พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ (เล่ม 35)

[๗๙๒] ปฏิสัมภิทา ๔ เป็นโนอาสวะ ปฏิสัมภิทา ๓ เป็นสาสวะอัตถปฏิสัมภิทา
เป็นสาสวะก็มี เป็นอนาสวะก็มี ปฏิสัมภิทา ๔ เป็นอาสววิปปยุต ปฏิสัมภิทา ๓
กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอาสวสาสวะ เป็นแต่สาสวโนอาสวะอัตถปฏิสัมภิทา กล่าวไม่ได้ว่า เป็น
อาสวสาสวะ เป็นแต่สาสวโนอาสวะก็มีกล่าวไม่ได้ว่า เป็นสาสวโนอาสวะก็มี
ปฏิสัมภิทา ๔ กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นอาสวอาสวสัมปยุต แม้เป็นอาสวสัมปยุตตโนอาสวะ
ปฏิสัมภิทา ๓ เป็นอาสว วิปปยุตตสาสวะ อัตถปฏิสัมภิทา เป็นอาสววิปปยุตตสาสวะก็มี เป็น
อาสววิปปยุตตอนาสวะก็มี
๔,๕,๖,๗,๘,๙,๑๐,๑๑,๑๒. สัญโญชนโคจฉกาทิวิสัชนา

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ (เล่ม 35)

[๗๙๓] ปฏิสัมภิทา ๔ เป็นโนสัญโญชนะ ฯลฯ ปฏิสัมภิทา ๔ เป็นโนคันถะ ฯลฯ
ปฏิสัมภิทา ๔ เป็นโนโอฆะ ฯลฯ ปฏิสัมภิทา ๔ เป็นโนโยคะฯลฯ ปฏิสัมภิทา ๔ เป็น
โนนีวรณะ ฯลฯ ปฏิสัมภิทา ๔ เป็นโนปรามาสะ ฯลฯปฏิสัมภิทา ๔ เป็นสารัมมณะ เป็น
โนจิตตะ เป็นเจตสิกะ เป็นจิตตสัมปยุตเป็นจิตตสังสัฏฐะ เป็นจิตตสมุฏฐานะ เป็น
จิตตสหภู เป็นจิตตานุปริวัตติ เป็นจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานะ เป็นจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานสหภู เป็น
จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานานุปริวัตติ เป็นพาหิระ เป็นนอุปาทา เป็นอนุปาทินนะ ปฏิสัมภิทา ๔
เป็นนอุปาทานะ ฯลฯ ปฏิสัมภิทา ๔ เป็นโนกิเลสะ ฯลฯ
๑๓. ปีฏฐิทุกวิสัชนา

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ (เล่ม 35)

[๗๙๔] ปฏิสัมภิทา ๔ เป็นนทัสสนปหาตัพพะ เป็นนภาวนาปหาตัพพะเป็น
นทัสสนปหาตัพพเหตุกะ เป็นนภาวนาปหาตัพพเหตุกะ ปฏิสัมภิทา ๓ เป็นสวิตักกะ อัตถปฏิ
สัมภิทา เป็นสวิตักกะก็มี เป็นอวิตักกะก็มี ปฏิสัมภิทา ๓ เป็นสวิจาระ อัตถปฏิสัมภิทา
เป็นสวิจาระก็มี เป็นอวิจาระก็มี ปฏิสัมภิทา ๔ เป็นสัปปีติกะก็มี เป็นอัปปีติกะก็มี เป็น
ปีติสหคตะก็มี เป็นนปีติสหคตะก็มี เป็นสุขสหคตะก็มี เป็นนสุขสหคตะก็มี เป็น
อุเปกขาสหคตะก็มี เป็นนอุเปกขาสหคตะก็มี ปฏิสัมภิทา ๓ เป็นกามาวจร อัตถปฏิสัมภิทา
เป็นกามาวจรก็มี เป็นนกามาวจรก็มี ปฏิสัมภิทา ๔ เป็นนรูปาวจร เป็นนอรูปาวจร
ปฏิสัมภิทา ๓ เป็นปริยาปันนะ อัตถปฏิสัมภิทา เป็นปริยาปันนะก็มี เป็นอปริยาปันนะก็มี
ปฏิสัมภิทา ๓เป็นอนิยยานิกะ อัตถปฏิสัมภิทา เป็นนิยยานิกะก็มี เป็นอนิยยานิกะก็มี
ปฏิสัมภิทา ๓ เป็นอนิยตะ อัตถปฏิสัมภิทา เป็นนิยตะก็มี เป็นอนิยตะก็มี ปฏิสัมภิทา ๓
เป็นสอุตตระ อัตถปฏิสัมภิทา เป็นสอุตตระก็มี เป็นอนุตตระก็มี ปฏิสัมภิทา ๔เป็นอรณะ
ฉะนี้แล
ปัญหาปุจฉกะ จบ
ปฏิสัมภิทาวิภังค์ จบบริบูรณ์
๑๖. ญาณวิภังค์
มาติกา
เอกกมาติกา

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ (เล่ม 35)

