พุทธธรรมสงฆ์


พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๐๒๗] ส. วิมุตติญาณของบุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้ง ซึ่งโสดาปัตติผลชื่อว่าหลุด
พ้นแล้วหรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ญาณของพระโสดาบัน เป็นญาณของผู้ถึง ได้เฉพาะ บรรลุ ทำให้แจ้ง
ซึ่งโสดาปัตติผล หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. วิมุตติญาณของบุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้ง ซึ่งสกทาคามิผลชื่อว่าหลุด
พ้นแล้วหรือฯ
ป. ถูกแล้ว
ส. ญาณของพระสกทาคามี เป็นญาณของผู้ถึง ได้เฉพาะ บรรลุ ทำให้แจ้ง
ซึ่งสกทาคามิผล หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. วิมุตติญาณของบุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอนาคามิผล ชื่อว่าหลุดพ้น
แล้วหรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ญาณของพระอนาคามี เป็นญาณของบุคคลผู้ถึง ได้เฉพาะ บรรลุ ทำให้
แจ้งซึ่งอนาคามิผล หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. วิมุตติญาณของบุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอรหัตผล ชื่อว่าหลุดพ้น
แล้ว หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ส. ญาณของพระอรหันต์ ชื่อว่า ญาณของผู้ถึง ได้เฉพาะ บรรลุ ทำให้แจ้งซึ่ง
อรหัตผล หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๐๒๘] ส. วิมุตติญาณ ของบุคคล ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยโสดาปัตติผล ชื่อว่า
หลุดพ้นแล้ว หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. วิมุตติญาณของบุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งโสดาปัตติผล ชื่อว่าหลุด
พ้นแล้ว หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. วิมุตติญาณของบุคคล ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยสกทาคามิผล ชื่อว่า
หลุดพ้นแล้ว หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. วิมุตติญาณ ของบุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งสกทาคามิผล ชื่อว่าหลุด
พ้นแล้ว หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. วิมุตติญาณของบุคคล ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิผล ชื่อว่า
หลุดพ้นแล้ว หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. วิมุตติญาณของบุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอนาคามิผล ชื่อว่าหลุดพ้น
แล้วหรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. วิมุตติญาณของบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตผลชื่อหลุดพ้น
แล้ว หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. วิมุตติญาณของบุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอรหัตผล ชื่อว่าหลุดพ้น
แล้ว หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๐๒๙] ส. วิมุตติญาณของบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยโสดาปัตติผล ชื่อว่าหลุด
พ้นแล้ว และนั้นเป็นญาณของผู้บรรลุผล หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. วิมุตติญาณของบุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งโสดาปัตติผล ชื่อว่าหลุด
พ้นแล้ว และนั้นเป็นญาณของผู้บรรลุผล หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. วิมุตติญาณของบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยสกทาคามิผลชื่อว่าหลุดพ้น
แล้ว และนั้นเป็นญาณของผู้บรรลุผล หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. วิมุตติญาณของบุคคลผู้ปฏิบัติ เพื่อทำให้แจ้งซึ่งสกทาคามิผล ชื่อว่าหลุด
พ้นแล้ว และนั้นเป็นญาณของผู้บรรลุผล หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. วิมุตติญาณของบุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอนาคามิผล ชื่อว่า
หลุดพ้นแล้ว และนั้นเป็นญาณของผู้บรรลุผล หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. วิมุตติญาณของบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิผล ชื่อว่าหลุด
พ้นแล้ว และนั้นเป็นญาณของผู้บรรลุผล หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. วิมุตติญาณของบุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอนาคามิผล ชื่อว่าหลุด
พ้นแล้ว และนั้นเป็นญาณของผู้บรรลุผล หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. วิมุตติญาณของบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตผล ชื่อหลุดพ้น
แล้วและนั้นเป็นญาณของผู้บรรลุผล หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. วิมุตติญาณของบุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอรหัตผล ชื่อว่าหลุดพ้น
แล้ว และนั้นเป็นญาณของผู้บรรลุผล หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
วิมุตตกถา จบ
———–
อเสกขญาณกถา

