[๑๓๔๗] ส. ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจ ปรารภปัจจุบันมีอยู่ และจิตที่มีปัจจุบัน
เป็นอารมณ์ เป็นธรรมมีอารมณ์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจ ปรารภอดีต มีอยู่ และจิตมีอดีตเป็นอารมณ์
เป็นธรรมมีอารมณ์ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๓๔๗] ส. ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจ ปรารภปัจจุบันมีอยู่ และจิตที่มีปัจจุบัน
เป็นอารมณ์ เป็นธรรมมีอารมณ์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจ ปรารภอดีต มีอยู่ และจิตมีอดีตเป็นอารมณ์
เป็นธรรมมีอารมณ์ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๓๔๘] ส. ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจ ปรารภปัจจุบัน มีอยู่ และจิตที่มีปัจจุบันเป็น
อารมณ์ เป็นธรรมมีอารมณ์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจ ปรารภอนาคต มีอยู่ และจิตที่มีอนาคตเป็น
อารมณ์ เป็นธรรมมีอารมณ์ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๓๔๙] ส. ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจ ปรารภอดีต มีอยู่ แต่จิตที่มีอดีตเป็นอารมณ์
เป็นธรรมไม่มีอารมณ์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจ ปรารภปัจจุบัน มีอยู่ แต่จิตที่มีปัจจุบันเป็น
อารมณ์ เป็นธรรมไม่มีอารมณ์ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๓๕๐] ส. ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจ ปรารภอนาคต มีอยู่ แต่จิตที่มีอนาคตเป็น
เป็นอารมณ์ เป็นธรรมไม่มีอารมณ์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจ ปรารภปัจจุบัน มีอยู่ แต่จิตที่มีปัจจุบันเป็น
อารมณ์ เป็นธรรมไม่มีอารมณ์ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๓๕๑] ป. ไม่พึงกล่าวว่า จิตที่มีอดีตและอนาคตเป็นอารมณ์ เป็นธรรมไม่มีอารมณ์
หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. อดีตและอนาคตไม่มีอยู่ มิใช่หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. หากว่า อดีตและอนาคตไม่มีอยู่ ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า จิต
ที่มีอดีตและอนาคตเป็นอารมณ์ เป็นธรรมไม่มีอารมณ์ ฯลฯ
อนาคตารัมมณกถา จบ
————–
วิตักกานุปติตกถา
[๑๓๕๒] สกวาที จิตทุกดวงเนื่องด้วยวิตก หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. จิตทุกดวงเนื่องด้วยวิจาร เนื่องด้วยปีติ เนื่องด้วยสุข เนื่องด้วยทุกข์
เนื่องด้วยโสมนัส เนื่องด้วยโทมนัส เนื่องด้วยอุเบกขา เนื่องด้วย
ศรัทธา เนื่องด้วยวิริยะ เนื่องด้วยสติ เนื่องด้วยสมาธิ เนื่องด้วยปัญญา
เนื่องด้วยราคะ เนื่องด้วยโทสะ ฯลฯ เนื่องด้วยอโนตตัปปะ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๓๕๓] ส. จิตทุกดวงเนื่องด้วยวิตก หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. สมาธิที่ไม่มีวิตก มีเพียงวิจาร มีอยู่ มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า สมาธิที่ไม่มีวิตก มีเพียงวิจาร มีอยู่ ก็ต้องไม่กล่าวว่า จิตทุกดวง
เนื่องด้วยวิตก
[๑๓๕๔] ส. จิตทุกดวงเนื่องด้วยวิตก หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. สมาธิที่ไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร มีอยู่ มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า สมาธิที่ไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร มีอยู่ ก็ต้องไม่กล่าวว่า จิตทุกดวง
เนื่องด้วยวิตก
[๑๓๕๕] ส. จิตทุกดวงเนื่องด้วยวิตก หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสสมาธิ ๓ อย่าง คือ สมาธิมีวิตก มีวิจาร สมาธิ
ไม่มีวิตก มีเพียงวิจาร สมาธิไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า พระผู้มีพระภาคได้ตรัสสมาธิ ๓ อย่าง คือ สมาธิมีวิตกมีวิจาร
สมาธิไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร สมาธิไม่มีวิตกไม่มีวิจาร ก็ต้องไม่กล่าวว่า
จิตทุกดวงเนื่องด้วยวิตก
วิตักกานุปติตกถา จบ
————-
วิตักกวิปผารสัททกถา
[๑๓๕๖] สกวาที ทุกครั้งที่ตรึกอยู่ ตรองอยู่ ความแผ่ไปแห่งวิตก เกิดเป็นเสียง
หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. ทุกครั้งที่ถูกต้องอยู่ ความแผ่ไปแห่งผัสสะก็เกิดเป็นเสียงทุกครั้งที่เสวย
อารมณ์อยู่ ทุกครั้งที่จำอารมณ์อยู่ ทุกครั้งที่จงใจอยู่ ทุกครั้งที่คิดอยู่
ทุกครั้งที่ระลึกอยู่ ทุกครั้งที่รู้ชัดอยู่ ความแผ่ไปแห่งเวทนา สัญญา เจตนา
จิต สติ ปัญญา ก็เกิดเป็นเสียง หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