พุทธธรรมสงฆ์


พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๕๐๗] สกวาที บุคคลผู้มีทิฏฐิสมบัติ ละทุคติได้ หรือ ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. บุคคลผู้มีทิฏฐิสมบัติ พึงยินดีในรูปของสัตว์ที่เกิดในอบาย หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า บุคคลผู้มีทิฏฐิสมบัติ พึงยินดีในรูปของสัตว์ที่เกิดในอบาย ก็
ต้องไม่กล่าวว่า บุคคลผู้มีทิฏฐิสมบัติ ละทุคติได้

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๕๐๘] ส. บุคคลผู้มีทิฏฐิสมบัติ ละทุคติได้ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. บุคคลผู้มีทิฏฐิสมบัติ พึงยินดีในเสียง ฯลฯ ในกลิ่น ฯลฯ ในรส ฯลฯ
ในโผฏฐัพพะ ของสัตว์ที่เกิดในอบาย ฯลฯ พึงเสพเมถุนธรรม
กับนางอมนุษย์ กับนางดิรัจฉาน กับนางนาค พึงรับแพะ พึงรับไก่
และสุกร พึงรับช้าง โค ม้า และลา ฯลฯ พึงรับนกกระทา นกกระจาบ
และนกยูง หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า บุคคลผู้มีทิฏฐิสมบัติ พึงรับนกกระทา นกกระจาบ และนกยูง
ก็ต้องไม่กล่าวว่า บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยทิฏฐิสมบัติ ละทุคติได้

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๕๐๙] ส. บุคคลผู้มีทิฏฐิสมบัติ ละทุคติได้ แต่บุคคลผู้มีทิฏฐิสมบัติ พึงยินดีในรูป
ของสัตว์ที่เกิดในอบาย หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระอรหันต์ ละทุคติได้ แต่พระอรหันต์ พึงยินดีในรูปของสัตว์ที่เกิดใน
อบาย หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. บุคคลผู้มีทิฏฐิสมบัติ ละทุคติได้ แต่บุคคลผู้มีทิฏฐิสมบัติ พึงยินดีใน
เสียง ฯลฯ ในกลิ่น ฯลฯ ในรส ฯลฯ ในโผฏฐัพพะ ของสัตว์ที่เกิดใน
อบาย ฯลฯ พึงรับนกกระทา นกกระจาบ และนกยูง หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระอรหันต์ ละทุคติได้ แต่พระอรหันต์ พึงรับนกกระทา นกกระจาบ
และนกยูง หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๕๑๐] ส. พระอรหันต์ ละทุคติได้ และพระอรหันต์ ไม่พึงยินดีในรูปของสัตว์ที่เกิด
ในอบาย หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. บุคคลผู้มีทิฏฐิสมบัติ ละทุคติได้ และบุคคลผู้มีทิฏฐิสมบัติ ไม่พึงยินดี
ในรูปของสัตว์ที่เกิดในอบาย หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. พระอรหันต์ ละทุคติได้ และพระอรหันต์ ไม่พึงยินดีในเสียง ฯลฯ
ในกลิ่น ฯลฯ ในรส ฯลฯ ในโผฏฐัพพะ ของสัตว์ที่เกิดในอบาย ฯลฯ
ไม่พึงเสพเมถุนธรรมกับนางอมนุษย์ กับนางดิรัจฉาน กับนางนาค ไม่
พึงรับแพะ ไม่พึงรับไก่และสุกร ไม่พึงรับช้าง โค ม้า และลา ฯลฯ
ไม่พึงรับนกกระทา นกกระจาบ และนกยูง หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. บุคคลผู้มีทิฏฐิสมบัติ ละทุคติได้ และบุคคลผู้มีทิฏฐิสมบัติ ไม่พึงรับนก
กระทา นกกระจาบ และนกยูง หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๕๑๑] ป. ไม่พึงกล่าวว่า บุคคลผู้มีทิฏฐิสมบัติ ละทุคติได้ หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. บุคคลผู้มีทิฏฐิสมบัติ พึงเข้าถึงนรก ฯลฯ พึงเข้าถึงกำเนิดดิรัจฉาน ฯลฯ
พึงเข้าถึงภูมิแห่งเปรต หรือ?
ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ป. ถ้าอย่างนั้น บุคคลผู้มีทิฏฐิสมบัติ ก็ละทุคติได้ น่ะสิ
ทุคคติกถา จบ.
-------------
สัตตมภวิกกถา

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๕๑๒] ปรวาที ไม่พึงกล่าวว่า บุคคลผู้มีภพที่ ๗ เป็นอย่างยิ่ง ละทุคติได้ หรือ?
สกวาที ถูกแล้ว
ส. บุคคลผู้มีภพที่ ๗ เป็นอย่างยิ่ง พึงเข้าถึงนรก พึงเข้าถึงกำเนิดดิรัจฉาน
พึงเข้าถึงภูมิแห่งเปรต หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ถ้าอย่างนั้น บุคคลผู้เกิดในภพที่ ๗ ก็ละทุคติได้ น่ะสิ
สัตตมภวิกกถา จบ.
วรรคที่ ๑๒ จบ.
-----------
วรรคที่ ๑๓
กัปปัฏฐกถา

