พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ (เล่ม 35)

[๑๒๒] ธาตุ ๖ อีกนัยหนึ่ง คือ
๑. กามธาตุ
๒. พยาปาทธาตุ
๓. วิหิงสาธาตุ
๔. เนกขัมมธาตุ
๕. อัพยาปาทธาตุ
๖. อวิหิงสาธาตุ
ในธาตุ ๖ นั้น กามธาตุ เป็นไฉน
ความตรึก ความตรึกอย่างแรง ความดำริ อันประกอบด้วยกาม ความที่จิตแนบอยู่ใน
อารมณ์ ความที่จิตแนบสนิทอยู่ในอารมณ์ ความยกจิตขึ้นสู่อารมณ์มิจฉาสังกัปปะ นี้เรียกว่า
กามธาตุ ชั้นต่ำมีอวีจินรกเป็นที่สุด ชั้นสูงมีเทพชั้นปรนิมมิตวสวัตตีเป็นที่สุด ขันธ์ ธาตุ
อายตนะ รูป เวทนา สัญญา สังขารวิญญาณ ที่ท่องเที่ยวอยู่ในระหว่างนี้ นับเนื่องอยู่ใน
ระหว่างนี้ นี้เรียกว่า กามธาตุ
พยาปาทธาตุ เป็นไฉน
ความตรึก ความตรึกอย่างแรง อันประกอบด้วยพยาบาท ฯลฯ มิจฉาสังกัปปะ นี้
เรียกว่า พยาปาทธาตุ อีกนัยหนึ่ง ความที่จิตอาฆาต ในอาฆาฏวัตถุ ๑๐ ความอาฆาตมีกำลัง
ความกระทบ ความแค้น ความโกรธ ความกำเริบความกำเริบหนัก ความคิดประทุษร้าย
ความคิดประทุษร้ายยิ่ง ความคิดประทุษร้ายหนัก ความที่จิตพยาบาท ความมีใจประทุษร้ายยิ่ง ความ
โกรธ กิริยาที่โกรธสภาพที่โกรธ ความคิดประทุษร้าย กิริยาที่คิดประทุษร้าย สภาพที่คิดประทุษ
ร้ายความพยาบาท กิริยาที่พยาบาท สภาพที่พยาบาท ความพิโรธ ความแค้น ความดุร้าย
อาการที่พูดไม่ยั้ง ความที่จิตไม่แช่มชื่น นี้เรียกว่า พยาปาทธาตุ
วิหิงสาธาตุ เป็นไฉน
ความตรึก ความตรึกอย่างแรง อันประกอบด้วยวิหิงสา ฯลฯ มิจฉาสังกัปปะ นี้เรียกว่า
วิหิงสาธาตุ บุคคลบางคนในโลกนี้ ย่อมเบียดเบียนสัตว์ทั้งหลายด้วยวัตถุอย่างใดอย่างหนึ่ง
คือ ฝ่ามือ ก้อนดิน ท่อนไม้ ศัสตราหรือเชือก ความข่มเหง กิริยาที่ข่มเหง ความเบียด
เบียน กิริยาที่เบียดเบียนความขึ้งเคียด ความเคียดแค้น ความเข้าไปเบียดเบียนผู้อื่น
เห็นปานนี้ นี้เรียกว่าวิหิงสาธาตุ
เนกขัมมธาตุ เป็นไฉน
ความตรึก ความตรึกอย่างแรง อันประกอบด้วยเนกขัมมะ ฯลฯสัมมาสังกัปปะ นี้
เรียกว่า เนกขัมมธาตุ กุศลธรรมแม้ทั้งหมด ก็เรียกว่าเนกขัมมธาตุ
อัพยาปาทธาตุ เป็นไฉน
ความตรึก ความตรึกอย่างแรง อันประกอบด้วยความไม่พยาบาท ฯลฯสัมมา
สังกัปปะ นี้เรียกว่า อัพยาปาทธาตุ ความมีไมตรี กิริยาที่มีไมตรี สภาพที่มีไมตรี ในสัตว์
ทั้งหลาย เมตตาเจโตวิมุตติ นี้เรียกว่า อัพยาปาทธาตุ
อวิหิงสาธาตุ เป็นไฉน
ความตรึก ความตรึกอย่างแรง อันประกอบด้วยอวิหิงสา ความดำริความที่จิตแนบ
อยู่ในอารมณ์ ความที่จิตแนบสนิทอยู่ในอารมณ์ ความยกจิตขึ้นสู่อารมณ์ สัมมาสังกัปปะ
นี้เรียกว่า อวิหิงสาธาตุ ความกรุณา กิริยาที่กรุณาสภาพที่กรุณา ในสัตว์ทั้งหลาย กรุณา
เจโตวิมุตติ นี้เรียกว่า อวิหิงสาธาตุ
สภาวธรรมเหล่านี้ ก็เรียกว่า ธาตุ ๖

