พุทธธรรมสงฆ์


พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๒๑๗] สกวาที รูปธรรม รูปเป็นธาตุ หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. รูป เป็นภพ เป็นคติ เป็นสัตตาวาส เป็นสงสาร เป็นกำเนิด เป็น
วิญญาณฐิติ เป็นการได้อัตภาพ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. กรรมอันยังสัตว์ให้เข้าถึงรูปมีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. สัตว์ผู้เข้าถึงรูปมีอยู่หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. สัตว์ทั้งหลาย เกิดอยู่ แก่อยู่ ตายอยู่ จุติอยู่ อุปบัติอยู่ ในรูป หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ มีอยู่ในรูป หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. รูป เป็นปัญจโวการภพ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๒๑๘] ส. รูปธาตุ เป็นภพ เป็นคติ ฯลฯ เป็นการได้อัตภาพ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. รูป เป็นภพ เป็นคติ ฯลฯ เป็นการได้อัตภาพ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. กรรมอันยังสัตว์ให้เข้าถึงรูปธาตุมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. กรรมอันยังสัตว์ให้เข้าถึงรูปมีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. สัตว์ผู้เข้าถึงรูปธาตุมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. สัตว์ผู้เข้าถึงรูปมีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. สัตว์ทั้งหลาย เกิดอยู่ แก่อยู่ ตายอยู่ จุติอยู่ อุปบัติอยู่ ในรูปธาตุ
หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. สัตว์ทั้งหลาย เกิดอยู่ แก่อยู่ ตายอยู่ จุติอยู่ อุปบัติอยู่ในรูป หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ มีอยู่ในรูปธาตุ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ มีอยู่ในรูป หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. รูปธาตุ เป็นปัญจโวการภพ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. รูป เป็นปัญจโวการภพ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. รูปธรรมเป็นรูปธาตุ รูปมีอยู่ในกามธาตุ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. กามธาตุอันนั้น รูปธาตุก็อันนั้นแหละ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. กามธาตุอันนั้น รูปธาตุก็อันนั้นแหละ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. บุคคลประกอบด้วยกามภพ เป็นผู้ประกอบด้วยภพสอง คือกามภพ และ
รูปภพ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
รูปธาตุกถา จบ
———–
อรูปธาตุกถา

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๒๑๙] สกวาที อรูปธรรม เป็นอรูปธาตุ หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. เวทนา เป็นภพ เป็นคติ เป็นสัตตาวาส เป็นสงสาร เป็นกำเนิด เป็น
วิญญาณฐิติ เป็นการได้อัตภาพ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. กรรมอันยังสัตว์ให้เข้าถึงเวทนามีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. สัตว์ผู้เข้าถึงเวทนามีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. สัตว์ทั้งหลาย เกิดอยู่ แก่อยู่ ตายอยู่ จุติอยู่ อุปบัติอยู่ในเวทนา หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ มีอยู่ในเวทนา หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. เวทนาเป็นจตุโวการภพ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๒๒๐] ส. อรูปธาตุ เป็นภพ เป็นคติ ฯลฯ เป็นการได้อัตภาพ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เวทนา เป็นภพ เป็นคติ ฯลฯ เป็นการได้อัตภาพ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. กรรมอันยังสัตว์ให้เข้าถึงอรูปธาตุมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. กรรมอันยังสัตว์ให้เข้าถึงเวทนามีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. สัตว์ผู้เข้าถึงอรูปธาตุมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. สัตว์ผู้เข้าถึงเวทนามีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. สัตว์ทั้งหลาย เกิดอยู่ แก่อยู่ ตายอยู่ จุติอยู่ อุปบัติอยู่ในอรูปธาตุ
หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. สัตว์ทั้งหลาย เกิดอยู่ แก่อยู่ ตายอยู่ จุติอยู่ อุปบัติอยู่ในเวทนา
หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ มีอยู่ในอรูปธาตุ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ มีอยู่ในเวทนา หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. อรูปธาตุเป็นจตุโวการภพ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เวทนาเป็นจตุโวการภพ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. อรูปธรรม เป็นอรูปธาตุ เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณมีอยู่ในกาม
ธาตุ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. กามธาตุอันนั้น อรูปธาตุก็อันนั้นแหละ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. กามธาตุอันนั้น อรูปธาตุก็นั้นแหละ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. บุคคลผู้ประกอบด้วยกามภพ เป็นผู้ประกอบด้วยภพสองคือกามภพ และ
อรูปภพ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. รูปธรรม เป็นรูปธาตุ อรูปธรรม เป็นอรูปธรรม รูป เวทนาสัญญา
สังขาร วิญญาณ มีอยู่ในกามธาตุ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. กามธาตุอันนั้น รูปธาตุก็อันนั้นแหละ อรูปธาตุก็อันนั้นแหละ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. กามธาตุอันนั้น รูปธาตุก็อันนั้นแหละ อรูปธาตุก็อันนั้นแหละ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. บุคคลผู้ประกอบด้วยกามภพ เป็นผู้ประกอบด้วยภพสาม คือ กามภพ
รูปภพ และอรูปภพ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อรูปธาตุกถา จบ
———–
รูปธาตุยา อายตนะกถา

