พุทธธรรมสงฆ์


พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๓๑๗] ส. ราคะปรารภอมตะเกิดขึ้นได้ แต่อมตะไม่เป็นที่ตั้งแห่งราคะอันจิตไม่พึง
ยินดี ไม่พึงใคร่ ไม่พึงมัวเมา ไม่พึงผูกพัน ไม่พึงสยบอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ราคะปรารภรูปเกิดขึ้นได้ แต่รูปไม่เป็นที่ตั้งแห่งราคะ อันจิตไม่พึงยินดี
ฯลฯ ไม่พึงสยบอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๓๑๘] ส. โทสะปรารภอมตะเกิดขึ้นได้ และอมตะไม่เป็นที่ตั้งแห่งโทสะ ไม่เป็นที่
ตั้งแห่งความโกรธ ไม่เป็นที่ตั้งแห่งความกระทบกระเทือน หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. โทสะปรารภรูปเกิดขึ้นได้ แต่รูปไม่เป็นที่ตั้งแห่งโทสะ ไม่เป็นที่ตั้งแห่ง
ความโกรธ ไม่เป็นที่ตั้งแห่งความกระทบกระเทือน หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๓๑๙] ส. โมหะปรารภอมตะเกิดขึ้นได้ แต่อมตะไม่เป็นที่ตั้งแห่งโมหะ ไม่ทำความ
ไม่รู้ ฯลฯ เป็นไปเพื่อนิพพาน หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. โมหะปรารภรูปเกิดขึ้นได้ แต่รูปไม่เป็นที่ตั้งแห่งโมหะ ไม่กระทำความไม่รู้
ฯลฯ เป็นไปเพื่อนิพพาน หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๓๒๐] ป. ไม่พึงกล่าวว่า สัญโญชน์มีอมตะเป็นอารมณ์ หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า (ปุถุชน …) หมายรู้นิพพานโดยความเป็น
นิพพาน ครั้นหมายรู้นิพพานโดยความเป็นนิพพานแล้ว ย่อมสำคัญ
นิพพาน ย่อมสำคัญในนิพพาน ย่อมสำคัญโดยความเป็นนิพพาน
ย่อมสำคัญนิพพานว่าของเรา ย่อมชื่นชมนิพพาน ดังนี้ เป็นสูตรมี
อยู่จริง มิใช่หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. ถ้าอย่างนั้น สัญโญชน์ก็มีอมตะเป็นอารมณ์ น่ะสิ
อมตารัมมณกถา จบ
————-
รูปังสารัมมณันติกถา

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๓๒๑] สกวามี รูปเป็นธรรมมีอารมณ์ หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. ความนึก ความผูกใจ ความสนใจ ความทำไว้ในใจ ความจงใจ ความ
ปรารถนา ความตั้งใจ ของรูปนั้น มีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ความนึก ความผูกใจ ฯลฯ ความตั้งใจ ของรูปนั้น ไม่มี มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า ความนึก ความผูกใจ ฯลฯ ความตั้งใจ ของรูปนั้น ไม่มี ก็ต้องไม่
กล่าวว่า รูปเป็นธรรมมีอารมณ์

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๓๒๒] ส. ผัสสะเป็นธรรมมีอารมณ์ ความนึก ความผูกใจ ฯลฯ ความตั้งใจ ของ
ผัสสะนั้น มีอยู่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. รูปเป็นธรรมมีอารมณ์ ความนึก ความผูกใจ ฯลฯ ความตั้งใจ ของรูปนั้น
มีอยู่หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๓๒๓] ส. เวทนา ฯลฯ สัญญา เจตนา จิต ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา ราคะ
โทสะ โมหะ มานะ ทิฏฐิ วิจิกิจฉา ถีนะ อุทธัจจะ อหิริกะ ฯลฯ อโนต
ตัปปะ เป็นธรรมมีอารมณ์ ความนึก ความผูกใจ ฯลฯ ความตั้งใจ ของ
อโนตตัปปะนั้น มีอยู่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. รูปเป็นธรรมมีอารมณ์ ความนึก ความผูกใจ ฯลฯ ความตั้งใจ ของรูปนั้น
มีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๓๒๔] ส. รูปเป็นธรรมมีอารมณ์ แต่ความนึก ความผูกใจ ฯลฯ ความตั้งใจ ของรูป
นั้น ไม่มีหรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ผัสสะเป็นธรรมมีอารมณ์ แต่ความนึก ความผูกใจ ฯลฯ ความตั้งใจ ของ
ผัสสะนั้น ไม่มีหรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๓๒๕] ส. รูปเป็นธรรมมีอารมณ์ แต่ความนึก ความผูกใจ ฯลฯ ความตั้งใจ ของรูป
นั้น ไม่มีหรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เวทนา สัญญา ฯลฯ อโนตตัปปะ เป็นธรรมมีอารมณ์ แต่ความนึก ความ
ผูกใจ ฯลฯ ความตั้งใจ ของอโนตตัปปะนั้น ไม่มีหรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๓๒๖] ป. ไม่พึงกล่าวว่า รูปเป็นธรรมมีอารมณ์ หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. รูปเป็นธรรมมีปัจจัย มิใช่หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. หากว่า รูปเป็นธรรมมีปัจจัย ด้วยเหตุนั้นนะท่าน จึงต้องกล่าวว่า รูปเป็น
ธรรมมีอารมณ์
รูปังสารัมมณันติกถา จบ
———–
อนุสยา อนารัมมณาติกถา