[๑๐๘๒] ผัสสะ ๗ เป็นไฉน
คือ จักขุสัมผัส โสตสัมผัส ฆานสัมผัส ชิวหาสัมผัส กายสัมผัสมโนธาตุสัมผัส
มโนวิญญาณธาตุสัมผัสเหล่านี้เรียกว่า ผัสสะ ๗
[๑๐๘๒] ผัสสะ ๗ เป็นไฉน
คือ จักขุสัมผัส โสตสัมผัส ฆานสัมผัส ชิวหาสัมผัส กายสัมผัสมโนธาตุสัมผัส
มโนวิญญาณธาตุสัมผัสเหล่านี้เรียกว่า ผัสสะ ๗
[๑๐๘๓] เวทนา ๗ เป็นไฉน
คือ เวทนาเกิดแต่จักขุสัมผัส เวทนาเกิดแต่โสตสัมผัส เวทนาเกิดแต่ฆานสัมผัส
เวทนาเกิดแต่ชิวหาสัมผัส เวทนาเกิดแต่กายสัมผัส เวทนาเกิดแต่มโนธาตุสัมผัส เวทนาเกิด
แต่มโนวิญญาณธาตุสัมผัสเหล่านี้เรียกว่า เวทนา ๗
[๑๐๘๔] สัญญา ๗ เป็นไฉน
คือ สัญญาเกิดแต่จักขุสัมผัส สัญญาเกิดแต่โสตสัมผัส สัญญาเกิดแต่ฆานสัมผัส
สัญญาเกิดแต่ชิวหาสัมผัส สัญญาเกิดแต่กายสัมผัส สัญญาเกิดแต่มโนธาตุสัมผัส สัญญาเกิด
แต่มโนวิญญาณธาตุสัมผัสเหล่านี้เรียกว่า สัญญา ๗
[๑๐๘๕] เจตนา ๗ เป็นไฉน
คือ เจตนาเกิดแต่จักขุสัมผัส เจตนาเกิดแต่โสตสัมผัส เจตนาเกิดแต่ฆานสัมผัส
เจตนาเกิดแต่ชิวหาสัมผัส เจตนาเกิดแต่กายสัมผัส เจตนาเกิดแต่มโนธาตุสัมผัส เจตนาเกิดแต่
มโนวิญญาณธาตุสัมผัสเหล่านี้เรียกว่า เจตนา ๗
[๑๐๘๖] จิต ๗ เป็นไฉน
คือ จักขุวิญญาณ โสตวิญญาณ ฆานวิญญาณ ชิวหาวิญญาณ กายวิญญาณธาตุ มโน
ธาตุ มโนวิญญาณธาตุ เหล่านี้เรียกว่า จิต ๗
อุปปัตตานุปปัตติวาร
[๑๐๘๗] ในกามธาตุ มีขันธ์เท่าไร ฯลฯ มีจิตเท่าไร
ในกามธาตุ มีขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘ สัจจะ ๓ อินทรีย์ ๒๒เหตุ ๙
อาหาร ๔ ผัสสะ ๗ เวทนา ๗ สัญญา ๗ เจตนา ๗ จิต ๗
บรรดาธรรมเหล่านั้น ขันธ์ ๕ ในกามธาตุ เป็นไฉน
คือ รูปขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์ เหล่านี้เรียกว่า ขันธ์ ๕ ในกามธาตุ
อายตนะ ๑๒ ในกามธาตุ เป็นไฉน
คือ จักขายตนะ รูปายตนะ ฯลฯ ฆานายตนะ ธัมมายตนะ เหล่านี้เรียกว่า อายตนะ
๑๒ ในกามธาตุ
ธาตุ ๑๘ ในกามธาตุ เป็นไฉน
คือ จักขุธาตุ รูปธาตุ จักขุวิญญาณธาตุ ฯลฯ มโนธาตุ ธัมมธาตุมโนวิญญาณธาตุ
เหล่านี้เรียกว่า ธาตุ ๑๘ ในกามธาตุ
สัจจะ ๓ ในกามธาตุ เป็นไฉน
คือ ทุกขสัจจะ สมุทยสัจจะ มัคคสัจจะ เหล่านี้เรียกว่า สัจจะ ๓ ในกามธาตุ
อินทรีย์ ๒๒ ในกามธาตุ เป็นไฉน
คือ จักขุนทรีย์ ฯลฯ อัญญาตาวินทรีย์ เหล่านี้เรียกว่า อินทรีย์ ๒๒ในกามธาตุ
เหตุ ๙ ในกามธาตุ เป็นไฉน
คือ กุศลเหตุ ๓ อกุศลเหตุ ๓ อัพยากตเหตุ ๓ เหล่านี้เรียกว่า เหตุ๙ ในกามธาตุ
