พุทธธรรมสงฆ์


พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๔๑๗] ส. ธรรมอันยังไม่ให้ผลที่เป็นอดีต ดับไปแล้ว ธรรมเหล่านั้นยังมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ธรรมอันให้ผลแล้วที่เป็นอดีตดับไปแล้ว ธรรมเหล่านั้นยังมีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ธรรมอันยังไม่ให้ผลที่เป็นอดีตดับไปแล้ว ธรรมเหล่านั้นยังมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ธรรมอันไม่มีวิบากที่เป็นอดีตดับไปแล้ว ธรรมเหล่านั้นยังมีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ธรรมอันให้ผลแล้วที่เป็นอดีตดับไปแล้ว ธรรมเหล่านั้นไม่มีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ธรรมอันยังไม่ให้ผลที่เป็นอดีตดับไปแล้ว ธรรมเหล่านั้นไม่มีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ธรรมอันให้ผลแล้วที่เป็นอดีตดับไปแล้ว ธรรมเหล่านั้นไม่มีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ธรรมอันไม่มีวิบากที่เป็นอดีตดับไปแล้ว ธรรมเหล่านั้นไม่มีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๔๑๘] ส. ธรรมอันยังไม่ให้ผลที่เป็นอดีตดับไปแล้ว ธรรมเหล่านั้นยังมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ธรรมอันให้ผลแล้วที่เป็นอดีตดับไปแล้ว ธรรมเหล่านั้นไม่มีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ธรรมอันให้ผลแล้วส่วนหนึ่ง ยังไม่ให้ผลส่วนหนึ่งที่เป็นอดีตดับไปแล้ว
ธรรมเหล่านั้น บางส่วนมีอยู่ บางส่วนไม่มีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๔๑๙] ป. ไม่พึงกล่าวว่า ธรรมอันยังไม่ให้ผลล่วงไปแล้ว ธรรมเหล่านั้นมีอยู่ หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. ธรรมอันยังไม่ให้ผลที่เป็นอดีต ยังจักให้ผลมิใช่ หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. หากว่า ธรรมอันยังไม่ให้ผลที่เป็นอดีต ยังจักให้ผล ด้วยเหตุนั้นนะท่าน
จึงต้องกล่าวว่า ธรรมอันยังไม่ให้ผลล่วงไปแล้ว ธรรมเหล่านั้นยังมีอยู่
ส. ธรรมอันยังไม่ให้ผลล่วงไปแล้ว ธรรมเหล่านั้นชื่อว่า มีอยู่ เพราะทำ
อธิบายว่า ยังจักให้ผล หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ชื่อว่าปัจจุบัน เพราะทำอธิบายว่า ยังจักให้ผล หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ชื่อว่าปัจจุบัน เพราะทำอธิบายว่า ยังจักให้ผล หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ธรรมที่เป็นปัจจุบัน ก็ชื่อว่าไม่มีอยู่ เพราะทำอธิบายว่า จักดับไปด้วย
หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๔๒๐] ส. อนาคตมีอยู่ หรือ?
ป. บางอย่างมีอยู่ บางอย่างไม่มีอยู่
ส. อนาคตบางอย่างเกิดแล้ว บางอย่างยังไม่เกิด บางอย่างเกิดพร้อมแล้ว
บางอย่างยังไม่เกิดพร้อม บางอย่างบังเกิดแล้ว บางอย่างยังไม่บังเกิด บาง
อย่างปรากฏแล้ว บางอย่างยังไม่ปรากฏ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๔๒๑] ส. อนาคตบางอย่างมีอยู่ บางอย่างไม่มีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. อุปปาทิธรรม (ธรรมจักเกิดขึ้น) ที่เป็นอนาคต บางอย่างมีอยู่ บางอย่าง
ไม่มีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. อนาคตบางอย่าง ฯลฯ อนุปปาทิธรรม (ธรรมจักไม่เกิดขึ้น) ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๔๒๒] ส. อนาคตบางอย่างมีอยู่ บางอย่างไม่มีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. อะไรมีอยู่ อะไรไม่มีอยู่?
ป. อุปปาทิธรรมที่เป็นอนาคตมีอยู่ อนุปปาทิธรรมที่เป็นอนาคตไม่มีอยู่
ส. อุปปาทิธรรมเป็นอนาคตมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. อนุปปาทิธรรมที่เป็นอนาคตมีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. อนุปปาทิธรรมที่เป็นอนาคตไม่มีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. อุปปาทิธรรมที่เป็นอนาคตมีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. อุปปาทิธรรมที่เป็นอนาคตมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. อุปปาทิธรรมที่เป็นอนาคต ยังไม่เกิดมิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า อุปปาทิธรรมที่เป็นอนาคตยังไม่เกิด ก็ต้องไม่กล่าวว่า อุปปาทิธรรม
ที่เป็นอนาคตมีอยู่

