พุทธธรรมสงฆ์


พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ (เล่ม 35)

[๑๐๙๒] บรรดาขันธ์ ๕ ขันธ์ไหน นับเนื่องในรูปธาตุ ขันธ์ไหน ไม่นับเนื่องในรูป
ธาตุ ฯลฯ บรรดาจิต ๗ จิตไหน นับเนื่องในรูปธาตุ จิตไหน ไม่นับเนื่องในรูปธาตุ
รูปขันธ์ ไม่นับเนื่องในรูปธาตุ ขันธ์ ๔ นับเนื่องในรูปธาตุก็มี ไม่นับเนื่องในรูปธาตุ
ก็มี
อายตนะ ๑๐ ไม่นับเนื่องในรูปธาตุ อายตนะ ๒ นับเนื่องในรูปธาตุก็มีไม่นับเนื่องใน
รูปธาตุก็มี
ธาตุ ๑๖ ไม่นับเนื่องในรูปธาตุ ธาตุ ๒ นับเนื่องในรูปธาตุก็มี ไม่นับเนื่องใน
รูปธาตุก็มี
สัจจะ ๓ ไม่นับเนื่องในรูปธาตุ ทุกขสัจจะ นับเนื่องในรูปธาตุก็มี ไม่นับเนื่องในรูป
ธาตุก็มี
อินทรีย์ ๑๓ ไม่นับเนื่องในรูปธาตุ อินทรีย์ ๙ นับเนื่องในรูปธาตุก็มี ไม่นับเนื่องใน
รูปธาตุก็มี
อกุศลเหตุ ๓ ไม่นับเนื่องในรูปธาตุ เหตุ ๖ นับเนื่องในรูปธาตุก็มี ไม่นับเนื่องใน
รูปธาตุก็มี
กพฬิงการาหาร ไม่นับเนื่องในรูปธาตุ อาหาร ๓ นับเนื่องในรูปธาตุก็มีไม่นับเนื่อง
ในรูปธาตุก็มี
ผัสสะ ๖ ไม่นับเนื่องในรูปธาตุ มโนวิญญาณธาตุสัมผัส นับเนื่องในรูปธาตุก็มี ไม่
นับเนื่องในรูปธาตุก็มี
เวทนา ๖ สัญญา ๖ เจตนา ๖ จิต ๖ ไม่นับเนื่องในรูปธาตุ มโนวิญญาณธาตุ นับ
เนื่องในรูปธาตุก็มี ไม่นับเนื่องในรูปธาตุก็มี

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ (เล่ม 35)

[๑๐๙๓] บรรดาขันธ์ ๕ ขันธ์ไหน นับเนื่องในอรูปธาตุ ขันธ์ไหน ไม่นับเนื่องใน
อรูปธาตุ ฯลฯ บรรดาจิต ๗ จิตไหน นับเนื่องในอรูปธาตุ จิตไหนไม่นับเนื่องในอรูปธาตุ
รูปขันธ์ ไม่นับเนื่องในอรูปธาตุ ขันธ์ ๔ นับเนื่องในอรูปธาตุก็มี ไม่นับเนื่องในอรูป
ธาตุก็มี
อายตนะ ๑๐ ไม่นับเนื่องในอรูปธาตุ อายตนะ ๒ นับเนื่องในอรูปธาตุก็มีไม่นับเนื่อง
ในอรูปธาตุก็มี
ธาตุ ๑๖ ไม่นับเนื่องในอรูปธาตุ ธาตุ ๒ นับเนื่องในอรูปธาตุก็มี ไม่นับเนื่องในอรูป
ธาตุก็มี
สัจจะ ๓ ไม่นับเนื่องในอรูปธาตุ ทุกขสัจจะ นับเนื่องในอรูปธาตุก็มีไม่นับเนื่องใน
อรูปธาตุก็มี
อินทรีย์ ๑๔ ไม่นับเนื่องในอรูปธาตุ อินทรีย์ ๘ นับเนื่องในอรูปธาตุก็มีไม่นับเนื่อง
ในอรูปธาตุก็มี
อกุศลเหตุ ๓ ไม่นับเนื่องในอรูปธาตุ เหตุ ๖ นับเนื่องในอรูปธาตุก็มีไม่นับเนื่องใน
อรูปธาตุก็มี
กพฬิงการาหาร ไม่นับเนื่องในอรูปธาตุ อาหาร ๓ นับเนื่องในอรูปธาตุก็มี ไม่นับ
เนื่องในอรูปธาตุก็มี
ผัสสะ ๖ นับเนื่องในอรูปธาตุ มโนวิญญาณธาตุสัมผัส นับเนื่องในอรูปธาตุก็มี ไม่
นับเนื่องในอรูปธาตุก็มี
เวทนา ๖ สัญญา ๖ เจตนา ๖ จิต ๖ ไม่นับเนื่องในอรูปธาตุ มโนวิญญาณธาตุ
นับเนื่องในอรูปธาตุก็มี ไม่นับเนื่องในอรูปธาตุก็มี