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๒๒๑] สกวาที อัตภาพอันมีอายตนะ ๖ มีอยู่ในรูปธาตุ หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. ในอรูปธาตุนั้น มีฆานายตนะ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ในรูปธาตุนั้น มีคันธายตนะ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ในรูปธาตุนั้น มีชิวหายตนะ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ในรูปธาตุนั้น มีรสายตนะ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ในรูปธาตุนั้น มีกายายตนะ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ในรูปธาตุนั้น มีโผฏฐัพพายตนะ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๒๒๒] ส. ในรูปธาตุนั้น ไม่มีคันธายตนะ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ในรูปธาตุนั้น ไม่มีฆานายตนะ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ในรูปธาตุนั้น ไม่มีรสายตนะ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ในรูปธาตุนั้น ไม่มีชิวหายตนะ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ในรูปธาตุนั้น ไม่มีโผฏฐัพพายตนะ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ในรูปธาตุนั้น ไม่มีกายายตนะ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๒๒๓] ส. ในรูปธาตุนั้น มีจักขายตนะ และรูปายตนะด้วย หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ในรูปธาตุนั้น มีฆานายตนะ และคันธายตนะด้วย หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ในรูปธาตุนั้น มีจักขายตนะ และรูปายตนะด้วย หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ในรูปธาตุนั้น มีชิวหายตนะ และรสายตนะด้วย ฯลฯ ในรูปธาตุนั้น
มีกายายตนะ และมีโผฏฐัพพายตนะด้วย หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๒๒๔] ส. ในรูปธาตุนั้น มีโสตายตนะ และสัททายตนะด้วย ฯลฯ ในรูปธาตุนั้นมี
มนายตนะ และธัมมายตนะด้วย หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ในรูปธาตุนั้น มีฆานายตนะ และคันธายตนะด้วย หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ในรูปธาตุนั้น มีมนายตนะ และธัมมายตนะด้วย หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ในรูปธาตุนั้น มีชิวหายตนะ และรสายตนะด้วย ฯลฯ ในรูปธาตุนั้น มี
กายายตนะ และมีโผฏฐัพพายตนะด้วย หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๒๒๕] ส. ในรูปธาตุนั้น มีฆานายตนะ แต่ไม่มีคันธายตนะ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ในรูปธาตุนั้น มีจักขายตนะ แต่ไม่มีรูปายตนะ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ในรูปธาตุนั้น มีฆานายตนะ แต่ไม่มีคันธายตนะ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ในรูปธาตุนั้น มีโสตายตนะ แต่ไม่มีสัททายตนะ ฯลฯ ในรูปธาตุนั้น
มีมนายตนะ แต่ไม่มีธัมมายตนะ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๒๒๖] ส. ในรูปธาตุนั้น มีชิวหายตนะ แต่ไม่มีรสายตนะ ฯลฯ ในรูปธาตุนั้น มี
กายายตนะ แต่ไม่มีโผฏฐัพพายตนะ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ในรูปธาตุนั้น มีจักขายตนะ แต่ไม่มีรูปายตนะ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ในรูปธาตุนั้น มีกายายตนะ แต่ไม่มีโผฏฐัพพายตนะ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ในรูปธาตุนั้น มีโสตายตนะ แต่ไม่มีสัททายตนะ ฯลฯ ในรูปธาตุนั้น มี
มนายตนะ แต่ไม่มีธัมมายตนะ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