พุทธธรรมสงฆ์


พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๔๕๗] ส. ความสงสัยของพระอรหันต์ยังมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ความสงสัยในพระศาสดา ความสงสัยในพระธรรม ความสงสัยใน
พระสงฆ์ ความสงสัยในสิกขา ความสงสัยในส่วนเบื้องต้น ความสงสัย
ในส่วนเบื้องปลาย ความสงสัยในส่วนเบื้องต้นและส่วนเบื้องปลาย
ความสงสัยในปฏิจจสมุปปาทธรรมว่า เพราะธรรมนี้เป็นปัจจัย ธรรมนี้
จึงเกิดขึ้นของพระอรหันต์ยังมีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๔๕๘] ส. ความสงสัยในพระศาสดา ความสงสัยในพระธรรม ความสงสัยใน
พระสงฆ์ ความสงสัยในสิกขา ความสงสัยในส่วนเบื้องต้น ความ
สงสัยในส่วนเบื้องปลาย ความสงสัยในส่วนเบื้องต้นและส่วนเบื้อง
ปลาย ความสงสัยในปฏิจจสมุปปาทธรรมว่า เพราะธรรมนี้เป็นปัจจัย
ธรรมนี้จึงเกิดขึ้น ไม่มีแก่พระอรหันต์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า ความสงสัยในพระศาสดา ฯลฯ ความสงสัยในปฏิจจสมุปปาท
ธรรมว่า เพราะธรรมนี้เป็นปัจจัย ธรรมนี้จึงเกิดขึ้น ไม่มีแก่พระอรหันต์
ก็ต้องไม่กล่าวว่า ความสงสัยของพระอรหันต์ยังมีอยู่

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๔๕๙] ส. ความสงสัยของปุถุชนยังมีอยู่ และความสงสัยในพระศาสดา ฯลฯ ความ
สงสัยปฏิจจสมุปปาทธรรมว่า เพราะธรรมนี้เป็นปัจจัย ธรรมนี้จึงเกิดขึ้น
ของเขาก็ยังมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ความสงสัยของพระอรหันต์ยังมีอยู่ และความสงสัยในพระศาสดา ฯลฯ
ความสงสัยในปฏิจจสมุปปาทธรรมว่า เพราะธรรมนี้เป็นปัจจัย ธรรมนี้
จึงเกิดขึ้น ของท่านก็ยังมีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๔๖๐] ส. ความสงสัยของพระอรหันต์ยังมีอยู่ แต่ความสงสัยในพระศาสดา ฯลฯ
ความสงสัยในปฏิจจสมุปปาทธรรมว่า เพราะธรรมนี้เป็นปัจจัย ธรรมนี้จึง
เกิดขึ้น ของท่านไม่มี หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ความสงสัยของปุถุชนมีอยู่ แต่ความสงสัยในพระศาสดา ฯลฯ ความ
สงสัยในปฏิจจสมุปปาทธรรมว่า เพราะธรรมนี้เป็นปัจจัย ธรรมนี้จึง
เกิดขึ้นของเขาไม่มี หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ความสงสัยของปุถุชนมีอยู่ แต่ความสงสัยในพระศาสดา ฯลฯ ความ
สงสัยในปฏิจจสมุปปาทธรรมว่า เพราะธรรมนี้เป็นปัจจัย ธรรมนี้จึง
เกิดขึ้นของเขาไม่มี หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๔๖๑] ส. การปล่อยสุกกะคืออสุจิของพระอรหันต์มีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. การปล่อยสุกกะคืออสุจิของพระอรหันต์ เป็นผลของอะไร
ป. เป็นผลของการกิน การดื่ม การเคี้ยว การลิ้ม
ส. การปล่อยสุกกะคืออสุจิของพระอรหันต์ เป็นผลของการกิน การดื่ม
การเคี้ยว การลิ้ม หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ชนเหล่าหนึ่งเหล่าใด ยังกิน ยังดื่ม ยังเคี้ยว ยังลิ้มอยู่ การปล่อยสุกกะ
คืออสุจิของชนเหล่านั้นทุกจำพวกเทียวยังมีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๔๖๒] ส. ชนเหล่าหนึ่งเหล่าใด ยังกิน ยังดื่ม ยังเคี้ยว ยังลิ้มอยู่ การปล่อยสุกกะ
คืออสุจิของชนเหล่านั้นทุกจำพวกเทียวยังมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พวกทารก ยังกิน ยังดื่ม ยังเคี้ยว ยังลิ้มอยู่ การปล่อยสุกกะคืออสุจิของ
ทารกมีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๔๖๓] ส. พวกบัณเฑาะก์ ยังกิน ยังดื่ม ยังเคี้ยว ยังลิ้มอยู่ การปล่อยสุกกะคือ
อสุจิของบัณเฑาะก์มีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๔๖๔] ส. พวกเทวดา ยังกิน ยังดื่ม ยังเคี้ยว ยังลิ้มอยู่ การปล่อยสุกกะคืออสุจิของ
พวกเทวดามีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๔๖๕] ส. การปล่อยสุกกะคืออสุจิของพระอรหันต์ เป็นผลของการกิน การดื่ม
การเคี้ยว การลิ้ม หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ความประสงค์ของท่านมีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๔๖๖] ส. อุจจาระ ปัสสาวะ ของพระอรหันต์ เป็นผลของการกิน การดื่ม การ
เคี้ยว การลิ้ม ความประสงค์ของท่านมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. การปล่อยสุกกะคืออสุจิของพระอรหันต์ เป็นผลของการกิน การดื่ม
การเคี้ยว การลิ้ม ความประสงค์ของท่านมีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