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ (เล่ม 35)

[๑๐๙๔] บรรดาขันธ์ ๕ ขันธ์ไหน เป็นโลกิยะ ขันธ์ไหน เป็นโลกุตตระฯลฯ
บรรดาจิต ๗ จิตไหน เป็นโลกิยะ จิตไหน เป็นโลกุตตระ
รูปขันธ์ เป็นโลกิยะ ขัน ๔ เป็นโลกิยะก็มี เป็นโลกุตตระก็มี
อายตนะ ๑๐ เป็นโลกิยะ อายตนะ ๒ เป็นโลกิยะก็มี เป็นโลกุตตระก็มี
ธาตุ ๑๖ เป็นโลกิยะ ธาตุ ๒ เป็นโลกิยะก็มี เป็นโลกุตตระก็มี
สัจจะ๒ เป็นโลกิยะ สัจจะ ๒ เป็นโลกุตตระ
อินทรีย์ ๑๐ เป็นโลกิยะ อินทรีย์ ๓ เป็นโลกุตตระ อินทรีย์ ๙ เป็นโลกิยะก็มี เป็น
โลกุตตระก็มี
อกุศลเหตุ ๓ เป็นโลกิยะ เหตุ ๖ เป็นโลกิยะก็มี เป็นโลกุตตระก็มี
กพฬิงการาหาร เป็นโลกิยะ อาหาร ๓ เป็นโลกิยะก็มี เป็นโลกุตตระก็มี
ผัสสะ ๖ เป็นโลกิยะ มโนวิญญาณธาตุสัมผัส เป็นโลกิยะก็มี เป็นโลกุตตระก็มี
เวทนา ๖ สัญญา ๖ เจตนา ๖ จิต ๖ เป็นโลกิยะ มโนวิญญาณธาตุเป็นโลกิยะก็มี
เป็นโลกุตตระก็มี
วิชชมานาวิชชมานวาร

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ (เล่ม 35)

[๑๐๙๕] ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด ขันธ์เท่าไร ย่อมเกิดปรากฏ ฯลฯ จิต
เท่าไร ย่อมเกิดปรากฏ
ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด ขันธ์ ๕ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์ทุกจำพวก
อายตนะ ๑๑ ย่อมเกิดแก่สัตว์บางพวก อายตนะ ๑๐ ย่อมเกิดแก่สัตว์
บางพวก อายตนะ ๑๐ เหล่าอื่นอีก ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์บางพวก อายตนะ ๙ย่อมเกิดปรากฏ
แก่สัตว์บางพวก อายตนะ ๗ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์บางพวก
ธาตุ ๑๑ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์บางพวก ธาตุ ๑๐ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์บางพวก
ธาตุ ๑๐ เหล่าอื่นอีก ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์บางพวก ธาตุ ๙ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์บางพวก
สัจจะ ๑ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์ทุกจำพวก
อินทรีย์ ๑๔ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์บางพวก อินทรีย์ ๑๓ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์บาง
พวก อินทรีย์ ๑๓ เหล่าอื่นอีก ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์บางพวกอินทรีย์ ๑๒ ย่อมเกิดปรากฏ
แก่สัตว์บางพวก อินทรีย์ ๑๐ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์บางพวก อินทรีย์ ๙ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์
บางพวก อินทรีย์ ๙ เหล่าอื่นอีกย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์บางพวก อินทรีย์ ๘ ย่อมเกิดปรากฏ
แก่สัตว์บางพวก อินทรีย์ ๘ เหล่าอื่นอีก ย่อมเกิดปรากฎแก่สัตว์บางพวก อินทรีย์ ๗ ย่อมเกิด
ปรากฏแก่สัตว์บางพวกอินทรีย์ ๕ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์บางพวก อินทรีย์ ๔ ย่อมเกิดปรากฏ
แก่สัตว์บางพวก
เหตุ ๓ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์บางพวก เหตุ ๒ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์บางพวก
อเหตุกวิบากบางเหล่า ย่อมเกิดปรากฏ
อาหาร ๔ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์ทุกจำพวก
ผัสสะ ๑ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์ทุกจำพวก
เวทนา ๑ สัญญา ๑ เจตนา ๑ จิต ๑ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์ทุกจำพวก

