พุทธธรรมสงฆ์


พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๒๔๗] ส. พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ปฏิปทาที่พระสมณะประกาศแล้วมีสูงและ
ต่ำแล แต่ผู้ปฏิบัติจะไปถึงฝั่ง (คือนิพพาน) ได้สองเที่ยวก็หาไม่
ฝั่งนี้อันผู้ปฏิบัติจะได้รู้แต่ครั้งเดียวก็หาไม่ ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง
มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้ น่ะสิ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๒๔๘] ส. พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. บรรดากิเลสวัฏที่พระอรหันต์ตัดแล้ว ยังมีบางอย่างที่ยังจะต้องตัดอีก
หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. บรรดากิเลสวัฏที่พระอรหันต์ตัดแล้ว ยังมีบางอย่างที่ยังจะต้องตัดอีก
หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ท่านผู้เสร็จกิจที่จำต้องทำแล้ว เป็นผู้
ปราศจากตัณหา ไม่มีกิเลสเครื่องยึดถือ บรรดากิเลสวัฏที่ท่านตัดแล้ว
ไม่มีอันใดที่ยังจะต้องตัดอีก ท่านถอนห้วงน้ำและบ่วงได้แล้ว ดังนี้
เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า บรรดากิเลสวัฏที่พระอรหันต์ตัดแล้ว ยัง
มีบางอย่างที่ยังจะต้องตัดอีก น่ะสิ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๒๔๙] ส. พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. กิจที่ทำแล้ว ต้องกลับสร้างสมอีก มีหรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น
ส. กิจที่ทำแล้ว ต้องกลับสร้างสมอีก มีหรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า การกลับสร้างสมกิจที่ทำแล้วไม่มี กิจ
อื่นที่จำต้องทำอีกก็ไม่มี แก่ภิกษุนั้นผู้พ้นแล้วโดยชอบ ผู้มีจิตสงบ
แล้ว บรรดารูป เสียง กลิ่น รส ผัสสะ ธัมมารมณ์ทุกอย่างทั้งที่น่า
ปรารถนาและไม่น่าปรารถนา ไม่ยังจิตของท่านผู้คงที่ อันตั้งมั่น
หลุดพ้นแล้ว ให้หวั่นไหวได้ ดุจภูเขาศิลาล้วนเป็นแท่งทึบ ย่อมไม่
สะเทือนเพราะลม ฉะนั้น เพราะภิกษุนั้นย่อมพิจารณาเห็นแต่
ความสิ้นไปแห่งจิตนั้นๆ ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า กิจที่ทำแล้วต้องกลับสร้างสมอีก มีอยู่
น่ะสิ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๒๕๐] ป. ไม่พึงกล่าวว่า พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้ หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๕ เหล่านี้
ย่อมเป็นไปพร้อมเพื่อความเสื่อมรอบแก่ภิกษุผู้สมยวิมุต ธรรม ๕
เป็นไฉน คือ ความเพลิดเพลินในการงาน ความเพลิดเพลินในการ
สนทนา ความเพลิดเพลินในการหลับ ความเพลิดเพลินในการ
คลุกคลี ไม่พิจารณาจิตที่หลุดพ้นแล้วอย่างไร ดูกรภิกษุทั้งหลาย
ธรรม ๕ เหล่านี้แล ย่อมเป็นไปพร้อมเพื่อความเสื่อมแก่ภิกษุผู้
สมยวิมุต ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริงมิใช่หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. ถ้าอย่างนั้น พระอรหันต์ก็เสื่อมจากอรหัตผลได้น่ะสิ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๒๕๑] ส. พระอรหันต์มีความเพลิดเพลินในการงาน หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. พระอรหันต์มีความเพลิดเพลินในการงาน หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระอรหันต์ยังมีราคะ กามราคะ กามราคปริยุฏฐานะ กามราคสัญโญชน์
กาโมฆะ กามโยคะ กามฉันทนิวรณ์ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. พระอรหันต์ยังมีความเพลิดเพลินในการสนทนา … มีความเพลิดเพลิน
ในการหลับ … มีความเพลิดเพลินในการคลุกคลี หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. พระอรหันต์ยังมีความเพลิดเพลินในการคลุกคลี หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระอรหันต์ยังมีราคะ กามราคะ กามราคปริยุฏฐานะ กามราคสัญโญชน์
กาโมฆะ กามโยคะ กามฉันทนิวรณ์ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๒๕๒] ส. พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระอรหันต์เมื่อเสื่อมจากอรหัตตผล ถูกอะไรกลุ้มรุมจึงเสื่อม?