[๗๙๕] ญาณวัตถุหมวดละ ๑ คือ วิญญาณ ๕ (๑) เป็นเหตุ เป็นอเหตุกะ เป็นเหตุ
วิปปยุต เป็นสัปปัจจยะ เป็นสังขตะ เป็นอรูป เป็นโลกิยะเป็นสาสวะ เป็นสัญโญชนิยะ
เป็นคันถนิยะ เป็นโอฆนิยะ เป็นโยคนิยะ เป็นนีวรณิยะ เป็นปรามัฏฐะ เป็นอุปาทานิยะ
เป็นสังกิเลสิกะ เป็นอัพยากฤตเป็นสารัมมณะ เป็นอเจตสิกะ เป็นวิบาก เป็น
อุปาทินนุปาทานิยะ เป็นอสังกิลิฏฐสังกิเลสิกะ เป็นนสวิตักกสวิจาระ เป็นนอวิตักกวิจาร
มัตตะ เป็นอวิตักกาวิจาระเป็นนปีติสหคตะ เป็นเนวทัสสนนภาวนาปหาตัพพะ เป็นเนวทัส
สนนภาวนาปหาตัพพเหตุกะ เป็นเนวาจยคามินาปจยคามี เป็นเนวเสกขนาเสกขะ เป็น
ปริตตะเป็นกามาวจร เป็นนรูปาวจร เป็นนอรูปาวจร เป็นปริยาปันนะ เป็นโนอปริยา
ปันนะเป็นอนิยตะ เป็นอนิยยานิกะ เป็นอุปปันนมโนวิญญาณวิญเญยยะ เป็นอนิจจะ
เป็นชราภิภูตะ
วิญญาณ ๕ มีวัตถุเป็นปัจจุบัน มีอารมณ์เป็นปัจจุบัน มีวัตถุเกิดก่อนมีอารมณ์
เกิดก่อน มีวัตถุเป็นภายใน มีอารมณ์เป็นภายนอก มีวัตถุยังไม่แตกดับมีอารมณ์ยังไม่
แตกดับ มีวัตถุต่างกัน มีอารมณ์ต่างกัน ย่อมไม่เสวยอารมณ์ของกันและกัน ย่อมไม่
เกิดขึ้นเพราะไม่นึก ย่อมไม่เกิดขึ้นเพราะไม่ทำไว้ในใจ จะเกิดขึ้นโดยไม่สับสนกันก็หาไม่
จะเกิดขึ้นไม่ก่อนไม่หลังกันก็หาไม่ ย่อมไม่เกิดต่อจากลำดับของกันและกัน วิญญาณ ๕ ไม่มี
ความคิดนึก บุคคลย่อมไม่รู้แจ้งธรรมอะไรๆ ด้วยวิญญาณ ๕ วิญญาณ ๕ สักแต่ว่า
เป็นที่ตกไปแห่งอารมณ์อันใดอันหนึ่ง บุคคลย่อมไม่รู้แจ้งธรรมอะไรๆ แม้ต่อจากลำดับแห่ง
วิญญาณ ๕บุคคลย่อมไม่สำเร็จอิริยาบถอย่างใดอย่างหนึ่งด้วยวิญญาณ ๕ บุคคลย่อมไม่สำเร็จ
อิริยาบถอย่างใดอย่างหนึ่ง แม้ต่อจากลำดับแห่งวิญญาณ ๕ บุคคลย่อมไม่ประกอบกายกรรม
# ๑. จักขุวิญญาณ โสตวิญญาณ ฆานวิญญาณ ชิวหาวิญญาณ กายวิญญาณ.
ไม่ประกอบวจีกรรม ด้วยวิญญาณ ๕ ย่อมไม่ประกอบกายกรรม ไม่ประกอบวจีกรรม
แม้ต่อจากลำดับแห่งวิญญาณ ๕ บุคคลย่อมไม่สมาทานกุศลธรรมและอกุศลธรรม ด้วยวิญญาณ ๕
ย่อมไม่สมาทานกุศลธรรมและอกุศลธรรม แม้ต่อจากลำดับแห่งวิญญาณ ๕ บุคคลย่อมไม่เข้า
สมาบัติ ไม่ออกจากสมาบัติด้วยวิญญาณ ๕ ย่อมไม่เข้าสมาบัติ ไม่ออกจากสมาบัติ
แม้ต่อจากลำดับแห่งวิญญาณ ๕บุคคลย่อมไม่จุติ ไม่เกิดด้วยวิญญาณ ๕ ย่อมไม่จุติ
ไม่เกิด แม้ต่อจากลำดับแห่งวิญญาณ ๕ บุคคลย่อมไม่หลับ ไม่ตื่น ไม่ฝัน ด้วยวิญญาณ ๕
ย่อมไม่หลับ ไม่ตื่นไม่ฝัน แม้ต่อจากลำดับแห่งวิญญาณ ๕ ปัญญาที่แสดงเรื่องของวิญญาณ ๕
ตามความเป็นจริงดังที่กล่าวมานี้ ญาณวัตถุหมวดละ ๑ ย่อมมีด้วยประการฉะนี้
ทุกมาติกา

