พุทธธรรมสงฆ์


พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๒๙๗] ส. ผู้เข้านิโรธ มีเวทนาขันธ์ ฯลฯ สัญญาขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์
หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. มิใช่ผู้เข้านิโรธ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๒๙๘] ส. รูปชีวิตินทรีย์ ไม่มีหรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. อสัญญสัตว์ทั้งหลาย ไม่มีชีวิตินทรีย์ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. อสัญญสัตว์ทั้งหลายมีชีวิตินทรีย์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า อสัญญสัตว์มีชีวิตินทรีย์ ก็ต้องไม่กล่าวว่า รูปชีวิตินทรีย์ไม่มี

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๒๙๙] ส. อสัญญสัตว์มีชีวิตินทรีย์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เนื่องด้วยขันธ์ไหน?
ป. เนื่องด้วยสังขารขันธ์
ส. อสัญญสัตว์มีสังขาร หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. อสัญญสัตว์มีสังขารขันธ์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. อสัญญสัตว์มีเวทนาขันธ์ ฯลฯ สัญญาขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. อสัญญสัตว์มีเวทนาขันธ์ ฯลฯ สัญญาขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เป็นปัญจโวการภพ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๓๐๐] ส. ชีวิตินทรีย์ที่ตั้งขึ้นด้วยจิตดวงแสวงหาอุปบัติ ดับไปส่วนหนึ่งในเมื่อจิต
ดวงแสวงหาอุปบัติดับ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ผัสสะที่ตั้งขึ้นด้วยจิตดวงแสวงหาอุปบัติ ดับไปส่วนหนึ่งในเมื่อจิตดวง
แสวงหาอุปบัติดับ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๓๐๑] ส. ผัสสะที่ตั้งขึ้นด้วยจิตดวงแสวงหาอุปบัติ ดับไปหมด ในเมื่อจิตดวงแสวง
หาอุปบัติดับไป หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ชีวิตินทรีย์ที่ตั้งขึ้นด้วยจิตดวงแสวงหาอุปบัติ ดับไปหมดในเมื่อจิตดวง
แสวงหาอุปบัติดับ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๓๐๒] ป. ชีวิตินทรีย์เป็น ๒ อย่าง หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. บุคคลเป็นอยู่ด้วยชีวิต ๒ อย่าง ตายด้วยมรณะ ๒ อย่าง หรือ?
ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ชีวิตินทริยกถา จบ
———–
กัมมเหตุกถา

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๓๐๓] สกวาที พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้เพราะเหตุแห่งกรรม หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. พระโสดาบัน เสื่อมจากโสดาปัตติผลได้ เพราะเหตุแห่งกรรม หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้ เพราะเหตุแห่งกรรม หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระสกทาคามี ฯลฯ พระอนาคามี เสื่อมจากอนาคามิผลได้ เพราะเหตุ
แห่งกรรม หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๓๐๔] ส. โสดาบัน ไม่เสื่อมจากโสดาปัตติผล เพราะเหตุแห่งกรรม หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระอรหันต์ ไม่เสื่อมจากอรหัตผล เพราะเหตุแห่งกรรม หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. พระสกทาคามี ฯลฯ พระอนาคามี ไม่เสื่อมจากอนาคามิผล เพราะเหตุ
แห่งกรรม หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระอรหันต์ไม่เสื่อมจากอรหัตผล เพราะเหตุแห่งกรรม หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๓๐๕] ส. พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้ เพราะเหตุแห่งกรรม หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เพราะเหตุแห่งกรรมคือปาณาติบาต หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. เพราะเหตุแห่งกรรมคืออทินนาทาน ฯลฯ เพราะเหตุแห่งกรรม คือกาเม
สุมิจฉาจาร เพราะเหตุแห่งกรรมคือมุสาวาท เพราะเหตุแห่งกรรมคือ
ปิสุณาวาจาเพราะเหตุแห่งกรรมคือผรุสวาจา เพราะเหตุแห่งกรรมคือ
ปิตุฆาต เพราะเหตุแห่งกรรมคืออรหันตฆาต เพราะเหตุแห่งกรรมคือ
โลหิตุปบาท เพราะเหตุแห่งกรรมคือสังฆเภท หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. เพราะเหตุแห่งกรรมไหน?
ป. เพราะกล่าวตู่พระอรหันต์ทั้งหลาย
ส. พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้ เพราะเหตุแห่งกรรม คือกล่าวตู่พระ
อรหันต์ทั้งหลาย หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ไม่ว่าใครที่กล่าวตู่พระอรหันต์ ย่อมทำให้แจ้งอรหัตผลได้ทุกคน หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
กัมมเหตุกถา จบ
วรรคที่ ๘ จบ
——-
วรรคที่ ๙
อานิสังสกถา

