พุทธธรรมสงฆ์


พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ (เล่ม 35)

[๙๙๒] ฉันทราคเคหสิตธรรม ๖ เป็นไฉน
ความกำหนัด ความกำหนัดนัก ฯลฯ ความกำหนัดนักแห่งจิต อันอิงอาศัยกามคุณ
ในรูปที่น่าชอบใจ ฯลฯ ในเสียงที่น่าชอบใจ ฯลฯ ในกลิ่นที่น่าชอบใจ ฯลฯ ในรสที่น่าชอบใจ
ฯลฯ ในโผฏฐัพพะที่น่าชอบใจ ความกำหนัด ความกำหนัดนัก ฯลฯ ความกำหนัดนัก
แห่งจิตอันอิงอาศัยกามคุณ ในธรรมารมณ์ที่น่าชอบใจเหล่านี้เรียกว่า ฉันทราคเคหสิต
ธรรม ๖

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ (เล่ม 35)

[๙๙๓] วิโรธวัตถุ ๖ เป็นไฉน
ความอาฆาต ความกระทบกระทั่งแห่งจิต ฯลฯ ความดุร้าย ความปากร้าย ความ
ไม่แช่มชื่นแห่งจิต ในรูปที่ไม่น่าชอบใจ ฯลฯ ในเสียงที่ไม่น่าชอบใจ ฯลฯ ในกลิ่นที่ไม่น่า
ชอบใจ ฯลฯ ในรสที่ไม่น่าชอบใจ ฯลฯ ในโผฏฐัพพะที่ไม่น่าชอบใจ ความอาฆาต ความกระ
ทบกระทั่งแห่งจิต ฯลฯความดุร้าย ความปากร้าย ความไม่แช่มชื่นแห่งจิต ในธรรมารมณ์
ที่ไม่น่าชอบใจเหล่านี้เรียกว่า วิโรธวัตถุ ๖

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ (เล่ม 35)

[๙๙๔] ตัณหากาย ๖ เป็นไฉน
รูปตัณหา สัททตัณหา คันธตัณหา รสตัณหา โผฏฐัพพตัณหา ธัมมตัณหา
เหล่านี้เรียกว่า ตัณหากาย ๖

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ (เล่ม 35)

[๙๙๕] อคารวะ ๖ เป็นไฉน
บุคคลไม่เคารพ ไม่เชื่อฟังในพระศาสดา ประพฤติเป็นไปอยู่ ฯลฯในพระธรรม
ประพฤติเป็นไปอยู่ ฯลฯ ในพระสงฆ์ ประพฤติเป็นไปอยู่ ฯลฯในสิกขา ประพฤติเป็น
ไปอยู่ ฯลฯ ในความไม่ประมาท ประพฤติเป็นไปอยู่บุคคลไม่เคารพ ไม่เชื่อฟังใน
การปฏิสันถาร ประพฤติเป็นไปอยู่เหล่านี้เรียกว่า อคารวะ ๖

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ (เล่ม 35)

[๙๙๖] ปริหานิยธรรม ๖ เป็นไฉน
ความยินดีในการก่อสร้าง ความยินดีในการสนทนา ความยินดีในการหลับนอน
ความยินดีในการคลุกคลีด้วยหมู่ ความยินดีในการอยู่ร่วมกัน ความยินดีในธรรมเป็นเหตุให้
เนิ่นช้าเหล่านี้เรียกว่า ปริหานิยธรรม ๖

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ (เล่ม 35)

[๙๙๗] ปริหานิยธรรม ๖ อีกนัยหนึ่ง เป็นไฉน
ความยินดีในการก่อสร้าง ความยินดีในการสนทนา ความยินดีในการหลับนอน ความยินดี
ในการคลุกคลีด้วยหมู่ ความเป็นผู้ว่ายาก ความเป็นผู้มีมิตรชั่ว เหล่านี้เรียกว่า ปริหานิย
ธรรม ๖

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ (เล่ม 35)

[๙๙๘] โสมนัสสุปวิจาร ๖ เป็นไฉน
เห็นรูปด้วยตาแล้ว ครุ่นคิดถึงรูปอันเป็นที่ตั้งแห่งโสมนัส ฟังเสียงด้วยหูแล้ว ฯลฯ
ดมกลิ่นด้วยจมูกแล้ว ฯลฯ ลิ้มรสด้วยลิ้นแล้ว ฯลฯ ถูกต้องโผฏฐัพพะด้วยกายแล้ว ฯลฯ
รู้ธรรมารมณ์ด้วยใจแล้ว ครุ่นคิดถึงธรรมารมณ์อันเป็นที่ตั้งแห่งโสมนัสเหล่านี้เรียกว่า โสม
นัสสุปวิจาร ๖

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ (เล่ม 35)

[๙๙๙] โทมนัสสุปวิจาร ๖ เป็นไฉน
เห็นรูปด้วยตาแล้ว ครุ่นคิดถึงรูปอันเป็นที่ตั้งแห่งโทมนัส ฟังเสียงด้วยหูแล้ว ฯลฯ
ดมกลิ่นด้วยจมูกแล้ว ฯลฯ ลิ้มรสด้วยลิ้นแล้ว ฯลฯ ถูกต้องโผฏฐัพพะด้วยกายแล้ว ฯลฯ
รู้ธรรมารมณ์ด้วยใจแล้ว ครุ่นคิดถึงธรรมารมณ์อันเป็นที่ตั้งแห่งโทมนัส เหล่านี้เรียกว่า
โทมนัสสุปวิจาร ๖

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ (เล่ม 35)

[๑๐๐๐] อุเปกขุปวิจาร ๖ เป็นไฉน
เห็นรูปด้วยตาแล้ว ครุ่นคิดถึงรูปอันเป็นที่ตั้งแห่งอุเบกขา ฟังเสียงด้วยหูแล้ว ฯลฯ
ดมกลิ่นด้วยจมูกแล้ว ฯลฯ ลิ้มรสด้วยลิ้นแล้ว ฯลฯ ถูกต้องโผฏฐัพพะด้วยกายแล้ว ฯลฯ รู้ธรรมารมณ์
ด้วยใจแล้ว ครุ่นคิดถึงธรรมารมณ์อันเป็นที่ตั้งแห่งอุเบกขา
เหล่านี้เรียกว่า อุเปกขุปวิจาร ๖

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ (เล่ม 35)

[๑๐๐๑] เคหสิตโสมนัส ๖ เป็นไฉน
ความสบายทางใจ ความสุขทางใจ ความเสวยอารมณ์ที่สบายเป็นสุขอันเกิดแต่เจโต
สัมผัส กิริยาเสวยอารมณ์ที่สบายเป็นสุขอันเกิดแต่เจโตสัมผัส อันอิงอาศัยกามคุณ ในรูปอัน
เป็นที่ชอบใจ ฯลฯ ในเสียงอันเป็นที่ชอบใจ ฯลฯ ในกลิ่นอันเป็นที่ชอบใจ ฯลฯ ในรสอันเป็น
ที่ชอบใจ ฯลฯ ในโผฏฐัพพะอันเป็นที่ชอบใจ ความสบายทางใจ ความสุขทางใจ ความเสวย
อารมณ์ที่สบายเป็นสุขอันเกิดแต่เจโตสัมผัส กิริยาเสวยอารมณ์ที่สบายเป็นสุขอันเกิดแต่เจโต
สัมผัสอันอิงอาศัยกามคุณ ในธรรมารมณ์อันเป็นที่ชอบใจเหล่านี้เรียกว่า เคหสิต
โสมนัส ๖