ป. ถูกราคะกลุ้มรุมจึงเสื่อม
ส. การกลุ้มรุมเกิดขึ้น เพราะอาศัยอะไร?
ป. เกิดขึ้น เพราะอาศัยอนุสัย
ส. พระอรหันต์ยังมีอนุสัย หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. พระอรหันต์ยังมีอนุสัย หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระอรหันต์ยังมีกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย
วิจิกิจฉานุสัย ภวราคานุสัย อวิชชานุสัย หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ป. พระอรหันต์ถูกโทสะกลุ้มรุมจึงเสื่อม ฯลฯ ถูกโมหะกลุ้มรุมจึงเสื่อม
ส. ความกลุ้มรุมเกิดขึ้นเพราะอาศัยอะไร
ป. เกิดขึ้น เพราะอาศัยอนุสัย
ส. พระอรหันต์ยังมีอนุสัย หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. พระอรหันต์ยังมีอนุสัย หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระอรหันต์ยังมีกามราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัย หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๒๕๓] ส. พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เมื่อพระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผล อะไรก่อตัวขึ้น?
ป. ราคะก่อตัวขึ้น
ส. สักกายทิฏฐิก่อตัวขึ้นหรือ วิจิกิจฉาก่อตัวขึ้นหรือ สีลัพพตปรามาสก่อ
ตัวขึ้น หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. โทสะก่อตัวขึ้นหรือ ฯลฯ โมหะก่อตัวขึ้นหรือ สักกายทิฏฐิก่อตัวขึ้นหรือ
วิจิกิจฉาก่อตัวขึ้นหรือ สีลัพพตปรามาสก่อตัวขึ้นหรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๒๕๔] ส. พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระอรหันต์ยังสะสมอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. พระอรหันต์เลิกสะสมอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. พระอรหันต์ยังละอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. พระอรหันต์ยังยึดมั่นอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. พระอรหันต์ยังชำระล้างอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. พระอรหันต์ยังหมักหมมอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. พระอรหันต์ยังกำจัดมืดอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. พระอรหันต์ยังมืดมัวอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. พระอรหันต์ยังสะสมอยู่ก็ไม่ใช่ เลิกสะสมอยู่ก็ไม่ใช่ แต่เป็นผู้เลิก
สะสมแล้วตั้งอยู่ มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า พระอรหันต์ยังสะสมอยู่ก็ไม่ใช่ เลิกสะสมอยู่ก็ไม่ใช่ แต่เป็น
ผู้เลิกสะสมแล้วตั้งอยู่ ก็ต้องไม่กล่าวว่าพระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้
ส. พระอรหันต์ยังละอยู่ก็ไม่ใช่ ยังยึดมั่นอยู่ก็ไม่ใช่ แต่เป็นผู้ละขาดแล้ว
ตั้งอยู่ มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า พระอรหันต์ยังละอยู่ก็ไม่ใช่ ยังยึดมั่นอยู่ก็ไม่ใช่ แต่เป็นผู้ละขาด
แล้วตั้งอยู่ ก็ต้องไม่กล่าวว่า พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้
ส. พระอรหันต์ยังชำระล้างอยู่ก็ไม่ใช่ ยังหมักหมมอยู่ก็ไม่ใช่ แต่เป็นผู้ชำระ
ล้างแล้วตั้งอยู่ มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า พระอรหันต์ยังชำระล้างอยู่ก็ไม่ใช่ ยังหมักหมมอยู่ก็ไม่ใช่ แต่เป็น
ผู้ชำระล้างแล้วตั้งอยู่ ก็ต้องไม่กล่าวว่าพระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้
ส. พระอรหันต์ยังกำจัดมืดอยู่ก็ไม่ใช่ ยังมืดมัวอยู่ก็ไม่ใช่ แต่เป็นผู้กำจัด
มืดแล้วตั้งอยู่ มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า พระอรหันต์ยังกำจัดมืดอยู่ก็ไม่ใช่ ยังมืดมัวอยู่ก็ไม่ใช่ แต่เป็น
ผู้กำจัดมืดแล้วตั้งอยู่ ก็ต้องไม่กล่าวว่า พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้
ปริหานิกถา จบ.