อาหาร ๔ ในกามธาตุ เป็นไฉน
คือ กพฬิงการาหาร ผัสสาหาร มโนสัญเจตนาหาร วิญญาณาหาร เหล่านี้เรียกว่า
อาหาร ๔ ในกามธาตุ
ผัสสะ ๗ ในกามธาตุ เป็นไฉน
คือ จักขุสัมผัส ฯลฯ มโนวิญญาณธาตุสัมผัส เหล่านี้เรียกว่า ผัสสะ๗ ในกามธาตุ
เวทนา ๗ สัญญา ๗ เจตนา ๗ จิต ๗ ในกามธาตุ เป็นไฉน
คือ จักขุวิญญาณ ฯลฯ มโนธาตุ มโนวิญญาณธาตุ เหล่านี้เรียกว่าจิต ๗ ใน
กามธาตุ
[๑๐๘๘] ในรูปธาตุ มีขันธ์เท่าไร ฯลฯ มีจิตเท่าไร
ในรูปธาตุ มีขันธ์ ๕ อายตนะ ๖ ธาตุ ๙ สัจจะ ๓ อินทรีย์ ๑๔ เหตุ๘ อาหาร ๓
ผัสสะ ๔ เวทนา ๔ สัญญา ๔ เจตนา ๔ จิต ๔
ขันธ์ ๕ ในรูปธาตุ เป็นไฉน
คือ รูปขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์ เหล่านี้เรียกว่า ขันธ์ ๕ ในรูปธาตุ
อายตนะ ๖ ในรูปธาตุ เป็นไฉน
คือ จักขายตนะ รูปายตนะ โสตายตนะ สัททายตนะ มนายตนะ ธัมมายตนะ
เหล่านี้เรียกว่า อายตนะ ๖ ในรูปธาตุ
ธาตุ ๙ ในรูปธาตุ เป็นไฉน
คือ จักขุธาตุ รูปธาตุ จักขุวิญญาณธาตุ โสตธาตุ สัททธาตุ โสตวิญญาณธาตุ
มโนธาตุ ธัมมธาตุ มโนวิญญาณธาตุ เหล่านี้เรียกว่า ธาตุ ๙ ในรูปธาตุ
สัจจะ ๓ ในรูปธาตุ เป็นไฉน
คือ ทุกขสัจจะ สมุทยสัจจะ มัคคสัจจะ เหล่านี้เรียกว่า สัจจะ ๓ ในรูปธาตุ
อินทรีย์ ๑๔ ในรูปธาตุ เป็นไฉน
คือ จักขุนทรีย์ โสตินทรีย์ มนินทรีย์ ชีวิตินทรีย์ โสมนัสสินทรีย์อุเปกขินทรีย์
สัทธินทรีย์ วิริยินทรีย์ สตินทรีย์ สมาธินทรีย์ ปัญญินทรีย์อนัญญตัญญัสสามีตินทรีย์
อัญญินทรีย์ อัญญาตาวินทรีย์ เหล่านี้เรียกว่า อินทรีย์๑๔ ในรูปธาตุ
เหตุ ๘ ในรูปธาตุ เป็นไฉน
คือ กุศลเหตุ ๓ อกุศลเหตุ ๒ อัพยากตเหตุ ๓
บรรดาเหตุ ๘ ในรูปธาตุนั้น กุศลเหตุ ๓ เป็นไฉน
คือ กุศลเหตุคืออโลภะ กุศลเหตุคืออโทสะ กุศลเหตุคืออโมหะ เหล่านี้เรียกว่า
กุศลเหตุ ๓
อกุศลเหตุ ๒ เป็นไฉน
คือ อกุศลเหตุคือโลภะ อกุศลเหตุคือโมหะ เหล่านี้เรียกว่า อกุศลเหตุ ๒
อัพยากตเหตุ ๓ เป็นไฉน
คือ อโลภะ อโทสะ อโมหะ ฝ่ายวิบากแห่งกุศลธรรมทั้งหลาย หรือในกิริยา
อัพยากตธรรมทั้งหลาย เหล่านี้เรียกว่า อัพยากตเหตุ ๓เหล่านี้เรียกว่า เหตุ ๘ ในรูปธาตุ
อาหาร ๓ ในรูปธาตุ เป็นไฉน
คือ ผัสสาหาร มโนสัญเจตนาหาร วิญญาณาหาร เหล่านี้เรียกว่า อาหาร๓ ในรูป
ธาตุ
ผัสสะ ๔ ในรูปธาตุ เป็นไฉน
คือ จักขุสัมผัส โสตสัมผัส มโนธาตุสัมผัส มโนวิญญาณธาตุสัมผัสเหล่านี้เรียกว่า
ผัสสะ ๔ ในรูปธาตุ