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ (เล่ม 35)

[๑๐๙๖] ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด ขันธ์ ๕ เหล่าไหนย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์
ทุกจำพวก
คือ รูปขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์ ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด ขันธ์ ๕เหล่านี้ ย่อม
เกิดปรากฏแก่สัตว์ทุกจำพวก
ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด อายตนะ ๑๑ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์จำพวกไหน
ในขณะที่เกิด อายตนะ ๑๑ คือ จักขายตนะ รูปายตนะ โสตายตนะฆานายตนะ
คันธายตนะ ชิวหายตนะ รสายตนะ กายายตนะ โผฏฐัพพายตนะมนายตนะ ธัมมายตนะ
ย่อมเกิดปรากฏแก่กามาวจรเทวดา มนุษย์สมัยปฐมกัปเปรต อสุรกาย สัตว์ดิรัจฉาน สัตว์นรก
ที่เป็นอุปปาติกสัตว์ ซึ่งมีอายตนะบริบูรณ์ ในกามธาตุ ในขณะที่เกิดอายตนะ ๑๑ เหล่านี้
ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์เหล่านี้
ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด อายตนะ ๑๐ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์จำพวกไหน
ในขณะที่เกิด อายตนะ ๑๐ คือ รูปายตนะ โสตายตนะ ฆานายตนะคันธายตนะ
ชิวหายตนะ รสายตนะ กายายตนะ โผฏฐัพพายตนะ มนายตนะธัมมายตนะ ย่อมเกิดปรากฏ
แก่เปรต อสุรกาย สัตว์ดิรัจฉาน สัตว์นรก ที่เป็นอุปปาติกสัตว์ ซึ่งตาบอดมาแต่กำเนิด
ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด อายตนะ ๑๐เหล่านี้ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์เหล่านี้
ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด อายตนะ ๑๐ เหล่าอื่นอีก ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์
จำพวกไหน
ในขณะที่เกิด อายตนะ ๑๐ คือ จักขายตนะ รูปายตนะ ฆานายตนะคันธายตนะ
ชิวหายตนะ รสายตนะ กายายตนะ โผฏฐัพพายตนะ มนายตนะธัมมายตนะ ย่อมเกิดปรากฏ
แก่เปรต อสุรกาย สัตว์ดิรัจฉาน สัตว์นรก ที่เป็นอุปปาติกสัตว์ ซึ่งหูหนวกมาแต่กำเนิด
ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด อายตนะ ๑๐เหล่านี้ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์เหล่านี้
ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด อายตนะ ๙ ย่อมเกิดปรากฏแก่แก่สัตว์จำพวกไหน
ในขณะที่เกิด อายตนะ ๙ คือ รูปายตนะ ฆานายตนะ คันธายตนะชิวหายตนะ
รสายตนะ กายายตนะ โผฏฐัพพายตนะ มนายตนะ ธัมมายตนะย่อมเกิดปรากฏแก่เปรต
อสุรกาย สัตว์ดิรัจฉาน สัตว์นรก ที่เป็นอุปปาติกสัตว์ซึ่งตาบอดและหูหนวกมาแต่กำเนิด
ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด อายตนะ ๙ เหล่านี้ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์เหล่านี้
ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด อายตนะ ๗ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์จำพวกไหน
ในขณะที่เกิด อายตนะ ๗ คือ รูปายตนะ คันธายตนะ รสายตนะกายายตนะ
โผฏฐัพพายตนะ มนายตนะ ธัมมายตนะ ย่อมเกิดปรากฏแก่คัพภไสยกสัตว์ ในกามธาตุ
ในขณะที่เกิด อายตนะ ๗ เหล่านี้ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์เหล่านี้
ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด ธาตุ ๑๑ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์จำพวกไหน
ในขณะที่เกิด ธาตุ ๑๑ คือ จักขุธาตุ รูปธาตุ โสตธาตุ ฆานธาตุคันธธาตุ
ชิวหาธาตุ รสธาตุ กายธาตุ โผฏฐัพพธาตุ มโนวิญญาณธาตุธัมมธาตุ ย่อมเกิดปรากฏแก่
กามาวจรเทวดา มนุษย์สมัยปฐมกัป เปรต อสุรกายสัตว์ดิรัจฉาน สัตว์นรก ที่เป็น
อุปปาติกสัตว์ ซึ่งมีอายตนะบริบูรณ์ ในกามธาตุในขณะที่เกิด ธาตุ ๑๑ เหล่านี้ ย่อมเกิด
ปรากฏแก่สัตว์เหล่านี้
ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด ธาตุ ๑๐ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์จำพวกไหน
ในขณะที่เกิด ธาตุ ๑๐ คือ รูปธาตุ โสตธาตุ ฆานธาตุ คันธธาตุชิวหาธาตุ
