[๙๐๒] ความคิดถึงญาติ เป็นไฉน
ความตรึก ความตรึกอย่างแรง ฯลฯ ความดำริผิด อันอิงอาศัยกามคุณปรารภถึงหมู่
ญาติ นี้เรียกว่า ความคิดถึงญาติ
[๙๐๒] ความคิดถึงญาติ เป็นไฉน
ความตรึก ความตรึกอย่างแรง ฯลฯ ความดำริผิด อันอิงอาศัยกามคุณปรารภถึงหมู่
ญาติ นี้เรียกว่า ความคิดถึงญาติ
[๙๐๓] ความคิดถึงชนบท เป็นไฉน
ความตรึก ความตรึกอย่างแรง ฯลฯ ความดำริผิด อันอิงอาศัยกามคุณปรารภถึงชนบท
นี้เรียกว่า ความคิดถึงชนบท
[๙๐๔] ความคิดไม่ตายตัว เป็นไฉน
ความตรึก ความตรึกอย่างแรง ฯลฯ ความดำริผิด อันอิงอาศัยกามคุณประกอบด้วย
ทุกกรกิริยา หรือประกอบด้วยทิฏฐิ นี้เรียกว่า ความคิดไม่ตายตัว
[๙๐๕] ความคิดเกี่ยวด้วยความเอ็นดูผู้อื่น เป็นไฉน
สมณพราหมณ์บางคนในโลกนี้ คลุกคลีกับคฤหัสถ์อยู่ มีความรื่นเริงร่วมกัน มีความ
โศกเศร้าร่วมกัน ถึงคราวสุข สุขด้วย ถึงคราวทุกข์ ทุกข์ด้วยเมื่อมีกิจที่จะพึงทำเกิดขึ้น
ก็พยายามช่วยทำด้วยตนเอง ความตรึก ความตรึกอย่างแรง ฯลฯ ความดำริผิดอันอิงอาศัย
กามคุณ ในการคลุกคลีกับคฤหัสถ์เหล่านั้น นี้เรียกว่า ความคิดเกี่ยวด้วยความเอ็นดูผู้อื่น
[๙๐๖] ความคิดเกี่ยวด้วยลาภสักการะและชื่อเสียง เป็นไฉน
ความตรึก ความตรึกอย่างแรง ฯลฯ ความดำริผิด อันอิงอาศัยกามคุณปรารภลาภ
สักการะและชื่อเสียง นี้เรียกว่า ความคิดเกี่ยวด้วยลาภสักการะและชื่อเสียง
[๙๐๗] ความคิดเกี่ยวด้วยความไม่อยากให้ใครดูหมิ่น เป็นไฉน
บุคคลบางคนในโลกนี้ รำพึงว่า คนเหล่าอื่นอย่าได้ดูหมิ่นเรา โดยเหตุอย่างใดอย่างหนึ่ง
คือ โดยชาติ โดยโคตร โดยความเป็นลูกผู้มีสกุล โดยความเป็นผู้มีรูปงาม โดยทรัพย์ โดย
ความเป็นใหญ่ โดยหน้าที่การงาน โดยศิลปะโดยวิทยฐานะ โดยการศึกษา โดยปฏิภาณ
ความตรึก ความตรึกอย่างแรง ฯลฯความดำริผิด อันอิงอาศัยกามคุณ ในความไม่อยากให้ใคร
ดูหมิ่นนั้น นี้เรียกว่าความคิดที่เกี่ยวด้วยความไม่อยากให้ใครดูหมิ่น
ทุกนิเทศ
[๙๐๘] ในทุกมาติกาเหล่านั้น โกธะ ความโกรธ เป็นไฉน
ความโกรธ กิริยาที่โกรธ สภาพที่โกรธ ความคิดประทุษร้าย กิริยาที่คิดประทุษร้าย
สภาพที่คิดประทุษร้าย ความคิดปองร้าย กิริยาที่คิดปองร้าย สภาพที่คิดปองร้าย ความยินร้าย
ความยินร้ายอย่างแรง ความดุร้าย ความปากร้ายความไม่แช่มชื่นแห่งจิต อันใด นี้เรียกว่า
โกธะ ความโกรธ
อุปนาหะ ความผูกโกรธไว้ เป็นไฉน
ความโกรธครั้งแรก ชื่อว่า ความโกรธ ความโกรธในเวลาต่อมา ชื่อว่าความผูก
