[๑๖๙๗] ส. ยาพิษ ศาตรา ไฟ ไม่พึงเข้าไปในกายทองพระอรหันต์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. อรหันตฆาตไม่มี หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๖๙๗] ส. ยาพิษ ศาตรา ไฟ ไม่พึงเข้าไปในกายทองพระอรหันต์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. อรหันตฆาตไม่มี หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๖๙๘] ป. พระอรหันต์มีอกาลมรณะ หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราไม่กล่าวความที่
กรรมอันเป็นไปด้วยสัญเจตนา ที่บุคคลทำแล้ว สะสมแล้วจะสิ้นสุด
ไป เพราะมิได้เสวยผล แต่กรรมนั้นแล จะให้ผลในทิฏฐธรรม
เทียว หรือในภพถัดไป หรือในภพอื่นสืบๆ ไป ดังนี้ เป็นสูตรมี
อยู่จริง มิใช่หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. ถ้าอย่างนั้น พระอรหันต์ก็ไม่มีอกาลมรณะ น่ะสิ
นัตถิ อรหโต อกาลมัจจูติกถา จบ
------------------
สัพพมิทัง กัมมโตติกถา
[๑๖๙๙] สกวาที สิ่งทั้งปวงนี้เป็นเพราะกรรม หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. แม้กรรมก็เป็นเพราะกรรม หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. สิ่งทั้งปวงนี้เป็นเพราะกรรม หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. สิ่งทั้งปวงนี้เป็นเพราะเหตุที่ทำไว้ในกาลก่อน หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. สิ่งทั้งปวงนี้เป็นเพราะกรรม หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. สิ่งทั้งปวงนี้เป็นเพราะวิบากแห่งกรรม หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. สิ่งทั้งปวงนี้เป็นเพราะวิบากแห่งกรรม หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. บุคคลพึงฆ่าสัตว์ เพราะวิบากแห่งกรรม หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ปาณาติบาตมีผล หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. วิบากแห่งกรรมมีผล หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. วิบากแห่งกรรมไม่มีผล หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ปาณาติบาตไม่มีผล หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. บุคคลพึงลักทรัพย์ ฯลฯ พึงกล่าวเท็จ พึงกล่าวคำส่อเสียด พึงกล่าว
คำหยาบ พึงพูดเพ้อเจ้อ พึงตัดช่องย่องเบา พึงปล้นใหญ่ พึงปล้น
เฉพาะหลังคาเรือน พึงดักที่ทางเปลี่ยว พึงผิดเมียท่าน พึงฆ่าชาวบ้าน
พึงฆ่าชาวนิคม เพราะกรรมวิบาก หรือ?
พึงให้ทาน พึงให้จีวร พึงให้บิณฑบาต พึงให้เสนาสนะ พึงให้คิลานปัจจย
เภสัชชบริขาร เพราะกรรมวิบาก หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. คิลานปัจจยเภสัชชบริขารมีผล หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. กรรมวิบากมีผล หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. กรรมวิบากไม่มีผล หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. คิลานปัจจยเภสัชชบริขารไม่มีผล หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๗๐๐] ป. ไม่พึงกล่าวว่า สิ่งทั้งปวงนี้เป็นเพราะกรรม หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า โลกเป็นไปเพราะกรรม หมู่สัตว์เป็นไป
เพราะกรรม สัตว์ทั้งหลายมีกรรมเป็นเครื่องกระชับ เหมือนลิ่มสลัก
แห่งรถ ที่แล่นไปอยู่ ฉะนั้น บุคคลได้เกียรติ ความสรรเสริญ
เพราะกรรม และได้ความเสื่อม การถูกฆ่า การถูกจองจำ ก็เพราะ
กรรม บุคคลรู้ชัดซึ่งกรรมนั้นว่า เป็นเครื่องทำให้ต่างกัน ฉะนี้แล้ว
ไฉนจะพึงกล่าวว่า กรรมไม่มีในโลกเล่า ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง
มิใช่หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. ถ้าอย่างนั้น สิ่งทั้งปวงนี้ ก็เป็นเพราะกรรม น่ะสิ
สัพพมิทัง กัมมโตติกถา จบ
-------------
อินทริยพัทธกถา
[๑๗๐๑] ปรวาที สิ่งที่เนื่องด้วยอินทรีย์เท่านั้น เป็นทุกข์ หรือ?