เวทนา ๔ สัญญา ๔ เจตนา ๔ จิต ๔ ในรูปธาตุ เป็นไฉน
คือ จักขุวิญญาณ โสตวิญญาณ มโนธาตุ มโนวิญญาณธาตุ เหล่านี้เรียกว่า จิต ๔
ในรูปธาตุ
[๑๐๘๙] ในอรูปธาตุ มีขันธ์เท่าไร ฯลฯ มีจิตเท่าไร
ในอรูปธาตุ มีขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ ธาตุ ๒ สัจจะ ๓ อินทรีย์ ๑๑ เหตุ๘
อาหาร ๓ ผัสสะ ๑ เวทนา ๑ สัญญา ๑ เจตนา ๑ จิต ๑
บรรดาธรรมเหล่านั้น ขันธ์ ๔ ในอรูปธาตุ เป็นไฉน
คือ เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ วิญญาณขันธ์ เหล่านี้เรียกว่า ขันธ์ ๔
ในอรูปธาตุ
อายตนะ ๒ ในอรูปธาตุ เป็นไฉน
คือ มนายตนะ ธัมมายตนะ เหล่านี้เรียกว่า อายตนะ ๒ ในอรูปธาตุ
ธาตุ ๒ ในอรูปธาตุ เป็นไฉน
คือ มโนวิญญาณธาตุ ธัมมธาตุ เหล่านี้เรียกว่า ธาตุ ๒ ในอรูปธาตุ
สัจจะ ๓ ในอรูปธาตุ เป็นไฉน
คือ ทุกขสัจจะ สมุทยสัจจะ มัคคสัจจะ เหล่านี้เรียกว่า สัจจะ ๓ ในอรูปธาตุ
อินทรีย์ ๑๑ ในอรูปธาตุ เป็นไฉน
คือ มนินทรีย์ ชีวิตินทรีย์ โสมนัสสินทรีย์ อุเปกขินทรีย์ สัทธินทรีย์วิริยินทรีย์
สตินทรีย์ สมาธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ อัญญินทรีย์ อัญญาตาวินทรีย์เหล่านี้เรียกว่า อินทรีย์ ๑๑
ในอรูปธาตุ
เหตุ ๘ ในอรูปธาตุ เป็นไฉน
คือ กุศลเหตุ ๓ อกุศลเหตุ ๒ อัพยากตเหตุ ๓ เหล่านี้เรียกว่า เหตุ๘ ในอรูปธาตุ
อาหาร ๓ ในอรูปธาตุ เป็นไฉน
คือ ผัสสาหาร มโนสัญเจตนาหาร วิญญาณาหาร เหล่านี้เรียกว่า อาหาร๓ ในอรูป
ธาตุ
ผัสสะ ๑ ในอรูปธาตุ เป็นไฉน
คือ มโนวิญญาณธาตุสัมผัส นี้เรียกว่า ผัสสะ ๑ ในอรูปธาตุ
เวทนา ๑ สัญญา ๑ เจตนา ๑ จิต ๑ ในอรูปธาตุ เป็นไฉน
คือ มโนวิญญาณธาตุ นี้เรียกว่า จิต ๑ ในอรูปธาตุ
[๑๐๙๐] ในโลกุตตระ มีขันธ์เท่าไร ฯลฯ มีจิตเท่าไร
ในโลกุตตระ มีขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ ธาตุ ๒ สัจจะ ๒ อินทรีย์ ๑๒เหตุ ๖
อาหาร ๓ ผัสสะ ๑ เวทนา ๑ สัญญา ๑ เจตนา ๑ จิต ๑
บรรดาธรรมเหล่านั้น ขันธ์ ๔ ในโลกุตตระ เป็นไฉน
คือ เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ วิญญาณขันธ์ เหล่านี้เรียกว่าขันธ์ ๔
ในโลกุตตระ
อายตนะ ๒ ในโลกุตตระ เป็นไฉน
คือ มนายตนะ ธัมมายตนะ เหล่านี้เรียกว่า อายตนะ ๒ ในโลกุตตระ
ธาตุ ๒ ในโลกุตตระ เป็นไฉน
คือ มโนวิญญาณธาตุ ธัมมธาตุ เหล่านี้เรียกว่า ธาตุ ๒ ในโลกุตตระ
สัจจะ ๒ ในโลกุตตระ เป็นไฉน
คือ มัคคสัจจะ นิโรธสัจจะ เหล่านี้เรียกว่า สัจจะ ๒ ในโลกุตตระ
