พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑ ธรรมสังคณีปกรณ์ (เล่ม 34)

[๘๑๐] ธรรมอันโสดาปัตติมรรคประหาณ เป็นไฉน?
สัญโญชน์ ๓ คือ สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาส.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑ ธรรมสังคณีปกรณ์ (เล่ม 34)

[๘๑๑] บรรดาสัญโญชน์ ๓ นั้น สักกายทิฏฐิ เป็นไฉน?
ปุถุชนในโลกนี้ ผู้ไร้การศึกษา ไม่ได้เห็นพระอริยเจ้าทั้งหลาย ไม่ฉลาดในธรรมของ
พระอริยเจ้า ไม่ได้ฝึกฝนในธรรมของพระอริยเจ้า ไม่ได้เห็นสัตบุรุษทั้งหลาย ไม่ฉลาดในธรรม
ของสัตบุรุษ ไม่ได้ฝึกฝนในธรรมของสัตบุรุษ ย่อมเห็นรูปเป็นตน หรือเห็นตนมีรูป เห็นรูป
ในตน เห็นตนในรูป ย่อมเห็นเวทนา ฯลฯ สัญญา ฯลฯ สังขาร ฯลฯ วิญญาณเป็นตน หรือ
เห็นตนมีวิญญาณ เห็นวิญญาณในตน เห็นตนในวิญญาณ ทิฏฐิ ความเห็นไปข้างทิฏฐิ ฯลฯ
การถือโดยวิปลาส มีลักษณะเช่นว่านี้ อันใด นี้เรียกว่า สักกายทิฏฐิ.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑ ธรรมสังคณีปกรณ์ (เล่ม 34)

[๘๑๒] วิจิกิจฉา เป็นไฉน?
ปุถุชนเคลือบแคลงสงสัย ในพระศาสดา ฯลฯ ความกระด้างแห่งจิต ความลังเลใจ
มีลักษณะเช่นว่านี้ อันใด นี้เรียกว่า วิจิกิจฉา.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑ ธรรมสังคณีปกรณ์ (เล่ม 34)

[๘๑๓] สีลัพพตปรามาส เป็นไฉน?
ความเห็นว่า ความบริสุทธิ์ย่อมมีได้ด้วยศีล ด้วยพรต ด้วยศีลพรต ของสมณพราหมณ์
ในภายนอกแต่ศาสนานี้ ดังนี้ ทิฏฐิ ความเห็นไปข้างทิฏฐิ การถือโดยวิปลาส มีลักษณะเช่น
ว่านี้ อันใด นี้เรียกว่า สีลัพพตปรามาส.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑ ธรรมสังคณีปกรณ์ (เล่ม 34)

[๘๑๔] สัญโญชน์ ๓ ดังกล่าวมานี้ และกิเลสซึ่งตั้งอยู่ฐานเดียวกันกับ สัญโญชน์ ๓
นั้น. เวทนาขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์ อันสัมปยุตด้วยสัญโญชน์ ๓ นั้น กายกรรม วจีกรรม
มโนกรรม อันมีสัญโญชน์ ๓ นั้นเป็นสมุฏฐาน สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมอันโสดาปัตติมรรค
ประหาณ.
ธรรมอันโสดาปัตติมรรคไม่ประหาณ เป็นไฉน?
เว้นสัญโญชนธรรมเหล่านั้นเสีย กุศลธรรม อกุศลธรรม อัพยากตธรรมที่เหลือ ซึ่งเป็น
กามาวจร รูปาวจร อรูปาวจร โลกุตตระ คือ เวทนาขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์, รูปทั้งหมด
และอสังขตธาตุ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมอันโสดาปัตติมรรคไม่ประหาณ.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑ ธรรมสังคณีปกรณ์ (เล่ม 34)

[๘๑๕] ธรรมอันมรรคเบื้องสูง ๓ ประหาณ เป็นไฉน?
โลภะ โทสะ โมหะ ที่เหลือ และกิเลสซึ่งตั้งอยู่ฐานเดียวกันกับ โลภะ โทสะ
โมหะ นั้น, เวทนาขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์ อันสัมปยุตด้วย โลภะ โทสะ โมหะ นั้น,
กายกรรม วจีกรรม มโนกรรม อันมีโลภะ โทสะ โมหะ นั้นเป็นสมุฏฐาน สภาวธรรม
เหล่านี้ชื่อว่า ธรรมอันมรรคเบื้องสูง ๓ ประหาณ.
ธรรมอันมรรคเบื้องสูง ๓ ไม่ประหาณ เป็นไฉน?
เว้นธรรมอันมรรคเบื้องสูง ๓ ประหาณเหล่านั้นเสีย กุศลธรรม อกุศลธรรม อัพยากต
ธรรม ที่เหลือ ซึ่งเป็นกามาวจร รูปาวจร อรูปาวจร โลกุตตระ คือ เวทนาขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์,
รูปทั้งหมด และอสังขตธาตุ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมอันมรรคเบื้องสูง ๓ ไม่ประหาณ.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑ ธรรมสังคณีปกรณ์ (เล่ม 34)

[๘๑๖] ธรรมมีสัปปยุตตเหตุอันโสดาปัตติมรรคประหาณ เป็นไฉน?
สัญโญชน์ ๓ คือ สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาส.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑ ธรรมสังคณีปกรณ์ (เล่ม 34)

[๘๑๗] บรรดาสัญโญชน์ ๓ นั้น สักกายทิฏฐิ เป็นไฉน?
ปุถุชนในโลกนี้ ผู้ไร้การศึกษา ไม่ได้เห็นพระอริยเจ้าทั้งหลาย ไม่ฉลาดในธรรมของ
พระอริยเจ้า ไม่ได้ฝึกฝนในธรรมของพระอริยเจ้า ไม่ได้เห็นสัตบุรุษทั้งหลาย ไม่ฉลาดในธรรม
ของสัปบุรุษ ไม่ได้ฝึกฝนในธรรมของสัปบุรุษ ย่อมเห็นรูปเป็นตน หรือเห็นตนมีรูป เห็นรูป
ในตน เห็นตนในรูป ย่อมเห็นเวทนา ฯลฯ สัญญา ฯลฯ สังขาร ฯลฯ วิญญาณเป็นตน หรือ
เห็นตนมีวิญญาณ เห็นวิญญาณในตน หรือเห็นตนในวิญญาณ ทิฏฐิ ความเห็นไปข้างทิฏฐิ ฯลฯ
การยึดถือโดยวิปลาส มีลักษณะเช่นว่านี้ อันใด นี้เรียกว่า สักกายทิฏฐิ.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑ ธรรมสังคณีปกรณ์ (เล่ม 34)

[๘๑๘] วิจิกิจฉา เป็นไฉน?
ปุถุชนเคลือบแคลง สงสัย ในพระศาสดา ฯลฯ ความกระด้างแห่งจิต ความลังเลใจ
มีลักษณะเช่นว่านี้ อันใด นี้เรียกว่า วิจิกิจฉา.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑ ธรรมสังคณีปกรณ์ (เล่ม 34)

[๘๑๙] สีลัพพตปรามาส เป็นไฉน?
ความเห็นว่า ความบริสุทธิ์ย่อมมีได้ด้วยศีล ด้วยพรต ของสมณพราหมณ์ในภายนอก
แต่ศาสนานี้ ดังนี้ ทิฏฐิ ความเห็นไปข้างทิฏฐิ ฯลฯ การถือโดยวิปลาส มีลักษณะเช่นว่านี้
อันใด นี้เรียกว่า สีลัพพตปรามาส.