พุทธธรรมสงฆ์


พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๔๒๗] ป. ไม่พึงกล่าวว่า ศีลที่มีการสมาทานเป็นเหตุ เจริญได้ หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ชนเหล่าใด ปลูกสร้างสวน ปลูกสร้างป่า
ฯลฯ ชนเหล่านั้น ตั้งอยู่ในธรรม ถึงพร้อมด้วยศีลย่อมจะไปสู่สวรรค์
ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. ถ้าอย่างนั้น ศีลที่มีการสมาทานเป็นเหตุ ก็เจริญได้ น่ะสิ
สมาทานเหตุกกถา จบ
-------------
วิญญัตติสีลันติกถา

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๔๒๘] สกวาที วิญญัตติเป็นศีล หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. เป็นเจตนาเครื่องเว้นจากปาณาติบาต หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. เป็นเจตนาเครื่องเว้นจากอทินนาทาน หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. เป็นเจตนาเครื่องเว้นจากกาเมสุมิจฉาจาร หรือ
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. เป็นเจตนาเครื่องเว้นจากมุสาวาท หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. เป็นเจตนาเครื่องเว้นจากสุราเมรยมัชชปมาทัฏฐาน หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. การกราบไหว้เป็นศีล การลุกรับเป็นศีล การทำอัญชลีเป็นศีล สามีจิกรรม
เป็นศีล การให้อาสนะเป็นศีล การให้ที่นอนเป็นศีล การให้น้ำล้างเท้า
เป็นศีล การให้ร้องเท้าเป็นศีล การนวดหลังในเวลาอาบน้ำเป็นศีล
หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เป็นเจตนาเครื่องเว้นจากปาณาติบาต หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. เป็นเจตนาเครื่องเว้นจากสุราเมรยมัชชปมาทัฏฐาน หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๔๒๙] ป. ไม่พึงกล่าวว่า วิญญัตติเป็นศีล หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. เป็นความทุศีล หรือ?
ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ป. ถ้าอย่างนั้น วิญญัตติก็เป็นศีล น่ะสิ
วิญญัตติสีลันติกถา จบ
---------------
อวิญญัตติ ทุสสีลยันติกถา

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๔๓๐] สกวาที อวิญญัตติเป็นความทุศีล หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. เป็นปาณาติบาต หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. เป็นอทินนาทาน หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. เป็นกาเมสุมิจฉาจาร หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. เป็นมุสาวาท หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. เป็นสุราเมรยมัชชปมาทัฏฐาน หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. บุคคลสมาทานบาปกรรมแล้วให้ทานอยู่ บุญและบาปทั้งสองอย่าง เจริญ
ได้ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. บุญและบาปทั้งสองอย่างเจริญได้ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เป็นการประชุมกันแห่งผัสสะ ๒ อย่าง ฯลฯ แห่งจิต ๒ อย่าง หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. เป็นการประชุมกันแห่งผัสสะ ๒ อย่าง ฯลฯ แห่งจิต ๒ อย่าง หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ธรรมที่เป็นกุศลและอกุศล ที่มีโทษและไม่มีโทษ ที่เลวและประณีต
ที่ดำและขาว ซึ่งเป็นข้าศึกกัน มาพบกันหรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ธรรมที่เป็นกุศลและอกุศล ที่มีโทษและไม่มีโทษ ที่เลวและประณีต
ที่ดำและขาว ซึ่งเป็นข้าศึกกัน มาพบกัน หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ๔ ประการนี้ ไกลกัน
ไกลกันนัก ๔ ประการ เป็นไฉน ท้องฟ้าและแผ่นดินนี้ประการแรก
ซึ่งไกลกันไกลกันนัก ฯลฯ เพราะฉะนั้นธรรมของสัตบุรุษจึงไกลจาก
อสัตบุรุษ ดังนี้ เป็นสูตรมีจริง มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า ธรรมที่เป็นกุศลและอกุศลที่มีโทษและไม่มี
โทษ ที่เลวและประณีต ที่ดำและขาว ซึ่งเป็นข้าศึกกัน มาพบกันได้
ส. เมื่อบุคคลสมาทานบาปกรรมแล้ว ถวายจีวรอยู่ ถวายบิณฑบาตอยู่ ถวาย
เสนาสนะอยู่ ถวายคิลานปัจจยเภสัชชบริขารอยู่ กราบไหว้แก่ผู้ที่ควร
กราบไหว้อยู่ ต้อนรับผู้ที่ควรต้อนรับอยู่ กระทำอัญชลีกรรมแก่ผู้ที่ควร
อัญชลีกรรมอยู่ กระทำสามีจิกรรมแก่ผู้ที่ควรสามีจิกรรมอยู่ ให้อาสนะ
แก่ผู้ที่ควรให้อาสนะอยู่ ให้ทางแก่ผู้ที่ควรให้ทางอยู่ บุญและบาปทั้ง ๒
อย่าง เจริญได้ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. บุญและบาปทั้ง ๒ อย่าง เจริญได้ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เป็นการประชุมกันแห่งผัสสะ ๒ อย่าง ฯลฯ แห่งจิต ๒ อย่าง หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. เป็นการประชุมกันแห่งผัสสะ ๒ อย่าง ฯลฯ แห่งจิต ๒ อย่าง หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ธรรมที่เป็นกุศลและอกุศล ที่มีโทษและไม่มีโทษ ที่เลวและประณีต ที่
ดำและขาว ซึ่งเป็นข้าศึกกัน มาพบกันได้ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ธรรมที่เป็นกุศลและอกุศล ที่มีโทษและไม่มีโทษ ที่เลวและประณีต ที่
ดำและขาว อันเป็นข้าศึกกัน มาพบกันได้ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ภิกษุทั้งหลาย ๔ ประการนี้ไกลกัน ไกล
กันนัก ๔ ประการเป็นไฉน ท้องฟ้าและแผ่นดินนี้ประการแรก ซึ่ง
ไกลกัน ไกลกันนัก ฯลฯ เพราะฉะนั้นธรรมของสัตบุรุษจึงไกลจาก
อสัตบุรุษ ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า ธรรมที่เป็นกุศลและอกุศล ที่มีโทษและ
ไม่มีโทษ ที่เลวและประณีต ที่ดำและขาว อันเป็นข้าศึกกัน มาพบกันได้

