตติยฌาน หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า ฌานคั่นไม่มีในระหว่างทุติยฌานและตติยฌาน ก็ต้องไม่กล่าวว่า
ฌานคั่นมีอยู่
ส. ฌานคั่นไม่มีในระหว่างตติฌานและจตุตถฌาน หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า ฌานคั่นไม่มีในระหว่างตติยฌาน และจตุตถฌาน ก็ต้องไม่กล่าวว่า
ฌานคั่นมีอยู่