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๕๑๓] สกวาที บุคคลผู้กัปปัฏฐะ พึงดำรงอยู่ได้ตลอดกัลป์ หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. กัลป์ ดำรงอยู่ได้ด้วย พระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นในโลกได้ด้วย หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. บุคคลผู้กัปปัฏฐะพึงดำรงอยู่ได้ตลอดกัลป์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. กัลป์ ดำรงอยู่ได้ด้วย สงฆ์แตกกันได้ด้วย หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. บุคคลผู้กัปปัฏฐะพึงดำรงอยู่ได้ตลอดกัลป์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. กัลป์ ดำรงอยู่ได้ด้วย บุคคลผู้กัปปัฏฐะทำกรรมอันเป็นเหตุตั้งอยู่ตลอด
กัลป์ได้ด้วย หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. บุคคลผู้กัปปัฏฐะพึงดำรงอยู่ได้ตลอดกัลป์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. กัลป์ ดำรงอยู่ได้ด้วย บุคคลผู้กัปปัฏฐะทำกาละได้ด้วย หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. บุคคลผู้กัปปัฏฐะพึงดำรงอยู่ได้ตลอดกัลป์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พึงดำรงอยู่ตลอดกัลป์ส่วนที่เป็นอดีต พึงดำรงอยู่ตลอดกัลป์ ส่วนที่เป็น
อนาคต หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. บุคคลผู้กัปปัฏฐะ พึงดำรงอยู่ตลอดกัลป์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พึงดำรงอยู่ตลอด ๒ กัลป์ พึงดำรงอยู่ตลอด ๓ กัลป์ พึงดำรงอยู่ตลอด
๔ กัลป์ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. บุคคลผู้กัปปัฏฐะ พึงดำรงอยู่ตลอดกัลป์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. บุคคลผู้กัปปัฏฐะ เมื่อกัลป์ถูกไฟไหม้อยู่ ไปไหน
ป. ไปสู่โลกธาตุอื่น
ส. เป็นผู้ตายแล้วไป หรือว่าไปสู่เวหาสได้
ป. เป็นผู้ตายไปแล้ว
ส. กรรมอันเป็นเหตุตั้งอยู่ตลอดกัลป์ เป็นกรรมให้ผลในภพต่อๆ ไป หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ไปสู่เวหาสได้ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. บุคคลผู้กัปปัฏฐะ เป็นผู้มีฤทธิ์ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. บุคคลผู้กัปปัฏฐะ เป็นผู้มีฤทธิ์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. บุคคลผู้กัปปัฏฐะ ได้เจริญฉันทอิทธิบาท ได้เจริญวิริยอิทธิบาท ได้เจริญ
จิตตอิทธิบาท ได้เจริญวิมังสาอิทธิบาท หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๕๑๔] ป. ไม่พึงกล่าวว่า บุคคลผู้กัปปัฏฐะ พึงดำรงอยู่ได้ตลอดกัลป์ หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า บุคคลผู้กัปปัฏฐะ คือ ผู้ทำลายสงฆ์ให้
แตกจากกัน จะต้องไปอบาย จะต้องไปนรก ผู้ยินดีในการแยกพวก
ไม่ตั้งอยู่ในธรรม ย่อมคลาดจากธรรมเป็นแดนเกษมจากโยคะ เขา
ยังสงฆ์ซึ่งพร้อมเพรียงกันให้แตกกันแล้วจะหมกไหม้อยู่ในนรกตลอด
กัลป์ ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. ถ้าอย่างนั้น บุคคลผู้กัปปัฏฐะ ก็พึงดำรงอยู่ได้ตลอดกัลป์ น่ะสิ
กัปปัฏฐกถา จบ.
-------------
กุสลจิตตปฏิลาภกถา

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๕๑๕] สกวาที บุคคลผู้กัปปัฏฐะไม่พึงกลับได้กุศลจิต หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. บุคคลผู้กัปปัฏฐะพึงให้ทาน หรือ?
ป. ถูกแล้ว
หากว่า บุคคลผู้กัปปัฏฐะพึงให้ทาน ก็ต้องไม่กล่าวว่า บุคคลผู้กัปปัฏฐะไม่พึง
กลับได้กุศลจิต

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๕๑๖] ส. บุคคลผู้กัปปัฏฐะไม่พึงกลับได้กุศลจิต หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. บุคคลผู้กัปปัฏฐะพึงให้จีวร ฯลฯ พึงให้บิณฑบาต ฯลฯ พึงให้เสนา
สนะ ฯลฯ พึงให้คิลานปัจจยเภสัชบริขาร พึงให้ของขบเคี้ยง พึงให้ของกิน
พึงให้น้ำดื่ม พึงไหว้พระเจดีย์ พึงยกขึ้นซึ่งดอกไม้ ของหอม เครื่อง
ลูบไล้ที่พระเจดีย์ ฯลฯ พึงทำการประทักษิณพระเจดีย์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า บุคคลผู้กัปปัฏฐะพึงทำการประทักษิณพระเจดีย์ ก็ต้องไม่กล่าวว่า
บุคคลผู้กัปปัฏฐะไม่พึงกลับได้กุศลจิต ดังนี้ ฯลฯ