รสธาตุ กายธาตุ โผฏฐัพพธาตุ มโนวิญญาณธาตุ ธัมมธาตุ ย่อมเกิดปรากฏแก่เปรต อสุรกาย
สัตว์ดิรัจฉาน สัตว์นรก ที่เป็นอุปปาติกสัตว์ซึ่งตาบอดมาแต่กำเนิด ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด
ธาตุ ๑๐ เหล่านี้ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์เหล่านี้
ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด ธาตุ ๑๐ เหล่าอื่นอีก ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์จำพวกไหน
ในขณะที่เกิด ธาตุ ๑๐ คือ จักขุธาตุ รูปธาตุ ฆานธาตุ คันธธาตุชิวหาธาตุ
รสธาตุ กายธาตุ โผฏฐัพพธาตุ มโนวิญญาณธาตุ ธัมมธาตุ ย่อมเกิดปรากฏแก่เปรต อสุรกาย
สัตว์ดิรัจฉาน สัตว์นรกที่เป็นอุปปาติกสัตว์ ซึ่งหูหนวกมาแต่กำเนิด ในกามธาตุ ในขณะ
ที่เกิด ธาตุ ๑๐ เหล่านั้น ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์เหล่านี้
ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด ธาตุ ๙ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์จำพวกไหน
ในขณะที่เกิด ธาตุ ๙ คือ รูปธาตุ ฆานธาตุ คันธธาตุ ชิวหาธาตุกายธาตุ
โผฏฐัพพธาตุ มโนวิญญาณธาตุ ธัมมธาตุ ย่อมเกิดปรากฏแก่เปรตอสุรกาย สัตว์ดิรัจฉาน
สัตว์นรก ที่เป็นอุปปาติกสัตว์ ซึ่งตาบอดและหูหนวกมาแต่กำเนิด ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด
ธาตุ ๙ เหล่านี้ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์เหล่านี้
ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด ธาตุ ๗ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์จำพวกไหน
ในขณะที่เกิด ธาตุ ๗ คือ รูปธาตุ คันธธาตุ รสธาตุ กายธาตุโผฏฐัพพธาตุ
มโนวิญญาณธาตุ ธัมมธาตุ ย่อมเกิดปรากฏแก่คัพภไสยกสัตว์ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด ธาตุ ๗
เหล่านี้ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์เหล่านี้
ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด สัจจะ ๑ อย่างไหน ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์
ทุกจำพวก
คือ ทุกขสัจจะ ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด สัจจะ ๑ นี้ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์
เหล่านี้
ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๑๔ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์จำพวกไหน
ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๑๔ คือ จักขุนทรีย์ โสตินทรีย์ ฆานินทรีย์ชิวหินทรีย์
กายินทรีย์ มนินทรีย์ อินถินทรีย์หรือปุริสินทรีย์ ชีวิตินทรีย์โสมนัสสินทรีย์หรืออุเปกขินทรีย์
สัทธินทรีย์ วิริยินทรีย์ สตินทรีย์ สมาธินทรีย์ปัญญินทรีย์ ย่อมเกิดปรากฏแก่กามาวจรเทวดา
ผู้เป็นสเหตุกญาณสัมปยุต ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๑๔ เหล่านี้ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์
เหล่านี้
ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๑๓ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์จำพวก
ไหน
ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๑๓ คือ จักขุนทรีย์ โสตินทรีย์ ฆานินทรีย์ชิวหินทรีย์
กายินทรีย์ มนินทรีย์ อิตถินทรีย์หรือปุริสินทรีย์ ชีวิตินทรีย์โสมนัสสินทรีย์หรืออุเปกขินทรีย์
สัทธินทรีย์ วิริยินทรีย์ สตินทรีย์ สมาธินทรีย์ย่อมเกิดปรากฏแก่กามาวจรเทวดา ผู้เป็น
สเหตุกญาณวิปปยุต ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๑๓ เหล่านี้ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์เหล่านี้
ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๑๓ เหล่าอื่นอีก ย่อมเกิดปรากฏ
แก่สัตว์จำพวกไหน
ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๑๓ คือ จักขุนทรีย์ โสตินทรีย์ ฆานินทรีย์ชิวหินทรีย์
กายินทรีย์ มนินทรีย์ โสมนัสสินทรีย์หรืออุเปกขินทรีย์ สัทธินทรีย์วิริยินทรีย์
