[๖๙๒] บทว่า อากาสานัญจายตนะ ได้แก่จิตและเจตสิกของผู้เข้า
อากาสานัญจายตนฌาน หรือของผู้อุปบัติในอากาสานัญจายตนภูมิ หรือของพระอรหันต์ผู้อยู่
เป็นสุขในทิฏฐธรรม
[๖๙๒] บทว่า อากาสานัญจายตนะ ได้แก่จิตและเจตสิกของผู้เข้า
อากาสานัญจายตนฌาน หรือของผู้อุปบัติในอากาสานัญจายตนภูมิ หรือของพระอรหันต์ผู้อยู่
เป็นสุขในทิฏฐธรรม
[๖๙๓] บทว่า บรรลุ ได้แก่ การได้ การกลับได้อีก การถึง ความถึงการถูกต้อง
การทำให้แจ้ง การบรรลุ ซึ่งอากาสานัญจายตนะ
[๖๙๔] บทว่า อยู่ มีอธิบายว่า สืบเนื่องกันอยู่ ฯลฯ พักอยู่ด้วยเหตุ จึงเรียกว่า อยู่
[๖๙๕] คำว่า เพราะก้าวล่วงอากาสานัญจายตนะโดยประการทั้งปวง มีอธิบายว่า
ภิกษุ ก้าวล่วงแล้ว ข้ามแล้ว ข้ามพ้นแล้ว ซึ่งอากาสานัญจายตนะนี้ ด้วยเหตุนั้น จึงเรียกว่า
เพราะก้าวล่วงอากาสานัญจายตนะโดยประการทั้งปวง
[๖๙๖] คำว่า วิญญาณไม่มีที่สุด มีอธิบายว่า ภิกษุ พิจารณาอากาศอันวิญญาณ
ถูกต้องแล้วนั้นแล แผ่จิตไปไม่มีที่สุด ด้วยเหตุนั้น จึงเรียกว่าวิญญาณไม่มีที่สุด
[๖๙๗] บทว่า วิญญาณัญจายตนะ ได้แก่จิตและเจตสิกของผู้เข้า
วิญญาณัญจายตนฌาน หรือของผู้อุปบัติในวิญญาณัญจายตนภูมิ หรือของพระอรหันต์ผู้อยู่เป็น
สุขในทิฏฐธรรม
[๖๙๘] บทว่า บรรลุ ได้แก่ การได้ การกลับได้อีก การถึง ความถึงการถูกต้อง
การทำให้แจ้ง การบรรลุ ซึ่งวิญญาณัญจายตนะ
[๖๙๙] บทว่า อยู่ มีอธิบายว่า สืบเนื่องกันอยู่ ฯลฯ พักอยู่ด้วยเหตุนั้น
จึงเรียกว่า อยู่
[๗๐๐] คำว่า เพราะก้าวล่วงวิญญาณัญจายตนะโดยประการทั้งปวง มีอธิบายว่า
ภิกษุ ก้าวล่วงแล้ว ข้ามแล้ว ข้ามพ้นแล้ว ซึ่งวิญญาณัญจายตนะนี้ ด้วยเหตุนั้น จึงเรียกว่า
เพราะก้าวล่วงวิญญาณัญจายตนะโดยประการทั้งปวง
[๗๐๑] คำว่า วิญญาณน้อยหนึ่งไม่มี มีอธิบายว่า ภิกษุ พิจารณาเห็นว่า วิญญาณ
นั้นแลไม่มี ไม่ปรากฏ อันตรธานไปน้อยหนึ่งไม่มี ด้วยเหตุนั้นจึงเรียกว่า วิญญาณน้อย
หนึ่งไม่มี