[๑๖๓๗] ส. กรรมเกิดพร้อมกับจิต และเมื่อจิตดับ กรรมก็ทำลายไป หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ความสั่งสมแห่งกรรม เกิดพร้อมกับจิต และเมื่อจิตดับ การสั่งสมแห่ง
กรรม ก็ทำลายไป หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๖๓๗] ส. กรรมเกิดพร้อมกับจิต และเมื่อจิตดับ กรรมก็ทำลายไป หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ความสั่งสมแห่งกรรม เกิดพร้อมกับจิต และเมื่อจิตดับ การสั่งสมแห่ง
กรรม ก็ทำลายไป หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๖๓๘] ส. ความสั่งสมแห่งกรรมเกิดพร้อมกับจิต แต่เมื่อจิตดับ ความสั่งสมแห่ง
กรรมไม่ทำลายไป หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. กรรมเกิดพร้อมกับจิต แต่เมื่อจิตดับ กรรมไม่ทำลายไป หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. เมื่อกรรมมี ความสั่งสมแห่งกรรมก็มี หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. กรรมอันนั้น ความสั่งสมแห่งกรรมก็อันนั้นแหละ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. เมื่อกรรมมี การสั่งสมแห่งกรรมก็มี และวิบากก็เกิดจากความสั่งสมแห่ง
กรรม หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. กรรมอันนั้น ความสั่งสมแห่งกรรมก็อันนั้นแหละ วิบากแห่งกรรมก็อัน
นั้นแหละ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. เมื่อกรรมมี ความสั่งสมแห่งกรรมก็มี และวิบากก็เกิดจากความสั่งสม
แห่งกรรม ทั้งวิบากก็มีอารมณ์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ความสั่งสมแห่งกรรม มีอารมณ์ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ความสั่งสมแห่งกรรม ไม่มีอารมณ์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. วิบาก ไม่มีอารมณ์ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. กรรมเป็นอย่างหนึ่ง ความสั่งสมแห่งกรรมก็เป็นอย่างหนึ่ง หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรปุณณะ บุคคลบางคนในโลกนี้ สร้าง
สมกายสังขารที่มีความเบียดเบียนบ้าง ที่ไม่มีความเบียดเบียนบ้าง
สร้างสมวจีสังขาร ฯลฯ มโนสังขาร ที่มีความเบียดเบียนบ้าง ที่ไม่มี
ความเบียดเบียนบ้าง บุคคลนั้น ครั้นสร้างสมกายสังขารที่มีความ
เบียดเบียนบ้าง ที่ไม่มีความเบียดเบียนบ้าง สร้างสมวจีสังขาร ฯลฯ
มโนสังขารที่มีความเบียดเบียนบ้าง ที่ไม่มีความเบียดเบียนบ้างแล้ว
ย่อมเข้าถึงโลกที่มีความเบียดเบียนบ้าง ที่ไม่มีความเบียดเบียนบ้าง
ผัสสะทั้งหลาย ที่มีความเบียดเบียนบ้าง ที่ไม่มีความเบียดเบียนบ้าง
ย่อมถูกต้อง บุคคลผู้เข้าถึงโลกที่มีความเบียดเบียนบ้าง ที่ไม่มีความ
เบียดเบียนบ้าง บุคคลนั้นเป็นผู้อันผัสสะทั้งหลาย ที่มีความเบียดเบียน
บ้าง ที่ไม่มีความเบียดเบียนบ้าง ถูกต้องแล้ว ย่อมเสวยเวทนาที่มี
ความเบียดเบียนบ้าง ที่ไม่มีความเบียดเบียนบ้าง มีสุขและทุกข์
เกลือกกลั้วดังที่มนุษย์ เทวดาบางจำพวก และวินิปาติกะบางจำพวก
เป็นอยู่ ดูกรปุณณะ ความเข้าถึงแห่งสัตว์น้อยใหญ่เป็นอย่างนี้แล
เขาทำกรรมใด ย่อมเข้าถึงด้วยกรรมนั้น ผัสสะทั้งหลายย่อมถูกต้อง
บุคคลผู้เข้าถึงแล้วนี้ ดูกรปุณณะ เรากล่าวเรา สัตว์ทั้งหลายเป็นผู้
รับมรดกแห่งกรรม แม้ด้วยประการฉะนี้ ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่
หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า กรรมเป็นอย่างหนึ่ง ความสั่งสมแห่งกรรม
