พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ (เล่ม 35)

[๔๒] รูปขันธ์หมวดละ ๑๐ คือ จักขุนทรีย์ ฯลฯ ชีวิตินทรีย์ รูปไม่เป็นอินทรีย์เป็น
สัปปฏิฆะ รูปไม่เป็นอินทรีย์เป็นอัปปฏิฆะ รูปขันธ์หมวดละ ๑๐ด้วยประการฉะนี้

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ (เล่ม 35)

[๔๓] รูปขันธ์หมวดละ ๑๑ คือ จักขายตนะ โสตายตนะ ฆานายตนะชิวหายตนะ
กายายตนะ รูปายตนะ สัททายตนะ คันธายตนะ รสายตนะโผฏฐัพพายตนะ และรูปที่เห็น
ไม่ได้กระทบไม่ได้นับเนื่องในธัมมายตนะ รูปขันธ์หมวดละ ๑๑ ด้วยประการฉะนี้
สภาวธรรมนี้เรียกว่า รูปขันธ์
เวทนาขันธ์
เวทนาขันธ์ เป็นไฉน
[ทุกมูลกวาร]

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ (เล่ม 35)

[๔๔] เวทนาขันธ์หมวดละ ๑ คือ เวทนาขันธ์เป็นผัสสสัมปยุต
เวทนาขันธ์หมวดละ ๒ คือ เวทนาขันธ์เป็นสเหตุกะ เป็นอเหตุกะ
เวทนาขันธ์หมวดละ ๓ คือ เวทนาขันธ์เป็นกุศล เป็นอกุศล เป็นอัพยากฤต
เวทนาขันธ์หมวดละ ๔ คือ เวทนาขันธ์เป็นกามาวจร เป็นรูปาวจร เป็นอรูปาวจร เป็น
อปริยาปันนะ
เวทนาขันธ์หมวดละ ๕ คือ เวทนาขันธ์เป็นสุขินทรีย์ เป็นทุกขินทรีย์เป็นโสมนัส
สินทรีย์ เป็นโทมนัสสินทรีย์ เป็นอุเปกขินทรีย์
เวทนาขันธ์หมวดละ ๖ คือ จักขุสัมผัสสชาเวทนา โสตสัมผัสสชาเวทนาฆานสัม
ผัสสชาเวทนา ชิวหาสัมผัสสชาเวทนา กายสัมผัสสชาเวทนา มโนสัมผัสสชาเวทนา เวทนา
ขันธ์หมวดละ ๖ ด้วยประการฉะนี้
เวทนาขันธ์หมวดละ ๗ คือ จักขุสัมผัสสชาเวทนา ฯลฯ กายสัมผัสสชาเวทนา มโน
ธาตุสัมผัสสชาเวทนา มโนวิญญาณธาตุสัมผัสสชาเวทนา เวทนาขันธ์หมวดละ ๗ ด้วยประการ
ฉะนี้
เวทนาขันธ์หมวดละ ๘ คือ จักขุสัมผัสสชาเวทนา ฯลฯ สุขกายสัมผัสสชาเวทนา
ทุกขกายสัมผัสสชาเวทนา มโนธาตุสัมผัสสชาเวทนา มโนวิญญาณธาตุสัมผัสสชาเวทนา เวทนา
ขันธ์หมวดละ ๘ ด้วยประการฉะนี้
เวทนาขันธ์หมวดละ ๙ คือ จักขุสัมผัสสชาเวทนา ฯลฯ กายสัมผัสสชาเวทนา มโนธาตุ
สัมผัสสชาเวทนา กุสลมโนวิญญาณธาตุสัมผัสสชาเวทนา อกุสลมโนวิญญาณธาตุสัมผัสสชา
เวทนา อัพยากตมโนวิญญาณธาตุสัมผัสสชาเวทนาเวทนาขันธ์หมวดละ ๙ ด้วยประการฉะนี้
เวทนาขันธ์หมวดละ ๑๐ คือ จักขุสัมผัสสชาเวทนา ฯลฯ สุขกายสัมผัสสชาเวทนา
ทุกขกายสัมผัสสชาเวทนา มโนธาตุสัมผัสสชาเวทนา กุสลมโนวิญญาณธาตุสัมผัสสชาเวทนา
อกุสลมโนวิญญาณธาตุสัมผัสสชาเวทนา อัพยากตมโนวิญญาณธาตุสัมผัสสชาเวทนา เวทนา
ขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ (เล่ม 35)