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๓๐๖] สกวาที ผู้เห็นอานิสงส์ (ในนิพพาน) ละสัญโญชน์ได้ หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. บุคคลมนสิการอยู่ซึ่งสังขารทั้งหลาย โดยความเป็นของไม่เที่ยง ละสัญ
โญชน์ได้ มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า บุคคลมนสิการอยู่ซึ่งสังขารทั้งหลาย โดยความเป็นของไม่เที่ยง
ละสัญโญชน์ได้ ก็ต้องไม่กล่าวว่า ผู้เห็นอานิสงส์ (ในนิพพาน) ละ
สัญโญชน์ได้ ฯลฯ บุคคลมนสิการอยู่ซึ่งสังขารทั้งหลาย โดยความเป็น
ทุกข์ ฯลฯ โดยความเป็นโรค โดยความเป็นหัวฝี โดยความเป็นลูกศร โดย
ความเป็นของลำเค็ญ โดยความเป็นอาพาธ โดยความเป็นดังคนอื่น โดย
ความเป็นของหลอกลวง โดยความเป็นของเสนียด โดยความเป็นเครื่อง
เบียดเบียน โดยความเป็นภัย โดยความเป็นอุปสรรค โดยความเป็นของ
หวั่นไหว โดยความเป็นของเปื่อยพัง โดยความเป็นของไม่ยั่งยืน โดย
ความไม่เป็นที่ต้านทาน โดยความไม่เป็นที่หลีกเร้น โดยความไม่เป็นที่
พึ่ง โดยความไม่เป็นที่ขจัดภัย โดยความเป็นของว่าง โดยความเป็นของ
เปล่า โดยความเป็นของสูญ โดยความเป็นอนัตตา โดยความเป็นโทษ
ฯลฯ โดยความเป็นของมีความแปรไปเป็นธรรมดา ละสัญโญชน์ได้ มิใช่
หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า บุคคลมนสิการอยู่ซึ่งสังขารทั้งหลาย โดยความเป็นของมีความแปร
ไปเป็นธรรมดา ละสัญโญชน์ได้ ก็ต้องไม่กล่าวว่า ผู้เห็นอานิสงส์ (ใน
นิพพาน) ละสัญโญชน์ได้
ส. บุคคลมนสิการอยู่ซึ่งสังขารทั้งหลาย โดยความเป็นของไม่เที่ยงด้วย เป็น
ผู้เห็นอานิสงส์ในนิพพานด้วย หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. บุคคลมนสิการอยู่ซึ่งสังขารทั้งหลาย โดยความเป็นของไม่เที่ยงด้วย
เป็นผู้เห็นอานิสงส์ในนิพพานด้วย หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เป็นการประชุมแห่งผัสสะ ๒ อย่าง ฯลฯ แห่งจิต ๒ ดวง หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. บุคคลมนสิการอยู่ซึ่งสังขารทั้งหลาย โดยความเป็นทุกข์ ฯลฯ โดยความ
อานิเป็นโรค ฯลฯ โดยความเป็นของมีความแปรไปเป็นธรรมดาด้วย เห็น
สงส์ในนิพพานด้วย หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. บุคคลมนสิการอยู่ซึ่งสังขารทั้งหลายโดยความเป็นของแปรไปเป็นธรรมดา
ด้วย เป็นผู้เห็นอานิสงส์ในนิพพานด้วย หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เป็นการประชุมแห่งผัสสะ ๒ อย่าง ฯลฯ แห่งจิต ๒ ดวง หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