————-
พรหมจริยกถา

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๒๕๕] สกวาที การประพฤติพรหมจรรย์ไม่มีในหมู่เทวดา หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. เทวดาทั้งหมด เป็นผู้เงอะงะ เป็นใบ้ ไม่รู้เดียงสา ใช้ภาษาใบ้ ไม่มี
กำลังพอ รู้ความแห่งคำที่กล่าวดีกล่าวชั่ว เทวดาทั้งหมดไม่เลื่อมใสใน
พระพุทธเจ้า ไม่เลื่อมใส
ในพระธรรม ไม่เลื่อมใสในพระสงฆ์ ไม่เข้าไปนั่งใกล้พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า ไม่ทูลถามปัญหา
กับพระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า ไม่ชื่นชมในปัญหาที่พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าวิสัชนาแล้ว เทวดาทั้ง
หมดประกอบด้วยกัมมาวรณ์ กิเลสาวรณ์ วิปากาวรณ์ ไม่มีศรัทธา ไม่มีฉันทะ เป็นผู้มีปัญญา
ทราม เป็นผู้ไม่ควรเพื่อก้าวลงสู่ความแน่นอนอันเป็นทางชอบในกุศลธรรมทั้งหลาย เทวดาทั้ง
หมดเป็นผู้ทำมาตุฆาต เป็นผู้ทำปิตุฆาต เป็นผู้ทำอรหันตฆาต เป็นผู้ทำโลหิตุปบาท เป็นผู้ทำ
สังฆเภท เทวดาทั้งหมดเป็นผู้ทำปาณาติบาต เป็นผู้ทำอทินนาทาน เป็นผู้ประพฤติผิดในกาม
เป็นผู้กล่าวมุสาวาท เป็นผู้กล่าวปิสุณาวาท เป็นผู้กล่าวผรุสวาท เป็นผู้กล่าวสัมผัปปลาปวาท
เป็นผู้มากด้วยอภิชฌา เป็นผู้มีจิตพยาบาท เป็นมิจฉาทิฏฐิ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. เทวดาที่ไม่เป็นผู้เงอะงะ ไม่เป็นใบ้ เป็นผู้รู้เดียงสาไม่ใช้ภาษาใบ้ มี
กำลังพอจะรู้เนื้อความแห่งคำที่กล่าวดีหรือชั่ว มีอยู่ เทวดาที่เลื่อมใสในพระพุทธเจ้า เลื่อมใส
ในพระธรรม เลื่อมใสในพระสงฆ์ เข้าไปนั่งใกล้พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า ทูลถามปัญหากะพระ
ผู้มีพระภาคพุทธเจ้า ชื่นชมในปัญหาที่พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าวิสัชนาแล้ว ก็มีอยู่ เทวดาที่ไม่
ประกอบด้วยกัมมาวรณ์ ไม่ประกอบด้วยกิเลสาวรณ์ ไม่ประกอบด้วยวิปากาวรณ์ เป็นผู้มีศรัทธา
เป็นผู้มีฉันทะ เป็นผู้มีปัญญา เป็นผู้ควรเพื่อจะก้าวลงสู่ความแน่นอนอันเป็นทางชอบในกุศล
ธรรมทั้งหลาย ก็มีอยู่ เทวดาที่ไม่เป็นผู้ทำมาตุฆาต ไม่เป็นผู้ทำปิตุฆาต ไม่เป็นผู้ทำอรหันตฆาต
ไม่เป็นผู้ทำโลหิตุปบาท ไม่เป็นผู้ทำสังฆเภท ก็มีอยู่ เทวดาที่ไม่เป็นผู้ทำปาณาติบาต ไม่เป็นผู้
ทำอทินนาทาน ไม่ประพฤติผิดในกาม ไม่กล่าวมุสาวาท ไม่กล่าวปิสุณาวาท ไม่กล่าวผรุสวาท
ไม่กล่าวสัมผัปปลาปวาท มิใช่ผู้มากด้วยอภิชฌา มิใช่ผู้มีจิตพยาบาท เป็นสัมมาทิฏฐิ ก็มีอยู่มิ
ใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า เทวดาที่ไม่เป็นผู้เงอะงะ ไม่เป็นใบ้ เป็นผู้รู้เดียงสาไม่ใช้ภาษา
ใบ้ มีกำลังพอจะรู้เนื้อความแห่งคำที่กล่าวดีกล่าวชั่ว มีอยู่ ฯลฯ เทวดาที่เลื่อมใสในพระพุทธเจ้า
ฯลฯ เป็นสัมมาทิฏฐิ ก็มีอยู่ ก็ต้องไม่กล่าวว่า การประพฤติพรหมจรรย์ไม่มีในหมู่เทวดา

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๒๕๖] ป. การประพฤติพรหมจรรย์มีอยู่ในหมู่เทวดา หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. ในหมู่เทวดานั้น มีการบรรพชา ปลงผม ทรงผ้ากาสาวะ ทรงบาตร
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าอุบัติขึ้นได้ พระปัจเจกพุทธเจ้าก็อุบัติขึ้นได้ คู่แห่ง
พระสาวกก็อุบัติขึ้นได้ในหมู่เทวดา หรือ?
ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