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ (เล่ม 35)

[๗๙๖] ญาณวัตถุหมวดละ ๒ คือ โลกิยปัญญา โลกุตตรปัญญาเกนจิวิญเญยยปัญญา
เกนจินวิญเญยยปัญญา สาสวปัญญา อนาสวปัญญา อาสววิปปยุตตสาสวปัญญา อาสว
วิปปยุตตอนาสวปัญญา สัญโญชนิยปัญญา อสัญโญชนิยปัญญา สัญโญชนวิปปยุตตสัญโญ
ชนิยปัญญา สัญโญชนวิปปยุตตอสัญโญชนิยปัญญา คันถนิยปัญญา อคันถนิยปัญญา
คันถวิปปยุตตคันถนิยปัญญาคันถวิปปยุตตอคันถนิยปัญญา โอฆนิยปัญญา อโนฆนิยปัญญา
โอฆวิปปยุตตโอฆนิยปัญญา โอฆวิปปยุตตอโนฆนิยปัญญา โยคนิยปัญญา อโยคนิยปัญญา
โยควิปปยุตตโยคนิยปัญญา โยควิปปยุตตอโยคนิยปัญญา นีวรณิยปัญญา อนีวรณิยปัญญา
นีวรณวิปปยุตตนีวรณิยปัญญา นีวรณวิปปยุตตอนิวรณิยปัญญา ปรามัฏฐปัญญา อปรามัฏฐปัญญา
ปรามาสวิปปยุตตปรามัฏฐปัญญา ปรามาสวิปปยุตตอปรามัฏฐปัญญา อุปาทินนปัญญา อนุปาทินน
ปัญญา อุปาทานิยปัญญาอนุปาทานิยปัญญา อุปาทานวิปปยุตตอุปาทานิยปัญญา อุปาทาน
วิปปยุตตอนุปาทานิยปัญญา สังกิเลสิกปัญญา อสังกิเลสิกปัญญา กิเลสวิปปยุตตสังกิเลสิก
ปัญญา กิเลสวิปปยุตตอสังกิเลสิกปัญญา สวิตักกปัญญา อวิตักกปัญญา สวิจารปัญญา อวิจาร
ปัญญา สัปปีติกปัญญา อัปปีติกปัญญา ปีติสหคตปัญญา นปีติสหคตปัญญา สุขสหคตปัญญา
นสุขสหคตปัญญา อุเปกขาสหคตปัญญานอุเปกขาสหคตปัญญา กามาวจรปัญญา
นกามาวจรปัญญา รูปาวจรปัญญานรูปาวจรปัญญา อรูปาวจรปัญญา นอรูปาวจรปัญญา
ปริยาปันนปัญญา อปริยาปันนปัญญา นิยยานิกปัญญา อนิยยานิกปัญญา นิยตปัญญา
อนิยตปัญญาสอุตตรปัญญา อนุตตรปัญญา อัตถชาปิกปัญญา ชาปีตัตถปัญญา
ญาณวัตถุหมวดละ ๒ ย่อมมี ด้วยประการฉะนี้
ติกมาติกา

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ (เล่ม 35)