[๔๕] เวทนาขันธ์หมวดละ ๑ คือ เวทนาขันธ์เป็นสัมผัสสสัมปยุต. เวทนาขันธ์หมวดละ
๒ คือ เวทนาขันธ์เป็นสเหตุกะ เป็นอเหตุกะ. เวทนาขันธ์หมวดละ๓ คือ เวทนาขันธ์เป็นวิบาก
เป็นวิปากธัมมธรรม เป็นเนววิปากนวิปากธัมมธรรมเวทนาขันธ์เป็นอุปาทินนุปาทานิยะ เป็น
อนุปาทินนุปาทานิยะ เป็นอนุปาทินนานุปาทานิยะ เวทนาขันธ์เป็นสังกิลิฏฐสังกิเลสิกะ เป็น
อสังกิลิฏฐสังกิเลสิกะ เป็นอสังกิลิฏฐาสังกิเลสิกะ เวทนาขันธ์เป็นสวิตักกสวิจาระ เป็น
อวิตักกวิจารมัตตะเป็นอวิตักกาวิจาระ เวทนาขันธ์เป็นทัสสนปหาตัพพะ เป็นภาวนาปหาตัพพะ
เป็นเนวทัสสนนภาวนาปหาตัพพะ เวทนาขันธ์เป็นทัสสนปหาตัพพเหตุกะ เป็นภาวนาปหาตัพพ
เหตุกะ เป็นเนวทัสสนนภาวนาปหาตัพพเหตุกะ เวทนาขันธ์เป็นอาจยคามีเป็นอปจยคามี
เป็นเนวาจยคามีนาปจยคามี เวทนาขันธ์เป็นเสกขะ เป็นอเสกขะเป็นเนวเสกขนาเสกขะ
เวทนาขันธ์เป็นปริตตะ เป็นมหัคคตะ เป็นอัปปมาณะเวทนาขันธ์ เป็นปริตตารัมมณะ เป็น
มหัคคตารัมมณะ เป็นอัปปมาณารัมมณะเวทนาขันธ์เป็นหีนะ เป็นมัชฌิมะ เป็นปณีตะ เวทนา
ขันธ์ เป็นมิจฉัตตนิยตะเป็นสัมมัตตนิยตะ เป็นอนิยตะ เวทนาขันธ์เป็นมัคคารัมมณะ เป็น
มัคคเหตุกะเป็นมัคคาธิปติ เวทนาขันธ์เป็นอุปปันนะ เป็นอนุปปันนะ เป็นอุปปาที เวทนาขันธ์
เป็นอดีต เป็นอนาคต เป็นปัจจุบัน เวทนาขันธ์เป็นอตีตารัมมณะ เป็นอนาคตารัมมณะ เป็น
ปัจจุปปันนารัมมณะ เวทนาขันธ์เป็นอัชฌัตตะ เป็นพหิทธา เป็นอัชฌัตตพหิทธา เวทนาขันธ์
เป็นอัชฌัตตารัมมณะ เป็นพหิทธารัมมณะ เป็นอัชฌัตตพหิทธารัมมณะ ฯลฯ เวทนาขันธ์หมวดละ
๑๐ ด้วยประการฉะนี้

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ (เล่ม 35)