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ (เล่ม 35)

[๑๒๓] ฉักกะ หมวดแห่งธาตุ ๖ ทั้ง ๓ นัยนี้ ประมวลเข้าเป็นหมวดเดียวกัน เป็น
ธาตุ ๑๘ ด้วยประการฉะนี้
สุตตันตภาชนีย์ จบ
อภิธรรมภาชนีย์

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ (เล่ม 35)

[๑๒๔] ธาตุ ๑๘ คือ
๑. จักขุธาตุ
๒. รูปธาตุ
๓. จักขุวิญญาณธาตุ
๔. โสตธาตุ
๕. สัททธาตุ
๖. โสตวิญญาณธาตุ
๗. ฆานธาตุ
๘. คันธธาตุ
๙. ฆานวิญญาณธาตุ
๑๐. ชิวหาธาตุ
๑๑. รสธาตุ
๑๒. ชิวหาวิญญาณธาตุ
๑๓. กายธาตุ
๑๔. โผฏฐัพพธาตุ
๑๕. กายวิญญาณธาตุ
๑๖. มโนธาตุ
๑๗. ธรรมธาตุ
๑๘. มโนวิญญาณธาตุ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ (เล่ม 35)

[๑๒๕] ในธาตุ ๑๘ นั้น จักขุธาตุ เป็นไฉน
จักขุใด เป็นปสาทรูป อาศัยมหาภูตรูป ๔ ฯลฯ นี้เรียกว่า บ้านว่างบ้าง นี้เรียกว่า
จักขุธาตุ
รูปธาตุ เป็นไฉน
รูปใด อาศัยมหาภูตรูป ๔ ได้แก่ สี ฯลฯ นี้เรียกว่า รูปธาตุบ้างนี้เรียกว่า รูปธาตุ
จักขุวิญญาณธาตุ เป็นไฉน
จิต มโน มานัส หทัย ปัณฑร มโน มนายตนะ มนินทรีย์วิญญาณ วิญญาณขันธ์
จักขุวิญญาณธาตุที่สมกัน อาศัยจักขุปสาทและรูปารมณ์เกิดขึ้น นี้เรียกว่า จักขุวิญญาณธาตุ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ (เล่ม 35)

[๑๒๖] โสตธาตุ เป็นไฉน
โสตะใด เป็นปสาทรูป อาศัยมหาภูตรูป ๔ ฯลฯ นี้เรียกว่า บ้านว่างบ้าง นี้เรียกว่า
โสตธาตุ
สัททธาตุ เป็นไฉน
เสียงใด อาศัยมหาภูตรูป ๔ เห็นไม่ได้ กระทบไม่ได้ ฯลฯ นี้เรียกว่าสัททธาตุบ้าง นี้เรียก
ว่า สัททธาตุ
โสตวิญญาณธาตุ เป็นไฉน
จิต มโน มานัส หทัย ปัณฑร มโน มนายตนะ มนินทรีย์วิญญาณ วิญญาณขันธ์
โสตวิญญาณธาตุที่สมกัน อาศัยโสตปสาทและสัททารมณ์เกิดขึ้น นี้เรียกว่า โสตวิญญาณธาตุ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ (เล่ม 35)

[๑๒๗] ฆานธาตุ เป็นไฉน
ฆานะใด เป็นปสาทรูป อาศัยมหาภูตรูป ๔ ฯลฯ นี้เรียกว่า บ้านว่างบ้าง นี้เรียกว่า
ฆานธาตุ
คันธธาตุ เป็นไฉน
กลิ่นใด อาศัยมหาภูตรูป ๔ เห็นไม่ได้ กระทบไม่ได้ ฯลฯ นี้เรียกว่าคันธธาตุบ้าง นี้เรียก
ว่า คันธธาตุ
ฆานวิญญาณธาตุ เป็นไฉน
จิต มโน มานัส หทัย ปัณฑร มโน มนายตนะ มนินทรีย์วิญญาณ วิญญาณขันธ์
ฆานวิญญาณธาตุที่สมกัน อาศัยฆานปสาทและคันธารมณ์เกิดขึ้น นี้เรียกว่า ฆานวิญญาณธาตุ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ (เล่ม 35)