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๔๓๑] ป. ไม่พึงกล่าวว่า อวิญญัตติ เป็นความทุศีล หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. บุคคลเป็นผู้สมาทานบาปกรรมไว้แล้ว มิใช่หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. หากว่า บุคคลเป็นผู้สมาทานบาปกรรมไว้แล้ว ด้วยเหตุนั้นนะท่าน จึง
ต้องกล่าวว่า อวิญญัตติ เป็นความทุศีล ดังนี้
อวิญญัตติ ทุสสีลยันติกถา จบ
วรรคที่ ๑๐ จบ
ทุติยปัณณาสก์ จบ
--------------
วรรคที่ ๑๑
ติสโสปิ อนุสยกถา

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๔๓๒] สกวาที อนุสัย เป็นอัพยากฤต หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. เป็นอัพยากฤตคือวิบาก เป็นอัพยากฤตคือกิริยา เป็นรูป เป็นนิพพาน
เป็นจักขายตนะ ฯลฯ เป็นโผฏฐัพพายตนะ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๔๓๓] ส. กามราคานุสัย เป็นอัพยากฤต หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. กามราคะ กามราคปริยุฏฐาน กามราคสัญโญชน์ กาโมฆะ กามโยคะ
กามฉันทนิวรณ์ เป็นอัพยากฤต หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. กามราคะ กามราคปริยุฏฐาน ฯลฯ กามฉันทนิวรณ์ เป็นอกุศล หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. กามราคานุสัย เป็นอกุศล หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๔๓๔] ส. ปฏิฆานุสัย เป็นอัพยากฤต หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ปฏิฆะ ปฏิฆปริยุฏฐาน ปฏิฆสัญโญชน์ เป็นอัพยากฤต หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ปฏิฆะ ปฏิฆปริยุฏฐาน ปฏิฆสัญโญชน์ เป็นอกุศล หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ปฏิฆานุสัย เป็นอกุศล หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๔๓๕] ส. มานานุสัย เป็นอัพยากฤต หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. มานะ มานปริยุฏฐาน มานสัญโญชน์ เป็นอัพยากฤต หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. มานะ มานปริยุฏฐาน มานสัญโญชน์ เป็นอกุศล หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. มานานุสัย เป็นอกุศล หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๔๓๖] ส. ทิฏฐานุสัย เป็นอัพยากฤต หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ทิฏฐิ ทิฏโฐฆะ ทิฏฐิโยคะ ทิฏฐิปริยุฏฐาน ทิฏฐิสัญโญชน์
เป็นอัพยากฤต หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ทิฏฐิ ทิฏโฐฆะ ทิฏฐิโยคะ ทิฏฐิปริยุฏฐาน ทิฏฐิสัญโญชน์
เป็นอกุศล หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ทิฏฐานุสัย เป็นอกุศล หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