[๗๙๗] ญาณวัตถุหมวดละ ๓ คือ จินตามยปัญญา สุตมยปัญญาภาวนามยปัญญา
ทานมยปัญญา สีลมยปัญญา ภาวนามยปัญญา อธิสีลปัญญาอธิจิตตปัญญา อธิปัญญาปัญญา
อายโกศล อปายโกศล อุปายโกศล
วิปากปัญญา วิปากธัมมธัมมปัญญา เนววิปากนวิปากธัมมธัมมปัญญาอุปาทินนุปาทานิย
ปัญญา อนุปาทินนุปาทานิยปัญญา อนุปาทินนานุปาทานิยปัญญาสวิตักกสวิจารปัญญา
อวิตักกวิจารมัตตปัญญา อวิตักกาวิจารปัญญา ปีติสหคตปัญญา สุขสหคตปัญญา
อุเปกขาสหคตปัญญา อาจยคามินีปัญญา อปจยคามินีปัญญา เนวาจยคามินีนาปจยคามินี
ปัญญา เสกขปัญญา อเสกขปัญญา เนวเสกขนาเสกขปัญญา ปริตตปัญญา
มหัคคตปัญญาอัปปมาณปัญญา ปริตรัมมณปัญญา มหัคคตารัมมณปัญญา อัปปมาณา
รัมมณปัญญามัคคารัมมณปัญญามัคคเหตุกปัญญา มัคคาธิปตินีปัญญา อุปปันนปัญญา
อนุปปันนปัญญา อุปปาทินีปัญญา อดีตปัญญา อนาคตปัญญา ปัจจุปปันนปัญญา อตีตารัมมณ
ปัญญาอนาคตารัมมณปัญญา ปัจจุปปันนารัมมณปัญญา อัชฌัตตปัญญา พหิทธาปัญญา
อัชฌัตตพหิทธารัมมณปัญญา อัชฌัตตารัมมณปัญญา พหิทธารัมมณปัญญาอัชฌัตตพหิทธารัมมณ
ปัญญา
สวิตักกสวิจารปัญญา เป็นวิบากก็มี เป็นวิปากธัมมธรรมก็มี เป็นเนววิปากนวิปาก
ธัมมธรรมก็มี สวิตักกสวิจารปัญญา เป็นอุปาทินนุปาทานิยะก็มี เป็นอนุปาทินนุปาทานิยะก็มี
เป็นอนุปาทินนานุปาทานิยะก็มี สวิตักกสวิจารปัญญาเป็นปีติสหคตะก็มี เป็นสุขสหคตะก็มี
เป็นอุเปกขาสหคตะก็มี สวิตักกสวิจารปัญญา เป็นอาจยคามินีก็มี เป็นอปจยคามินีก็มีเป็นเนวาจยคามินี
นาปจยคามินีก็มี สวิตักกสวิจารปัญญา เป็นเสกขะก็มี เป็นอเสกขะก็มีเป็นเนวเสกขนาเสกขะก็มี
สวิตักกสวิจารปัญญา เป็นปริตตะก็มี เป็นมหัคคตะก็มี เป็นอัปปมาณะก็มี สวิตักกสวิจาร
ปัญญา เป็นปริตตารัมมณะก็มี เป็นมหัคคตารัมมณะก็มีเป็นอัปปมาณารัมมณะก็มี
สวิตักกสวิจารปัญญา เป็นมัคคารัมมณะก็มี เป็นมัคคเหตุกะก็มี เป็นมัคคาธิปตินีก็มี
สวิตักกสวิจารปัญญา เป็นอุปปันนะก็มี เป็นอนุปปันนะก็มี เป็นอุปปาทินีก็มี สวิตักกสวิจาร
ปัญญา เป็นอดีตก็มี เป็นอนาคตก็มี เป็นปัจจุบันก็มี สวิตักกสวิจารปัญญา เป็น
อตีตารัมมณะก็มี เป็นอนาคตารัมมณะก็มี เป็นปัจจุปปันนารัมมณะก็มี สวิตักกสวิจาร
ปัญญา เป็นอัชฌัตตะก็มีเป็นพหิทธาก็มี เป็นอัชฌัตตพหิทธาก็มี สวิตักกสวิจารปัญญา
เป็นอัชฌัตตารัมมณะก็มี เป็นพหิทธารัมมณะก็มี เป็นอัชฌัตตพหิทธารัมมณะก็มี
อวิตักกวิจารมัตตปัญญา เป็นวิบากก็มี เป็นวิปากธัมมธรรมก็มี เป็นเนววิปากนวิปาก
ธัมมธรรมก็มี อวิตักกวิจารมัตตปัญญา เป็นอุปาทินนุปาทานิยะก็มีเป็นอนุปาทิน
นุปาทานิยะก็มี เป็นอนุปาทินนานุปาทานิยะก็มี อวิตักกวิจารมัตตปัญญา เป็นอาจยคามินีก็มี
เป็นอปจยคามินีก็มี เป็นเนวาจยคามินีนาปจยคามินีก็มี อวิตักกวิจารปัญญา เป็นเสกขะก็มี
เป็นอเสขะก็มี เป็นเนวเสกขนาเสกขะก็มี อวิตักกวิจารปัญญา เป็นอุปปันนะก็มี เป็น
อนุปปันนะก็มี เป็นอุปปาทินีก็มีอวิตักกวิจารปัญญา เป็นอดีตก็มี เป็นอนาคตก็มี เป็น
ปัจจุบันก็มี อวิตักกวิจารปัญญา เป็นอัชฌัตตะก็มี เป็นพหิทธาก็มี เป็น
อัชฌัตตพหิทธาก็มี
อวิตักกาวิจารปัญญา เป็นวิบากก็มี เป็นวิปากธัมมธรรมก็มี เป็นเนววิปากนวิปาก
ธัมมธรรมก็มี อวิตักกาวิจารปัญญา เป็นอุปาทินนุปาทานิยะก็มี เป็นเป็นอนุปาทินนุปาทานิยะก็มี
เป็นอนุปาทินนานุปาทานิยะก็มี อวิตักกาวิจารปัญญาเป็นปีติสหคตะก็มี เป็นสุขสหคตะก็มี
เป็นอุเปกขาสหคตะก็มี อวิตักกาวิจารปัญญา เป็นอาจยคามินีก็มี เป็นอปจยคามินีก็มี เป็น
