พุทธธรรมสงฆ์


พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๘๗] ส. ท่านหยั่งเห็นบุคคลโดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระผู้มีพระภาค มีปกติตรัสคำจริง ตรัสสมกาล ตรัสเรื่องที่เป็นจริง
ตรัสถูกต้อง ตรัสไม่ผิด ตรัสไม่คลาดเคลื่อน มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อตนก็ดีมีอยู่ พึงมีคำ
พูดว่า ของที่เนื่องกับตนของเราหรือ ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า
อย่างนั้นพระพุทธเจ้าข้า ตรัสว่า เมื่อของที่เนื่องกับตนก็ดีมีอยู่ พึงมี
คำพูดว่า ตนของเราหรือ กราบทูลว่า อย่างนั้น พระพุทธเจ้าข้า
ตรัสว่า ภิกษุทั้งหลาย เมื่อทั้งตนและของที่เนื่องกับตนจะหยั่งเห็น
ไม่ได้ โดยความเป็นของจริง โดยความเป็นของแท้ เหตุเป็นที่ตั้ง
แห่งทิฏฐิว่า โลกก็อันนั้น ตนก็อันนั้น เรานั้นละไปแล้ว จักเป็นผู้
เที่ยง ยั่งยืน คงที่ มีอันไม่แปรไปเป็นธรรมดา จักตั้งอยู่อย่างนั้น
เทียวคงที่เสมอไป ดังนี้ ก็เป็นธรรมของคนพาลบริบูรณ์สิ้นเชิง มิใช่
หรือ กราบทูลว่า ไม่พึงเป็นอะไรๆ อื่นพระพุทธเจ้าข้า เป็นธรรมของ
คนพาลบริบูรณ์สิ้นเชิงทีเดียว พระพุทธเจ้าข้า ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่
จริง มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า หยั่งเห็นบุคคลได้โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์
นะสิ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๘๘] ส. ท่านหยั่งเห็นบุคคลโดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระผู้มีพระภาค มีปกติตรัสคำจริง ตรัสสมกาล ตรัสเรื่องที่เป็นจริง
ตรัสถูกต้อง ตรัสไม่ผิด ตรัสไม่คลาดเคลื่อน มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่า ดูกรเสนิยะ ศาสดา ๓ จำพวกนี้มี อยู่ปรากฏ
อยู่ในโลก ๓ จำพวกเป็นไฉน ศาสดาบางคนในโลกนี้ บัญญัติอัตตา
โดยความเป็นของจริง โดยความเป็นของแท้ ทั้งในปัจจุบัน ทั้งใน
สัมปรายภพ อนึ่ง ศาสดาบางคนในโลกนี้ บัญญัติอัตตาโดยความ
เป็นของจริง โดยความเป็นของแท้ แต่ในปัจจุบันไม่บัญญัติเช่น
นั้นในสัมปรายภพ อนึ่ง ศาสดาบางคนในโลกนี้ ไม่บัญญัติอัตตา
โดยความเป็นของจริง โดยความเป็นของแท้ ทั้งในปัจจุบัน ทั้งใน
สัมปรายภพ ใน ๓ จำพวกนั้น ศาสดาที่บัญญัติอัตตาโดยความ
เป็นของจริง โดยความเป็นของแท้ ทั้งในปัจจุบัน ทั้งใน
สัมปรายภพ นี้เรียกว่า สัสสตวาท ศาสดาที่บัญญัติอัตตา โดย
ความเป็นของจริง โดยความเป็นของแท้ แต่ในปัจจุบัน ไม่บัญญัติ
เช่นนั้นในสัมปรายภพ นี้เรียกว่า อุจเฉทวาท ศาสดาที่ไม่บัญญัติ
อัตตาโดยความเป็นของจริง โดยความเป็นของแท้ ทั้งในปัจจุบัน
ทั้งในสัมปรายภพ นี้เรียกว่า สัมมาสัมพุทธะ ดูกรเสนิยะ ศาสดา
๓ จำพวกนี้แล มีอยู่ ปรากฏอยู่ในโลก ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง
มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า หยั่งเห็นบุคคลได้โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ นะสิ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๘๙] ส. ท่านหยั่งเห็นบุคคลโดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระผู้มีพระภาคเจ้า มีปกติตรัสคำจริง ตรัสสมกาล ตรัสเรื่องที่เป็นจริง
ตรัสถูกต้อง ตรัสไม่ผิด ตรัสไม่คลาดเคลื่อน มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระผู้มีพระภาคตรัสว่า หม้อเนยใส หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ใครๆ ที่ทำหม้อเนยใสมีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า หยั่งเห็นบุคคลได้โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์
นะสิ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๙๐] ส. ท่านหยั่งเห็นบุคคลโดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระผู้มีพระภาค มีปกติตรัสคำจริง ตรัสสมกาล ตรัสเรื่องที่เป็นจริง
ตรัสถูกต้อง ตรัสไม่ผิด ตรัสไม่คลาดเคลื่อน มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระผู้มีพระภาคตรัสว่าหม้อน้ำมัน … หม้อน้ำผึ้ง … หม้อน้ำอ้อย … หม้อ
น้ำนม … หม้อน้ำ … ภาชนะน้ำดื่ม … กระติกน้ำดื่ม … ขันน้ำดื่ม … นิตยภัต …
ธุวยาคู หรือ
ป. ถูกแล้ว
ส. ยาคูบางอย่าง เป็นของเที่ยง ยั่งยืน คงทน มีอันไม่แปรไปเป็นธรรมดา
หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า หยั่งเห็นบุคคลได้โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์
น่ะสิ ฯลฯ ย่อ
ปุคคลกถา จบ
ปริหานิกถา