สตินทรีย์ ปัญญินทรีย์ ย่อมเกิดปรากฏแก่มนุษย์สมัยปฐมกัปผู้เป็นสเหตุกญาณ
สัมปยุต ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๑๓ เหล่านี้ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์เหล่านี้
ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๑๒ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์จำพวกไหน
ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๑๒ คือ จักขุนทรีย์ โสตินทรีย์ ฆานินทรีย์ชิวหินทรีย์
กายินทรีย์ มนินทรีย์ ชีวิตินทรีย์ โสมนัสสินทรีย์หรืออุเปกขินทรีย์สัทธินทรีย์ วิริยินทรีย์
สตินทรีย์ สมาธินทรีย์ ย่อมเกิดปรากฏแก่มนุษย์สมัยปฐมกัป ผู้เป็นสเหตุกญาณวิปปยุต
ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๑๒ เหล่านี้ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์เหล่านี้
ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๑๐ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์จำพวกไหน
ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๑๐ คือ กายินทรีย์ มนินทรีย์ อิตถินทรีย์หรือปุริสินทรีย์
ชีวิตินทรีย์ โสมนัสสินทรีย์หรืออุเปกขินทรีย์ สัทธินทรีย์ วิริยินทรีย์สตินทรีย์ สมาธินทรีย์
ปัญญินทรีย์ ย่อมเกิดปรากฏแก่คัพภไสยกสัตว์ ผู้เป็นสเหตุกญาณสัมปยุต ในกามธาตุ
ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๑๐ เหล่านี้ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์เหล่านี้
ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๙ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์จำพวกไหน
ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๙ คือ กายินทรีย์ มนินทรีย์ อิตถินทรีย์หรือปุริสินทรีย์
ชีวิตินทรีย์ โสมนัสสินทรีย์หรืออุเปกขินทรีย์ สัทธินทรีย์ วิริยินทรีย์สตินทรีย์ สมาธินทรีย์
ย่อมเกิดปรากฏแก่คัพภไสยกสัตว์ ผู้เป็นสเหตุกญาณวิปปยุต ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด
อินทรีย์ ๔ เหล่านี้ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์เหล่านี้
ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๙ เหล่าอื่นอีก ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์
จำพวกไหน
ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๙ คือ จักขุนทรีย์ โสตินทรีย์ ฆานินทรีย์ชิวหินทรีย์
กายินทรีย์ มนินทรีย์ อิตถินทรีย์หรือปุริสินทรีย์ ชีวิตินทรีย์อุเปกขินทรีย์ ย่อมเกิดปรากฏ
แต่เปรต อสุรกาย สัตว์ดิรัจฉาน สัตว์นรกที่เป็นอุปปาติกสัตว์ ซึ่งมีอายตนะบริบูรณ์ในกามธาตุ
ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๙เหล่านี้ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์เหล่านี้
ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๘ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์จำพวกไหน
ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๘ คือโสตินทรีย์ ฆานินทรีย์ ชิวหินทรีย์กายินทรีย์
มนินทรีย์ อิตถินทรีย์หรือปุริสินทรีย์ ชีวิตินทรีย์ อุเปกขินทรีย์ย่อมเกิดปรากฏแก่เปรต
อสุรกาย สัตว์ดิรัจฉาน สัตว์นรก ที่เป็นอุปปาติกสัตว์ซึ่งตาบอดมาแต่กำเนิด ในกามธาตุ
ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๘ เหล่านี้ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์เหล่านี้
ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๘ เหล่าอื่นอีก ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์
จำพวกไหน
ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๘ คือ จักขุนทรีย์ ฆานินทรีย์ ชิวหินทรีย์กายินทรีย์
มนินทรีย์ อิตถินทรีย์หรือปุริสินทรีย์ ชีวิตินทรีย์ อุเปกขินทรีย์ ย่อมเกิดปรากฏแก่เปรต
อสุรกาย สัตว์ดิรัจฉาน สัตว์นรก ที่เป็นอุปปาติกสัตว์ ซึ่งหูหนวกมาแต่กำเนิด ในกามธาตุ
ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๘ เหล่านี้ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์เหล่านี้
ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๗ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์จำพวกไหน
ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๗ คือ ฆานินทรีย์ ชิวหินทรีย์ กายินทรีย์มนินทรีย์
อิตถินทรีย์หรือปุริสินทรีย์ ชีวิตินทรีย์ อุเปกขินทรีย์ย่อมเกิดปรากฏแก่เปรต อสุรกาย
สัตว์ดิรัจฉาน สัตว์นรก ที่เป็นอุปปาติกสัตว์ ซึ่งตาบอดและหูหนวกมาแต่กำเนิด ในกามธาตุ
ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๗ เหล่านี้ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์เหล่านี้
ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๕ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์จำพวกไหน
ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๕ คือ กายินทรีย์ มนินทรีย์ อิตถินทรีย์หรือปุริสินทรีย์
ชีวิตินทรีย์ อุเปกขินทรีย์ ย่อมเกิดปรากฏแก่คัพภไสยกสัตว์ ผู้เป็นอเหตุกะ เว้นผู้ที่เป็น
นปุงสกะ ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๕ เหล่านี้ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์เหล่านี้
ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๔ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์จำพวกไหน
ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๔ คือ กายินทรีย์ มนินทรีย์ ชีวิตินทรีย์อุเปกขินทรีย์
ย่อมเกิดปรากฏแก่คัพภไสยกสัตว์ ผู้เป็นอเหตุกนปุงสกสัตว์ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด
อินทรีย์ ๔ เหล่านี้ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์เหล่านี้
ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด เหตุ ๓ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์จำพวกไหน
ในขณะที่เกิด เหตุ ๓ คือ อโลภะที่เป็นวิปากเหตุ อโทสะที่เป็นวิปากเหตุ
อโมหะที่เป็นวิปากเหตุ ย่อมเกิดปรากฏแก่กามาวจรเทวดา มนุษย์สมัยปฐมกัป คัพภไสยกสัตว์
ผู้เป็นสเหตุกญาณสัมปยุต ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด เหตุ ๓ เหล่านี้ ย่อมเกิดปรากฏแก่
สัตว์เหล่านี้
ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด เหตุ ๒ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์จำพวกไหน
ในขณะที่เกิด เหตุ ๒ คือ อโลภะที่เป็นวิปากเหตุ อโทสะที่เป็นวิปากเหตุ ย่อมเกิด
ปรากฏแก่กามาวจรเทวดา มนุษย์สมัยปฐมกัป คัพภไสยกสัตว์ ผู้เป็นสเหตุกญาณวิปปยุต
ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด เหตุ ๒ เหล่านี้ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์เหล่านี้
อเหตุกวิบาก ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์นอกจากที่กล่าวมานี้
ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด อาหาร ๔ เหล่าไหน ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์
ทุกจำพวก
คือ กวฬิงการาหาร ผัสสาหาร มโนสัญเจตนาหาร วิญญาณาหารในกามธาตุ
ในขณะที่เกิด อาหาร ๔ เหล่านี้ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์ทุกจำพวก
ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด ผัสสะ ๑ อย่างไหน ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์
ทุกจำพวก
คือ มโนวิญญาณธาตุสัมผัส ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด ผัสสะ ๑ นี้ย่อมเกิดปรากฏ
แก่สัตว์ทุกจำพวก
ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด เวทนา ๑ สัญญา ๑ เจตนา ๑จิต ๑ อย่างไหน
ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์ทุกจำพวก
คือ มโนวิญญาณธาตุ ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด จิต ๑ นี้ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์
ทุกจำพวก

