พุทธธรรมสงฆ์


พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๖๑๗] ส. คำว่า วาจาของผู้เข้าปฐมฌานเป็นธรรมชาติดับไปแล้ว ดังนี้ เป็น
สูตรมีอยู่จริง ถึงกระนั้น การเปล่งวาจาของผู้นั้น ก็มีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. คำว่า วิตก วิจารของผู้เข้าทุติยฌานเป็นธรรมชาติดับแล้ว ดังนี้ เป็น
สูตรมีอยู่จริง ถึงกระนั้น วิตก วิจารของผู้นั้น ก็มีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๖๑๘] ส. คำว่า วาจาของผู้เข้าปฐมฌานเป็นธรรมชาติดับไปแล้ว ดังนี้ เป็นสูตร
มีอยู่จริง ถึงกระนั้น การเปล่งวาจาของผู้นั้น ก็มีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. คำว่า ปีติของผู้เข้าตติยฌานเป็นธรรมชาติดับแล้ว ฯลฯ อัสสาสะ
ปัสสาสะ ของผู้เข้าจตุตถฌานเป็นธรรมชาติดับแล้ว รูปสัญญาของผู้
เข้าอากาสานัญจายตนสมาบัติเป็นธรรมชาติดับแล้ว อากา
สานัญจายตน สัญญาของผู้เข้าวิญญาณัญจายตนสมาบัติเป็นธรรมชาติ
ดับแล้ว วิญญาณัญจายตนสัญญาของผู้เข้าอากิญจัญญายตนสมาบัติ
เป็นธรรมชาติดับแล้ว อากิญจัญญายตนสัญญาของผู้เข้าเนวสัญญานา
สัญญายตนสมาบัติเป็นธรรมชาติดับแล้ว สัญญาและเวทนาของผู้เข้า
สัญญาเวทยิตนิโรธเป็นธรรมชาติดับแล้ว ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง ถึง
กระนั้นสัญญาและเวทนาของผู้เข้าสัญญาเวทยิตนิโรธนั้นก็มีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๖๑๙] ป. ไม่พึงกล่าวว่า การเปล่งวาจาของผู้เข้าฌานมีอยู่ หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสเสียงว่า เป็นข้าศึกของปฐมฌาน มิใช่หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. หากว่า พระผู้มีพระภาคได้ตรัสเสียงว่า เป็นข้าศึกของปฐมฌาน ด้วยเหตุ
นั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า การเปล่งวาจาของผู้เข้าฌานยังมีอยู่

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๖๒๐] ส. เพราะพระผู้มีพระภาคได้ตรัสเสียงว่า เป็นข้าศึกของปฐมฌาน ฉะนั้น
การเปล่งวาจาของผู้เข้าปฐมฌานจึงมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัส วิตก วิจารว่า เป็นข้าศึกของทุติยฌาน ฯลฯ
ตรัสปีติว่า เป็นข้าศึกของตติยฌาน ตรัสอัสสาสะ ปัสสาสะว่า เป็นข้าศึก
ของจตุตถฌาน ตรัสรูปสัญญาว่า เป็นข้าศึกของผู้เข้าอากาสานัญจายตน
สมาบัติ ตรัสอากาสานัญจายตนสัญญาว่า เป็นข้าศึกของผู้เข้าวิญญา
ณัญจายตนสมาบัติ ตรัสวิญญาณัญจายตนสัญญาว่า เป็นข้าศึกของ
ผู้เข้าอากิญจัญญายตนสมาบัติ ตรัสอากิญจัญญายตนสัญญาว่าเป็นข้าศึก
ของผู้เข้าเนวสัญญานาสัญญายตนสมาบัติ ฯลฯ ตรัสสัญญาและเวทนาว่า
เป็นข้าศึกของผู้เข้าสัญญาเวทยิตนิโรธ สัญญาและเวทนาของผู้เข้าสัญญา
เวทยิตนิโรธนั้น จึงมีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๖๒๑] ป. ไม่พึงกล่าวว่า การเปล่งวาจาของผู้เข้าฌานมีอยู่ หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่า ดูกรอานนท์ สาวกชื่ออภิภู ของพระผู้มี
พระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระนามว่าสิขี สถิตอยู่ในพรหม
โลก ได้ประกาศกะหมื่นโลกธาตุด้วยเสียงว่า ท่านทั้งหลายจงเริ่มต้น
จงบากบั่น จงประกอบความเพียรในพระพุทธศาสนา จงกำจัด
เสนาของพระยามัจจุราช ดุจกุญชรรื้อเรือนที่มุงบังด้วยไม้อ้อ ฉะนั้น
ด้วยว่า ผู้ที่ไม่ประมาทอยู่ในธรรมวินัยนี้ จักละชาติสงสารแล้วทำ
ที่สุดแห่งทุกข์ได้ ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. ถ้าอย่างนั้น การเปล่งวาจาของผู้เข้าฌานก็มีอยู่ น่ะสิ
วจีเภทกถา จบ.
————
ทุกขาหารกถา