อินทรีย์ ๑๒ ในโลกุตตระ เป็นไฉน
คือ มนินทรีย์ ชีวิตินทรีย์ โสมนัสสินทรีย์ อุเปกขินทรีย์ สัทธินทรีย์วิริยินทรีย์
สตินทรีย์ สมาธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ อนัญญตัญญัสสามีตินทรีย์อัญญินทรีย์ อัญญาตาวินทรีย์
เหล่านี้เรียกว่า อินทรีย์ ๑๒ ในโลกุตตระ
เหตุ ๖ ในโลกุตตระ เป็นไฉน
คือ กุศลเหตุ ๓ อัพยากตเหตุ ๓
บรรดาเหตุ ๖ เหล่านั้น กุศลเหตุ ๓ เป็นไฉน
คือ กุศลเหตุคืออโลภะ กุศลเหตุคืออโทสะ กุศลเหตุคืออโมหะ เหล่านี้เรียกว่า
กุศลเหตุ ๓
อัพยากตเหตุ ๓ เป็นไฉน
คือ อโลภะ อโทสะ อโมหะ ฝ่ายวิบากแห่งกุศลธรรมทั้งหลาย เหล่านี้เรียกว่า
อัพยากตเหตุ ๓
เหล่านี้เรียกว่า เหตุ ๖ ในโลกุตตระ
อาหาร ๓ ในโลกุตตระ เป็นไฉน
คือ ผัสสาหาร มโนสัญเจตนาหาร วิญญาณาหาร เหล่านี้เรียกว่า อาหาร๓ ใน
โลกุตตระ
ผัสสะ ๑ ในโลกุตตระ เป็นไฉน
คือ มโนวิญญาณธาตุสัมผัส นี้เรียกว่า ผัสสะ ๑ ในโลกุตตระ
เวทนา ๑ สัญญา ๑ เจตนา ๑ จิต ๑ ในโลกุตตระ เป็นไฉน
คือ มโนวิญญาณธาตุ นี้เรียกว่า จิต ๑ ในโลกุตตระ
ปริยาปันนาปริยาปันนวาร
[๑๐๙๑] บรรดาขันธ์ ๕ ขันธ์ไหน นับเนื่องในกามธาตุ ขันธ์ไหน ไม่นับ
เนื่องในกามธาตุ ฯลฯ บรรดาจิต ๗ จิตไหน นับเนื่องในกามธาตุ จิตไหน ไม่นับ
เนื่องในกามธาตุ
รูปขันธ์ นับเนื่องในกามธาตุ ขันธ์ ๔ นับเนื่องในกามธาตุก็มี ไม่นับเนื่องในกามธาตุ
ก็มี
อายตนะ ๑๐ นับเนื่องในกามธาตุ อายตนะ ๒ นับเนื่องในกามธาตุก็มีไม่นับเนื่องใน
กามธาตุก็มี
ธาตุ ๑๖ นับเนื่องในกามธาตุ ธาตุ ๒ นับเนื่องในกามธาตุก็มี ไม่นับเนื่องในกามธาตุ
ก็มี
สมุทยสัจจะ นับเนื่องในกามธาตุ สัจจะ ๒ ไม่นับเนื่องในกามธาตุ ทุกขสัจจะ นับ
เนื่องในกามธาตุก็มี ไม่นับเนื่องในกามธาตุก็มี
อินทรีย์ ๑๐ นับเนื่องในกามธาตุ อินทรีย์ ๓ ไม่นับเนื่องในกามธาตุอินทรีย์ ๙ นับ
เนื่องในกามธาตุก็มี ไม่นับเนื่องในกามธาตุก็มี
อกุศลเหตุ ๓ นับเนื่องในกามธาตุ เหตุ ๖ นับเนื่องในกามธาตุก็มี ไม่นับเนื่องใน
กามธาตุก็มี
กพฬิงการาหาร นับเนื่องในกามธาตุ อาหาร ๓ นับเนื่องในกามธาตุก็มีไม่นับเนื่อง
ในกามธาตุก็มี
ผัสสะ ๖ นับเนื่องในกามธาตุ มโนวิญญาณธาตุสัมผัส นับเนื่องในกามธาตุก็มี ไม่นับ
เนื่องในกามธาตุก็มี
เวทนา ๖ สัญญา ๖ เจตนา ๖ จิต ๖ นับเนื่องในกามธาตุ มโนวิญญาณธาตุ นับ
เนื่องในกามธาตุก็มี ไม่นับเนื่องในกามธาตุก็มี