สกวาที ถูกแล้ว
ส. สิ่งที่เนื่องด้วยอินทรีย์เท่านั้น ไม่เที่ยง เป็นสังขตะ อาศัยปัจจัยเกิดขึ้น
มีความสิ้นไปเป็นธรรมดา มีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา มีความคลายไป
เป็นธรรมดา มีความดับไปเป็นธรรมดา มีความแปรไปเป็นธรรมดา
หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. สิ่งที่ไม่เนื่องด้วยอินทรีย์ก็ไม่เที่ยง เป็นสังขตะ อาศัยปัจจัยเกิดขึ้น มี
ความสิ้นไปเป็นธรรมดา มีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา มีความคลายไป
เป็นธรรมดา มีความดับไปเป็นธรรมดา มีความแปรไปเป็นธรรมดา
มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า สิ่งที่ไม่เนื่องด้วยอินทรีย์ ก็ไม่เที่ยง เป็นสังขตะ อาศัยปัจจัย
เกิดขึ้น มีความสิ้นไปเป็นธรรมดา มีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา มี
ความคลายไปเป็นธรรมดา มีความดับไปเป็นธรรมดา มีความแปรไป
เป็นธรรมดา ก็ต้องไม่กล่าวว่า สิ่งที่เนื่องด้วยอินทรีย์เท่านั้นเป็นทุกข์
[๑๗๐๒] ส. สิ่งที่ไม่เนื่องด้วยอินทรีย์ ไม่เที่ยง เป็นสังขตะ อาศัยปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ
มีความแปรไปเป็นธรรมดา แต่มันไม่เป็นทุกข์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. สิ่งที่เนื่องด้วยอินทรีย์ ไม่เที่ยง เป็นสังขตะ ฯลฯ มีความแปรไปเป็น
ธรรมดา แต่มันไม่เป็นทุกข์ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. สิ่งที่เนื่องด้วยอินทรีย์ ไม่เที่ยง เป็นสังขตะ ฯลฯ มีความแปรไปเป็น
ธรรมดา และมันเป็นทุกข์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. สิ่งที่ไม่เนื่องด้วยอินทรีย์ ไม่เที่ยง เป็นสังขตะ ฯลฯ มีความแปรไป
เป็นธรรมดา และมันเป็นทุกข์ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๗๐๓] ส. สิ่งที่เนื่องด้วยอินทรีย์เท่านั้นเป็นทุกข์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. สิ่งใดไม่เที่ยง สิ่งนั้น พระผู้มีพระภาคตรัสว่า เป็นทุกข์ สิ่งที่ไม่เนื่อง
ด้วยอินทรีย์ก็ไม่เที่ยง หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า สิ่งใดไม่เที่ยง สิ่งนั้น พระผู้มีพระภาคตรัสว่าเป็นทุกข์ สิ่งที่ไม่
เนื่องด้วยอินทรีย์ ก็ไม่เที่ยง ก็ต้องไม่กล่าวว่า สิ่งที่เนื่องด้วยอินทรีย์เท่า
นั้น เป็นทุกข์
[๑๗๐๔] ป. ไม่พึงกล่าวว่า สิ่งที่เนื่องด้วยอินทรีย์เท่านั้น เป็นทุกข์ หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. บุคคลอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาค เพื่อกำหนดรู้ทุกข์ ที่
เนื่องด้วยอินทรีย์ ฉันใด ก็อยู่ประพฤติพรหมจรรย์ ในพระผู้มีพระภาค
เพื่อกำหนดรู้ทุกข์ที่ไม่เนื่องด้วยอินทรีย์ ฉันนั้น หรือ?
ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ป. ทุกข์เนื่องด้วยอินทรีย์ อันพระอริยะกำหนดรู้แล้ว ย่อมไม่เกิดขึ้นอีก
ฉันใด ทุกข์ที่ไม่เนื่องด้วยอินทรีย์ อันพระอริยะกำหนดรู้แล้ว ก็ไม่เกิดขึ้น
อีกฉันนั้น หรือ?
ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ป. ถ้าอย่างนั้น ก็สิ่งที่เนื่องด้วยอินทรีย์เท่านั้น เป็นทุกข์ น่ะสิ
อินทริยพัทธกถา จบ
--------------
ฐเปตวา อริยมัคคันติกถา
[๑๗๐๕] สกวาที เว้นอริยมรรค สังขารที่เหลือเป็นทุกข์ หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. แม้ทุกขสมุทัยก็เป็นทุกข์ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. แม้ทุกขสมุทัยก็เป็นทุกข์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. อริยสัจมี ๓ เท่านั้น หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. อริยสัจมี ๓ เท่านั้น หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสอริยสัจไว้ ๔ คือ ทุกข์ ทุกขสมุทัย ทุกขนิโรธ
ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา มิใช่หรือ
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า พระผู้มีพระภาคได้ตรัสอริยสัจไว้ ๔ คือ ทุกข์ ทุกขสมุทัย ทุกข
นิโรธ ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา ก็ต้องไม่กล่าวว่า อริยสัจมี ๓ เท่านั้น
[๑๗๐๖] ส. แม้ทุกขสมุทัยก็เป็นทุกข์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. โดยอรรถว่าอย่างไร
ป. โดยอรรถว่า ไม่เที่ยง
ส. อริยมรรคไม่เที่ยง หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. อริยมรรคเป็นทุกข์ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. อริยมรรคไม่เที่ยง แต่อริยมรรคนั้นไม่เป็นทุกข์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ทุกขสมุทัยไม่เที่ยง แต่ทุกขสมุทัยนั้นไม่เป็นทุกข์ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ทุกขสมุทัยไม่เที่ยง และทุกขสมุทัยนั้นเป็นทุกข์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. อริยมรรคไม่เที่ยง และอริยมรรคนั้นเป็นทุกข์ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