เนวาจยคามินีนาปจยคามินีก็มี อวิตักกาวิจารปัญญา เป็นเสกขะก็มี เป็นอเสกขะก็มี เป็นเนวเสกขนา
เสกขะก็มี อวิตักกาวิจารปัญญา เป็นปริตตารัมมณะก็มี เป็นมหัคคตารัมมณะก็มีเป็นอัปปมาณารัม
มณะก็มี อวิตักกาวิจารปัญญา เป็นมัคคารัมมณะก็มี เป็นมัคคเหตุกะก็มี เป็นมัคคาธิปตินีก็มี อวิ
ตักกาวิจารปัญญา เป็นอุปปันนะก็มี เป็นอนุปปันนะก็มี เป็นอุปปาทินีก็มี อวิตักกาวิจารปัญญา
เป็นอดีตก็มี เป็นอนาคตก็มีเป็นปัจจุบันก็มี อวิตักกาวิจารปัญญา เป็นอตีตารัมมณะก็มี
เป็นอนาคตารัมมณะก็มี เป็นปัจจุปปันนารัมมณะก็มี อวิตักกาวิจารปัญญา เป็นอัชฌัตตะก็มี
เป็นพหิทธาก็มี เป็นอัชฌัตตพหิทธาก็มี อวิตักกาวิจารปัญญา เป็นอัชฌัตตารัมมณะก็มี เป็น
พหิทธารัมมณะก็มี เป็นอัชฌัตตพหิทธารัมมณะก็มี
ปีติสหคตปัญญา สุขสหคตปัญญา เป็นวิบากก็มี เป็นวิปากธัมมธรรมก็มี เป็น
เนววิปากนวิปากธัมมธรรมก็มี ปีติสหคตปัญญา สุขสหคตปัญญาเป็นอุปาทินนุปาทานิยะก็มี
เป็นอนุปาทินนุปาทานิยะก็มี เป็นอนุปาทินนานุปาทานิยะก็มี ปีติสหคตปัญญา สุขสหคตปัญญา
เป็นสวิตักกสวิจาระก็มี เป็นอวิตักกวิจารมัตตะก็มี เป็นอวิตักกาวิจาระก็มี ปีติสหคตปัญญา
สุขสหคตปัญญาเป็นอาจยคามินีก็มี เป็นอปจยคามินีก็มี เป็นเนวาจยคามินีนาปจยคามินีก็มี
ปีติสหคตปัญญา สุขสหคตปัญญา เป็นเสกขะก็มี เป็นอเสกขะก็มี เป็นเนวเสกขนาเสกขะก็มี
ปีติสหคตปัญญา สุขสหคตปัญญา เป็นปริตตะก็มี เป็นมหัคคตะก็มี เป็นอัปปมาณะก็มี
ปีติสหคตปัญญา สุขสหคตปัญญา เป็นปริตตารัมมณะก็มี เป็นมหัคคตารัมมณะก็มี เป็นอัปป
มาณารัมมณะก็มี ปีติสหคตปัญญา สุขสหคตปัญญา เป็นมัคคารัมมณะก็มี เป็นมัคคเหตุกะก็มี
เป็นมัคคาธิปตินีก็มีปีติสหคตปัญญา สุขสหคตปัญญา เป็นอุปปันนะก็มี เป็นอนุปันนะก็มี
เป็นอุปปาทินีก็มี ปิติสหคตปัญญา สุขสหคตปัญญา เป็นอดีตก็มี เป็นอนาคตก็มีเป็นปัจจุบันก็มี
ปีติสหคตปัญญา สุขสหคตปัญญา เป็นอตีตารัมมณะก็มี เป็นอนาคตารัมมณะก็มี เป็นปัจจุป
ปันนารัมมณะก็มี ปีติสหคตปัญญา สุขสหคตปัญญา เป็นอัชฌัตตะก็มี เป็นพหิทธาก็มี
เป็นอัชฌัตตพหิทธาก็มี ปิติสหคตปัญญา สุขสหคตปัญญา เป็นอัชฌัตตารัมมณะก็มี
เป็นพหิทธารัมมณะก็มี เป็นอัชฌัตตพหิทธารัมมณะก็มี
อุเปกขาสหคตปัญญา เป็นวิบากก็มี เป็นวิปากธัมมธรรมก็มี เป็นเนววิปากนวิปาก
ธัมมธรรมก็มี อุเปกขาสหคตปัญญา เป็นอุปาทินนุปาทานิยะก็มีเป็นอนุปาทินนุปาทานิยะก็มี
เป็นอนุปาทินนานุปาทานิยะก็มี อุเปกขาสหคตปัญญา เป็นอาจยคามินีก็มี เป็นอปจยคามินีก็มี
เป็นเนวาจยคามินีนาปจยคามินีก็มี อุเปกขาสหคตปัญญา เป็นเสกขะก็มี เป็นอเสกขะก็มี เป็น
เนวเสกขนาเสกขะก็มี อุเปกขาสหคตปัญญา เป็นปริตตะก็มี เป็นมหัคคตะก็มี เป็นอัปปมาณะ
ก็มี อุเปกขาสหคตปัญญา เป็นปริตตารัมมณะก็มี เป็นมหัคคตารัมมณะก็มี เป็นอัปปมาณารัมมณะ
ก็มี อุเปกขาสหคตปัญญา เป็นมัคคารัมมณะก็มี เป็นมัคคเหตุกะก็มี เป็นมัคคาธิปตินีก็มี
อุเปกขาสหคตปัญญา เป็นอุปปันนะก็มี เป็นอนุปันนะก็มี เป็นอุปปาทินีก็มี
อุเปกขาสหคตปัญญา เป็นอดีตก็มี เป็นอนาคตก็มี เป็นปัจจุบันก็มี อุเปกขาสหคตปัญญา
เป็นอตีตารัมมณะก็มี เป็นอนาคตารัมมณะก็มีเป็นปัจจุปปันนารัมมณะก็มี อุเปกขาสหคตปัญญา
เป็นอัชฌัตตะก็มี เป็นพหิทธาก็มี อุเปกขาสหคตปัญญา เป็นอัชฌัตตพหิทธาก็มี เป็นอัชฌัตตา
รัมมณะก็มีเป็นพหิทธารัมมณะก็มี เป็นอัชฌัตตพหิทธารัมมณะก็มี ญาณวัตถุ หมวดละ ๓ย่อมมี
ด้วยประการฉะนี้
จตุกกมาติกา

