[๖๙๗] ส. กำลังของพระตถาคตทั่วไปแก่พระสาวก หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. กำลังของพระตถาคตอันนั้น กำลังของพระสาวกก็อันนั้นแหละ กำลัง
ของพระสาวกอันนั้น กำลังของพระตถาคตก็อันนั้นแหละ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๖๙๗] ส. กำลังของพระตถาคตทั่วไปแก่พระสาวก หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. กำลังของพระตถาคตอันนั้น กำลังของพระสาวกก็อันนั้นแหละ กำลัง
ของพระสาวกอันนั้น กำลังของพระตถาคตก็อันนั้นแหละ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๖๙๘] ส. กำลังของพระตถาคตทั่วไปแก่พระสาวก หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. กำลังของพระตถาคตเช่นใด กำลังแห่งพระสาวกก็เช่นนั้นกำลังแห่ง
พระสาวกเช่นใด กำลังของพระตถาคตก็เช่นนั้น หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๖๙๙] ส. กำลังของพระตถาคตทั่วไปแก่พระสาวก หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. บุรพประโยค บุรพจริยา การกล่าวธรรม การแสดงธรรมแห่งพระตถาคต
เช่นใด บุรพประโยค บุรพจริยา การกล่าวธรรม การแสดงธรรม แห่ง
พระสาวกก็เช่นนั้น หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๗๐๐] ส. กำลังของพระตถาคตทั่วไปแก่พระสาวก หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระตถาคต คือ พระชินะ พระศาสดา พระสัมมาสัมพุทธะพระ
สัพพัญญู (ผู้รู้ธรรมทั้งปวง) พระสัพพทัสสาวี (ผู้เห็นธรรมทั้งปวง) พระ
ธรรมสามี (เจ้าแห่งธรรม) พระธรรมปฏิสรณะ (ผู้มีธรรมเป็นที่อาศัย)
หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระสาวก ก็คือ พระชินะ พระศาสดา พระสัมมาสัมพุทธะ พระสัพ
พัญญู พระสัพพทัสสาวี พระธรรมสามี พระธรรมปฏิสรณะ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๗๐๑] ส. กำลังของพระตถาคตทั่วไปแก่พระสาวก หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระตถาคต เป็นผู้ยังมรรคที่ยังมิได้บังเกิดให้บังเกิดขึ้น เป็นผู้ยังมรรค
ที่ยังมิได้ปรากฏให้ปรากฏขึ้น เป็นผู้กล่าวมรรคที่ใครๆ มิเคยได้กล่าว
เป็นผู้รู้มรรค เป็นผู้รู้แจ้งมรรค เป็นผู้ฉลาดในมรรค หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระสาวก ก็เป็นผู้ยังมรรคที่ยังมิได้บังเกิดให้บังเกิดขึ้น เป็นผู้ยังมรรค
ที่ยังมิได้ปรากฏให้ปรากฏขึ้น เป็นผู้กล่าวมรรคที่ใครๆ มิเคยได้กล่าว
เป็นผู้รู้มรรค เป็นผู้รู้แจ้งมรรค เป็นผู้ฉลาดในมรรค หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๗๐๒] ส. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงซึ่งความยิ่งและหย่อนแห่งอินทรีย์
ทั่วไปแก่พระสาวก หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระสาวก เป็นพระสัพพัญญู เป็นพระสัพพทัสสาวี หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๗๐๓] ป. พระสาวกรู้ฐานะและอฐานะ หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. หากว่า พระสาวกรู้ฐานะและอฐานะ ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า
กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงซึ่งฐานะและอฐานะ ทั่วไปแก่
พระสาวก ดังนี้
[๗๐๔] ป. พระสาวกรู้ผลอันสุกวิเศษโดยฐานะ โดยเหตุแห่งกรรมสมาทานทั้งอดีต
อนาคตและปัจจุบัน หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. หากว่า พระสาวกรู้ผลอันสุกวิเศษโดยฐานะ โดยเหตุแห่งกรรมสมาทาน
ทั้งอดีตอนาคตและปัจจุบัน ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า กำลัง
ของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงซึ่งผลอันสุกวิเศษโดยฐานะ โดยเหตุ
แห่งกรรมสมาทานทั้งอดีตอนาคตและปัจจุบัน ทั่วไปแก่พระสาวก
[๗๐๕] ป. พระสาวก รู้ปฏิปทาอันนำไปสู่คติทั้งปวง หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. หากว่า พระสาวกรู้ปฏิปทาอันนำไปสู่คติทั้งปวง ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึง
ต้องกล่าวว่า กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงซึ่งปฏิปทาอันจะ
นำไปในคติทั้งปวง ทั่วไปแก่พระสาวก ดังนี้
[๗๐๖] ป. พระสาวกรู้โลกอันมีธาตุต่างๆ มีธาตุมิใช่น้อย หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. หากว่า พระสาวกรู้โลกอันมีธาตุต่างๆ มีธาตุมิใช่น้อย ด้วยเหตุนั้นนะ
ท่านจึงต้องกล่าวว่า กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงซึ่งโลกอัน
มีธาตุต่างๆ มีธาตุมิใช่น้อย ทั่วไปแก่พระสาวก