โกรธไว้ ความผูกโกรธไว้ กิริยาที่ผูกโกรธไว้ สภาพที่ผูกโกรธไว้ ความตั้งไว้ ความทรงไว้
ความดำรงไว้ ความสั่งสมไว้ ความผูกพันไว้ ความยึดมั่นไว้ซึ่งความโกรธ อันใด มีลักษณะ
เช่นว่านี้ นี้เรียกว่า อุปนาหะ ความผูกโกรธไว้
[๙๐๙] มักขะ ความลบหลู่คุณท่าน เป็นไฉน
ความลบหลู่คุณท่าน กิริยาที่ลบหลู่คุณท่าน สภาพที่ลบหลู่คุณท่าน กิริยาที่ดูหมิ่นผู้มี
บุญคุณ การดูหมิ่นผู้มีบุญคุณ อันใด มีลักษณะเช่นว่านี้ นี้เรียกว่ามักขะ ความลบหลู่คุณท่าน
ปลาสะ ความตีเสมอ เป็นไฉน
ความตีเสมอ กิริยาที่ตีเสมอ สภาพที่ตีเสมอ ความตีตัวเสมอ โดยนำความชนะของ
ตนมาอ้าง เหตุแห่งความวิวาท ความแข่งดี ความไม่ลดละ อันใดนี้เรียกว่า ปลาสะ ความ
ตีเสมอ
[๙๑๐] อิสสา ความริษยา เป็นไฉน
ความริษยา กิริยาที่ริษยา สภาพที่ริษยา ความเกียดกัน กิริยาที่เกียดกันสภาพที่
เกียดกัน ในลาภ สักการะ การทำความเคารพ ความนับถือ การกราบไหว้ และการบูชา ของ
ผู้อื่น อันใด นี้เรียกว่า อิสสา ความริษยา
มัจฉริยะ ความตระหนี่ เป็นไฉน
มัจฉริยะ ความตระหนี่ ๕ อย่าง คือ ความตระหนี่ที่อยู่ ความตระหนี่ตระกูล ความ
ตระหนี่ลาภ ความตระหนี่วรรณะและความตระหนี่ธรรม ความตระหนี่กิริยาที่ตระหนี่ สภาพ
ที่ตระหนี่ ความหวงแหน ความเหนียวแน่น ความปกปิดความไม่เอาใจใส่ อันใด มีลักษณะ
เช่นว่านี้ นี้เรียกว่า มัจฉริยะ ความตระหนี่
[๙๑๑] มายา ความเจ้าเล่ห์ เป็นไฉน
บุคคลบางคนในโลกนี้ ประพฤติทุจริตด้วยกาย วาจา ใจ แล้วตั้งความปรารถนาลามก
ไว้ เพราะมีความต้องการปกปิดทุจริตนั้นเป็นเหตุ คือ ปรารถนาว่าใครอย่ารู้ทันเราเลย ดำริว่า
ใครอย่ารู้ทันเราเลย พูดว่าใครอย่ารู้ทันเราเลย พยายามด้วยกายว่าใครอย่ารู้ทันเราเลย ความ
เจ้าเล่ห์ ความเป็นคนเจ้าเล่ห์ กิริยาที่ทำให้หลง ความลวง ความโกง ความกลบเกลื่อน ความ
หลีกเลี่ยง ความซ่อน ความซ่อนบัง ความปกปิด ความปิดบัง ความไม่เปิดเผย ความไม่ทำ
ให้แจ้ง ความปิดมิดชิด การกระทำที่ชั่ว อันใด มีลักษณะเช่นว่านี้ นี้เรียกว่า มายา ความ
เจ้าเล่ห์
สาเถยยะ ความโอ้อวด เป็นไฉน
บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้โอ้อวด เป็นผู้โอ้อวดมาก การโอ้อวดสภาพที่โอ้อวด
ความโอ้อวด ความกระด้าง สภาพที่กระด้าง การพูดเป็นเหลี่ยมเป็นคู สภาพที่พูดเป็นเหลี่ยม
เป็นคู ของบุคคลนั้น อันใด นี้เรียกว่า สาเถยยะความโอ้อวด