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ (เล่ม 35)

[๗๙๘] ญาณวัตถุหมวดละ ๔ คือ กัมมัสสกตาญาณ สัจจานุโลมิกญาณ มัคคสมังคิญาณ
ผลสมังคิญาณ ทุกขญาณ ทุกขสมุทยญาณ ทุกขนิโรธญาณ ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาญาณ
กามาวจรปัญญา รูปาวจรปัญญาอรูปาวจรปัญญา อปริยาปันนปัญญา ธรรมญาณ อันวยญาณ
ปริจจญาณสัมมติญาณ อาจยโนอปจยปัญญา อปจยโนอาจยปัญญา อาจยอปจยปัญญาเนวาจย
โนอปจยปัญญา นิพพิทาโนปฏิเวธปัญญา ปฏิเวธโนนิพพิทาปัญญานิพพิทาปฏิเวธปัญญา เนว
นิพพิทาโนปฏิเวธปัญญา หานภาคินีปัญญา ฐิติภาคินีปัญญา วิเสสภาคินีปัญญา นิพเพธภาคินีปัญญา
ปฏิสัมภิทา ๔ ปฏิปทา ๔อารมณ์ ๔ ชรามรณญาณ ชรามรณสมุทยญาณ ชรามรณนิโรธญาณ
ชรามรณนิโรธคามินีปฏิปทาญาณ ชาติญาณ ฯลฯ ภวญาณ ฯลฯ อุปาทานญาณ ฯลฯตัณหาญาณ
ฯลฯ เวทนาญาณ ฯลฯ ผัสสญาณ ฯลฯ สฬายตนญาณ ฯลฯนามรูปญาณ ฯลฯ วิญญาณญาณ
ฯลฯ สังขารญาณ สังขารสมุทยญาณสังขารนิโรธญาณ สังขารนิโรธคามินีปฏิปทาญาณ
ญาณวัตถุ หมวดละ ๔ ย่อมมี ด้วยประการฉะนี้
ปัญจก-ฉักก-สัตตก-อัฏฐก-นวกมาติกา

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ (เล่ม 35)

[๗๙๙] ญาณวัตถุ หมวดละ ๕ คือ สัมมาสมาธิมีองค์ ๕ สัมมาสมาธิมีญาณ ๕
ญาณวัตถุ หมวดละ ๕ ย่อมมี ด้วยประการฉะนี้
ญาณวัตถุ หมวดละ ๖ คือ ปัญญาในอภิญญา ๖ ญาณวัตถุ หมวดละ ๖ย่อมมี
ด้วยประการฉะนี้
ญาณวัตถุ หมวดละ ๗ คือ ญาณวัตถุในธรรมแต่ละ ๗ ละ ๗ ญาณวัตถุหมวดละ ๗
ย่อมมี ด้วยประการฉะนี้
ญาณวัตถุ หมวดละ ๘ คือ ปัญญาในวรรค ๕ ปัญญามรรค ๔ ปัญญรในผล ๔
ญาณวัตถุ หมวด ๘ ย่อมมี ด้วยประการฉะนี้
ญาณวัตถุ หมวดละ ๙ คือ ปัญญาในอนุปุพพวิหารสมาบัติ ๙ ญาณวัตถุหมวดละ ๙
ย่อมมี ด้วยประการฉะนี้
ทสกมาติกา

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ (เล่ม 35)