[๔๖] เวทนาขันธ์หมวดละ ๑ คือ เวทนาขันธ์เป็นผัสสสัมปยุต. เวทนาขันธ์หมวดละ
๒ คือ เวทนาขันธ์เป็นเหตุสัมปยุต เป็นเหตุวิปปยุต เวทนาขันธ์เป็นนเหตุสเหตุกะ เป็นนเหตุ
อเหตุกะ เวทนาขันธ์เป็นโลกิยะ เป็นโลกุตตระเวทนาขันธ์เป็นเกนจิวิญเญยยะ เป็นเกนจิน
วิญเญยยะ เวทนาขันธ์เป็นสาสวะเป็นอนาสวะ เวทนาขันธ์เป็นอาสวสัมปยุต เป็นอาสว
วิปปยุต เวทนาขันธ์เป็นอาสววิปปยุตตสาสวะ เป็นอาสววิปปยุตตอนาสวะ เวทนาขันธ์เป็น
สัญโญชนิยะเป็นอสัญโญชนิยะ เวทนาขันธ์เป็นสัญโญชนสัมปยุต เป็นสัญโญชนวิปปยุต
เวทนาขันธ์เป็นสัญโญชนวิปปยุตตสัญโญชนิยะ เป็นสัญโญชนวิปปยุตตอสัญโญชนิยะ เวทนาขันธ์
เป็นคันถนิยะ เป็นอคันถนิยะ เวทนาขันธ์เป็นคันถสัมปยุตเป็นคันถวิปปยุต เวทนาขันธ์เป็น
คันถวิปปยุตตคันถนิยะ เป็นคันถวิปปยุตตอคันถนิยะ เวทนาขันธ์เป็นโอฆนิยะ เป็นอโนฆนิยะ
เวทนาขันธ์เป็นโอฆสัมปยุตเป็นโอฆวิปปยุต เวทนาขันธ์เป็นโอฆวิปปยุตตโอฆนิยะ เป็นโอฆ
วิปปยุตตอโนฆนิยะ เวทนาขันธ์เป็นโยคนิยะ เป็นอโยคนิยะ เวทนาขันธ์เป็นโยคสัมปยุต เป็น
โยควิปปยุต เวทนาขันธ์เป็นโยควิปปยุตตโยคนิยะ เป็นโยควิปปยุตตอโยคนิยะเวทนาขันธ์เป็น
นีวรณิยะ เป็นอนีวรณิยะ เวทนาขันธ์เป็นนีวรณสัมปยุต เป็นนีวรณวิปปยุต เวทนาขันธ์เป็น
นีวรณวิปปยุตตนีวรณิยะ เป็นนีวรณวิปปยุตตอนีวรณิยะ เวทนาขันธ์เป็นปรามัฏฐะ เป็นอปรา
มัฏฐะ เวทนาขันธ์เป็นปรามาสสัมปยุตเป็นปรามาสวิปปยุต เวทนาขันธ์เป็นปรามาสวิปปยุตต
ปรามัฏฐะ เป็นปรามาสวิปปยุตตอปรามัฏฐะ เวทนาขันธ์เป็นอุปาทินนะ เป็นอนุปาทินนะ
เวทนาขันธ์เป็นอุปาทานิยะ เป็นอนุปาทานิยะ เวทนาขันธ์เป็นอุปาทานสัมปยุต เป็นอุปาทาน
วิปปยุตเวทนาขันธ์เป็นอุปาทานวิปปยุตตอุปาทานิยะ เป็นอุปาทานวิปปยุตตอนุปาทานิยะ เวทนา
ขันธ์เป็นสิงกิเลสิกะ เป็นสังกิเลสิกะ เวทนาขันธ์เป็นสังกิลิฏฐะ เป็นอสังกิลิฏฐะ เวทนาขันธ์
เป็นกิเลสสัมปยุตเป็นกิเลสวิปปยุต เวทนาขันธ์เป็นกิเลสวิปปยุตตสังกิเลสิกะ เป็นกิเลส
วิปปยุตตอสังกิเลสิกะ เวทนาขันธ์เป็นทัสสนปหาตัพพะ เป็นนทัสสนปหาตัพพะเวทนาขันธ์
เป็นภาวนาปหาตัพพะ เป็นนภาวนาปหาตัพพะ เวทนาขันธ์เป็นทัสสนปหาตัพพเหตุกะ เป็น
นทัสสนปหาตัพพเหตุกะ เวทนาขันธ์เป็นภาวนาปหาตัพพเหตุกะ เป็นนภาวนาปหาตัพพเหตุกะ
เวทนาขันธ์เป็นสวิตักกะ เป็นอวิตักกะเวทนาขันธ์เป็นสวิจาระ เป็นอวิจาระ เวทนาขันธ์เป็น
สัปปีติกะ เป็นอัปปีติกะเวทนาขันธ์เป็นปีติสหคตะ เป็นนปีติสหคตะ เวทนาขันธ์เป็นกามาวจร
เป็นนกามาวจร เวทนาขันธ์เป็นรูปาวจร เป็นนรูปาวจร เวทนาขันธ์เป็นอรูปาวจรเป็นนอรูปาวจร
เวทนาขันธ์เป็นปริยาปันนะ เป็นอปริยาปันนะ เวทนาขันธ์เป็นนิยยานิกะ เป็นอนิยยานิกะ
เวทนาขันธ์เป็นนิยตะ เป็นอนิยต เวทนาขันธ์เป็นสอุตตระ เป็นอนุตตระ เวทนาขันธ์เป็นสรณะ
เป็นอรณะ เวทนาขันธ์หมวดละ ๓ คือ เวทนาขันธ์เป็นกุศล เป็นอกุศล เป็นอัพยากฤต ฯลฯ
เวทนาขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ (เล่ม 35)