[๑๒๘] ชิวหาธาตุ เป็นไฉน
ชิวหาใด เป็นปสาทรูป อาศัยมหาภูตรูป ๔ ฯลฯ นี้เรียกว่า บ้านว่างบ้าง นี้เรียกว่า
ชิวหาธาตุ
รสธาตุ เป็นไฉน
รสใด อาศัยมหาภูตรูป ๔ เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้ ฯลฯ นี้เรียกว่ารสธาตุบ้าง นี้เรียก
ว่า รสธาตุ
ชิวหาวิญญาณธาตุ เป็นไฉน
จิต มโน มานัส หทัย ปัณฑร มโน มนายตนะ มนินทรีย์วิญญาณ วิญญาณขันธ์
ชิวหาวิญญาณธาตุที่สมกัน อาศัยชิวหาปสาทและรสารมณ์เกิดขึ้น นี้เรียกว่า ชิวหาวิญญาณธาตุ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ (เล่ม 35)

[๑๒๙] กายธาตุ เป็นไฉน
กายใด เป็นปสาทรูป อาศัยมหาภูตรูป ๔ ฯลฯ นี้เรียกว่า บ้านว่างบ้าง นี้เรียกว่า
กายธาตุ
โผฏฐัพพธาตุ เป็นไฉน
ปฐวีธาตุ ฯลฯ นี้เรียกว่า โผฏฐัพพธาตุบ้าง นี้เรียกว่า โผฏฐัพพธาตุ
กายวิญญาณธาตุ เป็นไฉน
จิต มโน มานัส หทัย ปัณฑร มโน มนายตนะ มนินทรีย์ วิญญาณวิญญาณขันธ์
กายวิญญาณธาตุที่สมกัน อาศัยกายปสาทและโผฏฐัพพารมณ์เกิดขึ้นนี้เรียกว่า กายวิญญาณธาตุ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ (เล่ม 35)