[๘๐๐] ญาณวัตถุ หมวดละ ๑๐ คือ พระตถาคตประกอบด้วยกำลังเหล่าใดจึงทรงปฏิญาณฐานะ
อันประเสริฐ ทรงบันลือสีหนาทในบริษัท ทรงประกาศพรหมจักร กำลังเหล่านั้นชื่อว่า
กำลัง ๑๐ ของพระตถาคต
กำลัง ๑๐ ของพระตถาคต เป็นไฉน
๑. พระตถาคตในโลกนี้ ย่อมทรงทราบธรรมที่เป็นฐานะโดยความเป็นฐานะ และธรรม
ที่ไม่ใช่ฐานะโดยความไม่ใช่ฐานะ ตามความเป็นจริง พระตถาคตทรงทราบธรรมที่เป็นฐานะ
โดยความเป็นฐานะ และธรรมที่ไม่ใช่ฐานะโดยความไม่ใช่ฐานะ ตามความเป็นจริง แม้ใด
แม้ข้อนี้ก็เป็นกำลังของพระตถาคตพระตถาคตทรงอาศัยกำลังใดแล้ว จึงทรงปฏิญาณฐานะ
อันประเสริฐ ทรงบันลือสีหนาทในบริษัท ทรงประกาศพรหมจักร แม้ข้อนี้ก็เป็นกำลังของ
พระตถาคต
๒. ยังมีข้ออื่นอีก พระตถาคตย่อมทรงทราบวิบากของกัมมสมาทาน อันเป็นอดีต
อนาคต ปัจจุบัน ตามความเป็นจริง โดยฐานะ โดยเหตุ พระตถาคตทรงทราบวิบากของ
กัมมสมาทานอันเป็นอดีต อนาคต ปัจจุบัน ตามความเป็นจริงโดยฐานะ โดยเหตุ แม้ใด
แม้ข้อนี้ก็เป็นกำลังของพระตถาคต พระตถาคตทรงอาศัยกำลังใดแล้ว จึงปฏิญาณฐานะอันประเสริฐ
ทรงบันลือสีหนาท ในบริษัททรงประกาศพรหมจักร แม้ข้อนี้ก็เป็นกำลังของพระตถาคต
๓. ยังมีข้ออื่นอีก พระตถาคตย่อมทรงทราบทางไปสู่ภูมิทั้งปวงตามความเป็นจริง พระ
ตถาคตทรงทราบทางไปสู่ภูมิทั้งปวงตามความเป็นจริง แม้ใด แม้ข้อนี้ก็เป็นกำลังของพระตถาคต
พระตถาคตทรงอาศัยกำลังใดแล้ว จึงทรงปฏิญาณฐานอันประเสริฐ ทรงบันลือสีหนาทในบริษัท
ทรงประกาศพรหมจักร แม้ข้อนี้ก็เป็นกำลังของพระตถาคต
๔. ยังมีข้ออื่นอีก พระตถาคตย่อมทรงทราบโลกอันเป็นอเนกธาตุเป็นนานาธาตุ
ตามความเป็นจริง พระตถาคตทรงทราบโลกอันเป็นอเนกธาตุเป็นนานาธาตุ ตามความเป็น
จริง แม้ใด แม้ข้อนี้ก็เป็นกำลังของพระตถาคตพระตถาคตทรงอาศัยกำลังใดแล้ว จึงทรง
ปฏิญาณฐานะอันประเสริฐ ทรงบันลือสีหนาทในบริษัท ทรงประกาศพรหมจักร แม้ข้อนี้
ก็เป็นกำลังของพระตถาคต
๕. ยังมีข้ออื่นอีก พระตถาคตย่อมทรงทราบความที่สัตว์ทั้งหลายมีอัธยาศัยต่างๆ
กัน ตามความเป็นจริง พระตถาคตทรงทราบความที่สัตว์ทั้งหลายมีอัธยาศัยต่างๆ กัน ตามความ
เป็นจริง แม้ใด แม้ข้อนี้ก็เป็นกำลังของพระตถาคตพระตถาคตทรงอาศัยกำลังใดแล้ว จึง
ทรงปฏิญาณฐานะอันประเสริฐ ทรงบันลือสีหนาทในบริษัท ทรงประกาศพรหมจักร แม้ข้อนี้ก็เป็น
กำลังของพระตถาคต
๖. ยังมีข้ออื่นอีก พระตถาคตย่อมทรงทราบความแก่กล้าและไม่แก่กล้าแห่งอินทรีย์
ของสัตว์เหล่าอื่น ของบุคคลเหล่าอื่น ตามความเป็นจริง พระตถาคต ทรงทราบความแก่กล้าและ
ไม่แก่กล้าแห่งอินทรีย์ของสัตว์เหล่าอื่น ของบุคคลเหล่าอื่น ตามความเป็นจริง แม้ใด แม้ข้อนี้
ก็เป็นกำลังของพระตถาคตพระตถาคตทรงอาศัยกำลังใดแล้ว จึงทรงปฏิญาณฐานะอันประเสริฐ
ทรงบันลือสีหนาทในบริษัท ทรงประกาศพรหมจักร แม้ข้อนี้ก็เป็นกำลังของพระตถาคต
๗. ยังมีข้ออื่นอีก พระตถาคตย่อมทรงทราบความเศร้าหมอง ความผ่องแผ้ว ความออก
แห่งฌาน วิโมกข์ สมาธิ และสมาบัติ ตามความเป็นจริงพระตถาคตทรงทราบความ
เศร้าหมอง ความผ่องแผ้ว ความออก แห่งฌานวิโมกข์ สมาธิ และสมาบัติ ตามความ
เป็นจริง แม้ใด แม้ข้อนี้ก็เป็นกำลังของพระตถาคต พระตถาคตทรงอาศัยกำลังใดแล้ว จึงทรง
ปฏิญาณฐานะอันประเสริฐทรงบันลือสีหนาทในบริษัท ทรงประกาศพรหมจักร แม้ข้อนี้
ก็เป็นกำลังของพระตถาคต
๘. ยังมีข้ออื่นอีก พระตถาคตย่อมทรงทราบความระลึกชาติหนหลังได้ตามความเป็น
จริง พระตถาคตทรงทราบความระลึกชาติหนหลังได้ตามความเป็นจริง แม้ใด แม้ข้อนี้
ก็เป็นกำลังของพระตถาคต พระตถาคตทรงอาศัยกำลังใดแล้ว จึงทรงปฏิญาณฐานะอันประเสริฐ
ทรงบันลือสีหนาทในบริษัท ทรงประกาศพรหมจักร แม้ข้อนี้ก็เป็นกำลังของพระตถาคต
๙. ยังมีข้ออื่นอีก พระตถาคตย่อมทรงทราบความจุติและเกิดของสัตว์ทั้งหลายตามความ
เป็นจริง พระตถาคตทรงทราบความจุติและเกิดของสัตว์ทั้งหลายตามความเป็นจริง แม้ใด
แม้ข้อนี้ก็เป็นกำลังของพระตถาคต พระตถาคตทรงอาศัยกำลังใดแล้ว จึงทรงปฏิญาณฐานะอัน
ประเสริฐ ทรงบันลือสีหนาทในบริษัท ทรงประกาศพรหมจักร แม้ข้อนี้ก็เป็นกำลังของพระ
ตถาคต
๑๐. ยังมีข้ออื่นอีก พระตถาคตย่อมทรงทราบความสิ้นอาสวะตามความเป็นจริง
พระตถาคตทรงทราบความสิ้นอาสวะตามความเป็นจริง แม้ใด แม้ข้อนี้ก็เป็นกำลังของ
พระตถาคต พระตถาคตทรงอาศัยกำลังใดแล้ว จึงทรงปฏิญาณฐานะอันประเสริฐ ทรงบันลือสีหนาท
ในบริษัท ทรงประกาศพรหมจักร แม้ข้อนี้ก็เป็นกำลังของพระตถาคต
พระตถาคตประกอบด้วยกำลังเหล่าใด จึงทรงปฏิญาณฐานะอันประเสริฐทรงบันลือ
สีหนาทในบริษัท ทรงประกาศพรหมจักร กำลังเหล่านี้ ชื่อว่า กำลัง ๑๐ของพระตถาคต
ญาณวัตถุ หมวดละ ๑๐ ย่อมมีด้วยประการฉะนี้
มาติกา จบ
เอกกนิเทศ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ (เล่ม 35)

