[๒๖๗] ป. การประพฤติพรหมจรรย์มีอยู่ในหมู่มนุษย์ หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. การประพฤติพรหมจรรย์มีอยู่ในชาวชนบท พวกปลายเขต ปลายแดน
เป็นมิลักขู ไม่รู้ประสา เป็นที่ซึ่งภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา
ไปไม่ถึง หรือ?
ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๒๖๗] ป. การประพฤติพรหมจรรย์มีอยู่ในหมู่มนุษย์ หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. การประพฤติพรหมจรรย์มีอยู่ในชาวชนบท พวกปลายเขต ปลายแดน
เป็นมิลักขู ไม่รู้ประสา เป็นที่ซึ่งภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา
ไปไม่ถึง หรือ?
ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๒๖๘] ป. การประพฤติพรหมจรรย์มีอยู่ในหมู่เทวดา หรือ?
ส. ที่มีก็มี ที่ไม่มีก็มี
ป. ในหมู่เทวดาเหล่าอสัญญีสัตว์ ที่มีการประพฤติพรหมจรรย์ก็มี ที่ไม่มีก็มี
ในหมู่เทวดาเหล่าสัญญีสัตว์ ที่มีการประพฤติพรหมจรรย์ก็มี ที่ไม่มีก็มี
หรือ?
ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ป. ในหมู่เทวดา ที่มีการประพฤติพรหมจรรย์ก็มี ที่ไม่มีก็มี หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. มีในที่ไหน ไม่มีในที่ไหน
ส. การประพฤติพรหมจรรย์ไม่มีในเทวดาเหล่าอสัญญีสัตว์ การประพฤติ
พรหมจรรย์มีในเทวดาเหล่าสัญญีสัตว์
ป. การประพฤติพรหมจรรย์ไม่มีในเทวดาเหล่าอสัญญีสัตว์ หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. การประพฤติพรหมจรรย์ไม่มีในเทวดาเหล่าสัญญีสัตว์ หรือ?
ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ป. การประพฤติพรหมจรรย์มีในเทวดาเหล่าสัญญีสัตว์ หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. การประพฤติพรหมจรรย์มีในเทวดาเหล่าอสัญญีสัตว์ หรือ?
ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๒๖๙] ป. การประพฤติพรหมจรรย์มีในหมู่มนุษย์ หรือ?
ส. ที่มีก็มี ที่ไม่มีก็มี
ป. ในชาวชนบทพวกปลายเขต ปลายแดน เป็นมิลักขู ไม่รู้ประสา เป็น
ที่ซึ่งภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา ไปไม่ถึง ที่มีการประพฤติ
พรหมจรรย์ก็มี ที่ไม่มีก็มี ในชาวชนบทพวกที่อยู่ร่วมใน (มัชฌิมชนบท)
ที่มีการประพฤติพรหมจรรย์ก็มี ที่ไม่มีก็มี หรือ?
ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๒๗๐] ป. ในหมู่มนุษย์ ที่มีการประพฤติพรหมจรรย์ก็มี ที่ไม่มีก็มี หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. มีในที่ไหน ไม่มีในที่ไหน
ส. การประพฤติพรหมจรรย์ ไม่มีในชาวชนบทพวกปลายเขต ปลายแดน
เป็นมิลักขู ไม่รู้ประสา ที่ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา ไปไม่ถึง
การประพฤติพรหมจรรย์มีในชาวชนบทพวกที่อยู่ร่วมใน
ป. การพฤติพรหมจรรย์ไม่มีในชาวชนบท พวกปลายเขต ปลายแดน เป็น
มิลักขู ไม่รู้ประสา ที่ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกาไปไม่ถึง หรือ
ส. ถูกแล้ว
ป. การประพฤติพรหมจรรย์ไม่มีในชาวชนบทที่อยู่ร่วมใน หรือ?
ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ป. การประพฤติพรหมจรรย์มีในชาวชนบทพวกที่อยู่ร่วมใน หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. การประพฤติพรหมจรรย์มีในชาวชนบท พวกที่อยู่ปลายเขต ปลายแดน
เป็นมิลักขู ไม่รู้ประสา ที่ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา ไปไม่ถึง หรือ?
ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๒๗๑] ป. การประพฤติพรหมจรรย์มีในหมู่เทวดา หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย มนุษย์ชาวชมพูทวีป
ย่อมครอบงำมนุษย์ชาวอุตตรกุรุทวีป และเทวดาชั้นดาวดึงส์ ด้วย
ฐานะ ๓ ประการ ๓ ประการ อะไรบ้าง กล้า ๑ มีสติ ๑ มีการ
ประพฤติพรหมจรรย์ ณ ที่นี้ ๑ ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. ถ้าอย่างนั้น การประพฤติพรหมจรรย์ก็ไม่มีในหมู่เทวดาน่ะสิ
ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัส ณ เมืองสาวัตถีว่า มีการประพฤติพรหมจรรย์
ณ ที่นี้ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. การประพฤติพรหมจรรย์มี ณ เมืองสาวัตถีเท่านั้น การประพฤติพรหม
จรรย์ไม่มีในที่อื่น หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. บุคคลผู้อนาคามี ละสัญโญชน์ อันเป็นไปในส่วนเบื้องต่ำ ๕ ได้แล้ว
แต่ยังละสัญโญชน์อันเป็นไปในส่วนเบื้องบน ๕ ไม่ได้ เมื่อท่านเคลื่อน
จากโลกนี้ บังเกิดในหมู่เทวดานั้นแล้ว ผลบังเกิดขึ้นในที่ไหน
ป. ในหมู่เทวดานั้นแล
ส. หากว่าบุคคลผู้อนาคามี ละสัญโญชน์อันเป็นไปในส่วนเบื้องต่ำ ๕ ได้แล้ว
แต่ยังละสัญโญชน์อันเป็นไปในส่วนเบื้องบน ๕ ไม่ได้ เมื่อท่านเคลื่อน
จากโลกนี้ บังเกิดในหมู่เทวดานั้นแล้ว ผลก็บังเกิดขึ้นในหมู่เทวดานั้น
ก็ต้องไม่กล่าวว่า การประพฤติพรหมจรรย์ไม่มีในหมู่เทวดา
ส. บุคคลผู้อนาคามี ละสัญโญชน์อันเป็นไปในส่วนเบื้องต่ำ ๕ ได้แล้ว
แต่ยังละสัญโญชน์อันเป็นไปในส่วนเบื้องบน ๕ ไม่ได้ เมื่อท่านเคลื่อน
จากโลกนี้ บังเกิดในหมู่เทวดานั้นแล้ว มีการปลงภาระ ณ ที่ไหน … มี
การกำหนดรู้ทุกข์ ณ ที่ไหน … มีการละกิเลส ณ ที่ไหน … มีการกระทำให้
แจ้งซึ่งนิโรธ ณ ที่ไหน … มีการแทงตลอดซึ่งอกุปปธรรม ณ ที่ไหน
ป. ในหมู่เทวดานั้นแล
ส. หากว่าบุคคลผู้อนาคามี ละสัญโญชน์อันเป็นไปในส่วนเบื้องต่ำ ๕ ได้แล้ว
แต่ยังละสัญโญชน์อันเป็นไปในส่วนเบื้องบน ๕ ไม่ได้ เมื่อท่านเคลื่อน
จากโลกนี้ บังเกิดในหมู่เทวดานั้นแล้ว มีการแทงตลอดซึ่งอกุปปธรรม
ในหมู่เทวดานั้น ก็ต้องไม่กล่าวว่า การประพฤติพรหมจรรย์ไม่มีในหมู่
เทวดา
ส. บุคคลผู้อนาคามี ละสัญโญชน์อันเป็นไปในส่วนเบื้องต่ำ ๕ ได้แล้ว
แต่ยังละสัญโญชน์อันเป็นไปในส่วนเบื้องบน ๕ ไม่ได้ เมื่อท่านเคลื่อน
จากโลกนี้ บังเกิดในหมู่เทวดานั้นแล้ว ผลก็บังเกิดในหมู่เทวดานั้น
การปลงภาระก็ในหมู่เทวดานั้น การกำหนดรู้ก็ในหมู่เทวดานั้น การละ
กิเลสก็ในหมู่เทวดานั้น การทำให้แจ้งซึ่งนิโรธก็ในหมู่เทวดานั้น การแทง
ตลอดซึ่งอกุปปธรรมก็ในหมู่เทวดานั้น ก็โดยอรรถเป็นไฉนเล่า ท่านจึง
กล่าวว่า การประพฤติพรหมจรรย์ไม่มีในหมู่เทวดา
ป. ก็เพราะบุคคลผู้อนาคามีกระทำให้แจ้งซึ่งผล ในหมู่เทวดานั้น ด้วยมรรคที่
ท่านให้เกิดแล้วในโลกนี้นั่นแล
[๒๗๒] ส. บุคคลผู้อนาคามี ทำให้แจ้งซึ่งผลในหมู่เทวดานั้นด้วยมรรคอันท่านให้
เกิดแล้วในโลกนี้ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. บุคคลผู้โสดาบันทำให้แจ้งซึ่งผลในโลกนี้ ด้วยมรรคอันท่านให้เกิดแล้ว
ในหมู่เทวดานั้น หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. บุคคลผู้อนาคามี ทำให้แจ้งซึ่งผลในหมู่เทวดานั้นด้วยมรรคอันท่านให้เกิด
แล้วในโลก หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. บุคคลผู้มีสกทาคามี เป็นบุคคลผู้จะปรินิพพานในโลกนี้ กระทำให้แจ้ง