ก็เป็นอย่างหนึ่ง
กัมมูปจยกถา จบ
วรรคที่ ๑๕ จบ
ตติยปัณณาสก์ จบ
-----------
วรรคที่ ๑๖
นิคคหกถา
[๑๖๓๙] สกวาที บุคคลอื่น ข่มจิตของบุคคลอื่นได้ หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. บุคคลอื่นข่มได้ว่า จิตของบุคคลอื่นอย่ากำหนัด อย่างประดุษร้าย อย่า
หลง อย่าเศร้าหมอง ดังนี้ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. บุคคลอื่นข่มจิตของบุคคลอื่นได้ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. บุคคลอื่นข่มได้ว่า ผัสสะที่เกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลอื่น อย่าดับไปเลย
ดังนี้ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. บุคคลอื่นข่มได้ว่า เวทนาที่เกิดขึ้นแล้ว ฯลฯ สัญญาที่เกิดขึ้นแล้ว ฯลฯ
เจตนาที่เกิดขึ้นแล้ว จิตที่เกิดขึ้นแล้ว ศรัทธาที่เกิดแล้ว วิริยะที่เกิดขึ้น
แล้วสติที่เกิดขึ้นแล้ว สมาธิที่เกิดขึ้นแล้ว ฯลฯ ปัญญาที่เกิดขึ้นแล้วแก่
บุคคล อื่น อย่าดับไปเลย ดังนี้ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๖๔๐] ส. บุคคลอื่นข่มจิตของบุคคลอื่นได้ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. บุคคลอื่นละราคะ ละโทสะ ฯลฯ ละอโนตตัปปะ เพื่อประโยชน์แก่
บุคคลอื่นได้ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๖๔๑] ส. บุคคลอื่นข่มจิตของบุคคลอื่นได้ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. บุคคลอื่นเจริญมรรค เจริญสติปัฏฐาน ฯลฯ เจริญโพชฌงค์ เพื่อประโยชน์
แก่บุคคลอื่นได้ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๖๔๒] ส. บุคคลอื่นย่อมข่มจิตของบุคคลอื่นได้ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. บุคคลอื่นกำหนดรู้ทุกข์ ละสมุทัย ทำให้แจ้งซึ่งนิโรธ ยังมรรคให้เกิด
เพื่อประโยชน์ แก่บุคคลอื่นได้ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๖๔๓] ส. บุคคลอื่นข่มจิตของบุคคลอื่นได้ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. บุคคลอื่นเป็นผู้ทำแก่บุคคลอื่น สุขและทุกข์คนอื่นทำให้ คนหนึ่งทำ
อีกคนหนึ่งเสวยผล หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๖๔๔] ส. บุคคลอื่นข่มจิตของบุคคลอื่นได้ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า บุคคลทำบาปด้วยตนเอง ย่อมเศร้าหมอง
ด้วยตนเทียว ไม่ทำบาปด้วยตน ย่อมหมดจดด้วยตนเทียว ความ
หมดจด ความไม่หมดจด เป็นของเฉพาะตน คนอื่นจะยังคนอื่นให้
หมดจดไม่ได้ ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ถ้าอย่างนั้นก็ไม่พึงกล่าวว่า บุคคลอื่นข่มจิตเพื่อบุคคลอื่นได้ ดังนี้
[๑๖๔๕] ป. ไม่พึงกล่าวว่า บุคคลอื่นข่มจิตของบุคคลอื่นได้ หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. ชนผู้บรรลุความเป็นผู้มีกำลังมีอยู่ ชนซึ่งเป็นผู้มีความชำนาญมีอยู่ มิใช่
หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. หากว่า ชนผู้บรรลุความเป็นผู้มีกำลังมีอยู่ ชนซึ่งเป็นผู้มีความชำนาญมีอยู่
ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า บุคคลอื่นข่มจิตของบุคคลอื่นได้
นิคคหกถา จบ
----------
ปัคคหกถา
[๑๖๔๖] สกวาที บุคคลอื่นประคองจิตของบุคคลอื่นได้ หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. บุคคลอื่นประคองได้ว่า จิตของบุคคลอื่นอย่ากำหนัด อย่าประทุษร้าย
อย่าหลง อย่าเศร้าหมอง ดังนี้หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