[๘๐๑] วิญญาณ ๕ เป็นนเหตุทั้งนั้น เป็นอเหตุกะทั้งนั้น เป็นเหตุวิปปยุตทั้งนั้น
เป็นสัปปัจจยะทั้งนั้น เป็นสังขตะทั้งนั้น เป็นอรูปทั้งนั้น เป็นโลกิยะทั้งนั้น เป็นสาสวะทั้งนั้น
เป็นสัญโญชนิยะทั้งนั้น เป็นคันถนิยะทั้งนั้นเป็นโอฆนิยะทั้งนั้น เป็นโยคนิยะทั้งนั้น เป็น
นีวรณิยะทั้งนั้น เป็นปรามัฏฐะทั้งนั้นเป็นอุปาทานิยะทั้งนั้น เป็นสังกิเลสิกะทั้งนั้น
เป็นอัพยากฤตทั้งนั้น เป็นสารัมมณะทั้งนั้น เป็นอเจตสิกะทั้งนั้น เป็นวิบากทั้งนั้น เป็น
อุปาทินนุปาทานิยะทั้งนั้นเป็นอสังกิสิฏฐสังกิเลสิกะทั้งนั้น ไม่เป็นสวิตักกสวิจาระทั้งนั้น
ไม่เป็นอวิตักกวิจารมัตตะทั้งนั้น เป็นอวิตักกาวิจาระทั้งนั้น ไม่เป็นปีติสหคตะทั้งนั้น เป็น
เนวทัสสนนภาวนาปหาตัพพะทั้งนั้น เป็นเนวทัสสนนภาวนาปหาตัพพเหตุกะทั้งนั้น เป็น
เนวาจยคามินาปจยคามีทั้งนั้น เป็นเนวเสกขนาเสกขะทั้งนั้น เป็นปริตตะทั้งนั้นเป็น
กามาวจรทั้งนั้น ไม่เป็นรูปาวจรทั้งนั้น ไม่เป็นอรูปาวจรทั้งนั้น เป็นปริยาปันนะทั้งนั้น
ไม่เป็นอปริยาปันนะทั้งนั้น เป็นอนิยตะทั้งนั้น เป็นอนิยยานิกะทั้งนั้นเป็นอุปปันนมโน
วิญญาณวิญเญยยะทั้งนั้น เป็นอนิจจะทั้งนั้น เป็นชราภิภูตะทั้งนั้น