[๔๗] เวทนาขันธ์หมวดละ ๑ คือ เวทนาขันธ์เป็นผัสสสัมปยุต. เวทนาขันธ์หมวดละ
๒ คือ เวทนาขันธ์เป็นสรณะ เป็นอรณะ เวทนาขันธ์หมวดละ ๓คือ เวทนาขันธ์เป็นวิบาก
เป็นวิปากธัมมธรรม เป็นเนววิปากนวิปากธัมมธรรมฯลฯ เวทนาขันธ์เป็นอัชฌัตตารัมมณะ
เป็นพหิทธารัมมณะ เป็นอัชฌัตตพหิทธารัมมณะ ฯลฯ เวทนาขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้
ทุกมูลกวาร จบ
[ติกมูลกวาร]

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ (เล่ม 35)

[๔๘] เวทนาขันธ์หมวดละ ๑ คือ เวทนาขันธ์เป็นผัสสสัมปยุต. เวทนาขันธ์หมวดละ ๒
คือ เวทนาขันธ์เป็นสเหตุกะ เป็นอเหตุกะ เวทนาขันธ์หมวดละ ๓ คือ เวทนาขันธ์เป็นกุศล
เป็นอกุศล เป็นอัพยากฤต ฯลฯ เวทนาขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้
เวทนาขันธ์หมวดละ ๑ คือ เวทนาขันธ์เป็นผัสสสัมปยุต. เวทนาขันธ์หมวดละ ๒ คือ
เวทนาขันธ์เป็นสรณะ เป็นอรณะ. เวทนาขันธ์หมวดละ ๓ คือเวทนาขันธ์เป็นกุศล เป็นอกุศล
เป็นอัพยากฤต ฯลฯ เวทนาขันธ์หมวดละ ๑๐ด้วยประการฉะนี้
เวทนาขันธ์หมวดละ ๑ คือ เวทนาขันธ์เป็นผัสสสัมปยุต. เวทนาขันธ์หมวดละ ๒ คือ
เวทนาขันธ์เป็นสเหตุกะ เป็นอเหตุกะ เวทนาขันธ์หมวดละ ๓คือ เวทนาขันธ์เป็นวิบาก เป็น
วิปากธัมมธรรม เป็นเนววิปากนวิปากธัมมธรรมฯลฯ เวทนาขันธ์เป็นอัชฌัตตารัมมณะ เป็น
พหิทธารัมมณะ เป็นอัชฌัตตพหิทธารัมมณะ ฯลฯ เวทนาขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้
เวทนาขันธ์หมวดละ ๑ คือ เวทนาขันธ์เป็นผัสสสัมปยุต. เวทนาขันธ์หมวดละ ๒ คือ
เวทนาขันธ์เป็นสรณะ เป็นอรณะ เวทนาขันธ์หมวดละ ๓คือ เวทนาขันธ์เป็นวิบาก เป็น
วิปากธัมมธรรม เป็นเนววิปากนวิปากธัมมธรรม ฯลฯ เวทนาขันธ์เป็นอัชฌัตตารัมมณะ เป็น
พหิทธารัมมณะ เป็นอัชฌัตตพหิทธารัมมณะ ฯลฯ เวทนาขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้
ติกมูลกวาร จบ
[อุภโตวัฑฒกวาร]