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ (เล่ม 35)

[๑๐๙๗] ในรูปธาตุ ในขณะที่เกิด ขันธ์เท่าไร ย่อมเกิดปรากฏ ฯลฯ
จิตเท่าไร ย่อมเกิดปรากฏ
ในรูปธาตุ ในขณะที่เกิด ขันธ์ ๕ อายตนะ ๕ ธาตุ ๕ สัจจะ ๑อินทรีย์ ๑๐
เหตุ ๓ อาหาร ๓ ผัสสะ ๑ เวทนา ๑ สัญญา ๑ เจตนา ๑จิต ๑ ย่อมเกิดปรากฏแก่เทวดา
ทั้งหลาย เว้นแต่พวกอสัญญสัตว์

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ (เล่ม 35)

[๑๐๙๘] ในรูปธาตุ ในขณะที่เกิด ขันธ์ ๕ เหล่าไหน ย่อมเกิดปรากฏ
คือ รูปขันธ์ เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ วิญญาณขันธ์ในรูปธาตุ
ในขณะที่เกิด ขันธ์ ๕ เหล่านี้ ย่อมเกิดปรากฏ
ในรูปธาตุ ในขณะที่เกิด อายตนะ ๕ เหล่าไหน ย่อมเกิดปรากฏ
คือ จักขายตนะ รูปายตนะ โสตายตนะ มนายตนะ ธัมมายตนะในรูปธาตุ
ในขณะที่เกิด อายตนะ ๕ เหล่านี้ ย่อมเกิดปรากฏ
ในรูปธาตุ ในขณะที่เกิด ธาตุ ๕ เหล่าไหน ย่อมเกิดปรากฏ
คือ จักขุธาตุ รูปธาตุ โสตธาตุ มโนวิญญาณธาตุ ธัมมธาตุ ในรูปธาตุ
ในขณะที่เกิด ธาตุ ๕ เหล่านี้ ย่อมเกิดปรากฏ
ในรูปธาตุ ในขณะที่เกิด สัจจะ ๑ อย่างไหน ย่อมเกิดปรากฏ
คือ ทุกขสัจจะ ในรูปธาตุ ในขณะที่เกิด สัจจะ ๑ นี้ ย่อมเกิดปรากฏ
ในรูปธาตุ ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๑๐ เหล่าไหน ย่อมเกิดปรากฏ
คือ จักขุนทรีย์ โสตินทรีย์ มนินทรีย์ ชีวิตินทรีย์ โสมนัสสินทรีย์หรืออุเปกขินทรีย์
สัทธินทรีย์ วิริยินทรีย์ สตินทรีย์ สมาธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ในรูปธาตุ ในขณะที่เกิด อินทรีย์
๑๐ เหล่านี้ ย่อมเกิดปรากฏ
ในรูปธาตุ ในขณะที่เกิด เหตุ ๓ เหล่าไหน ย่อมเกิดปรากฏ
คือ อโลภะ ที่เป็นวิปากเหตุ อโทสะ ที่เป็นวิปากเหตุ อโมหะ ที่เป็นวิปากเหตุ
ในรูปธาตุ ในขณะที่เกิด เหตุ ๓ เหล่านี้ ย่อมเกิดปรากฏ
ในรูปธาตุ ในขณะที่เกิด อาหาร ๓ เหล่าไหน ย่อมเกิดปรากฏ
ผัสสาหาร มโนสัญเจตนาหาร วิญญาณาหาร ในรูปธาตุ ในขณะที่เกิดอาหาร ๓ เหล่านี้
ย่อมเกิดปรากฏ
ในรูปธาตุ ในขณะที่เกิด ผัสสะ ๑ อย่างไหน ย่อมเกิดปรากฏ
คือ มโนวิญญาณธาตุสัมผัส ในรูปธาตุ ในขณะที่เกิด ผัสสะ ๑ นี้ย่อมเกิดปรากฏ
ในรูปธาตุ ในขณะที่เกิด เวทนา ๑ สัญญา ๑ เจตนา ๑จิต ๑ อย่างไหน
ย่อมเกิดปรากฏ
คือ มโนวิญญาณธาตุ ในรูปธาตุ ในขณะที่เกิด จิต ๑ นี้ ย่อมเกิดปรากฏ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ (เล่ม 35)

[๑๐๙๙] ในขณะที่เกิด ขันธ์เท่าไร ย่อมเกิดปรากฏ ฯลฯจิตเท่าไร
ย่อมปรากฏ แก่เหล่าเทวดาอสัญญสัตว์
ในขณะที่เกิด ขันธ์ ๑ คือ รูปขันธ์ ย่อมเกิดปรากฏแก่เหล่าเทวดาอสัญญสัตว์
อายตนะ ๒ คือ รูปายตนะ ธัมมายตนะ ย่อมเกิดปรากฏ
ธาตุ ๒ คือ รูปธาตุ ธัมมธาตุ ย่อมเกิดปรากฏ
สัจจะ ๑ คือ ทุกขสัจจะ ย่อมเกิดปรากฏ
อินทรีย์ ๑ คือ รูปชีวิตินทรีย์ ย่อมเกิดปรากฏ
เหล่าเทวดาอสัญญสัตว์ ไม่มีเหตุ ไม่มีอาหาร ไม่มีผัสสะ ไม่มีเวทนาไม่มีสัญญา
ไม่มีเจตนา ไม่มีจิต ย่อมเกิดปรากฏ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ (เล่ม 35)