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๐๓๐] สกวาที พระเสกขะ มีญาณของพระอเสกขะ หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. พระเสกขะ รู้เห็นธรรมของพระอเสกขะได้ เข้าถึงอยู่ ถูกต้องด้วยกาย
อยู่ ซึ่งธรรมของพระอเสกขะที่ตนเห็นแล้ว รู้แล้ว ทำให้แจ้งแล้วได้
หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ธรรมของพระอเสกขะ อันพระเสกขะ รู้ไม่ได้ เห็นไม่ได้ เมื่อมิได้เห็น
มิได้รู้ ก็เข้าถึงไม่ได้ ถูกต้องด้วยกายไม่ได้ มิใช่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า ธรรมของพระอเสกขะ อันพระเสกขะ รู้ไม่ได้ เห็นไม่ได้ เมื่อมิได้
เห็น มิได้รู้ มิได้ทำให้แจ้ง ก็เข้าถึงไม่ได้ ถูกต้องด้วยกายไม่ได้ ก็ต้องไม่
กล่าวว่า พระเสกขะมีญาณของพระอเสกขะ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๐๓๑] ส. พระอเสกขะ มีญาณของพระอเสกขะ พระอเสกขะรู้เห็นธรรมของพระ
อเสกขะได้ เข้าถึงอยู่ ถูกต้องด้วยกายอยู่ ซึ่งธรรมของพระอเสกขะที่ตน
เห็นแล้ว รู้แจ้งแล้ว ทำให้แจ้งแล้วได้ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระเสกขะมีญาณของพระอเสกขะ พระเสกขะรู้เห็นธรรมของพระอเสกขะ
ได้ เข้าถึงอยู่ ถูกต้องด้วยกายอยู่ ซึ่งธรรมของพระอเสกขะที่ตนเห็น
แล้ว รู้แล้ว ทำให้แจ้งแล้วได้ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๐๓๒] ส. พระเสกขะ มีญาณของพระอเสกขะ แต่ธรรมของพระอเสกขะอัน
พระเสกขะรู้ไม่ได้ เห็นไม่ได้ เมื่อมิได้เห็น มิได้รู้ มิได้ทำให้แจ้ง ก็เข้าถึง
ไม่ได้ ถูกต้องด้วยกายไม่ได้ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระอเสกขะ มีญาณของพระอเสกขะ แต่พระธรรมของพระอเสกขะ อัน
พระอเสกขะรู้ไม่ได้ เห็นไม่ได้ เมื่อมิได้เห็น มิได้รู้ มิได้ทำให้แจ้ง ก็เข้า
ถึงไม่ได้ ถูกต้องด้วยกายไม่ได้ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๐๓๓] ส. พระเสกขะ มีญาณของพระอเสกขะ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. โคตรภูบุคคล มีญาณในโสดาปัตติมรรค หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งโสดาปัตติผล มีญาณในโสดาปัตติผล
หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้ง ซึ่งสกทาคามิผล ฯลฯ เพื่อทำให้แจ้งซึ่ง
อนาคามิผล ฯลฯ เพื่อทำให้แจ้งซึ่งอรหัตผล มีญาณในอรหัตผล หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๐๓๔] ป. ไม่พึงกล่าวว่า พระเสกขะมีญาณของพระอเสกขะ หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. ท่านพระอานนท์เมื่อยังเป็นเสกขะ ก็ทราบได้ว่าพระผู้มีพระภาคมีพระคุณ
อันยิ่ง ทราบได้ว่า พระสารีบุตรเถระ พระมหาโมคคัลลานเถระ มีคุณอัน
ยิ่ง มิใช่หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. หากว่า ท่านพระอานนท์เมื่อยังเป็นเสกขะก็ทราบได้ว่า พระผู้มีพระภาค
มีพระคุณอันยิ่ง ทราบได้ว่า พระสารีบุตรเถระ พระมหาโมคคัลลานเถระ
มีคุณอันยิ่ง ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่าพระเสกขะมีญาณของ
พระอเสกขะ
อเสกขญาณกถา จบ
—————-
วิปรีตกถา

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๐๓๕] สกวาที ผู้เข้าสมาบัติมีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ มีความรู้วิปริตหรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. มีความเห็นผิดในสภาวะที่ไม่เที่ยงว่าเที่ยง หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. มีความเห็นผิดในสภาวะที่เป็นทุกข์ว่าเป็นสุขหรือ ฯลฯ มีความเห็นผิด
ในสภาวะที่เป็นอนัตตาว่าเป็นอัตตาหรือ ฯลฯ มีความเห็นผิดในสภาวะที่
ไม่งามว่างาม หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๐๓๖] ส. ผู้เข้าสมาบัติมีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ มีความรู้วิปริต หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เป็นอกุศล หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. เป็นกุศลไม่ใช่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่าเป็นกุศล ก็ต้องไม่กล่าวว่า ผู้เข้าสมาบัติมีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์
ความรู้วิปริต