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ (เล่ม 35)

[๔๙] เวทนาขันธ์หมวดละ ๑ คือ เวทนาขันธ์เป็นผัสสสัมปยุต.เวทนาขันธ์หมวดละ
๒ คือ เวทนาขันธ์เป็นสเหตุกะ เป็นอเหตุกะ เวทนาขันธ์หมวดละ ๓ คือ เวทนาขันธ์เป็นกุศล
เป็นอกุศล เป็นอัพยากฤต ฯลฯ เวทนาขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้
เวทนาขันธ์หมวดละ ๑ คือ เวทนาขันธ์เป็นผัสสสัมปยุต. เวทนาขันธ์หมวดละ ๒ คือ
เวทนาขันธ์เป็นเหตุสัมปยุต เป็นเหตุวิปปยุต. เวทนาขันธ์หมวดละ ๓ คือ เวทนาขันธ์เป็น
วิบาก เป็นวิปากธัมมธรรม เป็นเนววิปากนวิปากธัมมธรรม ฯลฯ เวทนาขันธ์หมวดละ ๑๐
ด้วยประการฉะนี้
เวทนาขันธ์หมวดละ ๑ คือ เวทนาขันธ์เป็นผัสสสัมปยุต. เวทนาขันธ์หมวดละ ๒ คือ
เวทนาขันธ์เป็นนเหตุสเหตุกะ เป็นนเหตุอเหตุกะ เวทนาขันธ์หมวดละ ๓ คือ เวทนาขันธ์เป็น
อุปาทินนุปาทานิยะ เป็นอนุปาทินนุปาทานิยะเป็นอนุปาทินนานุปาทานิยะ ฯลฯ เวทนาขันธ์
หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้
เวทนาขันธ์หมวดละ ๑ คือ เวทนาขันธ์เป็นผัสสสัมปยุต. เวทนาขันธ์หมวดละ ๒ คือ
เวทนาขันธ์เป็นโลกิยะ เป็นโลกุตตระ. เวทนาขันธ์หมวดละ๓ คือ เวทนาขันธ์เป็นสังกิลิฏฐสัง
กิเลสิกะ เป็นอสังกิลิฏฐสังกิเลสิกะ เป็นอสังกิลิฏฐาสังกิเลสิกะ ฯลฯ เวทนาขันธ์หมวดละ ๑๐
ด้วยประการฉะนี้
เวทนาขันธ์หมวดละ ๑ คือ เวทนาขันธ์เป็นผัสสสัมปยุต. เวทนาขันธ์หมวดละ ๒ คือ
เวทนาขันธ์เป็นเกนจิวิญเญยยะ เป็นเกนจินวิญเญยยะ เวทนาขันธ์หมวดละ ๓ คือ เวทนาขันธ์
เป็นสวิตักกสวิจาระ เป็นอวิตักกวิจารมัตตะเป็นอวิตักกาวิจาระ ฯลฯ เวทนาขันธ์หมวดละ ๑๐
ด้วยประการฉะนี้
เวทนาขันธ์หมวดละ ๑ คือ เวทนาขันธ์เป็นผัสสสัมปยุต. เวทนาขันธ์หมวดละ ๒ คือ
เวทนาขันธ์เป็นสาสวะ เป็นอนาสวะ. เวทนาขันธ์หมวดละ ๓คือ เวทนาขันธ์เป็นทัสสนปหา
ตัพพะ เป็นภาวนาปหาตัพพะ เป็นเนวทัสสนนภาวนาปหาตัพพะ ฯลฯ เวทนาขันธ์หมวดละ ๑๐
ด้วยประการฉะนี้
เวทนาขันธ์หมวดละ ๑ คือ เวทนาขันธ์เป็นผัสสสัมปยุต. เวทนาขันธ์หมวดละ ๒ คือ
