พุทธธรรมสงฆ์


พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๕๓๗] ส. ธัมมตัณหาเป็นอัพยากฤต หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ตัณหา พระผู้มีพระภาคตรัสว่า เป็นอกุศล มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า ตัณหาพระผู้มีพระภาคตรัสว่า เป็นอกุศล ก็ต้องไม่กล่าวว่า
ธัมมตัณหาเป็นอัพยากฤต

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๕๓๘] ส. ธัมมตัณหาเป็นอัพยากฤต หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ความโลภพระผู้มีพระภาคตรัสว่า เป็นอกุศล และธัมมตัณหาก็เป็นความ
โลภ มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า ความโลภพระผู้มีพระภาคตรัสว่า เป็นอกุศล และธัมมตัณหาก็
เป็นความโลภ ก็ต้องไม่กล่าวว่า ธัมมตัณหาเป็นอัพยากฤต

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๕๓๙] ส. โลภะคือธัมมตัณหาเป็นอัพยากฤต หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. โลภะคือรูปตัณหาเป็นอัพยากฤต หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. โลภะคือธัมมตัณหาเป็นอัพยากฤต หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. โลภะคือสัททตัณหา ฯลฯ คือโผฏฐัพพตัณหาเป็นอัพยากฤต หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๕๔๐] ส. โลภะคือรูปตัณหาเป็นอกุศล หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. โลภะคือธัมมตัณหาเป็นอกุศล หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. โลภะคือสัททตัณหา ฯลฯ คือโผฏฐัพพตัณหาเป็นอกุศล หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. โลภะคือธัมมตัณหาเป็นอกุศล หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๕๔๑] ส. ธัมมตัณหาเป็นอัพยากฤต หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ตัณหานี้ใด ทำความเกิดอีก เป็นไปกับ
ด้วยความกำหนัดด้วยอำนาจความเพลิดเพลิน เพลิดเพลินยิ่งใน
อารมณ์นั้นๆ ตัณหาดังกล่าวนี้ คือ กามตัณหา ภวตัณหา วิภว
ตัณหา ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า ธัมมตัณหาเป็นอัพยากฤต

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๕๔๒] ป. ไม่พึงกล่าวว่า ธัมมตัณหาเป็นอัพยากฤต หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. มันเป็นตัณหาในธรรม มิใช่หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. หากว่า มันเป็นตัณหาในธรรม ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า
ธัมมตัณหาเป็นอัพยากฤต
ธัมมตัณหา อัพยากตาติกถา จบ.
---------------
ธัมมตัณหา นทุกขสมุทโยติกถา

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๕๔๓] สกวาที ธัมมตัณหาไม่เป็นทุกขสมุทัย หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. รูปตัณหาไม่เป็นทุกขสมุทัย หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ธัมมตัณหาไม่เป็นทุกขสมุทัย หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. สัททตัณหา ฯลฯ คันธตัณหา รสตัณหา ฯลฯ โผฏฐัพพตัณหาไม่เป็น
ทุกขสมุทัย หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๕๔๔] ส. รูปตัณหาเป็นทุกขสมุทัย หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ธัมมตัณหาเป็นทุกขสมุทัย หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. สัททตัณหา ฯลฯ คันธตัณหา ฯลฯ รสตัณหา ฯลฯ โผฏฐัพพตัณหาเป็น
ทุกขสมุทัย หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ธัมมตัณหาเป็นทุกขสมุทัย หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ธัมมตัณหาไม่เป็นทุกขสมุทัย หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ตัณหา พระผู้มีพระภาคตรัสว่า เป็นทุกขสมุทัย มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า ตัณหาพระผู้มีพระภาคตรัสว่า เป็นทุกขสมุทัย ก็ต้องไม่กล่าวว่า
ธัมมตัณหาไม่เป็นทุกขสมุทัย

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๕๔๕] ส. ธัมมตัณหาไม่เป็นทุกขสมุทัย หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ความโลภพระผู้มีพระภาคตรัสว่า เป็นทุกขสมุทัย และธัมมตัณหาก็เป็น
ความโลภ มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า ความโลภ พระผู้มีพระภาคตรัสว่า เป็นทุกขสมุทัย และธัมมตัณหา
ก็เป็นความโลภ ก็ต้องไม่กล่าวว่า ธัมมตัณหาไม่เป็นทุกขสมุทัย

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๕๔๖] ส. โลภะคือธัมมตัณหา ไม่เป็นทุกขสมุทัย หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. โลภะคือรูปตัณหา ไม่เป็นทุกขสมุทัย หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. โลภะคือธัมมตัณหา ไม่เป็นทุกขสมุทัย หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. โลภะคือสัททตัณหา ฯลฯ คือคันธตัณหา ฯลฯ คือรสตัณหา ฯลฯ คือ
โผฏฐัพพตัณหา ไม่เป็นทุกขสมุทัย หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