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๖๒๒] สกวาที การกล่าวว่า ทุกข์ เป็นองค์ของมรรค นับเนื่องในมรรค หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. ทุกคนที่กล่าวคำว่า ทุกข์ ชื่อว่ายังมรรคให้เกิดได้ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๖๒๓] ส. ทุกคนที่กล่าวคำว่า ทุกข์ ชื่อว่ายังมรรคให้เกิดได้ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พาลปุถุชนที่กล่าวคำว่า ทุกข์ ก็ชื่อว่ายังมรรคให้เกิดได้ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. บุคคลผู้ฆ่ามารดา ฯลฯ ผู้ฆ่าบิดา ผู้ฆ่าพระอรหันต์ ผู้ทำโลหิตุบาท ฯลฯ
ผู้ทำสังฆเภท กล่าวคำว่า ทุกข์ ก็ชื่อว่ายังมรรคให้เกิดได้ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ทุกขาหารกถา จบ.
————–
จิตตฐิติกถา

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๖๒๔] สกวาที จิตดวงหนึ่งตั้งอยู่ได้ตลอดวัน หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. กึ่งวันเป็นอุปปาทขณะ กึ่งวันเป็นวยขณะ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๖๒๕] ส. จิตดวงหนึ่งตั้งอยู่ได้ตลอด ๒ วัน หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. วันหนึ่งเป็นอุปปาทขณะ อีกวันหนึ่งเป็นวยขณะ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๖๒๖] ส. จิตดวงหนึ่งตั้งอยู่ได้ตลอด ๔ วัน ฯลฯ ตั้งอยู่ได้ตลอด ๘ วัน ตั้งอยู่ได้
ตลอด ๑๐ วัน ตั้งอยู่ได้ตลอด ๒๐ วัน ตั้งอยู่ได้ตลอดเดือนหนึ่ง ตั้ง
อยู่ได้ตลอด ๒ เดือน ตั้งอยู่ได้ตลอด ๔ เดือน ตั้งอยู่ได้ตลอด ๘ เดือน
ตั้งอยู่ได้ตลอด ๑๐ เดือน ตั้งอยู่ได้ตลอดปีหนึ่ง ตั้งอยู่ได้ตลอด ๒ ปี
ตั้งอยู่ได้ตลอด ๔ ปี ตั้งอยู่ได้ตลอด ๘ ปี ตั้งอยู่ได้ตลอด ๑๐ ปี ตั้งอยู่
ได้ตลอด ๒๐ ปี ตั้งอยู่ได้ตลอด ๓๐ ปี ตั้งอยู่ได้ตลอด ๔๐ ปี ตั้งอยู่
ได้ตลอด ๕๐ ปี ตั้งอยู่ได้ตลอด ๑๐๐ ปี ตั้งอยู่ได้ตลอด ๒๐๐ ปี ตั้งอยู่
ได้ตลอด ๔๐๐ ปี ตั้งอยู่ได้ตลอด ๕๐๐ ปี ตั้งอยู่ได้ตลอด ๑,๐๐๐ ปี
ตั้งอยู่ได้ตลอด ๒,๐๐๐ ปี ตั้งอยู่ได้ตลอด ๔,๐๐๐ ปี ตั้งอยู่ได้ตลอด
๘,๐๐๐ ปี ตั้งอยู่ได้ตลอด ๑๖,๐๐๐ ปี ตั้งอยู่ได้ตลอดกัลป์หนึ่ง ตั้งอยู่ได้
ตลอด ๒ กัลป์ ตั้งอยู่ได้ตลอด ๔ กัลป์ ตั้งอยู่ได้ตลอด ๘ กัลป์
ตั้งอยู่ได้ตลอด ๑๖ กัลป์ ตั้งอยู่ได้ตลอด ๓๒ กัลป์ ตั้งอยู่ได้ตลอด ๖๔
กัลป์ ตั้งอยู่ได้ตลอด ๕๐๐ กัลป์ ตั้งอยู่ได้ตลอด ๑,๐๐๐ กัลป์ ตั้งอยู่
ได้ตลอด ๒,๐๐๐ กัลป์ ตั้งอยู่ได้ตลอด ๔,๐๐๐ กัลป์ ตั้งอยู่ได้ตลอด
๘,๐๐๐ กัลป์ ตั้งอยู่ได้ตลอด ๑๖,๐๐๐ กัลป์ ตั้งอยู่ได้ตลอด ๒๐,๐๐๐
กัลป์ ตั้งอยู่ได้ตลอด ๖๐,๐๐๐ กัลป์ ฯลฯ ตั้งอยู่ได้ตลอด ๔๘,๐๐๐
กัลป์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ๒,๐๐๐ กัลป์เป็นอุปปาทขณะ อีก ๔๘,๐๐๐ กัลป์ เป็นวยขณะ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