เวทนาขันธ์เป็นอาสวสัมปยุต เป็นอาสววิปปยุต. เวทนาขันธ์หมวดละ ๓ คือ เวทนาขันธ์เป็น
ทัสสนปหาตัพพเหตุกะ เป็นภาวนาปหาตัพพเหตุกะ เป็นเนวทัสสนนภาวนาปหาตัพพเหตุกะ ฯลฯ
เวทนาขันธ์หมวดละ ๑๐ด้วยประการฉะนี้
เวทนาขันธ์หมวดละ ๑ คือ เวทนาขันธ์เป็นผัสสสัมปยุต. เวทนาขันธ์หมวดละ ๒ คือ
เวทนาขันธ์เป็นอาสววิปปยุตตสาสวะ เป็นอาสววิปปยุตตอนาสวะ.เวทนาขันธ์หมวดละ ๓ คือ
เวทนาขันธ์เป็นอาจยคามี เป็นอปจยคามี เป็นเนวาจยคามินาปจยคามี ฯลฯ เวทนาขันธ์หมวดละ
๑๐ ด้วยประการฉะนี้
เวทนาขันธ์หมวดละ ๑ คือ เวทนาขันธ์เป็นผัสสสัมปยุต. เวทนาขันธ์หมวดละ ๒ คือ
เวทนาขันธ์เป็นสัญโญชนิยะ เป็นอสัญโญชนิยะ เวทนาขันธ์หมวดละ ๓ คือ เวทนาขันธ์เป็น
เสกขะ เป็นอเสกขะ เป็นเนวเสกขนาเสกขะ ฯลฯเวทนาขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการ
ฉะนี้
เวทนาขันธ์หมวดละ ๑ คือ เวทนาขันธ์เป็นผัสสสัมปยุต. เวทนาขันธ์หมวดละ ๒ คือ
เวทนาขันธ์เป็นสัญโญชนสัมปยุต เป็นสัญโญชนวิปปยุตเวทนาขันธ์หมวดละ ๓ คือ เวทนา
ขันธ์เป็นปริตตะ เป็นมหัคคตะ เป็นอัปปมาณะฯลฯ เวทนาขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้
เวทนาขันธ์หมวดละ ๑ คือ เวทนาขันธ์เป็นผัสสสัมปยุต. เวทนาขันธ์หมวดละ ๒ คือ
เวทนาขันธ์เป็นสัญโญชนวิปปยุตตสัญโญชนิยะ เป็นสัญโญชนวิปปยุตตอสัญโญชนิยะ เวทนา
ขันธ์หมวดละ ๓ คือ เวทนาขันธ์เป็นปริตตารัมมณะเป็นมหัคคตารัมมณะ เป็นอัปปมาณารัมมณะ
ฯลฯ เวทนาขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้
เวทนาขันธ์หมวดละ ๑ คือ เวทนาขันธ์เป็นผัสสสัมปยุต. เวทนาขันธ์หมวดละ ๒
คือ เวทนาขันธ์เป็นคันถนิยะ เป็นอคันถนิยะ. เวทนาขันธ์หมวดละ ๓คือ เวทนาขันธ์เป็นหีนะ
เป็นมัชฌิมะ เป็นปณีตะ ฯลฯ เวทนาขันธ์หมวดละ ๑๐ด้วยประการฉะนี้
เวทนาขันธ์หมวดละ ๑ คือ เวทนาขันธ์เป็นผัสสสัมปยุต. เวทนาขันธ์หมวดละ ๒ คือ
เวทนาขันธ์เป็นคันถสัมปยุต เป็นคันถวิปปยุต. เวทนาขันธ์หมวดละ ๓ คือ เวทนาขันธ์เป็น
