พุทธธรรมสงฆ์


พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๔๘๗] ส. การปล่อยสุกกะคืออสุจิของพระอรหันต์มีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเหล่าใด เป็น
ปุถุชน ถึงพร้อมด้วยศีล มีสติสัมปชัญญะ ก้าวลงสู่ความหลับ อสุจิ
ของภิกษุเหล่านั้น ย่อมไม่เคลื่อน แม้ฤาษีนอกศาสนาเหล่าใด
เป็นผู้ปราศจากราคะในกามแล้ว อสุจิของพวกฤาษีเหล่านั้น ก็หา
เคลื่อนไม่ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข้อที่อสุจิของพระอรหันต์จะพึงเคลื่อน
นี้ มิใช่ฐานะ มิใช่โอกาสที่จะเป็นไปได้ ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง
มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า การปล่อยสุกกะคืออสุจิของพระอรหันต์มี
อยู่

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๔๘๘] ป. ไม่พึงกล่าวว่า มีการนำเข้าไปสู่แห่งผู้อื่นแก่พระอรหันต์ หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. ผู้อื่นพึงนำเข้าไปซึ่งจีวร บิณฑบาต เสนาสนะ คิลานปัจจัยเภสัชบริขาร
แก่พระอรหันต์ มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ถ้าผู้อื่นพึงนำเข้าไปซึ่งจีวร บิณฑบาต เสนาสนะ คิลานปัจจัยเภสัชบริ
ขาร แก่พระอรหันต์ ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า มีการนำปัจจัย
เข้าไปแห่งผู้อื่นแก่พระอรหันต์

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๔๘๙] ส. เพราะผู้อื่นพึงนำเข้าไปซึ่งจีวร บิณฑบาตรเสนาสนะ คิลานปัจจัยเภสัช
บริขาร แก่พระอรหันต์ ฉะนั้น จึงมีการนำเข้าไปแห่งผู้อื่น แก่พระ
อรหันต์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ผู้อื่นพึงนำเข้าไป ซึ่งโสดาปัตติผล หรือสกทาคามิผล หรืออนาคามิผล
หรืออรหัตผล แก่พระอรหันต์ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ปรูปหารกถา จบ.
———-
อัญญาณกถา

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๔๙๐] สกวาที ความไม่รู้ของพระอรหันต์มีอยู่ หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ป. อวิชชา โอฆะคืออวิชชา โยคะคืออวิชชา อนุสัยคืออวิชชา ปริยุฏฐาน
คืออวิชชา สัญโญชน์คืออวิชชา นิวรณ์คืออวิชชา ของพระอรหันต์มีอยู่
หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๔๙๑] ส. อวิชชา โอฆะคืออวิชชา โยคะคืออวิชชา อนุสัยคืออวิชชา ปริยุฏฐาน
คืออวิชชา สัญโญชน์คืออวิชชา นิวรณ์คืออวิชชา ไม่มีแก่พระอรหันต์
หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า อวิชชา โอฆะคืออวิชชา โยคะคืออวิชชา อนุสัยคืออวิชชา
ปริยุฏฐานคืออวิชชา สัญโญชน์คืออวิชชา นิวรณ์คืออวิชชา ไม่มีแก่
พระอรหันต์ ก็ต้องไม่กล่าวว่า ความไม่รู้ของพระอรหันต์มีอยู่

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๔๙๒] ส. ความไม่รู้ของปุถุชนมีอยู่ และอวิชชา โอฆะคืออวิชชา โยคะคืออวิชชา
อนุสัยคืออวิชชา ปริยุฏฐานคืออวิชชา สัญโญชน์คืออวิชชา นิวรณ์
คืออวิชชา ของเขาก็มีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ความไม่รู้ของพระอรหันต์มีอยู่ และอวิชชา โอฆะคืออวิชชา โยคะคือ
อวิชชา อนุสัยคืออวิชชา ปริยุฏฐานคืออวิชชา สัญโญชน์คืออวิชชา
นิวรณ์คืออวิชชา ของท่านก็มีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๔๙๓] ส. ความไม่รู้ของพระอรหันต์มีอยู่ แต่อวิชชา โอฆะคืออวิชชา โยคะคือ
อวิชชา อนุสัยคืออวิชชา ปริยุฏฐานคืออวิชชา สัญโญชน์คืออวิชชา
นิวรณ์คืออวิชชา ไม่มีแก่ท่าน หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ความไม่รู้ของปุถุชนมีอยู่ แต่อวิชชา โอฆะคืออวิชชา โยคะคืออวิชชา
อนุสัยคืออวิชชา ปริยุฏฐานคืออวิชชา สัญโญชน์คืออวิชชา นิวรณ์คือ
อวิชชา ไม่มีแก่เขา หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๔๙๔] ส. ความไม่รู้ของพระอรหันต์มีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระอรหันต์ อันความไม่รู้ครอบงำ พึงฆ่าสัตว์ พึงลักทรัพย์ พึงพูดเท็จ
พึงพูดส่อเสียด พึงพูดเพ้อเจ้อ พึงตัดช่องย่องเบา พึงปล้นตลอดบ้าน
พึงปล้นเฉพาะหลังคาเรือน พึงซุ่มดักที่ทางเปลี่ยว พึงคบหาทาระของ
ผู้อื่น พึงฆ่าชาวบ้าน พึงฆ่าชาวนิคม หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๔๙๕] ส. ความไม่รู้ของปุถุชนมีอยู่ และปุถุชนอันความไม่รู้ครอบงำ พึงฆ่าสัตว์
พึงลักทรัพย์ ฯลฯ พึงฆ่าชาวบ้าน พึงฆ่าชาวนิคม หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ความไม่รู้ของพระอรหันต์มีอยู่ และพระอรหันต์อันความไม่รู้ครอบงำ
พึงฆ่าสัตว์ พึงลักทรัพย์ ฯลฯ พึงฆ่าชาวบ้าน พึงฆ่าชาวนิคม หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๔๙๖] ส. ความไม่รู้ของพระอรหันต์มีอยู่ แต่พระอรหันต์จะได้ถูกความไม่รู้ครอบงำ
ฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ฯลฯ ฆ่าชาวบ้าน ฆ่าชาวนิคม ก็หาไม่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ความไม่รู้ของปุถุชนมีอยู่ แต่ปุถุชนจะได้ถูกความไม่รู้ครอบงำ ฆ่าสัตว์
ลักทรัพย์ ฯลฯ ฆ่าชาวบ้าน ฆ่าชาวนิคม ก็หาไม่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