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๔๒๓] ส. อุปปาทิธรรมที่เป็นอนาคตยังไม่เกิด ธรรมทั้งหลายนั้นมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. อนุปปาทิธรรมที่เป็นอนาคตยังไม่เกิด ธรรมเหล่านั้นมีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. อนุปปาทิธรรมที่เป็นอนาคตยังไม่เกิด ไม่มีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. อุปปาทิธรรมที่เป็นอนาคตยังไม่เกิด ไม่มีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๔๒๔] ป. ไม่พึงกล่าวว่า อุปปาทิธรรมที่เป็นอนาคตมีอยู่ หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. อุปปาทิธรรมที่เป็นอนาคต จักบังเกิดขึ้นมิใช่ หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. หากว่า อุปปาทิธรรมที่เป็นอนาคตจักบังเกิดขึ้น ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึง
ต้องกล่าวว่า อุปปาทิธรรมที่เป็นอนาคตมีอยู่

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๔๒๕] ส. อุปปาทิธรรมที่เป็นอนาคต ชื่อว่ามีอยู่ เพราะทำอธิบายว่า จักบังเกิดขึ้น
หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ชื่อว่าปัจจุบัน เพราะทำอธิบายไว้ว่า จักบังเกิดขึ้น หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ชื่อว่าปัจจุบัน เพราะทำอธิบายไว้ว่า จักบังเกิดขึ้นหรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ธรรมที่เป็นปัจจุบัน ชื่อว่าไม่มีอยู่ เพราะทำอธิบายว่า จักดับไป หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
เอกัจจมัตถีติกถา จบ
———–
สติปัฏฐานกถา

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๔๒๖] สกวาที ธรรมทั้งปวงเป็นสติปัฏฐาน หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. ธรรมทั้งปวงเป็นสติ เป็นสตินทรีย์ เป็นสติพละ เป็นสัมมาสติ เป็นสติ
สัมโพชฌงค์ เป็นเอกายนมรรค เป็นเหตุให้ถึงความสิ้นไป เป็นเหตุให้
ถึงความตรัสรู้ เป็นเหตุให้ถึงนิพพาน ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ ไม่
เป็นอารมณ์ของสัญโญชน์ ไม่เป็นอารมณ์ของคันถะ ไม่เป็นอารมณ์ของ
โอฆะ ไม่เป็นอารมณ์ของโยคะ ไม่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ ไม่เป็น
อารมณ์ของปรามาสะ ไม่เป็นอารมณ์ของอุปทาน ไม่เป็นอารมณ์ของ
สังกิเลส ธรรมทั้งปวงเป็นพุทธานุสสติ เป็นธัมมานุสสติ เป็น
สังฆานุสสติ เป็นสีลานุสสติ เป็นจาคานุสสติ เป็นเทวดานุสสติ
เป็นอานาปานสติ เป็นมรณานุสสติ เป็นกายคตาสติ เป็นอุปสมานุสสติ
หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