[๑๓๐] มโนธาตุ เป็นไฉน
จิต มโน มานัส หทัย ปัณฑร มโน มนายตนะ มนินทรีย์ วิญญาณวิญญาณขันธ์
มโนธาตุที่สมกัน เกิดในลำดับแห่งการเกิดดับของจักขุวิญญาณธาตุจิต ฯลฯ ของโสตวิญญาณธาตุ
จิต ฯลฯ ของฆานวิญญาณธาตุ จิต ฯลฯของชิวหาวิญญาณธาตุ จิต มโน มานัส หทัย ปัณฑร
มโน มนายตนะมนินทรีย์ วิญญาณ วิญญาณขันธ์ มโนธาตุที่สมกัน เกิดในลำดับแห่งการเกิด
ดับของกายวิญญาณธาตุ หรือความพิจารณาอารมณ์ทีแรกในธรรมทั้งปวง นี้เรียกว่ามโนธาตุ
ธรรมธาตุ เป็นไฉน
เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ รูปที่เห็นไม่ได้ กระทบไม่ได้นับเนื่องในธัมมายตนะ
และอสังขตธาตุ
ในธรรมธาตุนั้น เวทนาขันธ์ เป็นไฉน
เวทนาขันธ์หมวดละ ๑ คือ เวทนาขันธ์เป็นผัสสสัมปยุต. เวทนาขันธ์หมวดละ ๒ คือ
เวทนาขันธ์เป็นสเหตุกะ เป็นอเหตุกะ. เวทนาขันธ์หมวดละ ๓คือ เวทนาขันธ์เป็นกุศล เป็น
อกุศล เป็นอัพยากฤต ฯลฯ เวทนาขันธ์หมวดละมากอย่าง ด้วยประการฉะนี้ นี้เรียกว่า
เวทนาขันธ์
สัญญาขันธ์ เป็นไฉน
สัญญาขันธ์หมวดละ ๑ คือ สัญญาขันธ์เป็นผัสสสัมปยุต. สัญญาขันธ์หมวดละ ๒ คือ
สัญญาขันธ์เป็นสเหตุกะ เป็นอเหตุกะ. สัญญาขันธ์หมวดละ ๓ คือ สัญญาขันธ์เป็นกุศล เป็น
อกุศล เป็นอัพยากฤต ฯลฯ สัญญาขันธ์หมวดละมากอย่าง ด้วยประการฉะนี้ นี้เรียกว่า
สัญญาขันธ์
สังขารขันธ์ เป็นไฉน
สังขารขันธ์หมวดละ ๑ คือ สังขารขันธ์เป็นจิตตสัมปยุต. สังขารขันธ์หมวดละ ๒ คือ
สังขารขันธ์เป็นเหตุ เป็นนเหตุ. สังขารขันธ์หมวดละ ๓ คือสังขารขันธ์เป็นกุศล เป็นอกุศล
เป็นอัพยากฤต ฯลฯ สังขารขันธ์หมวดละมากอย่าง ด้วยประการฉะนี้ นี้เรียกว่า สังขารขันธ์
รูปที่เห็นไม่ได้ กระทบไม่ได้ นับเนื่องในธัมมายตนะ เป็นไฉน
อิตถินทรีย์ ฯลฯ กพฬิงการาหาร นี้เรียกว่า รูปที่เห็นไม่ได้ กระทบไม่ได้ นับเนื่องใน
ธัมมายตนะ
อสังขตธาตุ เป็นไฉน
ความสิ้นราคะ ความสิ้นโทสะ ความสิ้นโมหะ นี้เรียกว่า อสังขตธาตุ
สภาวธรรมนี้เรียกว่า ธรรมธาตุ
มโนวิญญาณธาตุ เป็นไฉน
มโนธาตุเกิดในลำดับแห่งการเกิดดับของจักขุวิญญาณธาตุ จิต มโนมานัส ฯลฯ มโน
วิญญาณธาตุที่สมกัน เกิดในลำดับแห่งการเกิดดับแม้ของมโนธาตุอีกชั้นหนึ่ง มโนธาตุ เกิดใน
ลำดับแห่งการเกิดดับของโสตวิญญาณธาตุฯลฯ มโนธาตุ เกิดในลำดับแห่งการเกิดดับของฆาน
วิญญาณธาตุ ฯลฯ มโนธาตุเกิดในลำดับแห่งการเกิดดับของชิวหาวิญญาณธาตุ ฯลฯ มโนธาตุ เกิด
ในลำดับแห่งการเกิดดับของกายวิญญาณธาตุ จิต มโน มานัส ฯลฯ มโนวิญญาณธาตุที่สมกัน
เกิดในลำดับแห่งการเกิดดับแม้ของมโนธาตุอีกชั้นหนึ่ง จิต มโนมานัส หทัย ปัณฑร มโน
มนายตนะ มนินทรีย์ วิญญาณ วิญญาณขันธ์มโนวิญญาณธาตุที่สมกัน อาศัยมโนและธรรมารมณ์
เกิดขึ้น นี้เรียกว่า มโนวิญญาณธาตุ
อภิธรรมภาชนีย์ จบ
ปัญหาปุจฉกะ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ (เล่ม 35)

[๑๓๑] ธาตุ ๑๘ คือ
๑. จักขุธาตุ
๒. รูปธาตุ
๓. จักขุวิญญาณธาตุ
๔. โสตธาตุ
๕. สัททธาตุ
๖. โสตวิญญาณธาตุ
๗. ฆานธาตุ
๘. คันธธาตุ
๙. ฆานวิญญาณธาตุ
๑๐. ชิวหาธาตุ
๑๑. รสธาตุ
๑๒. ชิวหาวิญญาณธาตุ
๑๓. กายธาตุ
๑๔. โผฏฐัพพธาตุ
๑๕. กายวิญญาณธาตุ
๑๖. มโนธาตุ
๑๗. ธรรมธาตุ
๑๘. มโนวิญญาณธาตุ
ติกมาติกาปุจฉา-ทุกมาติกาปุจฉา
บรรดาธาตุ ๑๘ ธาตุไหนเป็นกุศล ธาตุไหนเป็นอกุศล ธาตุไหนเป็นอัพยากฤต ฯลฯ
ธาตุไหนเป็นสรณะ ธาตุไหนเป็นอรณะ
ติกมาติกาวิสัชชนา