ซึ่งผลในโลกนี้ ด้วยมรรคอันท่านให้เกิดแล้วในหมู่เทวดานั้น หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. บุคคลผู้โสดาบัน ทำให้แจ้งซึ่งผลในโลกนี้ด้วยมรรคอันท่านให้เกิดแล้ว
ในโลกนี้ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. บุคคลผู้อนาคามี ทำให้แจ้งซึ่งผลในหมู่เทวดานั้น ด้วยมรรคอันท่านให้
เกิดแล้วในหมู่เทวดานั้น หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. บุคคลผู้สกทาคามี เป็นบุคคลผู้จะปรินิพพานในโลกนี้ ทำให้แจ้งซึ่งผล
ในโลกนี้ ด้วยมรรคอันท่านให้เกิดแล้วในโลกนี้ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. บุคคลผู้อนาคามี ทำให้แจ้งซึ่งผลในหมู่เทวดานั้น ด้วยมรรคอันท่านให้
เกิดแล้วในหมู่เทวดานั้น หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๒๗๓] ส. บุคคลผู้อิธวิหายนิฏฐะ จะไม่ยังมรรคให้เกิด และละกิเลสทั้งหลายอีก
หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อกระทำให้แจ้งซึ่งโสดาปัตติผล จะไม่ยังมรรคให้เกิด
และละกิเลสทั้งหลายอีก หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. บุคคลผู้อิธวิหายนิฏฐะ จะไม่ยังมรรคให้เกิดและละกิเลสทั้งหลายอีก
หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อกระทำให้แจ้งซึ่งสกทาคามิผล ฯลฯ บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อ
กระทำให้แจ้งซึ่งอรหัตผล จะไม่ยังมรรคให้เกิดและละกิเลสทั้งหลายอีก
หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๒๗๔] ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อกระทำให้แจ้งซึ่งโสดาปัตติผล ยังมรรคให้เกิดและละ
กิเลสทั้งหลายไม่ก่อนไม่หลัง หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. บุคคลผู้อิธวิหายนิฏฐะ ยังมรรคให้เกิดและละกิเลสทั้งหลายไม่ก่อนไม่
หลัง หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อกระทำให้แจ้งซึ่งสกทาคามิผล ฯลฯ บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อ
กระทำให้แจ้งซึ่งอรหัตผล ยังมรรคให้เกิดและละกิเลสทั้งหลายไม่ก่อน
ไม่หลัง หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. บุคคลผู้อิธวิหายนิฏฐะ ยังมรรคให้เกิดและละกิเลสทั้งหลายไม่ก่อน
ไม่หลัง หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๒๗๕] ส. บุคคลผู้อนาคามี มีกรณียะอันกระทำแล้ว มีภาวนาอันอบรมแล้ว จึง
ผลุดเกิดในหมู่เทวดานั้น หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ผลุดเกิดเป็นพระอรหันต์เลย หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ผลุดเกิดเป็นพระอรหันต์เลย หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระอรหันต์มีภพใหม่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. พระอรหันต์มีภพใหม่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระอรหันต์ไปสู่ภพจากภพ ไปสู่คติจากคติ ไปสู่สงสารจากสงสาร ไป
สู่อุปบัติจากอุปบัติ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๒๗๖] ส. บุคคลผู้อนาคามี เป็นผู้มีกรณียะอันกระทำแล้ว มีภาวนาอันอบรมแล้ว
แต่เป็นผู้มีภาระอันยังไม่ปลงลงแล้ว ผลุดเกิดในหมู่เทวดานั้น หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. บุคคลผู้อนาคามี จะต้องยังมรรคให้เกิดอีกเพื่อปลงภาระ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