พุทธธรรมสงฆ์


พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๘๒๗] ส. ท่านพระสารีบุตรมีทิพยจักษุ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ท่านพระสารีบุตร ได้กล่าวคำนี้ไว้ว่า การตั้งความปรารถนา เพื่อปุพ
เพนิวาสญาณ ทิพพจักขุญาณ เจโตปริยญาณ อิทธิวิธิ ความหมด
จดแห่งโสตธาตุ และจุตูปปาตญาณของเราไม่มี ดังนี้ เป็นสูตรมี
อยู่จริง มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า ยถากัมมูปคตญาณเป็นทิพยจักษุ ดังนี้
ยถากัมมูปคตญาณกถา จบ
———-
สังวรกถา

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๘๒๘] สกวาที ความสำรวมมีอยู่ในหมู่เทวดา หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. ความไม่สำรวมก็มีอยู่ในหมู่เทวดา หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๘๒๙] ส. ความไม่สำรวมไม่มีในหมู่เทวดา หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ความสำรวมก็ไม่มีในหมู่เทวดา หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๘๓๐] ส. ศีล คือความสำรวมจากความไม่สำรวม มิใช่หรือ ความสำรวมมีอยู่ใน
หมู่เทวดา หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ศีล คือความสำรวมจากความไม่สำรวมใด ความไม่สำรวมนั้น ก็มีอยู่
ในหมู่เทวดา หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ท่านจงรับรู้นิคคหะ, หากว่า ศีล คือความสำรวมจากความไม่สำรวม
ความสำรวมมีอยู่ในหมู่เทวดา ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า ศีล
คือความสำรวมจากความไม่สำรวมใด ความไม่สำรวมนั้นก็มีอยู่ในหมู่
เทวดา, ที่ท่านกล่าวในปัญหานั้นว่า พึงกล่าวได้ว่า ศีล คือความสำรวม
จากความไม่สำรวม ความสำรวมมีอยู่ในหมู่เทวดา แต่ไม่พึงกล่าวว่า
ศีล คือความสำรวมจากความไม่สำรวมใด ความไม่สำรวมนั้นก็มีอยู่ใน
หมู่เทวดา ดังนี้ ผิด, แต่ถ้าไม่พึงกล่าวว่า ศีล คือความสำรวมจาก
ความไม่สำรวมใด ความไม่สำรวมนั้นก็มีอยู่ในหมู่เทวดา ก็ต้องไม่กล่าว
ว่า ศีล คือความสำรวมจากความไม่สำรวม ความสำรวมมีอยู่ในหมู่เทวดา
ที่ท่านกล่าวในปัญหานั้นว่า พึงกล่าวได้ว่า ศีล คือความสำรวมจากความ
ไม่สำรวม ความสำรวมมีอยู่ในหมู่เทวดา แต่ไม่พึงกล่าวว่า ศีล คือความ
สำรวมจากความไม่สำรวมใด ความไม่สำรวมนั้นก็มีอยู่ในหมู่เทวดา ดัง
นี้ ผิด

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๘๓๑] ส. ความสำรวมมีอยู่ในมนุษย์ ความไม่สำรวมก็มีอยู่ในหมู่มนุษย์นั้น หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ความสำรวมมีอยู่ในหมู่เทวดา ความไม่สำรวมก็มีอยู่ในหมู่เทวดานั้น
หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๘๓๒] ส. ความสำรวมมีอยู่ในหมู่เทวดา ความไม่สำรวมไม่มีอยู่ในหมู่เทวดานั้น
หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ความสำรวมมีอยู่ในหมู่มนุษย์ ความไม่สำรวมไม่มีอยู่ในหมู่มนุษย์ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๘๓๓] ส. การเว้นจากปาณาติบาต มีอยู่ในหมู่เทวดา หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ปาณาติบาตก็มีอยู่ในหมู่เทวดา หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. การเว้นจากเหตุเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท คือดื่มน้ำเมา กล่าวคือสุรา
และเมรัย มีอยู่ในหมู่เทวดา หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เหตุเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท คือ ดื่มน้ำเมากล่าวคือสุราและเมรัย ก็
อยู่ในหมู่เทวดา หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๘๓๔] ส. ปาณาติบาตไม่มีอยู่ในหมู่เทวดา หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. การเว้นจากปาณาติบาต ก็ไม่มีในหมู่เทวดา หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. เหตุเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท คือ ดื่มน้ำเมากล่าวคือ สุราและเมรัย
ไม่มีอยู่ในหมู่เทวดา หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. การเว้นจากเหตุเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท คือ ดื่มน้ำเมากล่าวคือสุรา
และเมรัย ก็ไม่มีในหมู่เทวดา หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๘๓๕] ส. การเว้นจากปาณาติบาตมีอยู่ในหมู่มนุษย์ ปาณาติบาตก็มีอยู่ในหมู่มนุษย์
นั้น หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. การเว้นจากปาณาติบาตมีอยู่ในหมู่เทวดา ปาณาติบาตก็มีอยู่ในหมู่เทวดา
นั้น หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. การเว้นจากเหตุเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท คือ ดื่มน้ำเมากล่าวคือ สุรา
และเมรัย มีอยู่ในหมู่มนุษย์ เหตุเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท คือ ดื่ม
น้ำเมากล่าวคือสุราและเมรัย ก็มีอยู่ในหมู่มนุษย์นั้น หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. การเว้นจากเหตุเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท คือ ดื่มน้ำเมากล่าวคือสุรา
และเมรัย มีอยู่ในหมู่เทวดา เหตุเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท คือดื่ม
น้ำเมากล่าวคือสุราและเมรัย ก็มีอยู่ในหมู่เทวดานั้น หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๘๓๖] ส. การเว้นจากปาณาติบาตมีอยู่ในหมู่เทวดา ปาณาติบาตไม่มีในหมู่หมวดนั้น
หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. การเว้นจากปาณาติบาตมีอยู่ในหมู่มนุษย์ ปาณาติบาตไม่มีในหมู่มนุษย์นั้น
หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. การเว้นจากเหตุเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท คือ ดื่มน้ำเมากล่าวคือสุรา
และเมรัย มีอยู่ในหมู่เทวดา เหตุเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท คือ ดื่มน้ำ
เมากล่าวคือสุราและเมรัยไม่มีอยู่ในหมู่เทวดานั้น หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. การเว้นจากเหตุเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท คือ ดื่มน้ำเมากล่าวคือสุรา
และเมรัย มีอยู่ในมนุษย์ เหตุเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท คือดื่มน้ำเมา
กล่าวคือสุราและเมรัย ไม่มีในมนุษย์นั้น หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