มิจฉัตตนิยตะ เป็นสัมมัตตนิยตะ เป็นอนิยตะฯลฯ เวทนาขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้
เวทนาขันธ์หมวดละ ๑ คือ เวทนาขันธ์เป็นผัสสสัมปยุต. เวทนาขันธ์หมวดละ ๒ คือ
เวทนาขันธ์เป็นคันถวิปปยุตตคันถนิยะ เป็นคันถวิปปยุตตอคันถนิยะ.เวทนาขันธ์หมวดละ ๓
คือ เวทนาขันธ์เป็นมัคคารัมมณะ เป็นมัคคเหตุกะ เป็นมัคคาธิปติ ฯลฯ เวทนาขันธ์หมวดละ
๑๐ ด้วยประการฉะนี้
เวทนาขันธ์หมวดละ ๑ คือ เวทนาขันธ์เป็นผัสสสัมปยุต. เวทนาขันธ์หมวดละ ๒ คือ
เวทนาขันธ์เป็นโอฆนิยะ เป็นอโนฆนิยะ. เวทนาขันธ์หมวดละ๓ คือ เวทนาขันธ์เป็นอุปปันนะ
เป็นอนุปปันนะ เป็นอุปปาที ฯลฯ เวทนาขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้
เวทนาขันธ์หมวดละ ๑ คือ เวทนาขันธ์เป็นผัสสสัมปยุต. เวทนาขันธ์หมวดละ ๒ คือ
เวทนาขันธ์เป็นโอฆสัมปยุต เป็นโอฆวิปปยุต. เวทนาขันธ์หมวดละ ๓ คือ เวทนาขันธ์เป็นอดีต
เป็นอนาคต เป็นปัจจุบัน ฯลฯ เวทนาขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้
เวทนาขันธ์หมวดละ ๑ คือ เวทนาขันธ์เป็นผัสสสัมปยุต. เวทนาขันธ์หมวดละ ๒ คือ
เวทนาขันธ์เป็นโอฆวิปปยุตตโอฆนิยะ เป็นโอฆวิปปยุตตอโนฆนิยะ. เวทนาขันธ์หมวดละ ๓ คือ
เวทนาขันธ์เป็นอตีตารัมมณะเป็นอนาคตารัมมณะ เป็นปัจจุปปันนารัมมณะ ฯลฯ เวทนาขันธ์
หมวดละ๑๐ ด้วยประการฉะนี้
เวทนาขันธ์หมวดละ ๑ คือ เวทนาขันธ์เป็นผัสสสัมปยุต เวทนาขันธ์หมวดละ ๒ คือ
เวทนาขันธ์เป็นโยคนิยะ เป็นอโยคนิยะ เวทนาขันธ์หมวดละ๓ คือ เวทนาขันธ์เป็นอัชฌัตตะ
เป็นพหิทธา เป็นอัชฌัตตพหิทธา ฯลฯเวทนาขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้
เวทนาขันธ์หมวดละ ๑ คือ เวทนาขันธ์เป็นผัสสสัมปยุต. เวทนาขันธ์หมวดละ ๒ คือ
เวทนาขันธ์เป็นโยคสัมปยุต เป็นโยควิปปยุต. เวทนาขันธ์หมวดละ ๓ คือ เวทนาขันธ์เป็น
อัชฌัตตารัมมณะ เป็นพหิทธารัมมณะ เป็นอัชฌัตตพหิทธารัมมณะ ฯลฯ เวทนาขันธ์หมวดละ ๑๐
ด้วยประการฉะนี้
อุภโตวัฑฒกวาร จบ
[พหุวิธวาร]