[๑๑๐๐] ในอรูปธาตุ ในขณะที่เกิด ขันธ์เท่าไร ฯลฯ จิตเท่าไร ย่อมเกิด
ปรากฏ
ในอรูปธาตุ ในขณะที่เกิด ขันธ์ ๔ ย่อมเกิดปรากฏ อายตนะ ๒ย่อมเกิดปรากฏ
ธาตุ ๒ ย่อมเกิดปรากฏ สัจจะ ๑ ย่อมเกิดปรากฏ อินทรีย์ ๘ย่อมเกิดปรากฏ เหตุ ๓
ย่อมเกิดปรากฏ อาหาร ๓ ย่อมเกิดปรากฏ ผัสสะ ๑ย่อมเกิดปรากฏ เวทนา ๑ สัญญา ๑
เจตนา ๑ จิต ๑ ย่อมเกิดปรากฏ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ (เล่ม 35)

[๑๑๐๑] ในอรูปธาตุ ในขณะที่เกิด ขันธ์ ๔ เหล่าไหนย่อมเกิดปรากฏ
คือ เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ วิญญาณขันธ์ ในอรูปธาตุในขณะที่เกิด
ขันธ์ ๔ เหล่านี้ ย่อมเกิดปรากฏ
ในอรูปธาตุ ในขณะที่เกิด อายตนะ ๒ เหล่าไหน ย่อมเกิดปรากฏ
คือ มนายตนะ ธัมมายตนะ ในอรูปธาตุ ในขณะที่เกิด อายตนะ ๒เหล่านี้
ย่อมเกิดปรากฏ
ในอรูปธาตุ ในขณะที่เกิด ธาตุ ๒ เหล่าไหน ย่อมเกิดปรากฏ
คือ มโนวิญญาณธาตุ ธัมมธาตุ ในอรูปธาตุ ในขณะที่เกิด ธาตุ ๒เหล่านี้ ย่อมเกิด
ปรากฏ
ในอรูปธาตุ ในขณะที่เกิด สัจจะ ๑ อย่างไหน ย่อมเกิดปรากฏ
คือ ทุกขสัจจะ ในอรูปธาตุ ในขณะที่เกิด สัจจะ ๑ นี้ ย่อมเกิดปรากฏ
ในอรูปธาตุ ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๘ เหล่าไหน ย่อมเกิดปรากฏ
คือ มนินทรีย์ ชีวิตินทรีย์ อุเปกขินทรีย์ สัทธินทรีย์ วิริยินทรีย์สตินทรีย์
สมาธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ ในอรูปธาตุ ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๘เหล่านี้ ย่อมเกิดปรากฏ
ในอรูปธาตุ ในขณะที่เกิด เหตุ ๓ เหล่าไหน ย่อมเกิดปรากฏ
คือ อโลภะที่เป็นวิปากเหตุ อโทสะที่เป็นวิปากเหตุ อโมหะที่เป็นวิปากเหตุ ใน
อรูปธาตุ ในขณะที่เกิด เหตุ ๓ เหล่านี้ ย่อมเกิดปรากฏ
ในอรูปธาตุ ในขณะที่เกิด อาหาร ๓ เหล่าไหน ย่อมเกิดปรากฏ
คือ ผัสสาหาร มโนสัญเจตนาหาร วิญญาณาหาร ในอรูปธาตุ ในขณะที่เกิด อาหาร ๓
เหล่านี้ ย่อมเกิดปรากฏ
ในอรูปธาตุ ในขณะที่เกิด ผัสสะ ๑ อย่างไหน ย่อมเกิดปรากฏ
คือ มโนวิญญาณธาตุสัมผัส ในอรูปธาตุ ในขณะที่เกิด ผัสสะ ๑ นี้ย่อมเกิดปรากฏ
ในอรูปธาตุ ในขณะที่เกิด เวทนา ๑ สัญญา ๑ เจตนา ๑ จิต ๑อย่างไหน
ย่อมเกิดปรากฏ
คือ มโนวิญญาณธาตุ ในอรูปธาตุ ในขณะที่เกิด จิต ๑ นี้ ย่อมเกิดปรากฏ
ภุมมันตรวาร