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๙๑] สกวาที พระอรหันต์ เสื่อมจากอรหัตผลได้หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. พระอรหันต์ เสื่อมจากอรหัตผลได้ในภพทั้งปวงหรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. พระอรหันต์ เสื่อมจากอรหัตผลได้ในภพทั้งปวง หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เหตุเสื่อมของพระอรหันต์ (มีได้) ในภพทั้งปวง หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. พระอรหันต์ เสื่อมจากอรหัตผลได้ หรือ
ป. ถูกแล้ว
ส. พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้ในกาลทั้งปวง หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เหตุเสื่อมของพระอรหันต์ (มีได้) ในกาลทั้งปวง หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. พระอรหันต์ เสื่อมจากอรหัตผลได้ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระอรหันต์ทุกองค์เทียว เสื่อมจากอรหัตผลได้ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. พระอรหันต์ทุกองค์เทียว เสื่อมจากอรหัตผลได้ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เหตุเสื่อมของพระอรหันต์ (มีได้) ทุกองค์เทียว หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๙๒] ส. พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระอรหันต์เมื่อเสื่อมจากอรหัตผล ย่อมเสื่อมจากผลทั้งสี่ หรือ?
ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ป. เศรษฐีดำรงตำแหน่งเศรษฐีอยู่ด้วยทรัพย์สี่แสน เมื่อทรัพย์แสนหนึ่งสิ้น
ไป ย่อมเสื่อมจากตำแหน่ง หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. ย่อมเสื่อมจากสมบัติทั้งปวง หรือ?
ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. เศรษฐีดำรงตำแหน่งเศรษฐีอยู่ด้วยทรัพย์สี่แสน เมื่อทรัพย์แสนหนึ่งสิ้น
ไป เป็นผู้ควรจะเสื่อมจากสมบัติทั้งปวงหรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระอรหันต์ เมื่อเสื่อมจากอรหัตผล เป็นผู้ควรจะเสื่อมจากผลทั้งสี่
หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๙๓] ส. พระอรหันต์ เสื่อมจากอรหัตผลได้หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระโสดาบันเสื่อมจากโสดาปัตติผลได้หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระสกทาคามีเสื่อมจากสกทาคามิผลได้หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระอนาคามีเสื่อมจากอนาคามิผลได้หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๙๔] ส. พระอนาคามีเสื่อมจากอนาคามิผลได้หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระโสดาบันเสื่อมจากโสดาปัตติผลได้หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. พระอนาคามีเสื่อมจากอนาคามิผลได้หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระสกทาคามีเสื่อมจากสกทาคามิผลได้หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๙๕] ส. พระสกทาคามีเสื่อมจากสกทาคามิผลได้หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระโสดาบันเสื่อมจากโสดาปัตติผลได้หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ (เล่ม 37)

[๑๙๖] ส. พระโสดาบันย่อมไม่เสื่อมจากโสดาปัตติผลหรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระอรหันต์ย่อมไม่เสื่อมจากอรหัตผลหรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. พระสกทาคามีย่อมไม่เสื่อมจากสกทาคามิผลหรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระอรหันต์ย่อมไม่เสื่อมจากอรหัตผลหรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. พระอนาคามีย่อมไม่เสื่อมจากอนาคามิผลหรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระอรหันต์ย่อมไม่เสื่อมจากอรหัตผลหรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