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ (เล่ม 35)

[๕๐] เวทนาขันธ์หมวดละ ๗ คือ เวทนาขันธ์เป็นกุศล เป็นอกุศลเป็นอัพยากฤต
เป็นกามาวจร เป็นรูปาวจร เป็นอรูปาวจร เป็นอปริยาปันนะเวทนาขันธ์หมวดละ ๗ ด้วยประ
การฉะนี้
เวทนาขันธ์หมวดละ ๗ อีกอย่างหนึ่ง คือ เวทนาขันธ์เป็นวิบาก เป็นวิปากธัมมธรรม
เป็นเนววิปากนวิปากธัมมธรรม ฯลฯ เวทนาขันธ์ เป็นอัชฌัตตารัมมณะ เป็นพหิทธารัมมณะ
เป็นอัชฌัตตพหิทธารัมมณะ เป็นกามาวจรเป็นรูปาวจร เป็นอรูปาวจร เป็นอปริยาปันนะ เวทนา
ขันธ์หมวดละ ๗ ด้วยประการฉะนี้

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ (เล่ม 35)

[๕๑] เวทนาขันธ์หมวดละ ๒๔ คือ เวทนาขันธ์เพราะจักขุสัมผัสเป็นปัจจัย เป็นกุศล
เป็นอกุศล เป็นอัพยากฤต เวทนาขันธ์เพราะโสตสัมผัสเป็นปัจจัย ฯลฯ เวทนาขันธ์เพราะ
ฆานสัมผัสเป็นปัจจัย ฯลฯ เวทนาขันธ์เพราะชิวหาสัมผัสเป็นปัจจัย ฯลฯ เวทนาขันธ์เพราะกาย
สัมผัสเป็นปัจจัย ฯลฯเวทนาขันธ์เพราะมโนสัมผัสเป็นปัจจัย เป็นกุศล เป็นอกุศล เป็นอัพยากฤต
จักขุสัมผัสสชาเวทนา โสตสัมผัสสชาเวทนา ฆานสัมผัสสชาเวทนา ชิวหาสัมผัสสชาเวทนา
กายสัมผัสสชาเวทนา มโนสัมผัสสชาเวทนา เวทนาขันธ์หมวดละ ๒๔ ด้วยประการฉะนี้
เวทนาขันธ์หมวดละ ๒๔ อีกอย่างหนึ่ง คือ เวทนาขันธ์เพราะจักขุสัมผัสเป็นปัจจัย เป็น
วิบาก เป็นวิปากธัมมธรรม เป็นเนววิปากนวิปากธัมมธรรม ฯลฯเวทนาขันธ์เพราะจักขุสัมผัส
เป็นปัจจัย เป็นอัชฌัตตารัมมณะ เป็นพหิทธารัมมณะเป็นอัชฌัตตพหิทธารัมมณะ เวทนาขันธ์
เพราะโสตสัมผัสเป็นปัจจัย ฯลฯเวทนาขันธ์เพราะฆานสัมผัสเป็นปัจจัย ฯลฯ เวทนาขันธ์เพราะ
ชิวหาสัมผัสเป็นปัจจัย ฯลฯ เวทนาขันธ์เพราะกายสัมผัสเป็นปัจจัย ฯลฯ เวทนาขันธ์เพราะ
มโนสัมผัสเป็นปัจจัย เป็นอัชฌัตตารัมมณะ เป็นพหิทธารัมมณะ เป็นอัชฌัตตพหิทธารัมมณะ
จักขุสัมผัสสชาเวทนา ฯลฯ มโนสัมผัสสชาเวทนาเวทนาขันธ์ หมวดละ ๒๔ ด้วยประการฉะนี้